ดวงดุษณี / MARITA
facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 289

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ย. 2560 07:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 (100%)
แบบอักษร

มธุรากลัดกลุ้มใจเป็นที่สุดเพราะวันนี้เธอต้องไปเรียนคาราเต้ ‘แบบตัวต่อตัว’ กับเซนเซน่าชังน่ารังเกลียดคนนั้น แต่คิดไปคิดมากังวลไปก็เท่านั้นเพราะประกาศิตของคุณพ่อกับคุณลุงเธอไม่มีทางเปลี่ยนใจพวกท่านได้ 

เวลามีเรื่องทุกข์ใจเช่นนี้จะมีอะไรดีกว่าการดูสิ่งเจริญตาเจริญใจ มธุราเหยียดกายบนโซฟาในห้องรับแขกเอื้อมมือไปคว้าไอแพดข้างกายแล้วนอนเอขกดูยูทูปวิดีโอที่กำลังฮิตที่สุดในกลุ่มพวกสาวๆ

“แตน้อยดูอะไร” ร้อยโทสีหราชเลิกงานมาถึงบ้านเสื้อผ้ายังไม่ทันเปลี่ยนก็มาหาน้องสาวในมือยังมีขนมสีสันน่าทานติดมือมาด้วย

“ไม่ต้องมาพูดเลย” เธอแสร้งทำเป็นงอนที่พี่ชายไม่ยอมช่วยพูดกับพวกผู้ใหญ่ 

ใบหน้าหล่อเหลาชะโงกเข้ามาใกล้อยากรู้ว่าน้องสาวกำลังดูอะไรอยู่ จากนั้นคิ้วเข้มก็ขมวดมุ่น สักพักก็คลายออกคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ปนความขบขัน เพราะวิดีโอที่แตน้อยดูอยู่เป็นรายการทำอาหารของผู้ชายที่เรียกตัวเองว่า ‘เชฟที’ วิธีสาธิตการทำอาหารของเขามีเอกลักษณ์ประจำตัวคือไม่เปิดเผยใบหน้า 

จุดที่ไม่เหมือนใครตรงนี้ทำให้ผู้คนอยากรู้ถึงฐานะที่แท้จริงของเขา บ้างก็ว่าเป็นทายาทเศรษฐีที่ไม่ต้องการเปิดเผยฐานะตัวเอง บ้างก็ว่าเขาเป็นเชื้อราชวงศ์จึงไม่สามารถเปิดเผยใบหน้าได้ แต่ไม่มีใครสักคนรู้ว่าเขาเป็นใครกันแน่ แม้จะไม่เห็นใบหน้าแต่วิดีโอแต่ละคลิปกลับมียอดวิวเป็นล้าน เพราะนอกจากเขาจะมีรูปร่างสูงโปร่งแล้วรังสีที่แผ่ออกมามีคาริสม่า (charisma) ดูงดึดผู้คนได้อย่างประหลาด

ร้อยโทสีหราชกลั้นเสียงหัวเราะได้สำเร็จแล้วก็พูดอย่างมีเลศนัยว่า “แตน้อยไม่รู้สึกเหรอว่าเสียงเชฟคนนี้คุ้นๆ” น้องสาวเด้งตัวขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วหวุดหวิดจะเอาศีรษะเล็กๆชนพี่ชายอยู่รอมร่อ โชคดีที่หมวดสิงโตเป็นคนมีไหวพริบหลบทันอย่างหวุดหวิด 

ฮู้ว! หวาดเสียว…เกือบเสียหล่อ!

“ใครคะ…เชฟทีคือใคร” เธอไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเวลาเครียดหรือไม่สบายใจทีไรพอดูเชฟทีทำกับข้าวแล้วก็หายเครียดทันที ทั้งๆที่เธอไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้เลย 

สายตารอคอยของน้องสาวทำให้เขาเกือบหลุดเสียงหัวเราะออกมาอยู่รอมร่อ  ต้องควบคุมตัวเองอย่างมากถึงได้ตีสีหน้าไร้อารมณ์ตอบกลับอย่างเขร่งขรึม 

“พี่จะรู้ได้ยังไงว่าเขาเป็นใคร”

ถ้าบอกตอนนี้ก็หมดสนุกน่ะสิ คิกๆๆๆ  

“โอ๊ย!!!” ถูกน้องสาวหยิกนิดหยิกหน่อยหมวดสิงโตก็โอดครวญเสียงดังลั่นบ้าน

ช่วงนี้เนื้อตัวที่เต็มไปด้วยกล้ามมัดของเขาช้ำเกือบทุกวัน เพราะนอกจากแตน้อยที่ชื่นชอบ ‘รังแก’ พี่ชายสุดที่รักเป็นงานอดิเรกแล้วก็ยังมี ‘ต้นส้มน้อยๆ’…คู่หมั้นอีกหนึ่งคน เหตุผลก็เพราะอยู่ใกล้ต้นส้มทีไรเขาก็เกิดอาการ ‘หื่นกระหาย’ เอ๊ย! หิวและกระหายทุกที เธอก็เลยตอบแทนเขา ‘เล็กๆน้อยๆ’

“แตอุตส่าห์ดีใจ…คิดว่าพี่สิงโตรู้ว่าเขาเป็นใคร”

“ถ้าแตน้อยรู้แล้วจะทำอะไร” พี่ชายหยั่งเชิงถาม

“แตก็จะขอเป็นลูกศิษย์…ให้เขาสอนทำอาหารไงคะ” สายตาของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง

แตน้อยหนอแตน้อยครูใกล้ตัวเป็นใครก็ยังไม่รู้อีก 

ผู้หมวดเบือนหน้าแอบอมยิ้ม และเพื่อไม่ให้น้องสาวซักไซ้เรื่องเชฟทีเขาจึงเบี่ยงเบนความสนใจของเธอด้วยการ ‘หลอกล่อ’ ไม่ใช่! คว้าถุงขนมที่ซื้อมาฝากวางลงบนโต๊ะ มธุราเบิกตากว้างฉีกยิ้มหวานหยดให้พี่ชาย แถมด้วยการยกนิ้วโป้งให้ทั้งสองนิ้ว ได้รับรอยยิ้มสดใสของน้องสาวสุดที่รักแล้วพี่ชายก็ตบศีรษะเล็กๆคล้ายกับเธอเป็นลูกหมาน้อย

ในใจพี่ชายสงสัยตะหงิดๆ…ถ้าแตน้อยรู้ความจริงว่าเชฟทีเป็นใคร แล้วเธอยังอยากจะเป็นลูกศิษย์เขาอีกไหม 

…เขาชักอยากรู้แล้วสิว่าตอนจบของละครเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร

ใกล้เวลาที่มธุราต้องออกไปเรียนคาราเต้กับเซนเซวินใกล้เข้ามาทุกนาที ร่างบอบบางเดินไปเดินมาอยู่ในห้อง คิดว่าควรจะแกล้งป่วยเพื่อยืดเวลาให้เธอทำใจอีกสักหน่อยดีหรือไม่ แต่พอคิดทบทวนดูตอนนี้คุณพ่อโมโหมากแล้วยังสายตาดุดันคาดโทษของลุงช้างอีก ขืนเธอโยกโย้ทำตัวเหมือนเด็กไม่รู้พวกผู้ใหญ่จะคิดบัญชีเพิ่มอีกกี่เท่า ทางที่ดีเธออย่าเสี่ยงเลยดีกว่า 

เมื่อคิดได้แล้วมธุราจึงขับรถตรงไปยังโรงเรียนสอนคาราเต้อย่างไม่เต็มใจ ทันทีที่ไปถึงหญิงสาวเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดคาราเต้สีขาวสะอาด จากนั้นก็เรียกกำลังใจที่มีทั้งหมดให้ตัวเอง พยายามคิดแง่ดีว่าเซนเซน่าชังคนนั้นคงไม่ถือโอกาสกลั่นแกล้งเธอหรอกใช่ไหม เพราะเมื่อวานนี้ท่าทางเขาเคารพยำเกรงคุณพ่อกับคุณลุงเป็นอย่างมาก

ออกมาจากห้องแต่งตัวเซนวินยืนรอเธออยู่ตรงกลางเวทีฝึกซ้อมที่ทั้งผนังติดกระจกบานโต มธุราช้อนสายตามองเงาสะท้อนร่างสูงในกระจก แล้วจึงเลื่อนมาสบตาครูสอนคาราเต้ที่ใบหน้าคล้ายต้นไม้แข็งทื่อไร้ความรู้สึก สายตาจริงจังเคร่งขรึมที่มองมาทำให้เธอถอนหายใจอย่างโล่งอก เพราะหน้าตาจริงจังคล้ายคุณครูผู้เคร่งครัดของเขาทำให้เธอรู้ว่าเขาจะไม่ถือโอกาสนี้กลั่นแกล้งเธอแน่นอน

ธาวินแปลกใจเล็กน้อยเพราะคิดว่าลูกศิษย์ที่ไม่ชอบขี้หน้าเขาคนนี้จะต้องโยกโย้หาวิธีถ่วงเวลาสารพัดรูปแบบ ใครจะไปคิดว่าเธอมาถึงที่นี่ก่อนเวลาด้วยซ้ำทำให้เขาต้องเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับ ‘ตัวอันตรายน้อยๆ’ คนนี้ใหม่

การเรียนคาราเต้วันแรกของมธุราทำให้เสียเหงื่อไม่น้อย มือบางคว้าผ้าขนหนูที่บนเก้าอี้ข้างเวทีเช็ดหน้าเช็ดตา ด้านข้างแววตาคมกริบมองเธออย่างพิจารณา เม็ดเหงื่อที่เกาะอยู่ตามลำคอระหงกระตุ้นสิ่งที่หลับใหลในกายของเขาได้อย่างประหลาด ลำคอพลันแห้งผาก เขาไม่อาจละสายตาจากภาพตรงหน้าได้เลย ในอกพลันร้อนวูบวาบ หัวใจซึ่งไม่อาจใช้ถ้อยคำใดมาบรรยายได้ดวงนั้นกำลังร้อนฉ่า 

มธุรารู้สึกถึงสายตาร้อนแรงคู่นั้นจึงหันไปมอง เป็นจังหวะเดียวกับที่เขาหันกายจากไปพอดี ดวงตาคู่งามจึงได้แต่มองตามแผ่นหลังกำยำจนลับสายตา 

นานๆเธอถึงได้ออกกำลังกายสักที วันนี้จึงหมดแรงตั้งใจจะนั่งพักอยู่ข้างเวทีฝึกซ้อมสักพักแล้วค่อยกลับบ้าน ขณะที่เธอกำลังจะผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าน้ำส้มคั้นขวดหนึ่งก็ถูกยื่นมาตรงหน้า มธุราเงยหน้าขึ้นมองจึงเห็นใบหน้าหล่อเหลาน่ามอง น่าลูบไล้ เอ๊ย! น่าชื่นชมของเซนเซวิน เธอพึมพำขอบคุณยื่นมือไปคว้าขวดน้ำผลไม้พยายามไม่มองหน้าคนร่างสูงแกร่งให้อกใจไหวหวั่น 

ขณะที่หญิงสาวตั้งใจจะอยู่ห่างจากคนผู้นี้ให้มากที่สุดแต่เขากลับทรุดกายนั่งลงข้างเธอ คิ้วเรียวเลิกสูงกับการเปลี่ยนแปลงกระทันหันของอีกฝ่าย คิดว่าเขาคงมีเรื่องอยากพูดแต่เซนเซวินอึกอักอยู่นานสองนานกว่าจะหลุดคำพูดออกมา

“วันนี้เราทำได้ดี” ทิ้งคำพูดสั้นๆแค่นั้นแล้วเขาจึงผละจากไป 

หญิงสาวงุนงงเล็กน้อย ดวงตากระจ่างใสของเธอกระพริบปริบๆ 

เกิดอะไรขึ้น?

เมื่อทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนมธุราก็หลุดเสียงหัวเราะพรืด ใครจะไปคิดว่าเซนเซที่น่าชังก็ทำตัวได้น่ารักกับเขาเหมือนกัน คำชมของเขาเรียกกำลังใจให้เธอได้ไม่น้อย หัวใจกระเพื่อมไหวระลอกแล้วระลอกเล่ายากจะสงบ

บางที…บางทีการเรียนคาราเต้ตัวต่อตัวกับเซนเซวินคงไม่น่ากลัวอย่างที่เธอคิด

“ทำไมถึงได้ซวยยังงี้นะ” หญิงสาวรูปร่างบอบบางใช้รองเท้าส้นสูงเตะล้อรถที่แบนราบเพราะเหยียบโดนตะปูอย่างโมโห 

วันนี้เป็นวันอาทิตย์องครักษ์ไร้เสียงไม่รู้หายไปไหน นานๆถึงจะมีโอกาสได้ออกไปไหนมาไหนคนเดียวเธอจึงขับรถมารับลมเย็นๆนอกเมืองอย่างสบายอกสบายใจ ตอนกลับจู่ๆยางรถก็เหยียบโดนตะปู วันอาทิตย์อู่ซ้อมรถปิด พี่สิงโตก็พาคู่หมั้นไปดูหนัง จะโทรฯบอกให้ที่บ้านมารับก็ทำไม่ได้เพราะเดี๋ยวทุกคนก็รู้สิว่าเธอแอบมาหนีเที่ยว อะแฮ่ม! มาสำรวจลู่ทางทำธุรกิจ 

เมื่อไม่มีทางเลือกมธุราจึงต้องรอให้พี่ชายดูหนังเสร็จแล้วโทรฯกลับ ยอมให้เขาสั่งสอนเล็กๆน้อยๆก็จบเรื่องแล้ว คิดได้ดังนี้เธอจึงเดินอ้อมไปเปิดประตูตรงคนขับ โชคดีที่เธอมีหนังสือติดรถจึงนั่งอ่านฆ่าเวลา อ่านไปอ่านมาหนังตาก็ชักจะหนักอึ้ง ตอนที่เธอกำลังถูกแมลงง่วงงุนโจมตีจนเกือบจะไปเข้าเฝ้าพระอินทร์เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ร่างบางสะดุ้งโหยงหันขวับไปมอง แล้วดวงตากลมโตก็เบิกกว้างเท่าไข่ห่าน โลกใบนี้แคบจริงๆไม่รู้เซนเซน่าชังมาทำอะไรแถวนี้ 

มือเล็กกดหน้าต่างกระจกลง ช้อนสายตางอนยาวมอง 

“รถกระแตเป็นอะไร” ธาวินเอ่ยถามด้วยใบหน้านิ่งเงียบหล่อเหลา เจอกันทีไรก็ไม่เคยเห็นเขายิ้มสักที จนเธอชักจะเชื่ออย่างสนิทใจว่าผู้ชายคนนี้คงยิ้มไม่เป็น

“เหยียบโดนตะปูค่ะ รอพี่สิงโตโทรฯกลับ” เขาไม่ได้ซักถามเธออีก หมุนกายจากไปเงียบๆ ปล่อยให้สายตาของหญิงสาวมองตามด้วยความงุนงง ขณะกำลังจะด่าว่าในความไม่มีนำ้ใจไปจนถึงต้นตระกูลเซนเซก็กลับมาพร้อมกับอุปกรณ์เปลี่ยนยางรถครบครัน 

เธอละอายใจ…เล็กน้อย ที่มองเขาผิดไป 

มธุราเปิดประตูลงรถออกมายืนสังเกตการณ์ขณะที่เซนเซวินเปลี่ยนยางรถด้วยความคล่องแคล่ว ในใจหญิงสาวบอกไม่ถูกว่าควรจะชื่นชมหรือหมั่นไส้เขาดี เพราะแม้แต่พี่ชายผู้มากความสามารถอย่างพี่สิงโตก็ยังเปลี่ยนยางรถไม่เป็น และคนที่เก่งกว่าพี่สิงโตเธอก็ไม่ค่อยจะถูกชะตาด้วยสักเท่าไหร่ แต่จู่ๆก็พบกับเขาโดยบังเอิญ แล้วยังอาสาเปลี่ยนยางรถให้ทำให้เธอรู้สึกขอบคุณเขาลึกๆที่มาช่วยในเวลาที่เธอต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด ถึงแม้พวกเขาจะไม่ถูกชะตากันตั้งแต่แรกพบก็ตาม

คนอะไรแม้แต่ตอนเปลี่ยนยางรถก็หน้ามองไปหมด เธอไม่รู้ตัวเลยว่าแอบชื่นชมเขาอยู่ในใจไปถึงไหนต่อไหน

 เปลี่ยนยางรถเสร็จร่างสูงจึงเลื่อนกายออกมาจากท้องรถ หยัดกายลุกขึ้นยืนตรงหน้าเธอ 

“ขอบคุณมากนะคะ” เธอขอบคุณเขาด้วยใจจริง แววตาที่มองมาจริงใจเป็นที่สุด…เขาไม่คุ้นเลย แต่กลับในใจกระเพื่อมไหวเป็นระลอกคลื่น

“แตมีเรื่องขอร้องคุณวินเรื่องหนึ่ง” หญิงสาวยิ้มเก้อเขิน รู้สึกไม่สบายใจที่มีเรื่องติดค้างเซนเซผู้น่าชัง

เขามองใบหน้าเธอนิ่งๆอย่างตั้งใจฟัง

“เรื่องนี้คุณวินอย่าบอกที่บ้านแตนะคะ” สายตาเธอเว้าวอนอย่างใสซื่อ บริสุทธิ์เสียจนเขาไม่อาจถอนสายตาไปได้ 

ความตั้งใจที่จะอยู่ห่างจาก ‘ตัวอันตรายน้อยๆ’ จึงตกไป

“เลี้ยงข้าวพี่ซักมื้อก็พอ” เขาสรุปง่ายๆแม้แต่คำแทนตัวก็เปลี่ยนไปแล้ว 

หญิงสาวเอียงคอมองเขาอย่างครุ่นคิด นึกไม่ถึงว่าเซนเซวินอยากจะทานข้าวกับเธอสองต่อ คิดไปคิดมานิสัยของผู้ชายคนนี้คงไม่ยอมเสียเปรียบใคร เธอจึงพยักหน้ารับปาก

นิ้วเรียวชี้ไปที่หน้าผากชายหนุ่ม “หน้าคุณวิน” มือหนายกขึ้นเช็ดลวกๆ “ไม่ใช่ค่ะ ตรงนี้” เขายกมือขึ้นเช็ดอย่างขอไปที คราวนี้ก็ยังเช็ดไม่ถูกจุดอีก เธอส่ายหน้าช้าๆอย่างหงุดหงิด คว้าผ้าเช็ดหน้าเช็ดเขม่าควันรถให้อย่างตั้งอกตั้งใจ การกระทำของเธอ และความใกล้ชิดที่สัมผัสถึงลมหายใจของกันและกันทำให้หัวใจแกร่งสั่นสะท้านอย่างรุนแรง กลิ่นน้ำหอมจางๆและกลิ่นกายของเธอทำให้หัวใจเขาร้อนรุ่มไปทั้งดวง สายตาร้อนแรงของเขาทำให้หญิงสาวชักมือกลับ ไม่กล้าจะเงยหน้าสบสายตาเขา ในใจสับสนวุ่นวายไม่รู้จะทำอย่างไรดี 

บ่ายวันนั้น ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่า…บางส่ิงบางอย่างได้ก่อตัวขึ้นเงียบๆในหัวใจของทั้งสองดวงแล้ว     



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น