น้ำมิ้ม

โรแมนติก เนื้อเรื่องเบาๆ อ่านแล้วอมยิ้มตามค่ะ เป็นอีกเรื่องที่ฉีกแนวของไรท์นะ แต่รับรองว่าสนุกค่า ^^

รีไรท์ / ตอนที่ 3 - 2

ชื่อตอน : รีไรท์ / ตอนที่ 3 - 2

คำค้น : เดิมพันรักเจ้านายสุดแสบ, เจ้านาย , หัวใจ , แต่งงาน , เพลย์บอย , สัญญารัก , มรดก , 18+ , เจ้านายลูกน้อง , เลขา

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 230

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ย. 2560 11:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์ / ตอนที่ 3 - 2
แบบอักษร

แม้ไฟในใจยังคุกรุ่นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว หากเมื่อมินทิราพาร่างเล็กสมส่วนของตนเองมาหยุดยืนอยู่หน้าทางเข้าบริษัท เคเค กรุ๊ป แล้ว หญิงสาวกลับรู้สึกเครียดไม่น้อย...เธอจะพูดอย่างไรดีเพื่อให้ท่านประธานเกื้อให้โอกาสพ่อของเธออีกครั้ง แม้ว่าเธอจะมั่นใจว่าพ่อพูดความจริง และข้อมูลบริษัทที่รั่วออกไปต้องไม่ได้มาจากฝีมือของนายมนตรี พ่อของเธอ แต่กับคนที่ตัดสินความผิดและไล่พ่อของเธอออกแล้ว เธอจะยังเหลืออะไรให้ไปต่อรองกับคนอย่างเกื้อได้

หญิงสาวสูดลมหายใจลึกๆเข้าปอดเรียกความกล้าของตัวเองออกมา ก่อนจะก้าวขาเรียวเล็กเข้าสู่อาณาจักรส่งออกกระเป๋าแบรนด์หรูยักษ์ใหญ่ที่เป็นคู่แข่งของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ด้วยอย่างไม่ลังเล ไหนๆเธอก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ต่อให้ต้องหนีเสือปะจระเข้ เธอก็คงจะต้องสู้ดูสักตั้ง!

มินทิราเดินมาติดต่อที่จุดประชาสัมพันธ์ของบริษัท พลางอดเหลียวมองการจัดตกแต่งสำนักงานของเคเคกรุ๊ปอย่างชื่นชมไม่ได้ ด้านในอาคารที่แม้ว่าจะออกแบบให้เน้นความโปร่งโล่ง แต่สองฝั่งของแนวกระจกจากประตูทางเข้าจนกระทั่งถึงจุดประชาสัมพันธ์นี้ มีจอแอลซีดีขนาดใหญ่ทั้งซ้ายขวาเพื่อแสดงสื่อวีดีทัศน์โฆษณาสินค้า จนมินทิราเผลอมองเพลิน จนกระทั่งพนักงานประชาสัมพันธ์เอ่ยทักขึ้น

“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่ามาติดต่อธุระหรือเปล่าคะ”

“เอ่อ..ค่ะ ดิฉันมาขอพบคุณเกื้อค่ะ”

“นัดไว้หรือเปล่าคะ”

“เปล่าค่ะ...”

“ถ้าอย่างนั้นกรุณารอสักครู่นะคะ ดิฉันขออนุญาตเรียนถามคุณวาสิตาก่อน ไม่ทราบว่าจะให้ดิฉันเรียนว่าใครมาพบท่านคะ”

“มินทิราค่ะ ลูกสาวของคุณมนตรี ผู้จัดการฝ่ายบัญชีของที่นี่”

“ค่ะ เชิญนั่งรอที่ด้านนั้นสักครู่นะคะ”

พนักงานประชาสัมพันธ์เอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานพลางยกหูโทรศัพท์ภายในขึ้นติดต่อ มินทิราจึงต้องจำใจเดินไปนั่งรอในชุดรับแขกที่จัดเตรียมไว้ในโถงล็อบบี้ไม่ห่างกันนัก และเพียงครู่เดียวพนักงานประชาสัมพันธ์ก็เดินนำหญิงสาวใบหน้าหวานคนหนึ่งเดินตรงมาหาเธอพลางเอ่ยสั้นๆ

“คุณมินทิราที่แจ้งว่าจะมาพบท่านประธานใช่มั้ยคะ”

“ใช่ค่ะ”

“ดิฉันวาสิตา เป็นผู้ช่วยของท่านประธาน เชิญตามดิฉันมาได้เลยค่ะ”

มินทิรายิ้มให้อีกฝ่ายอย่างเป็นมิตร ก่อนจะเดินตามหญิงสาวร่างสูงเพรียวไปยังห้องที่มีป้าย “ประธานกรรมการ” ติดอยู่หน้าประตูไม้บานใหญ่ ก่อนจะผลักเข้าไปด้วยสองมือของเธอเอง

หลังโต๊ะทำงานตัวเขื่องเป็นบุรุษร่างสูงใหญ่ที่เธอเคยให้คะแนนเต็มร้อยเรื่องหน้าตามาแล้ว แต่วันนี้เธอคงได้มีโอกาสให้คะแนนความเมตตาของเขาล่ะว่า คนอย่างประธานเกื้อจะมีเมตตาธรรมจริยธรรมอยู่กี่คะแนน?

เกื้อยังคงก้มหน้าอ่านเอกสารอย่างเคร่งเครียดโดยไม่สนใจหญิงสาวที่เข้ามาใหม่ ทำเอามินทิราต้องยืนคอยอย่างสงบอยู่เกือบสิบห้านาที โดยเวลาที่ผ่านไปแต่ละนาทีนั้นหญิงสาวก็คิดหาคำพูดสารพัดเพื่อหวังจะให้ใบหน้าคมคายทรงเสน่ห์ที่เธอเผลอมองจนเพลินนั้นยอมรับฟังเธอบ้าง

 “ในที่สุดเราก็ได้พบกันอีกครั้งนะมินทิรา ลูกสาวของคุณมนตรี ‘อดีต’หัวหน้าฝ่ายบัญชีของที่นี่”  เกื้อเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของเขา พลางยิ้มให้เธอน้อยๆ ในขณะที่มินทิรายกมือไหว้อีกฝ่ายตามมารยาท

 “ค่ะ  ดิฉันมาเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของคุณพ่อ”

สายตาคมมองเธอปราดตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะสบประสานสายตาราวกับค้นหาว่าเธอกำลังมั่นใจแค่ไหนกับสิ่งที่เพิ่งพูดออกมา

“ทางเรามีหลักฐานว่า ข้อมูลพวกนั้นมันรั่วไหลออกไปจากคอมพิวเตอร์ของพ่อเธอ ฉันก็แค่ทำไปตามที่สมควรต้องทำ”

“แต่คอมพิวเตอร์นั่นอยู่ที่ทำงาน มันก็มีโอกาสที่คนอื่นจะเป็นคนทำก็ได้ไม่ใช่หรือคะ” 

“ฉันเปิดกล้องวงจรปิดทุกตัวดูแล้ว ไม่มีใครไปยุ่งกับคอมพิวเตอร์ของพ่อเธอ และการที่บริษัท เดอะเบสต์ ที่เธอทำงานอยู่ออกสินค้าตัวใหม่ตัดหน้าเรา เธอคิดว่าฉันควรจะต้องสันนิษฐานเรื่องนี้ไปในทิศทางไหนกัน”

น้ำเสียงที่ชายหนุ่มเอ่ยนั้นราบเรียบ หากแววตาต่างหากที่คมเข้มจนมินทิราไม่กล้าสบตา หญิงสาวจับมือตัวเองประสานกันไว้แน่นไม่ให้สั่นเทา ...เธอกับพ่อไม่ผิด ไม่ต้องไปกลัวอะไรทั้งนั้น!

“ดิฉันกับพ่อยินดีพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองค่ะ ว่าพวกเราไม่ได้ทำ”

“เธอจะพิสูจน์ยังไงกับความเสียหายหลายสิบล้านบาทในไตรมาสนี้ โปรเจ็คต์ต้องชะงักกะทันหัน สินค้าตัวอื่นก็ผลิตทดแทนไม่ทัน สินค้าตัวใหม่ก็ถูกตัดหน้าไป ...จากความผิดพลาดของพ่อเธอ”

น้ำเสียงเคร่งเครียดนั้นร่ายยาวจนมินทิราแทบจะขวัญหนีดีฝ่อ ไหนใครว่าประธานเกื้อเป็นพ่อม่ายเพลย์บอยทรงเสน่ห์...ผู้ชายตรงหน้านี่มันเสือร้ายชัดๆ

“ดิฉันจะชดใช้แทนเองค่ะ ถ้าคุณเกื้อคิดว่ามันเป็นความผิดพลาดคุณพ่อของดิฉัน ดิฉันจะทำงานใช้หนี้แทนพ่อเอง”

“ห้าสิบล้านบาท เธอคิดว่าเธอต้องทำงานกี่ปีกันมินทิรา”

“ภายในสามเดือน ดิฉันจะทำให้ผลประกอบการไตรมาสนี้มีกำไร 50 ล้านบาท ชดเชยจากที่พ่อเคยทำผิดพลาดจนบริษัทขาดทุน"

"เธอจะใช้บุคลากรของฉัน อุปกรณ์เครื่องมือทุกอย่างของฉัน เพื่อทำเงินที่เธอต้องหามาให้ฉันอย่างนั้นเหรอมินทิรา ... มันง่ายเกินไปหน่อยมั้ง”

ประธานเกื้อเอ่ยอย่างยิ้มๆหากแววตานั้นเชือดเฉือนราวกับกำลังกล่าวหาว่าเธอคิดจะเอารัดเอาเปรียบเขา มินทิราได้แต่กัดฟันนิ่งคิด...เธอจะต่อรองอย่างไรให้ประธานเกื้อไม่ตัดโอกาสสุดท้ายที่เธอจะสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ หากเกื้อกลับเป็นฝ่ายเสนอขึ้นมาเสียเองก่อนในขณะที่หญิงสาวยังคิดไม่ตก

“...เธอต้องทำผลกำไรไตรมาสนี้เพิ่มขึ้น 50% ไม่ใช่แค่ 50 ล้านบาท มินทิรา ภายใน 3 เดือน ถ้าเธอทำไม่ได้ เธอต้องเอาตัวเธอมาทำงานใช้หนี้แทนตลอดชีวิต!”

ประธานเกื้อยื่นคำขาด ด้วยน้ำเสียงห้วนชนิดไม่ยอมรับฟังคำต่อรองใดๆทั้งสิ้น ... มินทิราหลับตาลงอย่างครุ่นคิด กำไรเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว แล้วดูเศรษฐกิจของประเทศไทยตอนนี้สิ...งานนี้โหดหินแน่ แต่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้!

“ไม่จำกัดวิธีและงบประมาณใช่ไหมคะ”

“ถ้ามันสมเหตุสมผล ...ฉันพร้อมจะสนับสนุนเธอเต็มที่”

“ตกลงค่ะ ...ดิฉันรับข้อเสนอของคุณ เพื่อแลกกับความบริสุทธิ์ของคุณพ่อดิฉัน”

“ดี! เอาเป็นว่าตกลงตามนี้ ถ้าเธอทำได้...คุณมนตรีจะกลับมาดำรงตำแหน่งเดิมอย่างสง่าผ่าเผยไร้มลทินใดๆ”

เกื้อเอ่ยขึ้นพลางคลี่รอยยิ้มที่ทำให้มินทิรารู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆ มันดูเจ้าเล่ห์และคล้ายๆว่าจะไม่น่าไว้ใจสักเท่าไหร่

“แต่ถ้าเธอทำไม่ได้...เธอต้องแต่งงานกับ ‘กานต์’ ลูกชายคนเดียวของฉัน!”

“คะ??? ทำไมดิฉันต้องแต่งงานกับลูกชายของคุณด้วยคะ ไหนคุณบอกว่าถ้าดิฉันทำไม่สำเร็จ ก็แค่ต้องทำงานใช้หนี้ไปตลอดชีวิต”

มินทิราท้วงเสียงหลง พลางจ้องมองใบหน้าคมเข้มที่ยังคงคลี่รอยยิ้มดุจเดิม ยิ้มที่ราวกับเทพบุตรหน้าหยก แต่ถ้าเผลอเมื่อไหร่...ก็จะเป็นแบบเธอตอนนี้นี่ไง

“เธอคิดว่าฉันควรจะไว้ใจหัวหน้าการตลาดของบริษัทคู่แข่งมากแค่ไหนกัน มันไม่คุ้มเลยกับความเสี่ยงที่เธอจะเข้ามาล้วงข้อมูลบริษัทของฉันออกไปขายให้คู่แข่งอีก สิ่งเดียวที่ฉันจะเชื่อว่าเธอจะไม่ทรยศฉันก็คือ การให้เธอเข้ามาช่วยฉันทำงานในฐานะคนในครอบครัว!”   

มินทิราแทบจะยกมือกุมขมับ ทำไมเธอถึงประมาทจนเสียเหลี่ยมให้อีตาเสือร้ายนี้ได้อย่างไรกัน แต่!...เธอเองก็กำลังจนตรอก จู่ๆเพลงพี่เบิร์ดก็ลอยเข้าหูมาแบบไร้ที่มา ....กลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไปก็ไปไม่ถึง เหมือนมีอะไรที่ดึง ไม่ให้เราเลือกทางใด!

“คิดให้ดีๆมินทิรา ...” เสียงทุ้มของประธานเกื้อยังคงเอ่ยขึ้นขัดจังหวะการประมวลผลของหญิงสาว คำพูดเชิงเกลี้ยกล่อมนั้นทำให้มินทิรายิ่งหนักใจ

“นี่จะเป็นโอกาสเดียวและโอกาสสุดท้ายที่ฉันจะให้เธอกับพ่อของเธอได้นะ มินทิรา”

มินทิราอยากจะถอนหายใจหลายๆเฮือก เดิมพันนี้ใหญ่หลวงนัก ..ถ้าพลาดแน่นอนว่าชีวิตแต่งงานเธอพังแน่ๆ  แต่ว่า...ในเมื่อความรักและการแต่งงานที่เธอหวังไว้มันพังด้วยน้ำมือหญิงโฉดชายชั่วสองคนนั้นแล้ว มันก็คงไม่มีอะไรที่จะแย่ไปกว่านี้อีกแล้ว อย่างน้อยถ้าเธอยอมเสี่ยงรับข้อเสนอของประธานเกื้อตอนนี้ เธอก็ยังมีโอกาสที่จะได้ทำเพื่อล้างมลทินให้พ่อ

“ตกลงค่ะ  ดิฉันมั่นใจว่าตัวเองมีความสามารถพอที่จะทำกำไรให้บริษัทนี้ทะลุเป้าที่ 50% ได้ ส่วนเรื่องการแต่งงาน เราค่อยมาคุยกันหลังจากสรุปยอดกำไรสามเดือนหลังจากนี้ก็แล้วกันนะคะ”

ประธานเกื้อยิ้มให้กับคำตอบของอีกฝ่าย ก่อนจะลุกขึ้นเดินมาประจันหน้ากับหญิงสาวรุ่นลูก พลางยื่นมือให้อย่างประกาศศึกที่มีเดิมพันใหญ่หลวงนี้

“เธอตกลงแล้วก็อย่าผิดสัญญาก็แล้วกัน”

มินทิราลังเลอยู่ครู่ก่อนจะยื่นมือออกไปสัมผัสมือใหญ่ตรงหน้า พลางจ้องตอบใบหน้าคมสันที่มีริ้วรอยเพียงเล็กน้อยนั้นอย่างไม่หวาดหวั่น

“แน่นอนค่ะ และดิฉันก็หวังว่าท่านประธานจะรักษาสัญญาด้วยเช่นกัน”

“ตกลง! เธอไปบอกลาเจ้านายเก่าเธอได้เลยมินทิรา นับจากนี้เธอจะเป็นคนของ เคเค กรุ๊ปอย่างเต็มตัว!”

มินทิรายิ้มให้ประธานเกื้อเป็นครั้งแรกหลังจากที่ตกลงกันได้ หากเป็นยิ้มที่ลอกเลียนมาจากบุรุษตรงหน้านี้ แน่นอนว่าทุกการลงทุนมีความเสี่ยง แต่คราวนี้หญิงสาวยอมทุ่มหมดหน้าตัก เธอจะใช้มันสมองและสองมือขอเธอเอง ทวงคืนทุกอย่างที่เธอกับพ่อเสียไปคืนมา โดยเฉพาะกับคนที่ทำให้เธอต้องตกที่นั่งลำบากแบบนี้...

...เตรียมล้างคอรอไว้ได้เลยยัยป้าไปรมา งานนี้ฉันจะถล่มเธอให้ยับ!

...............................................

มินทิรากลับมาที่บริษัท เดอะเบสต์ อีกครั้ง ก่อนจะยื่นจดหมายลาออกกับนายสุทัศน์ด้วยสีหน้าราบเรียบ แม้ว่าในใจจะเสียดายไม่น้อยกับตำแหน่งหน้าที่การงานที่ก้าวหน้าของเธอ แต่ในเมื่อทุกอย่างมันผิดพลาดตั้งแต่ที่เธอตัดสินใจทิ้งอนาคตอันรุ่งโรจน์ที่อเมริกา และหวังว่าจะกลับมาแต่งงานกับปิติพลคนรัก แต่ในเมื่อทุกอย่างมันกลับตาลปัตรแบบนี้ ...เธอก็ต้องตัดใจ ทิ้งมันให้หมด!

“มิ้น....ทำไมคุณถึงลาออกล่ะ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า”

“มิ้นมีความจำเป็นค่ะคุณสุทัศน์ ... และมิ้นคงอธิบายอะไรมากไม่ได้ แต่เดี๋ยวคงจะมีคนรอรายงานคุณสุทัศน์แน่ๆ”

มินทิราว่าพลางปรายตาออกไปยังนอกห้องที่เธอเห็นว่า คู่หญิงชั่วชายเลวยังคงวนเวียนไม่ห่าง นายสุทัศน์ ผู้ที่เป็นทั้งผู้ดูแลงานและพี่เลี้ยงของหญิงสาวมาตลอดในการรับตำแหน่งหัวหน้าการตลาดของมินทิราไม่ซักไซ้อะไรอีก หากยื่นเอกสารห้ามแพร่งพรายข้อมูลความลับบริษัทให้เธอเซ็นแทน

มินทิราจรดปากกาลงไปด้วยหัวใจหนักอึ้ง....แต่เธอจะไม่ยอมเสียประวัติถูกไล่ออกเด็ดขาด ดังนั้นการชิงลาออกน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ ถึงแม้ว่าการตัดสินใจคราวนี้ทำให้เธอยืนอยู่ระหว่างคมมีดคมดาบ ทั้งบริษัท เดอะเบสต์ และ เคเค กรุ๊ป จะไม่มีใครไว้ใจเธอเลย แต่ในเมื่อไม่มีทางอื่นที่ดีกว่านี้แล้ว ...เธอจะเอาคมมีดคมดาบนี่แหละฟันทิ้งให้หมด! ไม่ให้ไอ้ผู้ชายเลวๆพรรค์นั้นเหลืออนาคตอะไรเลย!

............................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น