สูญองศา

ยินดีต้อนรับสู่นิยายอีโรติด ตลก โปกฮา ติดตามกันเยอะๆน๊าาาา อัฟตามใจคนแต่ง จะมีอีบุคด้วยจร้าา

บทที่ 7 ถามเสียงกระเส่า 45%

ชื่อตอน : บทที่ 7 ถามเสียงกระเส่า 45%

คำค้น : บันไดมาร นิยายอีโรติค หวานแหวว สวยงาม

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.5k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ย. 2560 16:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 ถามเสียงกระเส่า 45%
แบบอักษร

บทที่ 7

เขากึ่งลากกึ่งจูงเธอมาหยุดอยู่หน้าลิฟต์ กดชั้นที่ต้องการแล้วพาผู้โดยสารไม่เต็มใจอย่างเธอเข้าเทียบ มาถึงตรงนี้พึ่งสังเกตเขามีท่าทีเปลี่ยนไป 

ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะบอกว่าเขาปกติแต่สำหรับเธอที่มีโอกาสร่วมงานมาสักพักรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงจากสายตาคมชัด แม้เขาพยายามแอบซ่อนมันดีเพียงใด

 ชายหนุ่มลากหญิงสาวมายังชั้นดาดฟ้า วันนี้เป็นคืนเดือนมืดดวงดาวทอแสงระยิบระยับ ลมทะเลในยามดึกสาดเข้าฝั่งจนรู้สึกเย็น ผมเธอปลิวต้องลม เสื้อขาวแนบเนื้อ

เอริคเดินไปหยุดที่ขอบตึกคล้ายใช้ความคิดอยู่อย่างนั้น เมื่อเห็นญาติห่างๆจับต้องกายเธอเขาก็แทบอยากจะเอากำปั้นตะบันหน้ามันให้หงายหลังกันไปข้าง ใช่ว่าจะเป็นคนไร้เหตุผลแต่เพราะมีเหตุผลมากต่างหาก ถึงไม่อยากให้มันเข้าใกล้เธอกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเดิม

“คุณจะอยู่ข้างๆผมใช่ไหม” อาจเป็นคำพูดที่เห็นแก่ตัวไปหน่อย แต่เขาอยากให้เธอรับปาก

“คุณเป็นอะไรรึเปล่า” เธอไต่ถามเดินเข้าหาในระนาบเดียวกับเขาเฉย ทั้งที่เมื่อครู่ยังต่อล้อต่อเถียงขัดขืนสารพัด

“คุณดูนั่นสิ” เขาชี้ไปยังกลางทะเล ที่มีเรื่องลำใหญ่จอดอยู่

“เขาไปทำอะไรเหรอคุณดึกดื่น”

“ไม่รู้สิ”

“อ้าว” เธอคิ้วขมวด มองใบหน้าคมเข้มผ่านความมืดมิด

“ครับ ผมไม่รู้ทุกเรื่องหรอก แต่ที่รู้คือผมชอบขึ้นมาที่นี่เวลาเหนื่อย” เอียงหน้านิดๆ “อย่างน้อยหัวจะได้เย็นลงบ้างเวลาที่อยากจะฆ่าคน”

เขาจะจับเธอโยนลงตึกไหมนะ นึกสงสัย

เธอเผลอนึกถึงคนที่เพิ่งเจอวันนี้เอริคไม่แสดงท่าทีใดมากไปกว่าขัดขวาง แทบชักสีหน้าให้เมื่อเขาเข้าใกล้เธอสองคนนั้นต้องมีซัมติงมาก่อนหน้านี้เป็นแน่แท้และคงหนักเอาการอยู่พอสมควร

“เขาเป็นญาติคุณหรือ”

“แค่ห่างๆนะ” คำตอบเย็นชา กัดกรามแน่นเมื่อนึกถึงใบหน้าเคืองตาเห็นแล้วอยากโล่ะเพ็ดดีกรีเครือญาติทิ้งเสียเดี๋ยวนั้น

“คุณมีปัญหากัน”

“แค่เคยมี ไม่สำคัญหรอก”  ชายหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์ในความมืด อย่างไรเสียงผู้หญิงก็คือผู้หญิงเพียงแกล้งโศกนิดเศร้าหน่อยเธอก็เห็นใจเขาขึ้นมา วิธีหลอกล่อมีหลายรูปแบบ เขาไม่ได้ขี้โกงนะเพียงแค่ใช้ความได้เปรียบจากการอยู่นาน

ชายหนุ่มผู้เจนโลกเรียนรู้กลโกงมาเกือบค่อนชีวิต อย่างเขาไม่คิดฝันว่าจะต้องใช้มารยาในการหลอกล่อสาว ทั้งที่จะทิ้งเธอไปหาคนใหม่

นั้นง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก 

ไม่รู้ว่าเขากำลังทำบ้าอะไรอยู่ ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด กับคำบางคำที่เส้นเลือดส่งมันขึ้นปะทะสมอง การที่เคยใช้ชีวิตโลดโผนไม่อาจปักใจเชื่อในจังหวะหัวใจที่เต้นผิดปกตินั่น

เขาหรือจะรักใคร

มันอาจเป็นอารมณ์ชั่ววูบก็ได้

ทดลองอยู่ก่อน เดี๋ยวหาคำตอบภายหลัง

ไม่เสียหายสักหน่อย

มีเวลาอีกเยอะ

“ฉันไม่รู้หรอกนะคะ ว่าคุณกับญาติแสนห่างของคุณมีปัญหาอะไรกัน แต่ไม่เคลียร์แบบนี้จะดีหรือค่ะ” ในความคิดของเธอทุกปัญหามีทางออกเสมอ และยิ่งเป็นเรื่องเข้าใจผิดยิ่งควรแก้ไขให้ถูกเสียต้อง เว้นเสียแต่คนผู้นั้นไม่อยากหาทางออก

“เราเลิกพูดเรื่องนี้กันเถอะ” เขาตวัดร่างบอบบางแนบชิด เกลี่ยใบหน้านุ่มนิ่มเบาๆ จุมพิตหลังมือบอบบางชวนลุ่มหลง

มินตราขนลุกซู่ไปทั้งตัวน่าแปลกที่สัมผัสจากเขามีอิทธิพลทางกายกับเธอมากขนาดนี้ จัดว่าอายุเธอก็ใช่จะน้อยเหมือนสาวแรกรุ่น เคยจับมือกับผู้ชายก็ไม่น้อย ทว่าไม่มีใครเหมือนเขาเลยสักคน

เธออาจจะแค่หลงก็เป็นได้

ช่วงโปรโมชัน ความสัมพันธ์ไม่จีรังโดยเฉพาะกับเขาที่เธออ่านไม่ออก

ไม่นะเธอไม่ใช่คนอ่อนต่อโลกขนาดโดนหลอกได้ง่ายๆ

“ฉันว่าเราลงไปข้างล่างกันเถอะคะ” มันคือความไม่มีที่แสดงเงื่อนงำชัดเจน เธอไม่อาจถามต่อเพราะไม่ต้องการสะกิดแผลใครให้เหวะหวะ ทุกอย่างมันดีอยู่แล้วในที่ของมัน ละมั๊งนะ

“กอดผมหน่อยสิ” ในคำลวงอาจมีหนึ่งความจริงแอบซ่อน เขาไม่อยากรื้อฟื้นมัน เพราะการปัดฝุ่นอดีตขึ้นมาใช่จะดีทั้งคนพูดและคนฟัง

เธอกอดตอบอย่างที่เขาต้องการ ไออุ่นจากคนตัวสูงทำให้เธอที่เคยโวยวายได้สติกลับมา อะไรที่เสียไปแล้วต่อให้ร้องให้เป็นสายเลือดก็ใช่จะได้คืน

ไม่มีรัก! ไม่บอกรัก!

และอีกไม่นานความรู้สึกนี้คงจืดจางไปเอง

“เราดีกันแล้วใช่ไหม” ไม่อยากเชื่อว่าเขากำลังพูดเหมือนง้องอนคู่รัก แทบอยากเอามืออุดปากแต่ไม่ทันการ

“คงเป็นเช่นนั้น” หญิงสาวยิ้มจะว่าไปก็ไร้ประโยชน์ที่จะต่อต้าน นี่ไม่ใช่เมืองไทยและเธอก็ไม่รู้พื้นที่มากพอเอาเป็นว่าทริปเสียตัวนี้จะเป็นบทเรียน ‘อ่อนแอก็แพ้ไป’

“อ้อๆผมมีเรื่องจะถามนิดหน่อย”

“เรื่อง?” เธอเงยหน้าสบตาเขา ริมฝีปากอิ่มเม้นเข้าหากันแล้วค่อยๆคลายออก

“อย่าพึ่งยั่วได้ไหม”

“อะไรของคุณ สรุปจะถามอะไรกันแน่ค่ะ” เธอเริ่มไม่พอใจเขาพูดเหมือนเธอเป็นนางร่านที่คอยอ่อยผู้ชายอย่างนั้นและ

“ไอ้เด็กที่มาหาคุณวันนั้น”

“วันไหน”

“ก็ไอ้คนที่ใส่ชุดนักศึกษานั่นไง”

“อ้อ ทำไมค่ะ”

“มันบอกว่ามันเป็นเด็กคุณ” เขาทำหน้าสลด แต่ถึงมันจะเป็นอย่างที่พูดเขาก็เป็นต่ออยู่หลายขุม เขาคือครั้งแรกของเธอนี่แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว มารร้ายเจ้าแผนการยิ้ม

“นี่ใช่ไหมต้นเหตุของสิ่งที่คุณทำกับฉันวันนั้น” เธอกดเสียงต่ำ รับรู้ได้ถึงเงื่อนที่เขาผูกเป็นปม หญิงสาวหรี่ตามองหาคำตอบ

“นั่นก็เป็นหนึ่งเหตุผล ความจริงคือผมต้องการคุณ” น้ำเสียงแผ่วเบาแหบพร่า คลอเลียริมฝีปากอิ่ม

ชายหนุ่มบดเบียดเรียวลิ้นสากเข้าหาความนุ่มนิ่ม ขบเม้มเนินปากล่าง ดูดดึงจนมันบวมเจ่อไล้ริมฝีปากบนเหมือนของหวานชวนชิม ลึกซึ้ง ละเอียดอ่อนเกินกว่าจะเข้าใจ

“ว่าไง มันเป็นใคร” เขาถามเสียงกระเส่า 



ถ้านักอ่านเงา นักเขียนเหงาน๊าาา

1 เมนต์ = 1 ล้านกำลังใจ

ความคิดเห็น