by.. ฟาง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

59/ ก้าวเดินเพื่อเติบโต (แก้คำผิด)

ชื่อตอน : 59/ ก้าวเดินเพื่อเติบโต (แก้คำผิด)

คำค้น : ตอนที่59

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 41.5k

ความคิดเห็น : 152

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ย. 2560 18:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 800
× 0
× 0
แชร์ :
59/ ก้าวเดินเพื่อเติบโต (แก้คำผิด)
แบบอักษร

​โปรดP...

"หลวงพี่ไม่รู้อะไร หลวงพี่เป็นน้องใหม่ต้องเชื่อฟังรุ่นพี่ที่เขาอยู่มาก่อน นี่มันคือการรับน้องใหม่ที่ใครเข้ามาก็ต้องโดนทุกคน หลงยังเคยโดนเลยใช่มั้ยน้องอาย"

"โฮ่ง!" ผมยืนมองไอ้เด็กวัดหัวเหม่งแก้มใสที่ทำตัวเป็นมาเฟียเด็กวัดอยู่หน้าประตูห้องน้ำ จะไม่ให้เรียกแบบนี้ได้ยังไงล่ะก็ดูท่าทางเข้าสิ เอ๋อนั่งไขว่ห้างปากคาบอมยิ้มแบมือกระดิกไถตังผมยิกๆ แถมยังลอยหน้าลอยตาให้อีกน่าเตะชะมัด

"แต่อาตมาบวชสองเดือนแล้วนะโยมเอ๋อ แล้วจะเรียกว่าเป็นเด็กใหม่ได้ยังไง อมยิ้มน่ะเลิกกินได้แล้วเดี๋ยวก็นอนร้องไห้ปวดฟันอีกหรอก ฟันผุหมดแล้วมั้ง"

"โห่หลวงพี่ อย่าเหนียวสิตราบใดที่ไม่มีพระหรือเณรบวชใหม่เข้ามา หลวงพี่ก็เป็นน้องใหม่อยู่ดีแหละ ไม่ต้องเปลี่ยนเรื่องเลยหลงแปรงฟันทุกวัน เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปรักษารากฟันนัดสุดท้ายแล้วด้วยรับรองไม่มีปวดอีกแน่ หลวงพี่เอามายี่สิบเลย หลงถึงจะให้เข้าห้องน้ำได้" ฮึ่ม! อยากโบกหัวใสๆของเอ๋อมันจริงเชียว ผมยังจำได้ดีว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้วโรงเรียนอาชีวะในเมืองเขาเปิดรับสมัคร ก็ไหนใครบางคนท่าทางตื่นเต้นดีอกดีใจแต่ผลสุดท้ายก็ไม่ไปสมัครซะงั้น ขนาดผมเค้นถามหาเหตุผลก็ยังปิดปากนิ่งเงียบจนน่าตี ไปยืมหวายหลวงตามาแปะน่องสักทีดีมั้ยเนี่ย

"ตกลงโยมเอ๋อจะไม่ไปเรียนหนังสือหนังหาแล้วรึไง ใจคอจะเป็นมาเฟียคอยไถเงินอยู่ตามหน้าห้องน้ำเนี่ยนะ อีกเดือนเดียวอาตมาก็ลาสิกขาบทแล้ว วางแผนไว้รึยังจะเอายังไงต่อ"

"อีกตั้งเดือนนึงหลวงพี่ไม่ต้องคิดมากหรอกน่ะยิ่งแก่ๆอยู่ด้วย หลงเตรียมไว้หมดแล้วหรอก หลวงพี่เอามายี่สิบสิหลงจะไปซื้อหนมหน้าวัดกิน" ผมถอนหายใจเบาๆแล้วยื่นกระเป๋าน้อยของเขาที่ริบไว้นั่นแหละคืนให้ไป

"ไปซื้อขนมนะโยมเอ๋อ ถ้าแอบไปเล่นไพ่อีกอาตมาจะบอกหลวงตาจริงนะ"

"แน่ะ! ขี้ฟ้องจริงเชียว เป็นพระเป็นเจ้าเขาไม่ขี้ฟ้องหรอกนะหลวงพี่มันบาปไปซื้อหนมดีกว่า ปะน้องอายพี่หลงจะเลี้ยงหนม สงสัยจะมีเทวดาเอาเงินมาใส่ในกระเป๋าน้อยให้อีกแน่ๆเนอะ" เอ๋อยกมือไหว้รับกระเป๋าตัวเองคืนไปห้อยคอ แล้วเดินร้องเพลงผ่านหน้าผมไปเฉยเลยโดยที่มีลูกสมุนวิ่งกระดิกหางตามไปด้วยติดๆ 

ระยะเวลาสองเดือนที่บวชอยู่นี้เขาไม่เคยไปไหนให้ห่างจากสายตาผมเลย แต่ก็ไม่ได้เอาตัวเข้ามาใกล้จนน่าเกลียด ช่วงเจ็ดวันแรกที่บวชผมต้องจำวัดอยู่ในโบสถ์คนเดียว กลางวันก็ต้องปฏิบัติกรรมฐานเพื่อฝึกสมาธิคนเดียวในโบสถ์ โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมาข้างนอกนอกจากเข้าห้องน้ำอาบน้ำและบิณฑบาตเท่านั้น แต่ทุกครั้งที่ผมเรียกหาใครสักคนเพื่อจะใช้ไหว้วาน เอ๋อก็จะวิ่งตุบตับมาเป็นคนแรกเสมอ เหมือนกับทุกเช้าที่ออกไปบิณฑบาตตั้งแต่วันแรกจนถึงทุกวันนี้ ลงมาจากกุฏิพระในทุกเช้าผมก็จะเห็นเด็กวัด ที่อยู่ในชุดขาวคีบแตะสะพายย่ามหัวใสเหม่งยืนรออยู่ทุกครั้ง แทนที่ผมจะรู้สึกปั่นป่วนที่มีมารตัวน้อยมาป้วนเปี้ยน แต่กลับตรงกันข้ามเพราะมารตัวน้อยนี่แหละที่เป็นกำลังใจให้ผมใช้เวลาช่วงนี้ ประพฤติปฏิบัติดำรงตนอยู่ในระเบียบวินัยได้อย่างเคร่งครัด ก็นะขนาดบุหรี่ผมยังไม่ได้สูบเลยนี่ก็ฝีมือมารน้อยเขาแหละ

"หลวงพี่มาอยู่นี่เองหาจนทั่ววัดเลย ผมกับครอบครัวจะมาลาน่ะครับ"

"อ้อ จะไปกันวันนี้สินะโยม"

"ครับนี่โรงเรียนของอ้วนก็เปิดเทอมเลยมาเกือบสองอาทิตย์แล้ว ผมก็เพิ่งเคลียร์คนไข้เสร็จเมื่อวานเหมือนกัน เลยต้องรีบพาอ้วนไปเรียนน่ะครับ แล้วหลวงพี่ล่ะได้ฤกษ์สึกวันไหนผมจะได้จัดตารางงานถูก"

"ไม่ต้องเดือดร้อนพากันมาหรอก พวกโยมใครมีภาระหน้าที่อะไรก็ทำหน้าที่ของตัวเองไปเถอะ สึกเมื่อไหร่อาตมาจะโทรไปหาเอง โยมก็ดูแลตัวเองกับครอบครัวดีๆล่ะ อย่าเอาแต่ทำงานพักผ่อนซะบ้าง" ผมเดินนำหน้าไอ้ตุลย์มายังกุฏิตัวเอง มินกับหลานๆทั้งสามรวมถึงเอ๋อก็นั่งคุยจ้อกันอย่างเมามัน ที่บอกว่าเมามันน่ะแค่เอ๋อกับหลานคนโตนะครับ ส่วนมินน่ะเหรอได้แค่นั่งยิ้มกับหัวเราะแค่นั้นแหละ พูดไม่ทันคู่นี้เขาหรอก

"สึกแล้วหลวงพี่จะกลับไปกรุงเทพมั้ยครับ แล้วเด็กที่เกาะหนึบอยู่กับหลวงพี่ไม่ยอมไปไหนนั่นล่ะ จะพากันอยู่ที่นี่หรือยังไงครับ" ผมกับไอ้ตุลย์หยุดเดินเพื่อทอดสายตามองไปยังคนที่เป็นอีกครึ่งหนึ่งของชีวิตเรา คำถามที่ไอ้หมอถาม ส่วนตัวของผมแล้วอยากกลับไปกรุงเทพเพื่อให้เอ๋อได้กลับไปเรียนมหาวิทยาลัยต่อมากกว่า อีกอย่างหลวงตาท่านก็เคยเปรยๆออกมาเหมือนกัน ว่าอยากให้เอ๋อกลับไปสานต่อในสิ่งที่ละทิ้งมา แต่ที่ไม่ได้คุยกับเอ๋ออย่างเป็นกิจจะลักษณะ นั่นเพราะว่าตอนนี้ผมอยู่ในสถานะที่ไม่สามารถจะคุยเรื่องแบบนี้ได้ นอกจากคงต้องรอให้ถึงวันที่ผมพ้นจากผ้าเหลืองไปก่อนค่อยเคี่ยวเข็ญตัวแสบอีกที

"หลวงลุง หลานจะต้องไปอยู่เมืองกรุงแล้ว หลานฝากน้องหลงของหลานด้วยนะครับ น้องหลงจ๋าอยู่กับหลวงลุงน้องหลงต้องไม่ดื้อนะ ถึงหลวงลุงจะไม่กล้าตีน้องหลงแต่หลวงลุงกล้าฟ้องหลวงตานะจ๊ะ พี่ติณฑ์ไม่อยู่ใกล้ๆแบบนี้ถ้าน้องหลงโดนตีจะไม่มีใครโอ๋นะ" ผมอดอมยิ้มไม่ได้เมื่อแมงหมูจีบปากจีบคอฉอเลาะ จนพ่อกับแม่แมงพากันส่ายหัวเป็นแถว 

ยังไม่ทันได้อ้าปากตอบอะไรทั้งแมงหมูกับเอ๋อก็โผเข้ากอดกัน แถมปล่อยโฮเสียงดังจนพระเณรวิ่งหน้าตื่นออกมาดูเป็นแถว กว่าทุกอย่างจะสงบลงได้วัดแทบจะแตกเลยทีเดียว ขนาดตอนไปลาหลวงตาแมงหมูกับเอ๋อก็ยังสะอึกสะอื้นไม่หยุด ผมเข้าใจในตรงนี้เพราะว่าเอ๋อกับแมงหมูผูกพันกันตั้งแต่หลานอยู่ในท้อง พอมาเจอกันอีกทีต่างฝ่ายก็ต่างดูแลกันมาตลอด มินเคยบอกว่าทั้งคู่ไม่เคยห่างกันนานๆเลยนอกจากตอนที่หลวงตาท่านอาพาธ และตอนที่เอ๋อไปกรุงเทพกับไอ้ชินเมื่อสองเดือนกว่านั่นแหละ

"สวรรค์ชั้นไหนๆหรือจะมีความสุขเท่าพ่อแม่ลูกอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า อาหารใดๆในโลกหรือจะมีรสชาติอร่อยเท่าครอบครัวพร้อมหน้ากินข้าวพร้อมกัน หลวงตาขอให้ครอบครัวของโยมมีแต่ความสุขความเจริญในเส้นทางชีวิตของโยมด้วยเถิด" หลวงตาพรมน้ำมนต์และมัดมือให้ศีลให้พรครอบครัวไอ้หมอ พักใหญ่ทั้งหมดก็กล่าวลาหลวงตาเพื่อออกเดินทางกันต่อ คนหัวเหม่งข้างๆสะอื้นออกมาอย่างน่าสงสาร เจ้าตัวเกือบจะวิ่งตามรถตู้บ้านไอ้หมออยู่แล้วถ้าเณรไม่วิ่งมาบอกว่าหลวงตาเรียกหาซะก่อน 

ครอบครัวของไอ้ตุลย์โดยเฉพาะมินกับแมงหมูเขาใช้ชีวิตอยู่ที่ชุมชนนี้มานานหลายปี ความผูกพันย่อมมีมากคงจะทำใจย้ายถิ่นฐานไม่ได้ง่ายๆ ร่องรอยความช้ำรอบดวงตาของมินเมื่อกี้เป็นเครื่องยืนยัน ว่าน้องเองก็คงผ่านการร้องไห้มาหนักพอสมควร แล้วอีกคนที่วิ่งตุบตับน้ำหูน้ำตาไหลไปให้หลวงตาโอ๋ล่ะ ถ้าถึงวันต้องลาจากผู้คนที่ต่างก็รักและเอ็นดูไปอยู่ในที่ไกลๆเหมือนมินเขาจะไปได้ไหม อืม..ผมคงต้องเตรียมหาลู่ทางทำมาหากินที่นี่แล้วล่ะมั้ง เพราะถ้าเขาย้ายไปอยู่กรุงเทพกับผมจริงๆ แต่ต้องมีรอยช้ำรอบดวงตาแบบมินผมคงเลือกที่จะอยู่ที่นี่มากกว่า อีกอย่างหนึ่งคุณอรรคก็อายุใกล้ถึงวัยได้เบี้ยคนชราแล้ว ให้มาอยู่ห่างแสงสีเสียงห่างความจอแจคุณอรรคเองก็คงจะยินดีอยู่ไม่น้อย ถ้าจะมีคนไม่ยินดีในเรื่องนี้จริงๆก็คงจะมีเพียงคนเดียว แฟนของโยมพ่อคงดิ้นแน่ๆ หึหึ ถือว่าเป็นการใช้หนี้ให้ผมก็แล้วกันครับโยมลุงสันต์  


หนึ่งอาทิตย์หลังจากที่ครอบครัวของไอ้หมอย้ายไปอยู่สมุทรปราการ เอ๋อก็กลับมายิ้มแป้นเหมือนเดิม คงเป็นเพราะขยันวีดีโอคอลกับคนทางนู้นวันละห้าเวลานั่นแหละ ถึงทำให้คลายใจลงไปได้บ้าง ส่วนชมพู่กับปันปันก็ยังเปิดคลีนิคอยู่ที่เดิมโดยยัยชมพู่ให้เหตุผลว่า รอให้พี่ชายกับพี่สะใภ้ลงเอยกันก่อนถึงจะเบาใจและย้ายกลับไปอยู่กรุงเทพได้อย่างสบายใจ 

เวลาผ่านไปแต่ละวันผมก็ยังคงใช้ชีวิตครองสมณะเพศ และทำกิจวัตรประจำวันอย่างที่พระสงฆ์พึงกระทำอย่างตั้งใจที่สุด โดยมีเอ๋อนี่แหละคอยสนับสนุนผมทุกทาง เวลาผมเดินจงกรมเอ๋อก็จะเดินตามหลังเป็นเพื่อนเงียบๆ บางครั้งมีญาติโยมนิมนต์ฉันเพลหรือไปงานพิธีต่างๆ เอ๋อก็จะเป็นคนเดินตามผมเงียบๆเหมือนกัน พอไม่มีมินกับแมงหมูให้คุยเล่นด้วยเอ๋อก็ซึมลงไปบ้างเป็นบางครั้ง แต่พอหลวงตาเรียกผมไปแจ้งถึงฤกษ์วันลาสิกขาบท ตาโตๆคู่นั้นกลับหม่นหมองลงและหลายครั้งนั่งหน้าจ๋อยจนน่าสงสาร ผมล่ะอยากรู้จริงๆว่าสมองน้อยๆ แสบๆ นั่นกำลังกังวลถึงเรื่องอะไรอยู่กันนะ แววตาถึงได้ดูเศร้าสร้อยขนาดนี้

"ทำอะไรน่ะโยมเอ๋อ"

"ซักผ้าให้หลวงพี่ไงล่ะ หลงเอาผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว ผ้าสบงมาซักให้หมดแล้วนะ" ผมมองคนตัวเล็กกว่าผมเยอะที่ยืนหันหลังตากผ้าให้อย่างขะมักเขม้นแล้วอดสงสัยไม่ได้ ก็อีกสองวันผมจะสึกแล้วทำไมต้องซักให้ล่ะเอาไปซักที่บ้านก็ได้นี่นา

"โยมเอ๋อหวังว่าจะไม่ก่อเรื่องแสบๆอะไรอีกนะ ยังจำหนี้เก่าตัวเองได้อยู่ใช่มั้ยว่ามันมีเยอะเท่าไหร่น่ะ"

"เปล๊า หลงไม่ได้จะทำอะไรเลยนะหลวงพี่ หนี้สินอะไรหลงไม่รู้เรื่อง หลวงพี่บวชเรียนมาแล้วนะจ๊ะ การไม่โกรธไม่เกลียดไม่แค้นไม่เคืองเราจะไม่ทุกข์นะจ๊ะ หลวงตาเทศน์วันพระครั้งที่แล้วว่าวางอารมณ์ได้ใจก็ร่มเย็น วางความคิดเป็นใจก็เป็นสุข หลวงพี่จำไม่ได้เหรอ ยังไม่ทันจะสึกเลยจะถามทวงหนี้สินอะไรก็ไม่รู้ ไหนล่ะหลักฐานสมัยนี้เขาคุยกันด้วยหลักฐาน เคยมีคนขี้เก๊กพูดแบบนี้หลงจำได้อยู่เลย" เอ๋อหันมาพูดด้วยเสียงราบเรียบแววตานิ่งเฉย หึหึ นั่นไงล่ะไอ้อาการนิ่งเฉยแบบนี้แหละที่ทำให้ผมมีลูกหนี้หลายคน ทำไมเมื่อตอนที่ปอรักตื่นขึ้นมาแล้วเกิดเรื่องไอ้ชินเมื่อหลายเดือนก่อน ผมถึงมองไม่ออกวะว่าภายใต้ความเฉยเมยนี้เอ๋อกำลังลุกลี้ลุกลนติดจะหวาดระแวงซะด้วยซ้ำ สงสัยกำลังคิดก่อเรื่องอะไรอีกแน่ๆ

"หึหึ นั่นสินะ การให้อภัยมันจะทำให้ใจเราสบาย หากมีขันติใครจะมาทางไหนก็รู้ตัว ถ้ามีสติใครจะมาไม้ไหนก็รู้ทัน ตอนนี้อาตมาเองก็มีสติมากซะด้วยสิ เฮ้อ ได้ฤกษ์สึกตีห้าเท่ากับว่าไม่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมงด้วยซ้ำ อาตมาคงต้องให้บอสมันไปทำความสะอาดบ้านโยมหมอไว้แล้วล่ะ เพราะอีกไม่เกินห้าสิบชั่วโมงบ้านโยมหมอคงเป็นที่ชำระหนี้ของบางคนจนลุกไม่ขึ้น หึหึ"

"ทะ ทำไมทำหน้าเหมือนจะจับหลงกินแบบนั้นล่ะหลวงพี่ มันบาปไม่รู้เหรอ ละ..หลงไปหาหลวงตาดีกว่า หลวงตาจ๋าหลวงต๊า หลวงพี่โปรดแกล้งหลงจ้ะ หลงโดนตีด้วยนะจ๊ะหลวงตา!" เอ๋อแสบคว้าช้างดาวคู่กายได้ก็วิ่งหน้าซีดไปทางกุฏิหลวงตา ปากตะโกนฟ้องใส่ร้ายไปตามทางแล้วคิดว่าหลวงตาจะเชื่อเหรอ เพราะถึงแม้ว่าเอ๋อจะจำทุกอย่างได้แล้ว แต่นิสัยบางอย่างตอนที่เป็นหลงรักก็ยังคงติดหนึบไม่เปลี่ยนแปลงสักนิด อาจมีบ้างที่ลดความเล่นใหญ่ลงนิดหน่อย แต่ความขี้ฟ้องนี่ยังเป็นที่กล่าวถึงและยังไม่มีใครมาโค่นแชมป์ลงได้ หลวงตาเองก็คงหมดหนทางจะแก้ไขปัญหานี้แล้วล่ะ ถึงโยนมาให้ผมค่อยๆจัดการแทน

"หลวงพี่โปรด ไปแกล้งอะไรเหม่งมันอีกล่ะร้องไห้ฟูมฟายฟ้องหลวงตาอยู่นั่นน่ะ หลวงตาเรียกหาหลวงพี่ใหญ่แล้ว ระวังจะได้ล้างห้องน้ำหลังกุฏิใหญ่คนเดียวนะ ห้องสุดท้ายน่ะ หูยย โคตรดุ เณรโดนหลอกจนจับไข้ไปหลายรูปแล้ว" ขนแขนผมลุกชันขึ้นพร้อมกันพอๆกับสมองก็เริ่มปิดบัญชีทบต้นทบดอกของเอ๋อแสบทีละเรื่อง ฮึ่ม! ถ้าโดนมาล้างห้องน้ำห้องนั้นจริงๆ รับรองได้ว่าทิดโปรดคนนี้จะจัดทั่วทุกซอกทุกมุมของบ้านโยมหมอเลยหลงรัก!

หลงรัก..P

"แต่หลงอยากอยู่กับหลวงตา"

"เจ้าหลงเอ๋ยฟังหลวงตานะลูก ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนในผืนแผ่นดินนี้เจ้าหลงก็ยังมีหลวงตาอยู่ด้วยเสมอ ถึงเจ้าหลงจะไม่เห็นหลวงตา แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ระลึกถึงหลวงตาหนิใช่มั้ยล่ะ"

"ทำไมหลวงตาอยากให้หลงไปอยู่ไกลๆ ไม่เอ็นดูหลงแล้วเหรอครับ ถ้าหลงไม่อยู่ตอนดึกใครจะห่มผ้าให้หลวงตา ตอนเหงาใครจะคุยกับหลวงตา ฮึก ตอนไม่สบายใครจะเช็ดตัวให้หลวงตา ฮึกก ตอนหลงดื้อใครจะดุจะตีน่องหลงล่ะครับ"

"ทุกคนล้วนมีเส้นทางชีวิตของตนเอง การเดินทางไปข้างหน้าเพื่อมุ่งสู่จุดหมาย ถึงแม้ว่าจะยาวไกลซักเท่าไหร่แต่การยืนอยู่กับที่นั้นมันยิ่งไกลกว่า เจ้าหลงจงเป็นเศษดินที่มีค่า สร้างสรรค์รอยเท้าของเจ้าหลงเองเสียเถิด หลวงตาก็แก่ไปทุกวันแล้ว ห่วงเดียวที่หลวงตายังมีอยู่นั่นก็คือเจ้าหลง เข้าใจที่หลวงตาบอกใช่มั้ย" ผมพยายามกลั้นสะอื้นเอาไว้ทั้งที่น้ำตาก็ยังไหลอยู่ไม่ขาดสาย ผมรู้ว่าหลวงตาไม่ได้ขับไสไล่ส่งหรือรังเกียจรังงอนผมหรอก แต่หลวงตาอยากให้ผมมีทางเดินของตัวเอง 

หลวงตาจะพร่ำสอนผมเสมอมาว่าจงดิ้นรนที่จะมีชีวิต คำว่ามีชีวิตของหลวงตาไม่ได้หมายถึงแค่มีลมหายใจ แต่รวมถึงการรู้จักใช้ชีวิตให้คุ้มค่าอย่างมีคุณค่าต่างหากล่ะ และตั้งแต่วันที่คุยกับหลวงตาในเรื่องนี้ ผมก็ได้แต่ใช้ทุกนาทีอยู่กับครอบครัวของผมที่นี่ให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นพระ เณร พี่บอส ลุงพจน์ น้องอาย หรือแม้แต่พี่ต้นขนุน หลายปีที่ผ่านมานี้ที่นี่คืออาณาจักรของผม คือครอบครัวของผม คือโลกทั้งใบของผม และจะเป็นดินแดนที่ผมจะยึดติดถึงผู้คนรอบกายสถานที่รอบตัว จนกว่าความทรงจำของผมจะเลอะเลือนไป

"คิดอะไรอยู่โยมเอ๋อ หน้าซึมหน้าจ๋อยมาหลายวันแล้วนะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า"

"เปล่าจ้ะหลวงพี่ หลงแค่คิดว่าเราต้องอดทนแค่ไหน ถ้าต้องอยู่ห่างจากครอบครัวอยู่ไกลจากคนที่รัก" ผมก้มหน้าหลบสายตาจับผิดจากหลวงพี่โปรดที่มองมาอย่างกดดัน เฮ้อ ขนาดเป็นพระเป็นเจ้าแท้ๆ ยังใช้สายตากดดันเก่งอีกเนอะ

"สิ่งที่พูดถึงเมื่อกี้คือความรู้สึกของโยมเอ๋อต่อสิ่งแวดล้อมไหนล่ะ เห็นโยมหมอตุลย์มั้ย เขาก็จากครอบครัวที่กรุงเทพเพื่อมาสร้างครอบครัวที่นี่ตั้งนาน โยมมินเองก็ต้องจากผู้คนที่นี่จากสถานที่ ที่เยียวยาจิตใจ และสถานที่ ที่ลูกชายตัวเองเติบใหญ่ เพื่อไปสร้างอนาคตสร้างครอบครัวกับคนที่เขารักและรักเขาเหมือนกัน ทุกการจากลามันจะนำพาความรู้สึกใจหายและคิดถึงเสมอ แต่ทุกการจากลามันก็จะนำพาประสบการณ์ใหม่ๆ สิ่งใหม่ๆ ให้เราเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับมัน อาตมาเชื่อว่าความอดทนของการคิดถึง มันจะเป็นกำลังใจ เป็นแรงผลักดันให้เราฝ่าฟันในโลกใบใหม่ที่ต้องเผชิญกับมัน"

 ผมเงยหน้ามองผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ในจีวรผ้าเหลือง วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่หลวงพี่จะอยู่ในร่มเงาแห่งธรรมะแล้วสินะ ตลอดเวลาสามเดือนที่ผ่านมาหลวงพี่ปฏิบัติตัวและดำรงอยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด แม้แต่บุหรี่สักมวนผมก็ไม่เคยเห็นท่านสูบเลยเถอะ

"พรุ่งนี้จะสึกแล้ว หลวงพี่คิดว่าจะทำยังไงต่อไป จะยังอยู่ที่นี่มั้ยอยู่กับหลง"

"ไม่ว่าแมงปอจะอยู่ที่ไหน แสงสว่างของดวงอาทิตย์ก็จะตามไปเคียงข้างเสมอ" ผมยอมบาปออกปากถามถึงเรื่องที่ยังติดค้างในใจ น้ำเสียงราบเรียบแต่แววตามุ่งมั่นของหลวงพี่เป็นคำตอบยืนยันได้ดี ถ้าผมตัดสินใจจะอยู่ที่นี่หลวงพี่ก็จะอยู่กับผมเหมือนกัน แล้วผมจะเห็นแก่ตัวรั้งอนาคตของหลวงพี่ และหน้าที่ความรับผิดชอบต่อบุพการี ต่อผู้คนและครอบครัวที่อยู่ภายใต้ความดูแลของตระกูลพิพัฒธณปราโมทย์ อีกเป็นพันเป็นหมื่นชีวิตที่หลวงพี่ต้องสานต่อจากพ่ออรรค เพื่อให้มาจมปลักอยู่กับผมที่นี่ได้เหรอ 

"ขอบคุณจ้ะ อ้อ ฤกษ์สึกตีห้าพรุ่งนี้พ่ออรรคจะมาแต่เช้า หลวงพี่ไปทำวัตรเย็นเถอะจ้ะ หลงเองก็จะไปหาหลวงตาด้วยเหมือนกัน" ผมเอื้อมมือไปลูบต้นขนุนที่เป็นเหมือนเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขกันอีกครั้ง ก่อนจะหันไปยิ้มรับในคำตอบที่ได้รับรู้ทางสายตา ที่หลวงพี่ส่งยิ้มบางเบามาให้ นั่นสินะทุกชีวิตควรมีเส้นทางเดินเป็นของตัวเองทั้งนั้น

"หลวงพี่โปรดจ๊ะ หลงรักพี่ต้นขนุน รักน้องอายมากๆ ถ้าแม้วันนึงหลงไม่อาจพาพี่ขนุนไปอยู่ด้วยกันที่ไหนก็ตามได้ แต่หลงหวังว่าน้องอายคงมีโอกาสที่พี่ขนุนไม่มีโอกาสเนอะ อีกไม่ถึงยี่สิบชั่วโมงหลวงพี่ก็จะเป็นพี่ทิดแล้วก็ต้องมีขันติในทุกเรื่องนะจ๊ะ หนี้สินอะไรถ้าเว้นได้ก็เว้นไปเถอะ หลวงพี่จะได้เพิ่มบุญบารมีไงเนอะ"

"หึหึ" ผมเดินจ้ำอ้าวหนีเสียงหัวเราะเย็นๆดวงตาวาววับของหลวงพี่ทันที ที่สัญชาตญาณตัวเองรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยระดับยี่สิบเต็มสิบ รังสีคุกคามถูกแผ่ขยายมาจากคนที่ครองจีวรผ้าเหลืองอยู่แท้ๆ งั้นที่ผมตัดสินใจคงจะถูกต้องแล้วล่ะ ใครจะอยู่รอให้โดนพญามารจับกินกันเล่า ขอเวลาเตรียมตัวเตรียมใจตั้งรับหรือซื้อหยูกซื้อยามาเตรียมไว้ก่อนก็ยังดีนะครับว่าที่พี่ทิดโปรด


"แล้วหลงจะมาเยี่ยมหลวงตาบ่อยๆนะจ๊ะ ตอนเย็นอย่าดื่มน้ำเยอะไม่งั้นดึกๆหลวงตาจะเข้าห้องน้ำบ่อย ไม่สบายนิดนึงก็ต้องบอกพี่บอสหรือลุงพจน์ แล้วต้องโทรบอกหลงอย่าให้หลงมารู้ทีหลังไม่งั้นหลงจะเสียใจแล้วร้องไห้ ฮึก หน้าหนาวก็ต้องใส่หมวกอุ่นๆด้วยนะจ๊ะ หลงซื้อเตรียมไว้ให้ในตู้แล้ว ผ้าห่มผ้าปูที่นอนผ้าเช็ดตัวสบงจีวรหลงก็ซักพับเก็บไว้ให้ในตู้แล้วเหมือนกัน ฮึก หลวงตายังจำที่หลงทำให้ดูเมื่อคืนได้ใช่มั้ยจ๊ะ เวลาหลงโทรมาหลวงตาต้องกดรับตรงนี้ แล้วยื่นโทรศัพท์ให้ห่างหน้านิดนึงเราจะได้เห็นหน้ากัน อย่าใกล้หน้ามากไม่งั้นหลงจะเห็นแต่ปากกับจมูกของหลวงตา ฮึก แล้วอย่าเปลี่ยนรูปที่หน้าจอโทรศัพท์นะจ๊ะ รูปนี้หลงน่ารักที่สุดแล้ว หลงจะตั้งใจเรียนถ้าวันที่เรียนจบ หลงจะมารับหลวงตาไปเมืองกรุงในวันที่หลงใส่ชุดครุยสวยๆนะจ๊ะ หลงอยากถ่ายรูปกับหลวงตาเป็นคนแรก หลงจะหางานทำด้วยได้รับเงินเดือนเมื่อไหร่ จะส่งเงินมาให้พี่บอสไปซื้อนมให้หลวงตากินทุกวัน จะได้แข็งแรงรอหลงมาหาเนอะ ฮึกก ฮืออ หลวงตาจ๋าอย่าลืมหลงนะ ฮือ อย่าลืมหลงรัก ฮืออ"

"เจ้าหลงอย่าร้องไห้ เราไม่ได้จากกันไปไหน คิดถึงเมื่อไหร่ก็มาหาหลวงตาได้เสมอ ที่นี่คือบ้านของเจ้าหลงคือที่ที่รอเด็กวัดหลงทางคนนี้ให้ได้กลับมาหาอยู่เสมอ หลงรักชื่อนี้จะทำให้ทุกคนที่อยู่รอบข้างต่างก็หลงรักและเอ็นดูเจ้าหลง หากแม้ว่าวันใดมีอุปสรรคไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ขอให้อดทนเมื่อเวลาผ่านไปเราจะรู้เองว่าความอดทนนั้นมันสร้างผลดีมากแค่ไหน สิ่งใดที่เราไม่ชอบเราก็อย่าทำสิ่งนั้นกับคนอื่น ใจเขาใจเราเป็นสิ่งสำคัญของการอยู่ร่วมกันกับใครก็ตาม ชีวิตนี้มันไม่ได้ยืนยาวอะไรนัก จงทำสิ่งดีให้กันในตอนที่ยังมีลมหายใจอยู่ จงทำในสิ่งที่ชอบและรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ เพราะเมื่อวานกับวันนี้มันห่างกันแค่นิดเดียว หลวงตาจะรอยินดีกับความสำเร็จของหลานชายนะลูก ไปได้แล้วเดี๋ยวไม่ทันรถ ป่านนี้โยมพจน์นั่งตบยุงรอนานแล้วน่ะ" 

ผมยกแขนเสื้อสีขาวตัวที่ใส่อยู่ขึ้นมาปาดน้ำตาตัวเอง เสื้อตัวนี้เมื่อปีที่แล้วหลวงตาฝากพี่บอสซื้อมาให้ผม เหมือนกับรองเท้าช้างดาวที่หลวงตาเป็นคนจูงมือผมไปซื้อร้านข้างวัดในวันแรกที่มานี่ สองมือของผมยกพนมก้มลงกราบเท้าชายชรา น้ำตาก็ยังคงไหลอยู่อย่างนั้น

"ขอให้เด็กน้อยหลงทางคนนี้เติบโตอย่างมีคุณค่า มีชีวิตรอดอยู่บนโลกนี้อย่างเข้มแข็ง รักษาตัวให้ดีนะเจ้าหลงรัก" 

"ฮึก แล้ว ละ..หลงจะมาหาฮึกบ่อยๆ ฮึกก นะจ๊ะ" ผมเงยหน้ายิ้มแฉ่งทั้งที่น้ำตาไหล พูดทั้งที่กลั้นสะอื้นไม่อยู่ และเดินปาดน้ำตาออกมาจากกุฏิหลวงตาในเวลาสามทุ่มกว่า ด้วยความรู้สึกมุ่งมั่นที่จะเดินสู่จุดหมายที่ตั้งใจเอาไว้อย่างมั่นคง

"เหม่งจะไม่บอกหลวงพี่ก่อนจริงเหรอ ได้ข่าวว่าคดีเก่ายังไม่ได้ชำระความกันนี่ เดี๋ยวเถอะจะโดนจัดหนักจนระบมฟ้องใครก็ไม่ได้ด้วยนะ หลวงตาไปช่วยก็ไม่ได้คิดดูดีๆ" ผมยืนแอบในมุมมืดข้างศาลาหน้ากุฏิหลวงตา สายตามองไปยังกุฏิของหลวงพี่โปรดที่ดับไฟมืดสนิท มือก็หยิกแขนพี่บอสจนร้องโอ๊ยเบาๆ

"พี่บอสไม่ต้องมากล่อมให้ลูกพี่ตัวเองเลย พี่บอสไม่เข้าใจหลงหรอก ถ้าหลงบอกหลวงพี่ตอนนี้คิดว่าหลงจะรอดเหรอ สู้ขอเวลาทำใจก่อนโดนเช็คบิลดีกว่า ไปเถอะพี่บอสเดี๋ยวลุงพจน์รอนาน" ผมกับพี่บอสพากันเดินออกมาลุงพจน์ที่จอดรถรออยู่ข้างกำแพงหน้าวัด สงสัยจะลืมว่าตรงนี้มีเจ้าที่คือป้าผ่อนมั้งเนี่ย

"พี่บอสไม่ต้องไปส่งหรอก กลับไปอยู่เป็นเพื่อนหลวงตาเถอะ อย่าลืมนะว่าต้องมานอนกับหลวงตาทุกคืน ดึกๆชะโงกหน้าขึ้นมาดูบ้างว่าหลวงตาห่มผ้ามั้ย อย่านอนขี้เซามากล่ะเผื่อหลวงตาอยากเข้าห้องน้ำตอนดึกน่ะ อย่าลืมชาร์จแบตโทรศัพท์ให้หลวงตาทุกวัน หลงอุตส่าห์เอาเงินเก็บของตัวเองมาซื้อนะเนี่ย หลงต้องได้คุยได้เห็นหน้าหลวงตาทุกวันนะพี่บอส แล้วพี่บอสต้องดูแลตัวเองดีๆ ฮึก หลงเป็นห่วง" พี่บอสเป็นคนที่มาอยู่กับหลวงตาพร้อมกับผม พี่บอสเป็นพ่อครัว เป็นองครักษ์ เป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นครอบครัวที่ผมมีอยู่ อ้อมกอดของพี่บอสในวันแรกที่ได้สัมผัสมันอบอุ่นยังไง ตอนนี้ก็ยังคงอบอุ่นอยู่อย่างนั้น

"เออน่ะไม่ต้องห่วง พี่จะดูแลหลวงตาเอง เหม่งนั่นแหละที่ต้องดูแลตัวเองดีๆ แล้วพบกันใหม่นะน้องชาย"

"อื้อ แล้วหลงจะมาหานะบอส" พี่บอสเอากระเป๋าเสื้อผ้าวางไว้ท้ายกระบะรถของลุงพจน์ ก่อนจะยืนส่งและโบกมือให้ผมจนลับสายตาไป ผมมาถึงสถานีรถไฟก็ทันรถไฟมาพอดี ลุงพจน์ยัดกระดาษตั๋วรถไฟให้แล้วรีบไล่ลงก่อนผมจะทันอ้าปากร่ำลาซะอีก เสียงหวูดรถไฟที่เคลื่อนขบวนรถไปช้าๆ ชายเกือบสูงอายุวิ่งกระหืดกระหอบมาเคาะกระจกแล้วยื่นกล่องข้าวมา ทำให้ผมปล่อยโฮมันตรงนั้น แล้วพบกันใหม่นะครับครอบครัวของนายหลงรัก 

"ไอ้หนุ่มเลิกร้องได้แล้วพ่ออุตส่าห์เอากล่องข้าวมาให้ นี่จะไปทำงานที่กรุงเทพเหรอ ตั้งใจทำงานล่ะจะได้มีเงินมีทองส่งมาให้พ่อแม่ใช้ ไปอยู่กลางแสงสีก็อย่าเพิ่งใจแตกรีบมีลูกเมียแล้วลืมพ่อแม่ล่ะ"

"หลงไม่มีวันลืมแน่นอนจ้ะยาย" ผมล้วงผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าอ่อนของหลวงพี่มาเช็ดน้ำหูน้ำตาตัวเอง พลางเอ่ยกับคุณยายที่นั่งเบาะเขียวฝั่งตรงข้าม สายตามองฝ่าความมืดออกไปนอกขบวนรถไฟ ในใจก็หวนคิดถึงถิ่นที่จากมารวมถึงคิดถึงว่าที่ทิดที่จะลาสิกขาบทในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ ผมรู้ว่าพี่โปรดต้องตามหาผมเจอในเวลาไม่เกินยี่สิบสี่ชั่วโมงแน่ๆ และผมก็รู้ว่า เฮ้อ! อิสระภาพของน้องตูดผมคงจะหมดลงเช่นกัน 

สองแขนโอบกอดถุงรองเท้าเบอร์สี่สิบสี่คู่เดิมของใครคนหนึ่ง ที่ใส่ให้ผมเมื่อหลายปีก่อนมันก็อดขนลุกชันขึ้นมาพร้อมๆกันไม่ได้แฮะ เมื่อนึกถึงคำขู่ของพี่ชินพี่ดิวและคำพูดแผ่วเบาลอยมาตามลม ก่อนที่นาคจะก้าวขาขึ้นรถขบวนแห่เมื่อสามเดือนก่อน นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผมต้องย่องหนีหลวงพี่โปรด 

"สึกปุ๊บตูดนองน้ำปั๊บแน่ ไอ้เมียเอ๋อตัวแสบ"

"น้องตูดจะรอให้พี่หนอนมาหานะจ๊ะแล้วพบกันจ้ะพี่โปรด"


**พอถึงจุดๆหนึ่งของชีวิต ทุกอย่างก็จะค่อยๆเปลี่ยนไป

มันจะตาบวมหน่อยๆ ฟางเองที่ตาบวมชอบตอนนุ้งหลงต้องห่างอกหลวงตากับพี่บอส เอ็นดูนาง แต่ทุกชีวิตย่อมมีเส้นทางของตัวเองไม่ว่าใครก็ตาม ตอนจบแต่งจบแล้วไม่มีฉากที่รอนะคะมีแต่แพลนไปที่โคมไฟและเสื้อผ้ากระจัดกระจาย ฟางเก็บฉากป่ามป้ามไว้ในเล่ม2ตอนคือแต่งไปแล้วเน้อ

พรุ่งนี้ฟางจะมาปิดจบให้นะคะ หลังปิดจบแล้วจะขอตัวห่อหนังสือ"ก็แค่ตัวแทน" ซุ่มแต่งเรื่องสั้นพ่ออรรคคนดีอีก ส่วนตอนพิเศษนุ้งหลงแต่งไปแล้ว5ตอนเน้อ แล้วจะมาเปิดผู้โยกับผัวเด็กให้ค่ะ ประเด็นคือยังไม่มีชื่อเรื่องเลย เคยคิดเอาไว้แต่แลดูแล้วมันจะไม่เข้ากับเรื่อง ท่านใดคิดว่าเอาชื่อนี้สิ ลองเขียนมาเน้อจ้าวว่าเอาชื่ออะไรดีฟางมึน สำหรับดิวโยน่าจะประมาณวันที่14หรือ16พย.นะคะ 

ขอบคุณสำหรับการรอคอย ขอบคุณสำหรับการติดตาม ขอบคุณสำหรับกำลังใจดีๆ ยังคงเป็นกำลังใจให้กันเสมอค่ะ ดูแลสุขภาพกันด้วยจ้าวแล้วพบกันพรุ่งนี้เน้อจ้าว

รายชื่อเจ้าของหนังสือ"หลงลืมรัก" ท่านใดตกหล่นรบกวนแจ้งฟางด้วยนะคะหนังสือจะปิดโอนเงินวันที่5ธค.ค่ะ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่เพจ ฟาง นิยายวาย36

187/คุณปิยะมาศ กทม.ล

188/คุณศรีตลา กทม ล.

189/คุณวนิดา สมุทรปราการ อ.

190/คุณเบญจพร กทม.ล

191/คุณนภาพร สุพรรบุรี อ.

192/คุณสมลักษณ์ นนทบุรี ล.

193/คุณสุกัญญา กทม ล.

194/คุณปรารถนา กทม ล.

195/คุณวริยา กทม.ล

196/คุณนุรอัยดา นราธวาส ล.

197/คุณสุดารัตน์ กทม.ล

198/คุณ อิสริยา กทม ล.

199/คุณสุพร สงขลา อ

200/คุณวิรตี กทม เคอรี่

201/คุณพัชณิภา สระบุรี อ.

202/คุณวริษา สุพรรณบุรี อ.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น