ลีย์มณีรัตน์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หลงสวาทเด็กสาว : บทที่ 3

ชื่อตอน : หลงสวาทเด็กสาว : บทที่ 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 53.5k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ย. 2560 13:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หลงสวาทเด็กสาว : บทที่ 3
แบบอักษร

หลงสวาทเด็กสาว : บทที่3


เมฆาส่ายหัวอย่างเอือมๆกับท่าทีของผู้เป็นบิดา พ่อเขาเป็นคนตรงๆ เวลาโกรธก็คือโกรธ เวลาน้อยใจก็แสดงออกเช่นกัน แต่ไม่บ่อยครั้งนักที่จะเป็นแบบนี้ เขาเลยไม่พูดอะไรต่อ ก้มหน้ารีบกินข้าวให้อิ่ม จะได้ไปดูหนูดา ปล่อยให้พ่อออกอาการฮึดฮัดต่อไป 

"ไม่ด่ากูอีกหล่ะ" ทรงพลพูดแดกดันใส่ลูกชาย ไม่รู้ว่าเขาหรือมันกันแน่ที่เป็นพ่อของมัน

"พ่อกินต่อไปคนเดียวนะ ผมอิ่มแล้ว จะรีบไปดูหนูดา" เมฆาไม่ตอบ แต่เขาพูดบอกบิดาแล้วลุกขึ้นจากโต๊ะทันที แต่เสียงของบิดาขัดขึ้นก่อน 

"เดี๋ยวๆ..หนูดาเป็นอะไร..." พ่อเลี้ยงทรงพลถามเมฆาเสียงตื่นด้วยความเป็นห่วงหลานสาว ลืมไปเสียสนิทว่าตนเองคือคนทำให้เด็กสาวไม่ยอมลงมากินข้าว เพราะมัวแต่คิดน้อยใจหลานอยู่ ซึ่งก็โดนลูกชายมองมาเหมือนเอือมหนักกว่าเดิม

"ก็คนแถวนี้ทำลูกผมงอนจนไม่ยอมลงมากินข้าว ผมก็ต้องไปดูสิ เผื่อหนูดาปวดท้องขึ้นมา" เมฆาพูดบอกออกไป 

"เดี๋ยวกูจะไปด้วย...กูเป็นห่วงหนูดาเหมือนกัน" หนุ่มใหญ่บอกลูกชายที่กำลังเดินออกจากโต๊ะทานอาหาร 

"พ่อไม่ต้องไปหรอก เดี๋ยวหนูดาเห็นพ่อแล้วพาลจะงอนหนักกว่าเดิม...อีกอย่างพ่อต้องไปตรวจเอกสารหนิ เรื่องแปลงที่ดินที่พ่อให้ผมไปจัดการมา ผมวางไว้ที่โต๊ะทำงานของพ่อแล้วหล่ะ" เมฆาพูดแล้วเดินออกไปเลย ไม่รอฟังว่าผู้เป็นพ่อจะว่ายังไง 

เพราะเขาเป็นห่วงหนูดา อยากรีบเข้าไปดูลูกสาว กลัวว่าจะปวดท้องโรคกระเพาะหรือเปล่า เพราะหนูดาไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่ตอนเย็น 

คิดแล้วชายหนุ่มเดินมาที่ห้องทำงาน หยิบเอากุญแจสำรอง แล้วรีบเดินไปที่หน้าห้องนอนของลูกสาวคนสวย

ก๊อก!   ก๊อก!   ก๊อก!

"หนูดาครับ ทำอะไรอยู่เอ่ย เปิดประตูให้คุณพ่อหน่อยคนดี" 

เมฆาเคาะประตูหน้าห้องแล้วพูดเสียงอ่อนนุ่มถึงคนข้างในเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา แต่กลับไม่มีปฎิกิริยาตอบรับจากข้างในเลยสักนิด

"หนูดาครับ..." หนุ่มใหญ่ลองเรียกอีกที เผื่อลูกสาวจะมาเปิดประตูให้ แต่ผ่านไปสักพักก็ยังเหมือนเดิม ชายหนุ่มเลยตัดสินใจไขกุญแจเข้าไป

แกร็ก! 

ร่างสูงกำยำของหนุ่มใหญ่วัยสามสิบกลางๆเดินเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูกลับที่เดิม ชายหนุ่มเดินไปที่เตียงนอนแล้วก็ต้องระบายยิ้มออกมา เมื่อเห็นลูกสาวของตนกำลังนอนหลับสบายปิดผ้าห่มมิดถึงคอเลยทีเดียว 

ใบหน้านวลจิ้มลิ้มเวลาหลับพริ้มแบบนี้เหมือนกับนางฟ้าตัวน้อยๆ มองมุมไหนลูกสาวของเขาก็น่ารักน่าฟัดไปหมด ไม่แปลกเลยที่บิดาเขาชอบหยอกหนูดานัก 

ดูสิ ปากเล็กๆแต่อวบอิ่มนั่นกำลังเผยอออกน้อยๆเหมือนเด็กทารกกำลังหายใจเลย น่ารักอะไรขนาดนี้ลูกพ่อ แก้มก็ป่องๆพองๆน่าหยิกน่าฟัดเหลือเกิน

คิดแล้วก็อดใจไม่ไหว หนุ่มใหญ่จึงก้มลงลงกดจมูกฝังที่แก้มนิ่มหอมกรุ่นของลูกสาวหนักๆ สูดดมเอากลิ่นแป้งอ่อนๆผสมกลิ่นเนื้อสาวของหนูน้อยตรงหน้าอย่างเผลอไผลลืมตัว

เป็นนานสองนานกว่าที่ชายหนุ่มจะยอมถอยห่างจากใบหน้าสวยหวานจิ้มลิ้มพริ้มเพรานี้ ดวงตาที่ฉายแววรักมากมายตอนนี้เจือปนด้วยความพิศวาสที่เจ้าตัวไม่คิดที่จะยอมรับความรู้สึกผิดบาปเช่นนี้เข้ามาในใจ 

เพราะเขาไม่เคยคิดที่จะทำให้เด็กสาวตรงหน้าที่เป็นดั่งดวงใจต้องเปื้อนราคีหรือมัวหมอง เขารักหนูดาเกินกว่าที่จะกล้าทำลายความเชื่อใจที่เด็กสาวมีให้แก่เขา ยอมตกนรกคนเดียวแล้วเห็นหนูน้อยตรงหน้าเติบโตขึ้นมาอย่างมีความสุข เขายอมแลกได้ทุกอย่าง 

จะมีใครรักลูกหลงลูกได้เท่าเขาอีกไหม ถึงแม้เด็กน้อยคนนี้จะไม่ใช่ลูกแท้ๆในสายเลือด แต่เขาก็ให้ความรักความเอาใจใส่และดูแลหนูดาอย่างดีที่สุดเหมือนลูกแท้ๆมาตลอด คงตั้งแต่ที่แต่งงานกับจันดาหลาผู้เป็นแม่ของหนูดาเมื่อสิบปีก่อน

คำสั่งลาหรือแม้แต่คำสัญญาก็ไม่เคยได้รับจากอดีตภรรยา เพราะจันดาหลาได้จากไปกะทันหัน แต่เขารู้สึกได้ในใจ เพราะเขารู้ว่าจันดาหลารักหนูดามาก มากยิ่งกว่าชีวิตตัวเองเสียอีก

เขาจึงให้คำสัญญาตั้งแต่นั้นมาผ่านทางจิตใจอยากจะส่งไปให้ถึงอดีตภรรยาให้ปล่อยวางและไม่ต้องห่วง เพราะเขาจะเป็นคนดูแลหนูดาอย่างดีที่สุด ให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่หนูดาต้องการอย่างที่พ่อคนหนึ่งจะทำให้ได้ 

ตาคมไล่มองใบหน้างดงามของเด็กสาวตรงหน้าราวกับโดนสะกดจิต ความสวยงามอย่างลงตัวที่ปั้นขึ้นมาก่อเกิดเป็นหนูดาหลาที่ทำเอาใครได้มองเป็นต้องลมหายใจสะดุด 

ทุกสิ่งทุกอย่างบนใบหน้าไม่ว่าจมูกปากคาง คิ้วรูปหน้าเป็นเหมือนกระจกสะท้อนถึงอดีตภรรยาของเขา ผู้หญิงที่เรียกได้ว่างดงามหมดจดดั่งนางในวรรณคดีและร้อนแรงดั่งนางณิการ์

หนูดาเหมือนจันดาหลามาก แต่ก็มีหลายอย่างที่ทำให้เหมือนและแตกต่าง ทั้งรูปร่างอวบอิ่มและในหน้านวลจิ้มลิ้มที่น่ารักมากกว่า ไม่ได้ร้อนแรงเหมือนกับคนเป็นแม่ แต่นั่นกลับเป็นเสน่ห์ดึงดูดที่รุนแรงกว่าจันดาหลาเสียอีก แม้แต่เขายังสัมผัสได้ และมีอีกหลายอย่างที่หนูดามีแต่จันดาหลาไม่มี มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ได้ รู้แค่ว่าไม่เคยรู้สึกแบบนี้ 

แต่สิ่งหนึ่งที่เขาคิดว่าหนูดาไม่มีเหมือนจันดาหลาแน่นอนก็คือความต้องการทางเพศรุนแรง เพราะเขาสังเกตมาสักพักแล้วตั้งแต่เด็กสาวเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น 

หนูดาไม่เคยออกนอกลู่นอกทางหรือมีความต้องการอยากรู้อยากลองในเรื่องพวกนี้ จันดาหลาอาจจะมองผิดไปก็ได้ ถึงแม้จะเป็นสายเลือดเดียวกันก็เถอะ...เขายังจำวันนั้นได้ดี วันที่อดีตภรรยามาพูดระบายและเชิงปรึกษาถึงอนาคตเรื่องทำนองนี้ของหนูดากับเขา วันนั้นเขาจำได้ทุกคำพูด

"เมฆค่ะ" เสียงหวานดั่งระฆังแก้วเอ่ยเรียกสามีที่นั่งอยู่ข้างๆ แต่ดวงตาเรียวงามของเธอกลับมองไปที่ร่างเล็กของเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังนั่งเขียนการบ้านด้วยสายตาที่แสดงถึงความรักต่อเด็กหญิงคนนั้น

"ครับ" เมฆาตอบรับภรรยา พลางมองใบหน้าสวยหวานด้วยความงง เพราะอยู่ๆจันดาหลาก็เอ่ยขึ้นมาเอาดื้อๆ 

"คุณรู้มั้ยคะ ว่าหนูดาหน่ะ โตไปอีกหน่อย พอมีสามีแล้ว ผู้ชายคนนั้นจะเป็นคนที่ทั้งโชคดีและโชคร้ายในคราเดียวกัน อาจจะลำบากหน่อยและคงจะเหนื่อยใจไม่น้อยเลยนะคะ" จันดาหลาพูดด้วยสีหน้ายิ้มๆ ไม่ได้แสดงออกว่าเป็นเรื่องพูดเล่นหรือเรื่องจริงจัง 

"ผมไม่รู้คุณหมายถึงอะไรนะ แต่ผมคิดว่ามันเร็วเกินไปมั้ยครับ ที่จะพูดเรื่องทำนองนี้กับเด็กที่พึ่งอายุได้แค่เก้าขวบเองนะ" เมฆาพูดพูดออกไป 

ทั้งที่ความจริงแล้วเขาเชื่อทุกคำพูดของผู้เป็นภรรยา เพราะเธอเป็นผู้หญิงที่เก่ง ฉลาด และมองคนออก ยิ่งเป็นลูกสาวที่จันดาหลาเลี้ยงเองมาตั้งแต่เกิดแล้วเขาเชื่อทั้งหมด เพียงแต่เขาคิดว่ามันยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดเรื่องแบบนี้กับเด็กที่อายุพึ่งจะเก้าขวบก็เท่านั้น 

จันดาหลามองหน้าสามีแล้วยังยิ้มเหมือนเดิม ไม่ได้ตอบ แต่เธอจะพูดต่อ

"ผู้ชายคนนั้นต้องแข็งแรงจิตใจต้องแกร่งมั่นคง และมีความเป็นผู้นำสูง.....จันว่าเราคงต้องช่วยกันสแกนหาลูกเขยดีๆให้กับหนูดานะคะ...แต่จันไม่ได้หมายถึงตอนนี้นะคะ จันหมายถึงตอนที่หนูดาอายุสิบเจ็ดสิบแปดนู่นแหละค่ะ ตอนนั้นหนูดาจะได้มีคนคุม..." จันดาหลายังพูดต่อไปเรื่อยๆ ปล่อยให้เมฆากลายเป็นผู้ฟัง ไม่ได้สนใจว่าเขาจะคิดอะไร เพราะเธอรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้รับฟังและจดจำคำพูดของเธอได้ดี

"..หืม..จันทร์.." เมฆาหันมามองภรรยาอย่างสนใจ เขาเริ่มเข้าใจความหมายที่เธอพูดออกมาแล้ว 

"คุณจะว่าอะไรมั้ยคะถ้าลูกเขยเราจะอายุใกล้เคียงเราหรือมากกว่า เพราะหนูดาอาจจะมีความเคารพและเกรงใจอยู่บ้าง...หรือไม่ก็คงต้องมีสองคนเพราะเวลาคนหนึ่งไม่ว่างอีกคนจะได้คอยควบคุมไม่ให้นอกลู่นอกทาง...จันไม่อยากให้ลูกเป็นเหมือนจันเมื่อก่อน...ถ้าผ่านช่วงวัยนั้นไปได้ ประสบการณ์ชีวิตและความเป็นผู้ใหญ่จะช่วยสอนหนูดาให้อยู่ในจุดที่ดีที่สุดของตัวเค้าเองค่ะ.." 

น้ำเสียงที่เปล่งออกมาของจันดาหลาตอนนี้ดูจริงจังอย่างชัดเจน ใบหน้าสวยที่เคยยิ้มแย้มก็หมองหม่นกับสิ่งที่พูดออกไปถึงอนาคตในช่วงวัยอยากรู้อยากลองของลูกสาวที่เป็นดวงใจของเธอ 

ถ้าเป็นไปได้เธออยากจะเลี้ยงดูหนูดาให้เป็นเด็กเรียบร้อยอ่อนหวานกุลสตรี แต่เธอรู้ดีว่ามันทำไม่ได้ เพราะเธอเป็นคนเลี้ยงเองมาตั้งแต่หนูดาเกิด...ความร่านร้อนที่ซ่อนอยู่ข้างในมันรุนแรงกว่าเธอเป็นเท่าตัว 

ช่วงวัยอยากลองรู้รสชาติของการมีเพศสัมพันธ์ เหมือนกับเธอตอนนั้นที่ครั้งแรกแม้จะเจ็บปวดจากการฉีกขาดของพรหมจรรย์ แต่มันก็ซ่าบซ่านเสียวสุดๆจนเธอติดใจ หลังจากนั้นเธอก็โบยบินไปกับทุกคนที่สามารถให้ความสุขกับเธอได้ หรือภาษาบ้านๆก็คือกินไม่เลือกร่านไปทั่ว เพราะตอนช่วงวัยนั้นไม่มีคนคอยคุมเธอ

ไม่ใช่ว่าบุพการีไม่คอยตักเตือนควบคุม แต่ท่านก็อยู่ในจิตใจและคำสั่งสอน ความร่านสวาทของเธอพ่อกับแม่ไม่สามารถช่วยบรรเทาได้ เธอจึงต้องการสิ่งเติมเต็มที่เรียกว่าความคลายกระสันแห่งการเสพสม

จันดาหลาคิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ อดีตของเธอไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้ ถึงกลับไปได้ ก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะตอนนั้นเธอหลงใหลในรสกามมาก 

"คุณหมายความว่า..หนูดา.." เมฆาถามอย่างอึ้งๆ เพราะสิ่งที่เธอพูดมันเหมือนกับบอกให้รู้ว่าหนูดาคือกระจกที่สะท้อนเห็นเธอในช่วงวัยรุ่น 

"ค่ะ หนูดาเป็นเหมือนจันทร์ และอาจจะมีมากกว่าทุกอย่าง ทั้งความสวย..ความฉลาด..แรงดึงดูดต่อเพศตรงข้าม...หรือแม้แต่ความร่าน...หนูดามีมากกว่าจันทร์ทุกอย่าง..." 

จันดาหลาพูดตอบ เหมือนจะบอกเป็นนัยให้เมฆารู้ว่าช่วงวัยนั้นของหนูดาเธอต้องการให้ลูกสาวมีสามีที่แก่กว่าได้ยิ่งดี เพราะจะได้มีคนคอยควบคุมและให้ความสุขอย่างจริงจัง ไมต้องทำตัวร่านไม่เลือกเหมือนเธอ




โรคร่าน เขาเรียกว่าอะไรคะ โรคคันหูรึเปล่า แม่ร่านลูกก็จำเป็นต้องร่าน(มั้ย) แต่หนูควรแรดหน่อยๆนะลูก ผู้ชายกำลังจะหลง เราต้องคันให้เป็นเนาะ

ปล.เอ็นซีเลื่อนไปตอนหน้านะคะ เนื่องจากบทนี้มันเกินขีดแล้ว ไรท์แต่งไว้งึมๆตั้งแต่เมื่อคืนแล้วแหละ แต่เป็นแค่เอ็นซีต๊อกต๋อยนะคะ ไม่ได้ลึกซึ้ง


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}