rani

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กับดักรัก หมอสุดโหด บทที่ 3 (ReWrite)

ชื่อตอน : กับดักรัก หมอสุดโหด บทที่ 3 (ReWrite)

คำค้น : กับดักรัก หมอสุดโหด, กับดักรักหมอสุดโหด, ชลาธิป, ปัณ, yaoi, rani, 18+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 26.3k

ความคิดเห็น : 46

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ต.ค. 2559 20:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กับดักรัก หมอสุดโหด บทที่ 3 (ReWrite)
แบบอักษร

กับดักรัก หมอสุดโหด
   
โดย Rani

 

 

 

บทที่ 3

      

ปัณณทัตออกจะรู้สึกเกร็งๆเล็กน้อย  เมื่อชลาธิปเข้ามาหาเขาถึงในห้องครัว  วันนี้หมอหนุ่มกลับบ้านเร็วกว่าปกติ    เห็นบอกว่าคนไข้ที่ผ่าตัดสำเร็จลุล่วงเร็วกว่าที่วางแผนเอาไว้ จากที่คิดว่าต้องกลับบ้านดึกมาก ก็กลายเป็นได้กลับบ้านเร็วมากแทน

            ชลาธิปยืนพิงประตูครัว มือก็กอดอกมองร่างบางที่กำลังทำครัวอย่างคล่องแคล่ว

            คุณปัณนี่ท่าทางเก่งงานครัวด้วยนะครับ     นี่นอกจากเป็นผู้จัดการในโรงแรม  ยังรับจ๊อบพ่อครัวด้วยหรือเปล่า

            ไม่หรอกครับ ที่โรงแรมน่ะเป็นงาน แต่ส่วนใหญ่ผมรับหน้าที่ทำครัวที่บ้านให้พี่กับน้องๆทานด้วยนะครับ ฝีมือแม่บ้านไม่ค่อยถูกใจพวกเขา ผมเลยต้องทำเอง

            แล้วมาอยู่ที่อื่นอย่างนี้  คุณใหญ่  คุณกลาง แล้วก็คุณแหววจะทำยังไงล่ะครับ

            อะไรนะครับ ทำไมคุณรู้จักพวกเขาด้วยล่ะ?”

            หมอหนุ่มยิ้มกับคำถาม แต่แทนที่เขาจะตอบกลับตั้งคำถามที่ปัณณทัตยิ่งงงหนัก

            เราเคยเจอกันนะครับ คุณปัณ คุณจำไม่ได้เหรอ?”

            ครับ?”

            ผมเคยเอาไวน์จากไร่เจริญตาไปเสนอให้กับโรงแรมของคุณ    ตอนนั้นคุณกับคุณใหญ่เป็นคนออกมาฟังผมพรีเซนต์นะครับปัณณทัตขมวดคิ้ว คล้ายๆอยากจะเรียกความทรงจำทั้งหมดกลับมา  เขาจำได้ว่า    ตอนนั้นมีคนที่ลักษณะเหมือนชาวไร่สองคน   เข้ามาเสนอขายไวน์ที่หน้าตาไม่ดีเลย     แต่รสชาติกลับดีเยี่ยม  เลยจำเป็นต้องให้กลาง  หรือชายกลางตามที่คนทั้งบ้านเรียกขานกันเล่นๆ ผู้มีหัวศิลป์มากกว่าคนอื่นๆ มาช่วยดูแพคเกจผลิตภัณฑ์ให้ เพราะรสชาติไวน์นั้นดีจนไม่อยากปล่อยไป   แต่มองยังไงก็นึกไม่ออกว่า   ชาวไร่ที่หนวดเครารุงรัง ผิวดำกร้านแดดพวกนั้น จะกลายมาเป็นคุณหมอชนบทผู้สะอาดสะอ้านแบบนี้ได้อย่าง ไร เขาพอจะมองออกถ้าบอกว่าอีกคนคือ อังกูร เพราะอังกูรที่เขาเห็นเมื่อหลายวันก่อนก็ยังคงดูสภาพเดิม  สูงใหญ่ ผิวคล้ำ   และหนวดเครารุงรัง ดูเหมือนโจรมาก กว่าผู้จัดการไร่ แต่คุณหมอตรงหน้านี้ล่ะ??

            ตอนนั้นคุณพ่อคุณแม่ผมเพิ่งเสียน่ะครับ ผมเลยต้องมารับหน้าที่หลักในการดูแลไร่   ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัว”    เขาเริ่มเล่า เหมือนรู้ว่าคำถามภาย ใต้คิ้วมุ่นๆนั่นคืออะไร ทำทุกอย่าง ทั้งขยายสาขา ขยายชิ้นงาน พอลงตัวผมก็เริ่มปล่อยให้เจ้ากูร เขาทำไป ส่วนผม พอดีว่าจังหวัดนี้ขาดหมอ ผมเลยขอมาประจำที่นี่

            ขอโทษนะครับ ผมเพิ่งนึกออก ตอนนั้นชายกลางเปลี่ยนชื่อไวน์ของคุณจาก เจริญตา เป็น เจทีปัณณทัตเพิ่งนึกได้

            ครับทุกวันนี้ผมยังคุยกับคุณกลางอยู่เลย แต่ไม่คิดว่าพี่ของคุณกลางจะมาเป็นพ่อบ้านให้ผม

            ชายกลางก็ไม่รู้ครับ ผมไม่ได้บอกใครเลยเขาพูดเสียงแผ่ว พร้อมก้มหน้าลง

            เรื่องนั้นไม่เป็นไรครับ  ต้องขอโทษคุณปัณด้วยที่ผมเพิ่งอ่านประวัติคุณอย่างละเอียด พอดีผมไว้ใจป้ามณีน่ะครับ แกให้ใครมาผมก็เอาหมดปัณณทัตหัวเราะน้อยๆ กับความซื่อในคำบอกเล่าของเขา

            สุดสัปดาห์นี้จะเป็นอะไรหรือเปล่าครับ ถ้าผมจะเชิญเพื่อนมาทานข้าวที่บ้าน”    เจ้าของบ้านถามอย่างเกรงใจ    จนลูกจ้างต้องหัวเราะอีกครั้ง

            จะเป็นอะไรล่ะครับ ผมเป็นลูกจ้างนะครับ คุณหมอสั่งให้ทำอะไรผมก็ทำทั้งนั้นแหละ

            ไม่อย่างนั้นนะสิครับ ผมอยากให้คุณปัณรู้สึกว่าที่นี่เป็นบ้านของคุณปัณด้วย ถ้าคุณปัณรู้สึกอย่างนั้น บ้านนี้จะยิ่งน่าอยู่นะครับ

            ครับ?”

            เปล่าหรอกครับ ผมแค่รู้สึกว่า คนเราจะทำอะไรก็น่าจะต้องรักสิ่งที่ตัวเองทำด้วยอย่างผมก็รักโรงพยาบาล แล้วก็รักไร่ของผมมาก ผมก็เลยอยากให้คุณปัณรักบ้านของผมด้วยนะครับ

            อ๋อ ครับตั้งแต่มาอยู่บ้านนี้เกือบเดือน เขาทำให้ปัณณทัตต้องอายจนหน้าแดงลงมาถึงคอกี่ครั้งแล้วนะ

 

ชลาธิปยืนกอดอกมองคนที่ตัวบางกว่าทำอาหารอย่างคล่องแคล่ว ดูเพลินราวกับกำลังเล่นดนตรีหวานๆอย่างไรอย่างนั้น เขากำลังท่องไปในวงดนตรีที่มองไม่เห็นโดยมีเหล่าวัตถุดิบทำอาหารเป็น เครื่องดนตรี เขาเป็นผู้ชายที่ค่อนข้างสวย     คุณหมอเคยทะเลาะกับตัวเองว่าด้วยเรื่องนี้แล้ว ..สวย ... เป็นผู้ชายจะสวยได้อย่างไร แต่จะพูดยังไงดีล่ะ ก็คนๆนี้น่ะ  สวย  แล้วก็น่ารัก  ไม่มีอย่างอื่น แค่ สวย กับ น่ารัก เท่านั้น อยากจะก้าวเข้าไปแตะ ไปสัมผัสผิวขาวๆนั่นว่ามันจะให้ความรู้สึกอย่างไร นุ่มมือแค่ไหน

            มันเป็นความรู้สึกแปลกที่บอกไม่ถูก ความสบายใจและสุขใจบางอย่างแผ่ซ่านเต็มบ้านนี้เมื่อเขาก้าวเท้าเข้ามาอยู่ที่นี่

            มีอะไรให้ผมทำอีกหรือเปล่าครับคุณหมอ

            ครับ? เอ่อ ไม่มีนี่ครับ

            ผมเห็นคุณหมอยืนจ้องผมอยู่น่ะครับ เลยคิดว่าคุณหมอจะสั่งงานเพิ่มอะไร

            ผมจะบอกว่า  ถ้าอย่างนั้นวันเสาร์นี้ผมว่า   เดี๋ยวผมไปช่วยคุณปัณซื้อของที่ตลาดดีไหมครับ ซื้อไว้เผื่อวันอาทิตย์ด้วย เพราะเขาคงจะอยู่กับเราจนถึงวันอาทิตย์ตอนเย็น

            จะลำบากคุณหมอหรือเปล่า   ปกติหยุดงานที่โรงพยาบาล คุณหมอก็ต้องไปดูแลไร่ไม่ใช่เหรอครับ

            ผมอยากจะพาคุณไปดูตลาดเช้าน่ะครับ เห็นต้นน้ำบอกว่าคุณชอบไปตอนช่วงสายๆ ตอนที่ผมออกไปทำงานแล้ว  เลยอยากจะชวนคุณไปตลาดเช้า เจ้ากูรจะไปส่งของที่ตลาดพอดีเลยอยากจะชวนคุณไปด้วย ตลาดเช้าที่นี่น่าสนใจกว่าที่คุณคิดนะครับปัณณทัตยิ้ม ทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะว่าตลาดเช้าที่นี่น่าสนใจ ก่อนจะมาเขาก็หาหนังสือมาอ่านหมดแล้วว่าที่นี่มีอะไรขึ้นชื่อบ้าง  ตลาดเช้า  ก็เป็นอย่างหนึ่ง เพียงแต่ปัณณทัตยังหาเวลาเหมาะๆไม่ได้เท่านั้นเอง

            มาครับ ผมช่วยหมอหนุ่มว่าก่อนจะที่ช่วยยกจานกับข้าวที่พ่อบ้านทำไว้เสร็จแล้ว  ปัณณทัตมองร่างสูงกว่าจัดการทุกอย่างอย่างคล่องแคล่วก็ยิ้ม เขารู้สึกประหลาดจริงๆตั้งแต่มาถึงที่นี่แล้วนั่นแหละ แต่วันนี้ดูเหมือนคุณหมอจะทำตัวประหลาดกว่าทุกวันแฮะ

            ดูยิ้มแย้มแจ่มใสมากว่าปกติ  ดูมีความสุขมากกว่าปกติ  พูดเก่งมากว่าปกติ สงสัยจะดีใจที่เพื่อนจะมา ปัณณทัตคิด สงสัยต้องงัดกลยุทธ์ตั้งแต่สมัยทำงานโรงแรมมาใช้งานซะหน่อยแล้ว

            แค่นึกว่าจะมีอะไรให้ทำตลอดทั้งวันปัณณทัตก็มีความสุขแล้ว     คุณหมอบอกให้เขารักที่นี่    โดยที่คุณหมอไม่รู้เลยสักนิดว่าพ่อบ้านคนนี้รักบ้านหลังนี้ และตั้งใจจะทำมันให้ดีขึ้นก่อนที่คุณหมอจะบอกซะอีก ...

           

วันนี้ทั้งวันของปัณณทัต หมดไปกับการดูแลสวน เขาโทรไปหาอังกูรขอเบอร์คนสวนดีๆสักคนพร้อมสถานที่ขายต้นไม้ ดอกไม้ พอสายๆหน่อย คนสวนเกือบสูงอายุก็มาถึง เขาเป็นคนแก่ที่มีความเชี่ยวชาญในงานของตัวเองมากคนหนึ่ง รู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับการทำสวน การลงดอกไม้ ปุ๋ย ดิน ปัณณทัตชื่นชมคนแบบนี้ เพราะเชื่อว่าทุกอาชีพหากจะทำให้ดีได้นั้นจะต้องรู้ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับมันจริงๆ คงจะเป็นเพราะอย่างนี้ บ้านของปัณณทัตจึงรักเขามาก เพราะแม้จะรับหน้าที่ผู้จัดการอยู่ที่แผนกแม่บ้าน แต่หากมีอะไรขาดเหลือ หรือเกิดปัญหาขึ้นไม่ว่าส่วนใด แผนกใดของโรงแรม ปัณณทัตจะสามารถลงไปดูแลได้ทั้งหมด

            พอบ่ายแก่ๆ สวนดอกไม้รอบๆบ้านก็เสร็จเกือบทั้งหมด เหลือไว้แต่การรดน้ำ ที่คงต้องรอให้เย็นกว่านี้ พอคนสวนกลับ ปัณณทัตก็วิ่งไปที่ห้องเก็บของ ที่เป็นเรือนเล็กๆแยกออกไปจากตัวบ้าน หยิบเอาเครื่องมือและกรอบรูปเก่า ขึ้นมาปัดฝุ่น พร้อมกับของสองสามอย่างที่ถูกเก็บไว้ในเรือนนั้นมาที่บ้าน  แล้วจึงนำทุกอย่างที่ได้มาขึ้นประดับตามที่ต่างๆ กว่าจะเสร็จก็ถึงกับหอบทีเดียว

เสียงรถที่มาจอดอยู่ที่หน้าบ้าน เรียกให้คนสองคนในครัวเหลียวหลัง หมอหนุ่มเดินยิ้มอารมณ์ดีเข้ามาให้บ้านเพราะทันทีที่จอดรถเขาก็เห็น สวนดอกไม้ใหม่ที่ออกดอกบานสะพรั่งราวเนรมิต แล้วก็ยิ้มให้กับผนังบ้านที่ไม่ได้ว่างเปล่าเหมือนเดิมอีกต่อไป ทว่ามีภาพดอกไม้งามหลายอันมาติดไว้ นี่เขาคงเข้าไปหามาจากในเรือนเก็บของแน่ๆ ของพวกนี้เคยเป็นของพี่สาวหมอชลาธิปมาก่อน แต่เมื่อเจ้าของเสียไป ก็ไม่มีใครรักษาดูแล ทำให้ดูเก่าและไร้ราคาไปมาก เขาจึงนำพวกมันไปเก็บไว้ในเรือนเก็บของซะ   ไม่คิดว่าปัณณทัตจะเห็นมัน  และไม่คิดว่ารสนิยมกรแต่งบ้านของปัณณทัตจะคล้ายๆกับพี่สาวของเขาด้วย

            นี่ถ้าเป็นคนเชื่อเรื่องภูตผีสักหน่อย คงคิดว่าพี่สาวของเขามาสิงอยู่ในร่างของปัณณทัตแล้ว ช่วยจัดบ้านให้แน่ๆ

            สวนดอกไม้สวยจังครับคำทักทายแรกที่ปัณได้รับจากคุณหมอ เมื่อเขาค่อยๆทยอยนำอาหารมาวางบนโต๊ะ

            ล้อเลียนผมเหรอครับ  สวนพวกนั้นหลอกตานะ    ส่วนที่ผมเพิ่งปลูกยังไม่มีสักดอกเขาพูดประชดทว่าก็หัวเราะเสียงดัง  ผมสั่งให้ลุงเจ้าของสวนดอกไม้แกเอามาแต่ที่มีดอกแล้วนะครับ ดอกไม้ของลุงสวยดีนะครับ ดูแข็งแรงดีด้วย เห็นว่าลุงชื่อแว่วนะ

            แล้วคุณปัณ ไปรู้จักลุงได้ยังไงครับเนี่ย ลุงแว่วนี่มือหนึ่งของที่นี่เลยนะครับ

            ผมได้เบอร์มาจากคุณกูรนะครับ ช่วงนี้ผมเจอเขาบ่อย นี่ก็มารับมาส่งต้นน้ำทุกวันเลย เห็นว่าเป็นห่วงเพราะเป็นช่วงสอบปัณณทัตพูดไปยิ้มไป แต่ในใจก็แอบสงสัยอยู่เหมือนกันว่า ทำไมเวลาพูดเรื่องอังกูรทีไร แก้มย้อยๆของเจ้าต้นน้ำถึงได้ขึ้นเรื่อเป็นสีแดงซะทุกที ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน

            แต่เหมือนเป็นรอยยิ้มที่เกิดจากความสุขนะ..

ปัณณทัตรู้สึกหมดแรงไปซะดื้อๆ คงเป็นเพราะวันนี้ทำงานหนักกลางแจ้งมาทั้งวัน เป็นเวลานับเดือนทีเดียวที่เขาไม่ค่อยได้ออกมาข้างนอกตอนกลางวันอย่างในวันนี้

            ตอนนี้ร่างบางรับรู้ว่าตัวเองตัวร้อนๆ แต่กลับรู้สึกหนาวๆ ภาพตรงหน้าก็เดี๋ยวมืดเดี๋ยวสว่างคล้ายๆใครมาเปิดปิดไฟเล่นๆ เขาพยายามเดิน   ประคองตัวเองให้ตรง    เพื่อไปช่วยต้นน้ำหยิบจานช้อนส้อมในครัว ทว่า.... 

            คุณปัณ คุณปัณครับ ปัณ ปัณเป็นอะไร?!!!??” 

แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องเข้ามาคลอเคลียที่ใบหน้าของปัณณทัตที่ตอนนี้นอนคุดคู้อยู่เตียงนุ่ม    ชายร่างเล็กยังรู้สึกอ่อนเพลียอยู่ไม่น้อย เขาตกใจเมื่อคิดได้ว่าเมื่อวานนี้เขาเป็นลมล้มลงไปต่อหน้าต่อตาเจ้า ของบ้านและต้นน้ำ จะมีใครได้ทานอาหารกันหรือยังนะ แล้วตอนนี้กี่โมงแล้วเนี่ย? เขาอยากจะลุกจากเตียงใจแทบขาด แต่ไม่ว่าพยายามเท่าไร ความรู้สึกอ่อนเพลียและปวดหัวจนแทบระเบิดก็เอาชนะเขาไปซะทุกครั้ง

            เสียงเปิดประตูที่หน้าห้องดังขึ้น พร้อมกับร่างชายหนุ่มตัว หนากว่า เดินเข้ามานั่งอยู่บนเตียงข้างของร่างเล็กที่ยังไม่มีแรงแม้ กระทั่งลืมตา สักพักปัณณทัตก็รู้สึกถึงความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามายังร่างของเขาผ่านทางมือที่อังอยู่ที่หน้าผาก มือใหญ่นั้นคงจะอยากรู้ว่าอุณหภูมิในร่างกายของเค้านั้นเป็นอย่างไร แต่เขากลับต้องตัวเกร็งเมื่อมือหนาค่อยๆไล้แก้มเนียนเบาๆคล้ายจะเขี่ยปอยผมที่ปกลงมาที่แก้ม ก่อนจะบรรจงจูบลงไปที่แก้มนั้นอย่างนุ่มนวล

            ชลาธิปออกจากห้องไปแล้ว ทิ้งให้คนในห้องหัวใจเต้นแรง เรี่ยวแรงที่ไม่มีอยู่แล้ว ยิ่งเหมือนถูกสูบออกไปจนหมดจากรอยจูบเมื่อครู่

ปัณครับ ปัณครับ ตื่นมาทานอะไรก่อนเถอะ จะได้กินยา แล้วค่อยนอนต่อนะครับเสียงนุ่มๆปลุกให้อีกคนลืมตา ปัณณทัตหน้าขึ้นสีเรื่อ เมื่อคิดถึงสิ่งที่คุณหมอเพิ่งทำกับเขาเมื่อครู่ แล้วคุณหมอเลิกเรียกเขาว่า คุณ ไปตั้งแต่เมื่อไรกันนะ ความสนิทชิดเชื้อที่คุณหมอมอบให้นี้ก็เรียกสีที่หน้าได้อีกเช่นเคย

            ปัณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ อาการไม่ดีขึ้นเหรอ ทำไมหน้าแดงแบบนี้ล่ะ ปวดหัวหรือเปล่า หืม?” น้ำเสียงนั้นอบอุ่นอย่างที่ปัณไม่คิดว่าจะได้รับ มือหนาวัดอุณหภูมิของคนป่วยอีกหน

            คุณหมอไม่ไปทำงานเหรอครับ

            ผมบอกทางโรงพยาบาลไปแล้วว่าวันนี้ขอเข้าบ่าย อยากจะดูแลปัณก่อน พอดีวันนี้มีหมอเวรคนอื่นด้วยครับ

            ไม่น่าต้องให้เดือดร้อนเลยครับ รบกวนเวลาคุณหมอเปล่าๆ เดี๋ยวผมก็หายแล้ว แค่อ่อนเพลียเท่านั้นเอง

            ทำไมล่ะ?     ปัณไม่อยากจะเห็นหน้าผมมากขนาดนั้นเลยเหรอ?”  เสียงนั้นห้วนสั้นจนปัณตกใจ รีบขอโทษขอโพย เพราะคิดว่าทำให้อีกคนโกรธ โดยไม่รู้ว่าตัวเองต่างหากที่โดนแกล้งเข้าให้แล้ว ทานข้าวเถอะครับ ผมไปซื้อโจ๊กที่ตลาดมาให้ทานนะครับ ลุกขึ้นมาทานซะหน่อย จะได้ทานยาปัณยกตัวขึ้นมาพิงหัวเตียงไว้ แล้วทำท่าว่าจะไม่ไหว ดังนั้นคุณหมอจึงรับหน้าที่ป้อนข้าว ป้อนน้ำ รวมทั้งป้อนยาให้ด้วย จากนั้นเขาก็หายไปทิ้งให้คนป่วยนอนอยู่บนเตียง

เสียงก้อกแก้กที่หน้าห้องทำให้ปัณต้องยกศีรษะขึ้นมาดู ก็เห็นว่าคุณหมอยกกะละมังน้ำใบย่อมพร้อมผ้าขนหนูผืนเล็กเข้ามาด้วยแล้ว

            เช็ดตัวนะครับ เดี๋ยวผมทำให้คุณหมอหนุ่มไม่สนใจคำคัดค้าน เขาค่อยๆเช็ด

            เอ่อ ไม่ต้องก็ได้ครับ เดี๋ยวผมอาบน้ำก็ได้ แค่นี้เอง

            แค่นี้เองได้ยังไงครับ เป็นไข้ขนาดนี้ให้ผมเช็ดตัวให้ดีกว่านะคุณหมอบอกน้ำเสียงอ่อนโยน  เมื่ออีกฝ่ายดึงดันที่จะทำ ปัณจึงได้แน่นั่งนิ่งๆ ก้มหน้าก้มตา จะบอกได้ยังไงล่ะว่าเขิน ... ตั้งแต่เกิดมาคนที่เคยเช็ดตัวให้ก็มีคุณแม่ กับ แม่นมนั่นแหละ

            แต่เมื่อเห็นปัณเอาแต่นั่งนิ่งอีกฝ่ายเลยเข้าใจผิด

            ปัณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ ปวดหัวเหรอ? หรือว่าโกรธผม ผมว่าอย่างหลังแน่เลย

            เปล่าครับ ไม่ใช่ปัณตอบเสียงห้วน หวังจะปิดบังความเขินอายนั่นแหละ  หมอชำเลืองมองคนไข้แสนดื้อของเขา  ปัณรู้ว่าเขาไม่เชื่อหรอก แต่จะทำยังไงล่ะ ให้บอกตรงๆว่าเขินหรือไง

            อย่าโกรธผมเลยครับ ผมแค่อยากให้ปัณหายป่วยไวๆ เป็นหมอ   จะเข้าใจญาติคนไข้ก็ตอนนี้แหละครับ    ตอนที่คนของเราไม่สบายน้ำเสียงนั้นอ่อนโยน ก่อนจะยกมือขึ้นแตะที่หน้าผากขาวซีด ตัวยังรุมๆอยู่เลยครับคุณหมอเขยิบเข้าไปใกล้อีกนิด ... อีกนิด แล้วบรรจงจรดปากเข้าไปที่ริมฝีปากเล็ก      เขาแตะต้องมันอย่างแผ่วเบา มือก็ค่อยยกขึ้นโอบร่างเล็กที่ตอนนี้ตัวเกร็งไปหมดแล้ว

            หัวใจของปัณเต้นไม่เป็นจังหวะ   ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ รับรู้แล้วว่านี่ไม่ใช่การจูบหน้าผากเพื่อลากันในตอนเช้าเหมือนที่เคยได้รับสัมผัส  พอรู้ตัวก็รีบยกมือทั้งสองขึ้นมาผลักร่างหนาออก แต่เพราะร่างกายที่อ่อนแอทำให้หมอชลาธิปไม่ได้รู้สึกสะเทือนเลยสักนิด แขนของหมอกลับยิ่งโอบกระชับแน่นขึ้นไปอีก  ปากก็ไม่หยุดที่จะกดริมฝีปากบางเอาไว้อย่างต่อเนื่อง ละเรื่อยมาจนถึงลำคอ

            ผมแค่อยากจะทำให้คุณตัวเย็นขึ้นเร็วๆหมอพูด เขาเคยได้ยินคำพูดเหล่านี้ตอนที่กลุ่มพยาบาลคุยถึงละครหลังข่าว  แต่จำไม่ได้ว่ามีอะไรแบบนี้ในหนังสือเรียนแพทย์ของเขาหรือไม่ ปัณไม่รู้สึกว่ามันจะเป็นไปอย่างที่หมอบอก ตอนนี้ร่างกายของเขานอกจากจะไม่เย็นลงเลยแล้ว ยังร้อนรุ่มคล้ายถูกแผดเผาเอาซะมากกว่า

            อื้อ คุณหมอครับ อย่าปัณรีบบอกเมื่อคุณหมอหันไปสนใจคอและใบหูของเขา ทว่าลิ้นนุ่มๆของคุณหมอกลับมาทำหน้าที่ของมันอย่างรวดเร็ว  คุณหมอสอดแทรกลิ้นเข้าไปในโพลงปากพร้อมดูดกลืนลิ้นจนปัณอ่อนแรง  จากที่ขัดขืนก็กลายเป็นเสียวซ่าน  จนต้องจิกเล็บตัวเองลงไปที่หัวไหล่ของหมอ ก่อนที่สติสัมปชัญญะเฮือกสุดท้ายจะบอกว่านี่เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง

            อย่าครับคุณหมอ ทำแบบนี้ไม่ได้”  ปัณบอกเสียงสั่น  อีกนิดเดียวเขาก็จะควบคุมตัวเองไมอยู่แล้ว ปัณรู้สึกร้อนวูบวาบที่ใบหน้า และรู้อยู่แก่ใจว่า ไม่ได้เกิดจากพิษไข้

            ทำไมล่ะครับ เราก็รู้สึกดีๆต่อกันไม่ใช่เหรอแววตาของคุณหมอมองมาทำให้ปัณใจสั่น      ตอนนี้ปัณต้องต่อสู้กับตัวเองมากกว่าต่อสู้กับคุณหมอซะอีก ใช่ไหมครับ?” ปัณเขินอายจนไม่รู้ว่าจะเอามือไปวางไว้ที่ไหน ไม่รู้จะหันเหสายตาไปมองตรงไหนด้วย รู้แต่ว่าไม่กล้าสบตากับคุณหมอตอนนี้เลยจริงๆ

            ผมไม่รู้ครับมือหน้าช้อนคางของปัณแล้วบังคับให้หันมาสบตากัน

            ไม่รู้จริงๆ  เหรอครับ  หืมไม่รู้จริงเหรอว่าเราสองคนรู้สึกยังไงต่อกัน ผมชอบคุณนะปัณร่างหนาค่อยๆพรมจูบลงทั่วใบหน้าและลำคอ  ไม่ได้ชอบแบบเจ้าของบ้านกับพ่อบ้าน  แต่ชอบแบบอื่นปากของคุณหมอยังคงวนไปวนมาอยู่ที่ริมฝีปากบาง มือแกร่งตรึงคางเล็กเอาไว้ไม่ไห้หลบหนี ตกลงปัณชอบผมบ้างหรือเปล่า

            เอ่อ ... ผมกำลังไม่สบายนะครับ คุณหมอจะติดไข้

            ตอบไม่เห็นตรงคำถามเลยเสียงคุณหมอเย้าหยอก ชลาธิป อยากจะลุกขึ้นเฮเลยด้วยซ้ำที่เห็นแก้มแดงๆของคนป่วยที่แดงขึ้นไปอีกในตอนนี้ ตกลงเรารู้สึกดีๆต่อกันใช่ไหมครับ?” ชลาธิปรู้ว่าตัวเองออกจะขี้โกงหน่อยๆ แต่เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เขาต้องการ มันก็ต้องรุก!

            ครับ .. ใช่ครับยังไม่ทันขาดคำ คุณหมอก็ประกบริมฝีปากแล้วโหมดูดเม้มจนอีกฝ่ายส่งเสียงครางอย่างเสียวซ่าน

            อืม...คุณหมอ พอก่อนครับ ผมไม่สบาย

            ครับ งั้นหมอจะทำเบาๆนะ

 

            ทำอะไรครับ?!!???”

TBC

 

 

 

ความคิดเห็น