aiaeaaiaea

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนพิเศษ : กลับบ้านเรา รักรออยู่

ชื่อตอน : ตอนพิเศษ : กลับบ้านเรา รักรออยู่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ย. 2560 11:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนพิเศษ : กลับบ้านเรา รักรออยู่
แบบอักษร

ตอนพิเศษ กลับบ้านเรา รักรออยู่



แม้จะมีวันหยุดแค่ไม่กี่วัน แต่ผมก็อยากกลับบ้าน อีกอย่าง แม่บอกว่าพ่อมีอาการปวดหลัง เพราะคิดว่าตัวเองยังหนุ่มเลยโชว์แบกลังมะม่วงขึ้นรถให้ลูกค้า สรุป หลังเกือบเดาะ แต่ก็ไม่เป็นอะไรมาก หาหมอ กินยาก็ดีขึ้นมาก แต่ผมก็ยังเป็นห่วง และอยากกลับไปดูกับตาอยู่ดี เพื่อความสบายใจ


“ทำไมพี่ไม่นั่งเครื่องบิน” ไอ้เม่นถามผมรอบสอง รอบแรกถามขณะซื้อตั๋ว อีกรอบคือตอนนี้ที่เราขึ้นมานั่งบนรถทัวร์แล้ว 


“ขี้เกียจ” ตอบแบบเดิมเหมือนคราวแรก ไอ้เม่นก็ยังนั่งหน้ามุ่ย “หรือมึงเมารถทัวร์?”


“บ้าน่า ผมเนี่ยนะ นั่งรถทัวร์มาตั้งหลายรอบ” ผมสังเกตอาการของมันแล้วก็นึกแปลกใจ มือไอ้เม่นเหงื่อออกเยอะมาก หรือมันจะกลัวจริงๆ วะ


“กูมียาแก้เมารถ สักเม็ดไหม” ลองหยั่งเชิงดู ไอ้เด็กข้างๆ หันมามองก่อนพยักหน้าลง “กูว่าแล้ว” พูดขำๆ ไอ้เม่นหน้ายู่ลงเลยทีเดียว 


ผมเอายาแก้เมารถให้เด็กเมืองกรุงกิน ไอ้นี่ก็สำออยอิดออดอยากให้ผมป้อนยา ป้อนน้ำ มือมึงเป็นง่อยหรือไงวะ แม่ง ถึงจะบ่น ผมก็ป้อนมันอยู่ดี 


ไม่น่ามีแฟนเด็กเลยไอ้ม่าน


พอถึงเวลาออกรถ ไอ้เม่นก็มองไปรอบๆ มันนั่งด้านนอกติดทางเดิน ส่วนผมนั่งด้านใน เห็นอาการมันแบบนี้ผมก็ชักหวั่นๆ เลยลุกสลับที่นั่ง รถทัวร์ขับออกมาจากเมืองกรุงมุ่งหน้าสู่ภาคเหนือ สองข้างทางในตอนเย็นๆ โพล้เพล้แบบนี้ก็สวยดีนะครับ แต่แดดสีส้มก็ยังแสบตาจนต้องปิดผ้าม่าน ละสายตาจากนอกหน้าต่างกลับเข้ามา ไอ้คนข้างๆ หลับไปแล้ว 


ไอ้เม่นจะรอดถึงเชียงใหม่ไหมวะเนี่ย


ที่ผมไม่อยากเอารถมาเองก็เพราะกลัวขับไม่ไหว ผ่านการสอบมาอย่างหนักซึ่งสติแทบไม่มี อีกอย่างไปแค่ไม่กี่วัน นั่งรถไปแบบนี้ประหยัดกว่าเยอะ หากเอารถไปเอง เสียค่าน้ำมันแถมต้องเอารถไปเช็คเพื่อความปลอดภัยอีก เปลืองนะครับนั่น 


มองไอ้เม่นหลับได้ไม่นานผมก็ผล็อยหลับไปด้วย แต่ก็หลับๆ ตื่นๆ เพราะรถจอดรายทาง อันนี้แหละที่เริ่มคิดว่าตัดสินใจผิด จะจอดเยอะไปไหนครับพี่ พอจะหลับๆ ดันจอดอีก คนขึ้นมาอีก ไม่ได้นอนเต็มตาเลยให้ตาย


จากท้องฟ้าเป็นสีส้ม ตอนนี้มืดสนิทชนิดที่มองไม่เห็นอะไรเลยด้านนอกตัวรถ แอร์เย็นๆ ชวนให้นอนอีกรอบ คราวนี้ผมเอนหัวซบกับหัวอีกคนที่วางบนไหล่ ไอ้นี่ก็หลับสบายเกินไป สบายจนน่าอิจฉา และกว่าจะรู้ตัวอีกทีบนรถทัวร์ก็เปิดไฟและพนักงานเดินมาบอกว่าถึงปลายทางแล้ว 


นี่ผมหลับลึกขนาดไม่รู้อะไรเลยเหรอเนี่ย คงเพราะตอนนี้ยังอยู่ในช่วงใกล้เช้า นาฬิกาดิจิตอลของรถบอกเกือบๆ ตีสอง โคตรเช้า ไม่สิ ถ้าตอนอยู่มหาลัย บางวันเวลานี้ผมเพิ่งจะเข้านอน 


“ไอ้เม่น ตื่น” เขย่าร่างเด็กยักษ์ที่ทำเอาไหล่ผมชาไปครึ่งซีก “เม่น ถึงแล้ว”


“ถึงแล้วเหรอ” พูดเสร็จก็อ้าปากหาวออกมาจนเห็นถึงลำไส้ 


“เออ ลงได้แล้ว” ผมเริ่มเก็บกระเป๋า ส่วนคนข้างๆ ยังนั่งตาปรือ “เม่น”


“ครับๆ รู้แล้วครับ” 


เก้าชั่วโมงกว่าในการนั่งรถมาเชียงใหม่ โคตรเมื่อยตัว ลงจากรถได้ผมก็บิดขี้เกียจจนกระดูกลั่นไปหมด ไอ้เม่นยืนหน้าง่วงรอกระเป๋าข้างตัวรถ มาถึงเวลานี้ผมไม่ได้บอกพ่อกับแม่ให้ออกมารับหรอกนะครับ เพราะผมจองโรงแรมไว้แล้ว อย่างน้อยก็รอให้เช้าก่อนค่อยกลับบ้าน 


ยานพาหนะที่ผมเลือกคือรถสี่ล้อแดง เคยอ่านผ่านๆ เขาว่าถ้าพูดภาษาไทยจะได้อีกราคา แต่ผมคนเหนือก็ต้องพูดเหนือสิ โรงแรมที่จองก็ไม่ได้ไกลมาก ลุงคนขับแกก็ใจดี คิดคนละยี่สิบบาทแถมนั่งบ่นให้ฟังเรื่องราคาค่าโดยสารที่เขาว่าคิดแพง ทั้งที่ราคาน้ำมันก็ขึ้นเอาๆ คนขึ้นก็น้อย ภาระแกก็เยอะ และอีกสารพัดเรื่อง เอาซะหายง่วงเลย พอลงจากรถได้ ผมกับไอ้เม่นก็รีบเข้าไปเช็คอิน ขอขึ้นไปนอนให้คลายเมื่อยหน่อยเถอะ


“พี่ทำยังไงให้เขาคิดเงินแค่ยี่สิบเหรอ” ระหว่างเดินขึ้นห้อง ไอ้เม่นก็ถาม 


“กูเก่ง” ตอบปุ๊บ ถูกตบหัวปั๊บจนผมต้องถลึงตาใส่ แต่ไอ้คนทำมันไม่สำนึกสักนิดว่าตบหัวคนแก่กว่า เล่นกูซะแล้วไอ้เม่น 


ห้องสามสองห้าคือห้องที่จองได้ ผมเปิดประตูเข้าไป เสียบบัตรไฟกับแอร์ก็ติด ห้องราคาไม่แพงแต่สภาพดีมาก ผมทิ้งข้าวของสัมภาระทุกอย่างแล้วทิ้งตัวนอนบนที่นอน ข้างๆ คือไอ้เม่นนอนคว่ำหน้าอยู่


“มึงนอนดีๆ” ผมพูดออกมาทั้งที่ยังหลับตา 


“ครับ” เสียงตอบกลับไม่ได้ทำให้ผมคลายคิ้วที่ขมวด


“ไอ้เม่น กูบอกให้นอนดีๆ” บอกอีกรอบ พร้อมเพิ่มเสียงเข้มขึ้น


“ก็นอนดีๆ แล้วไง” 


“นอนดีเชี่ยไร เอามือมึงออกจากเสื้อกู” คราวนี้ผมลืมตาขึ้นมา จับมือที่ล้วงเข้ามาในเสื้อออก “นอนดีๆ ไม่เป็นหรือไงวะ ล้วงๆ ควักๆ อยู่นั่น” ง่วงครับ รำคาญด้วยส่วนหนึ่ง


“ก็มันเคยล้วงๆ ควักๆ เกือบทุกวันนี่นา” ไอ้เม่นขยับนอนตะแคง สายตามันโคตรชั่วร้ายยามจ้องหน้าผม ดูท่าจะไม่ค่อยดีผมเลยพลิกตัวหันหลังให้มันแทน แล้วอย่าไปเชื่อเรื่องล้วงๆ ควักๆ มันโกหก “พี่ม่าน” 


“ไอ้เม่น กูง่วง” ขยับตัวหนีเริ่มลำบาก รู้สึกพลาดอีกแล้วที่นอนหันหลัง แต่ไม่ว่าจะนอนยังไงผมก็พลาดตลอดนั่นแหละ “ปล่อย กูง่วง”


“แค่นอนกอดเฉยๆ เอง ไม่กอดนอนไม่หลับ” พูดจบมันก็ดึงผมเข้าไปจนแทบจะจมในอกอุ่น “ฝันดีเมียเม่น”   “เออ” 



***************



เช้าวันใหม่ ผมนั่งรอพ่ออยู่ที่จุดนัด รอไม่นานรถกระบะป้ายแดงสี่ประตูก็โฉบเข้ามาจอด รถใหม่ที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงนะครับ เพราะปีนี้ผลไม้สวนในราคาดี พ่อกับแม่ผมเลยอยากได้ของขวัญให้กับตัวเอง เลยไปจิ้มรถคันนี้มา


“พ่อกินข้าวหรือยังครับ” ไม่ใช่ผมหรอกนะครับที่ถาม ไอ้เม่นเสนอหน้าไปนั่งข้างพ่อผม โดยขับไล่ให้ผมมานั่งเบาะหลัง 


“กินแล้วสิ แล้วนี่กินข้าวกันหรือยัง” พ่อตอบไอ้เม่น ก่อนหันมาถามผม


“กินโจ๊กที่เซเว่นเมื่อกี้” ผมตอบ พ่อก็พยักหน้า จากนั้นก็นั่งคุยกับไอ้เม่นจนลืมว่าผมนั่งอยู่ด้วย 


นี่ผมหรือไอ้เม่นเป็นลูกแท้ๆ วะ รู้สึกเป็นส่วนเกิน


พอรถจอดสนิทหน้าบ้าน แม่ผมยืนรอรับด้วยรอยยิ้ม ผมรีบเปิดประตูลงไปกะจะเข้าไปกอด แต่แม่ผมเดินผ่านหน้าไปกอดไอ้เม่นแทน 


“แม่ ม่านอยู่นี่” หน้างอจนแม่หัวเราะแล้วเดินมากอด “คิดถึง” กอดเต็มรัก


“กระดูกแม่จะหักแล้ว” พอแม่พูด ผมก็รีบคลายอ้อมกอด “เข้าบ้านๆ” 


ผมกับไอ้เม่นเอากระเป๋าไปเก็บที่บ้านหลังเล็กก่อนจะเดินเข้าไปบ้านใหญ่ แม่ทำกับข้าวหอมจนท้องร้องโครกคราก ผมที่กำลังจะอ้าปากอ้อนก็ถูกตัดหน้าจากไอ้เม่น ไอ้นี่มันเด็กขี้อิจฉาแน่ๆ...หมายถึงผมเนี่ย


“เม่นคิดถึงแม่ม๊ากมาก” เบะปากใส่ไอ้คนที่เสนอหน้าอ้อนแม่ผม ส่วนแม่ก็หัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ เห็นหัวไอ้ม่านคนนี้บ้าง อิจฉาจนตาจะเหล่อยู่แล้ว


“แล้วนี่มากี่วันล่ะ” พอถามเรื่องนี้แม่ก็หันมาหาผม 


“กลับพรุ่งนี้” ผมบอก แม่ก็ทำตาโต 


“มาวันสองวันจะมาทำไม เปลืองเงิน” แม่หน้าบึ้งจนไอ้เม่นต้องกอดเอวอ้อน 


“จะวันหรือสองวัน แค่ได้มาหาแม่ เม่นก็สุขใจแล้วครับ เรื่องเงินมันน้อยนิด โอ๊ย พี่ม่าน” ที่มันโวยวายเพราะผมยื่นมือไปตบหัว เสี่ยงต่อการถูกแม่หยิกมากแต่ก็จะทำ น่าหมั่นไส้เหลือเกินลูกอ้อนมัน “เม่นพาพี่ม่านมาเองครับ”


“แม่ไม่ต้องเชื่อมัน ม่านจะมาตั้งแต่วันพุธแล้ว แต่ไอ้นี่มันมีเรียนเลยต้องมาเมื่อวาน” เมื่อวานคือวันศุกร์ ฉะนั้นก็อยู่ได้แค่เสาร์อาทิตย์ น้อยนิดเหลือเกิน 


“ก็เม่นคิดถึงแม่นี่” 


“อ้อนได้กวนตีนมาก โอ๊ย แม่” 


นั่นไงครับ โดนหยิกจนได้ คนทำให้ผมโดนก็ลอยหน้าลอยตาจนอยากตบกะโหลกสักที คุยกันอีกนิดหน่อยก็กินข้าวเช้าที่ค่อนสาย กินเสร็จก็ถึงเวลาไปช่วยงานพ่อ ตอนแรกคิดว่าอาการปวดหลังนั่นจะรุนแรง แต่เท่าที่เห็นคงไม่เป็นอะไรมาก พ่อผมยังขุดดิน ใส่ปุ๋ยได้เป็นปกติ 


ไอ้เม่นเดินไปช่วยพ่อผมขุดดิน เห็นแล้วก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ ตั้งแต่มาคบกับผม ผิวขาวๆ ของมันก็เริ่มคล้ำขึ้น เพราะมันชอบไปรอผมที่แปลงบ่อยๆ 


“พ่อ ใช้งานมันหนักๆ ไอ้นี่มันแรงเยอะ” ผมตะโกนบอก ไอ้เม่นทำตาโตส่วนพ่อผมก็ขำอย่างเดียว


แสงแดดตอนเที่ยงเริ่มทำให้ร้อนอบอ้าวจนต้องเข้าที่ร่ม ไอ้เม่นมานั่งบนแคร่หน้าบ้าน ส่วนผมก็เดินตามพ่อเข้าไปเอาน้ำเย็นมาให้คุณชายที่นั่งรับลมอยู่ด้านนอก 


“ครอบครัวมันเป็นยังไงบ้าง ดีกันหรือยัง” พ่อผมถามขณะเทน้ำเย็นใส่แก้ว 


“ก็ดีนะพ่อ ช่วงนี้ไอ้เม่นไปหายายมันบ่อย เมื่อก่อนไม่เข้าไปเหยียบด้วยซ้ำ” ผมพูดขณะกินส้มที่แม่ซื้อมาจากตลาด ช่างเปรี้ยงโด่ง และเปรี้ยวตามเหลือเกิน สรุปคือเปรี้ยวมาก ไม่มีความหวานโผล่มาให้ลิ้มรสจนต้องคายทิ้ง 


“ดีแล้ว ทำให้ครอบครัวดีกัน ได้บุญ” ผมขำในสิ่งที่ได้ยิน


“มันมีด้วยเหรอพ่อ บุญแบบนั้น”


“มีสิ ทำให้คนเข้าใจกันมันก็ได้บุญ” 


“สาธุ” 



ผมหยิบเอาน้ำที่พ่อเทใส่แก้วออกมาให้ไอ้เม่น มือก็ลูบหัวตรงที่ถูกเขกส่งท้าย ชอบทำร้ายลูกเหลือเกิน พอเดินออกมาเห็นไอ้เม่นนั่งตัวแข็งทื่อมองที่เสาข้างๆ 


“ทำอะไรวะ” ส่งเสียงไป ไอ้เม่นก็ยังเงียบ “เม่น เป็นไร”


“พะ พี่ดู” ไอ้เม่นเสียงสั่นชี้นิ้วไปที่เสาหน้าบ้านด้านหลังแคร่ 


“อะไรวะ เชี่ย” พอเงยหน้าขึ้นก็ตกใจผงะ ตุ๊กแกตัวเท่าแขนเกาะอยู่ แถมยังจ้องหน้าไอ้เม่นด้วย “ตัวโคตรใหญ่” 


“ใช่พี่ มันมองผมด้วย ทำไงดี ถ้าวิ่งมันจะกระโดดใส่ผมหรือเปล่า” ไอ้เม่นทำสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ ผมก็หัวเราะตัวงอ “ไม่ตลกนะเว้ย” 


“มึงกลัวตุ๊กแกเหรอวะ อ่อนว่ะ” ผมว่า ไอ้เม่นมองค้อนเพราะเถียงไม่ออก “กูสนิทดี นี่ตุ๊กแกสมัยกูยังเป็นเด็ก สนิทกัน ซี้กันเลย” อวดครับ ผมเห็นพี่ตุ๊กแกตัวนี้ตั้งแต่เด็กจริงๆ ถ้าจำไม่ผิดนะ 


“จริงเหรอ งั้นพี่ไล่ไปให้หน่อย ขาผมไม่มีแรงแล้วเนี่ย” คนกลัวตุ๊กแกเบ้หน้าอย่างตลก 


“เออๆ แค่นี้เอง มึงนี่นะ” มองหาไม้ที่จะเอามาไล่ พอเจอก็ไปหยิบมา ไม้ยาวเมตรกว่าๆ น่าจะจิ้มตัวมันได้พอดี “มึงคอยดู กูซี้กับพี่เขา” ว่าแล้วก็เอาไม้จิ้ม “เชี่ย” 


ทั้งผมกับไอ้เม่นสะดุ้งโหยงเมื่ออยู่ๆ ตุ๊กแกก็ขยับแถมอ้าปากส่งเสียงขู่ ดวงตาสีเหลืองจ้องตรงมาคล้ายกับพร้อมตะครุบเหยื่อ 


“ไหนพี่ว่าซี้กัน มันจะกัดเราหรือเปล่า” ไอ้เม่นกระโดดออกมาจากแคร่มายืนซ้อนหลังผม 


“ก็กูไปอยู่กรุงเทพนาน พี่เขาอาจจะจำหน้ากูไม่ได้ไง เดี๋ยวลองคุยกับพี่เขาก่อน” ยังทำใจดีสู้เสือ ผมเอาไม้เขี่ยๆ ก่อนจะลองคุย “พี่ตุ๊กแกครับ จำม่านคนนี้ไม่ได้เหรอ เราเคยเจอกันมาแล้วนะ ตอนที่ม่านยังเด็กๆ ไง จำได้ไหม ม่านที่น่ารักๆ ไง พี่จำ เชี่ย” ตุ๊กแกเหมือนจะฟังไม่รู้เรื่อง เพราะขยับหันหัว ปากก็ยังอ้า แถมส่งเสียงขู่ดังกว่าเดิม 


“พี่ มันจะกระโดดมาหาเราหรือเปล่า” ไอ้เม่นก็บิ้วจังวะ 


“กูลืมไป พี่เขาอาจฟังภาษากลางไม่ออก เดี๋ยวกูพูดคำเมืองใส่ แป๊บเดียวก็น่าจะรู้เรื่อง” ว่าแล้วผมก็พูดภาษาเหนือใส่ “อ้ายต๊กโตจ๋ำน้องม่านคนนี้บ่ได้กา น้องม่านคนเดิมที่หล่อๆ น่ะ อ้ายจ๋ำได้ก่” (แปล พี่ตุ๊กแกจำน้องม่านคนนี้ไม่ได้เหรอ น้องม่านคนที่หล่อน่ะ พี่จำไม่ได้เหรอ) 


“พี่ม่าน มันจ้องหนักกว่าเดิมด้วย” ใช้หางตาแลไอ้เม่นที่จับเสื้อที่ไหล่ผมแน่นมาก “พี่ม่าน”


“กูเห็นแล้ว เขาฟังกูรู้เรื่องไง” พูดเสร็จก็ต้องถอยหลัง เมื่อพี่ตุ๊กแกเริ่มขยับขาเดิน “หรือไม่รู้วะ”


“ผมว่า ต้องไม่รู้แน่ พี่ม่าน” 


“กูก็ว่างั้น วิ่งสิวะ เชี่ย”


ทั้งผมกับไอ้เม่นแหกปากร้องลั่น เมื่อตุ๊กแกตัวเท่าแขนอ้าปากขู่พร้อมไต่ลงจากเสามาอย่างไวแถมกระโดดมาบนแคร่ โกยอย่างไม่คิดชีวิตครับตอนนี้ ก่อนเราสองคนจะมาหยุดหอบอยู่นอกเขตบริเวณบ้าน เหนื่อยยิ่งกว่าเล่นฟุตบอลอีก 


“พี่ว่า มันจะตามมาไหม” 


“ไม่มาแล้วมั้ง” ถึงตอบแบบนั้นแต่ตาก็ยังชะเง้อมอง “แม่ง ทำไมมันดุวะ”


“หรือมันหวงตัวเมีย” ผมหันไปมองหน้าไอ้เม่นที่พูดเหมือนมีเหตุผล ถ้าหากไม่ใช่... “แบบที่เวลาผมหวงพี่กับคนอื่นไง ผมก็ดุแบบนี้แหละ”


“มันใช่เวลาที่จะมาเปรียบเทียบไหมวะ” 


“ที่พูดเพราะอยากบอกพี่ไว้ไง ว่าผมโคตรดุ ถ้าพี่แอบมีกิ๊กนะ ผมไปฆ่ามันตายแน่” 


“อย่ามาเว่อร์”


“ไม่ได้เว่อร์ แต่จะทำจริง” 


พอเห็นสายตาจริงจังของไอ้เม่น ผมก็แอบเสียวอยู่เหมือนกันนะ และดูออกมามันทำจริง 


“เออๆ กลับเข้าบ้านเถอะ ตุ๊กแกคงไปแล้ว” ผมเปลี่ยนเรื่อง ไอ้เม่นก็ส่งเสียงจิ๊จ๊ะเบาๆ แต่ก็ยอมเดินตาม

สารภาพเลยว่ามีหลอน ตาสองข้างมองลอกแลกอย่างหวาดๆ ตุ๊กแกยักษ์นั่นคงไม่แอบดักรอใช่ไหมเนี่ย พอผมเข้าบ้าน ก็ถึงเวลากินข้าวเที่ยง เพราะมัวแต่หนีเลยต้องมานั่งกินสองคน พ่อกับแม่ผมเรียบร้อยก่อนหน้าแล้ว และหลังจากกินเสร็จ เราก็แยกย้ายไปช่วยงาน ไอ้เม่นไปช่วยพ่อที่สวนผลไม้ ส่วนผมก็ตามแม่ไปตลาด มีแต่คนรุมถามว่าเมื่อไหร่จะเรียบจบ แต่คำถามที่ถูกถามมากที่สุดคือ มีแฟนหรือยัง 


ผมต้องตอบว่ายังไงดี มีแล้ว เป็นผู้ชายด้วย งี้เหรอ 


ไม่หรอก ผมก็ตอบว่ามีคนคุยๆ แล้ว แต่แม่ผมนี่สิ เล่นบอกไปหมดแบบไม่ปิดบัง ไม่แคร์ด้วยว่าชาวบ้านร้านตลาดจะมองมายังไง ด้วยสายตาแบบไหน แค่แม่ปิดท้ายสวยๆ ว่า ขอแค่ผมได้คนที่ดีและรักผมก็พอใจแล้ว เพราะพ่อกับแม่ก็อยู่กับผมได้อีกไม่นาน หากมีคนดูแลดีและรักจริง ก็ตายตาหลับ จากนั้นทุกคนก็ไม่มีใครกล้าถามอีก 


ต้องปรบมือรัวๆ ให้แม่ผมนะครับ มงกุฎต้องลงแล้วแบบนี้


กลับมาถึงบ้าน ผมก็ขลุกอยู่แต่ในครัวกับแม่ จนกับข้าวเสร็จก็เย็น พอดีกับพ่อและไอ้เม่นเข้าบ้านมา มื้อค่ำนี้เลยได้กินพร้อมหน้าพร้อมตากันสักที ความสุขอยู่ไม่ไกลหรอกครับ แค่ได้นั่งล้อมวงกินข้าวกับครอบครัว ได้พูดคุยแปลกเปลี่ยนความคิดสร้างเสียงหัวเราะให้แก่กัน แค่นั้นก็สุขใจสุดๆ แล้ว


“พรุ่งนี้กลับกี่โมงล่ะ” พ่อถามขณะช่วยกันเก็บจานข้าวที่อิ่มกันหมดแล้ว 


“ก็สายๆ หน่อยครับ ถึงที่นู้นจะได้ไม่ดึกมาก” ไอ้เม่นตอบ 


“แล้วเรียนเป็นไง เห็นม่านบอกจะย้ายที่เรียน” 


“รอสอบครับ”


“ดี ตั้งใจมากๆ ล่ะ ไม่มีอะไรที่เราตั้งใจแล้วจะทำไม่ได้” 


“ขอบคุณครับ ผมจะตั้งใจเรียนให้จบไวๆ จะได้เลี้ยงดูพี่ม่านได้”


“ไอ้นี่ก็พูดตลก”


ผมเผลอยิ้มออกมาเมื่อแอบยืนฟัง พ่อผมกับไอ้เม่นดูสนิทกันดี แม้ครอบครัวผมจะไม่ใช่คนหัวสมัยใหม่มาก แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นสิ่งใหม่ๆ ผมโคตรจะภูมิใจที่ตัวเองเกิดมาในครอบครัวนี้เลย 


“เป็นอะไร เป็นบ้าเหรอ ยืนยิ้มคนเดียว” 


“แม่อ่า” 


ถูกแซวจนได้ ผมรีบเดินตามแม่เข้าไปในครัว อยู่กับแม่แล้วไม่อยากกลับเลย อยากกินๆ นอนๆ อยู่บ้าน ตื่นเช้าก็กินข้าวฝีมือแม่ เที่ยงก็ได้กิน เย็นก็ได้กิน ไม่มีที่ไหนสบายเท่าบ้านเราอีกแล้ว


เก็บของหมดทุกอย่าง ผมกับไอ้เม่นก็ปลีกตัวมาที่บ้านหลังเล็กที่อยู่ตรงข้ามบ้านของแม่ บ้านที่พ่อกับแม่สร้างไว้ให้ผมโดยเฉพาะ 


“รีบไปอาบน้ำก่อนเลย” ผมไล่ไอ้เม่นที่นอนเหยียดยาวอยู่บนเตียง ตัวมีแต่เหงื่อมานอนบนเตียง “ไอ้เม่น” 


“เท้าเขี่ยผัว บาปนะครับ โอ๊ย” ตอนนี้ไม่เขี่ย แต่ผมถีบเลย ไอ้เม่นรีบลุกจากเตียงไปอาบน้ำหลังจากกวนโมโหผมได้ ไอ้นี่ชอบให้เลี้ยงด้วยลำแข้ง 


ระหว่างที่ไอ้เม่นอาบน้ำ ผมก็นั่งเก็บของ พรุ่งนี้ว่าจะไปซื้อของฝากแล้วเลยไปขึ้นรถ ดังนั้นก็ต้องจดด้วยว่าจะซื้ออะไรดี 


“เอาน้ำพริกหนุ่มด้วยนะ เม่นชอบ” เสียงกระซิบข้างหูกับลมที่เป่ามาทำเอาขนแขนลุก ผมย่นคอหลบ มัวแต่จดจนลืมดูว่าไอ้เม่นอาบน้ำเสร็จแล้ว 


“อยากซื้ออะไรก็จด เดี๋ยวพรุ่งนี้จะลืม” ยื่นกระดาษให้ไป ก่อนผมจะลุกไปอาบบ้าง ใช้เวลาไม่นานก็ออกมา กระดาษจดวางอยู่บนโต๊ะ แต่คนที่ผมยื่นให้หลับปุ๋ยบนเตียงไปแล้ว สงสัยจะเหนื่อย เห็นขึ้นต้นมะม่วงด้วย ใช้เวลาแต่งตัวนิดหน่อยก็เดินมานั่งบนเตียง ไอ้เม่นพลิกตัวมาถึงได้เห็นหน้ายามมันหลับ “มึงนี่นะ” อดไม่ได้ที่จะใช้นิ้วจิ้มหน้าผากมัน 


ผมจดรายการที่ต้องซื้ออีกหน่อยก่อนเดินไปปิดไฟ แล้วสอดตัวเข้าผ้าห่มผืนเดียวกับไอ้เม่น เหมือนมันจะรู้ พอผมนอนปุ๊บมันก็คว้าตัวผมเข้าไปในอ้อมกอด 


“ฝันดีครับ” 



*************


“นี่พี่จะซื้อไปกินหรือให้ใครวะ” ไอ้เม่นบ่นขณะที่ผมกำลังจ่ายเงินซื้อกาละแม 


“ฝากด้วยกินด้วย” ก่อนออกจากร้านไม่ลืมยิ้มหวานให้แม่ค้าที่แถมให้ผม “พูดมากจริง รีบๆ ซื้อ เดี๋ยวไปขึ้นรถไม่ทัน” ผมให้พ่อเข้ามาส่งที่ตลาดวโรรสเพื่อซื้อของ หลังจากนี้ค่อยโบกสี่ล้อแดงไปที่สถานีขนส่ง “น้ำพริกหนุ่มมึงเอากี่ถุง”


“เอาเยอะๆ” เหล่ตามองคนชอบกิน ที่จริงแม่ผมจะทำให้ แต่ลืมซื้อพริกหนุ่มมา เลยต้องมาหาซื้อเอง 


กว่าจะซื้อของเสร็จ และกว่าจะมาถึงสถานีขนส่งรถก็เกือบจะออก โชคดีที่บนรถสี่ล้อแดงไม่มีคนอื่นนั่ง ไม่งั้นผมกับไอ้เม่นคงได้นั่งรถรอบเมืองก่อนจะมาถึง 


“มึงต้องกินยาป่ะ” ถามคนที่กำลังรัดเข็มขัด 


“คิดว่าไม่ต้องนะ” ไอ้เม่นตอบ แต่ก็ดูไม่ค่อยมั่นใจ “หรือกินดี”


“กินเถอะ กูกลัวมึงอ้วก” 


ไอ้เม่นกินยาแก้เมารถไปเม็ดหนึ่ง ส่วนผมไม่ต้อง เพราะแค่นี้ไม่ทำให้ผมมีอาการได้ ก็ตอนปีหนึ่งผมนั่งไปๆ มาๆ บ่อย มันก็ชิน 


“ไว้วันหยุดยาวๆ เรามาอีกนะ” ไอ้เม่นยิ้ม มันเอนหัวมาซบที่ไหล่ของผม “ผมชอบบ้านพี่ ชอบพ่อกับแม่ของพี่ และชอบพี่”


“อย่าเสี่ยวบนรถทัวร์ กูจะอ้วก” 


“พี่แพ้ท้องเหรอ” 


“แพ้ท้องเชี่ยไร กูเหม็นมุกมึงต่างหาก”


“ก็คิดว่าท้อง ผมทำไปตั้งเยอะ”


“ไอ้นี่...” 


เบื่อหน้ามัน ผมเลยเลือกที่จะหลับตา ไม่สนเสียงขำที่ดังใกล้ๆ ไอ้เม่นพิงไหล่ผมหลับเพราะฤทธิ์ยา และผมก็หลับเพราะง่วง ไว้เจอกันอีกทีที่เมืองกรุงนะครับ เพราะนี่นั่น ยังมีเรื่องให้เคลียร์อีกเยอะ 



.....

เรื่องนี้ไม่มีตอนพิเศษเลยย เลยมาสักกะหน่อย ฮ่าๆๆ 

และในส่วนของญาติเม่นนั้นจะมีในตอนหน้าค่ะ เพราะขึ้นชื่อเรื่องตอนพิเศษเยอะกว่าตอนหลักอยู่แล้ว (พูดแล้วจะร้องไห้เลย) 

เจอกันตอนพิเศษหน้าค่าา ขอบคุณค่ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น