กนกรส มาศอุไร กัมพู

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สบตา(รีไรท์4)จบบท

ชื่อตอน : สบตา(รีไรท์4)จบบท

คำค้น : ขคราช มารตรี

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 916

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 พ.ย. 2560 08:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สบตา(รีไรท์4)จบบท
แบบอักษร

           ต่อ...


        วันนี้ทั้งวันขคราชต้องนั่งหน้าเครียดขรึมอยู่หลังโต๊ะยาวล้อมรอบเป็นตัวยูจนไม่มีเวลาได้ขยับเขยื้อนไปไหน  การประชุมประจำไตรมาสแรกของปียังคงยืดเยื้อต่อไปอีกอยู่หลายชั่วโมงด้วยกัน ถึงโรงแรมในเครือยมดิสรณ์จะให้ผลกำไรจนเป็นที่น่าพอใจ หากปัญหาจุกจิกจากโรงแรมคู่แข่งก็ไม่อาจทำให้การประชุมจบลงได้ง่าย…

            “ช่วงนี้ลูกค้าต่างชาติแถบเอเชีย มักเดินทางเข้าประเทศเรามากขึ้นนะครับ ผมคิดว่าเราน่าจะจัดกิจกรรมเสริมเข้าไปดูบ้าง เป็นการดึงดูดความสนใจจากลูกค้าอีกทางหนึ่งด้วย”  ผู้จัดการฝ่ายอาวุโสแผนกการตลาดลองเสนอไอเดียออกไป  เนื่องจากช่วงนี้คู่แข่งส่วนใหญ่มักจะจัดทำกิจกรรมโชว์ต่างๆขึ้นมาเพื่อดึงดูดใจลูกค้า ถึงจะไม่ใช่อะไรแปลกใหม่ หากแต่ก็ยังสามารถดึงดูดใจลูกค้าให้เข้าพักได้เป็นอย่างดี

            “ก็น่าสนใจดีเหมือนกัน...แล้วคุณอาคิดว่าทางเราจะจัดกิจกรรมเสริมอะไรเพิ่มเข้าไปดีล่ะครับ ถ้าเป็นการแสดงแบบแล้วๆมา ผมว่ามันดูจะซ้ำซากจำเจกับของคู่แข่งรายอื่นๆ  แล้วอีกอย่างทางโรงแรมของเราส่วนมากก็มักจัดหาโชว์พวกนี้ออกมาแสดงให้แขกดูจนบ่อยเกินไปสักหน่อย ผมดูแล้วมันก็ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าที่ควร ผมอยากได้อะไรที่ไม่ซ้ำกับใคร ดูแปลกใหม่แต่ได้รับความสนใจอะไรประมาณนั้น แล้วก็เน้นที่ดูทันสมัยสักหน่อยด้วยน่าจะดีกว่านะครับ...” 

            ขคราชเห็นด้วย แต่จะเอาการแสดงโชว์อะไรเข้ามาเสริมเพื่อใช้ดึงดูดใจบรรดานักท่องเที่ยวที่ต่างตบเท้ากันเข้ามาพักยังโรงแรมในเครือยมดิสรณ์ล่ะ  เพราะโดยปกติทางโรงแรมของเขาก็มักจัดหาการแสดงพื้นบ้านมาจัดแสดงโชว์อยู่เป็นประจำอยู่แล้ว

            ซึ่งล่าสุดทางโรงแรมทางฝั่งภาคใต้ แถบติดทะเลทุกโรงแรมในเครือ  มักจัดมหกรรมการแสดงโขนไทยโชว์ซะเป็นส่วนมาก แล้วก็เรียกลูกค้าเข้ามาพักเพิ่มมากขึ้นได้ตามแผนการที่วางเอาไว้อย่างเกินร้อย ต่างก็อิ่มเอมใจไปกันถ้วนหน้าไม่ว่าจะเป็นทางโรงแรมเองหรือแม้แต่แขกที่เข้ามาพัก ถ้าหากจะจัดโชว์ซ้ำอีกครั้ง  มันก็ดูจำเจไม่น่าตื่นเต้นเหมือนกับครั้งแรกแล้วน่ะสิ...

            “เท่าที่ทางแผนกของเราได้ช่วยกันระดมความคิดเห็นกันขึ้นมาคร่าวๆ  และก็ลงมติว่ามันน่าสนใจอยู่ไม่น้อย...” ผู้จัดการฝ่ายอาวุโสหยุดจังหวะการพูด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เดินแจกเอกสารประกอบจนครบทุกคน  เขาจึงเริ่มอธิบายรายละเอียดต่อ

            ส่วนขคราชหยิบเอกสารขึ้นมาเปิดดูรายละเอียดเงียบๆทีละแผ่น โดยสมองฉลาดเป็นกรดของเขาก็เริ่มทำงานโดยการพิจารณารูปภาพพร้อมฟังคำอธิบายประกอบจากผู้จัดการแผนกอาวุโสตามไปด้วยอย่างสนใจ

             “เพราะเท่าที่ทางเราทราบมา ยังไม่มีโรงแรมแห่งไหนคิดทำโชว์แบบนี้ขึ้นมาก่อนเลยสักแห่งเดียว ผมเลยคิดว่ามันน่าจะเป็นโชว์ที่ดูแปลกตาและดูแปลกใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวต่างชาติ นั่นก็คือการจัดโชว์แสดงลวดลายไทยแบบดั้งเดิมบนชุดผ้าไหม ซึ่งทางเราจะเน้นให้มีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะชาติของเราอย่างแท้จริง ลงบนผืนผ้าหลากหลายชุด หลากหลายยุคสมัยด้วยครับ...” พอผู้จัดการกล่าวรายงานจบก็ได้ยินเสียงฮือฮาเกิดขึ้นโดยรอบโต๊ะ โดยส่วนมากจะพยักหน้าเห็นพ้องต้องกันเป็นเสียงเดียว ก็เห็นจะมีแต่ลูกชายเจ้าของโรงแรมเท่านั้น ที่ยังคงนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ตรงหัวโต๊ะ ยังไม่เออออหรือขัดแย้งคำใดๆออกมาสักคำเดียว...

             “ว่าอย่างไรล่ะตาราช อาก็ว่าฟังดูเข้าท่าดีนะ แปลกใหม่ไม่ซ้ำใครดีด้วย” ชายวัยเกินห้าสิบ ผู้นั่งเก้าอี้ถัดจากลูกชายเจ้าของโรงแรม ถามย้ำขึ้นมา อภิสิทธ์เห็นด้วยกับการแสดงโชว์นี้ เขาในฐานะหุ้นส่วนรองลงมาจากเจ้าสัวราพลูกพี่ลูกน้องของตัวเอง มักจะเออออไปตามผู้ถือหุ้นหลักอยู่เสมอ  เพราะเขาไว้ใจในความเด็ดขาดและความเฉลียวฉลาดของหลานชายคนนี้ดี  ขคราชอาจจะเอาแต่ใจตัวเองไปบ้างแต่ถ้าเป็นเรื่องงาน หลานชายของเขาก็สร้างกำไรแบ่งเงินปันผลได้อย่างเป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว

            แต่ทว่าลูกชายเจ้าของโรงแรมกับเลิกคิ้วขึ้นมองเอกสารในมือด้วยใบหน้านิ่งเรียบ แต่ยังไม่ออกความคิดเห็นใดออกมา ชายหนุ่มยังคงนั่งเคาะนิ้วบนโต๊ะขณะใช้ความคิดอย่างหนัก  หัวคิ้วดำเข้มย่นเข้าหากันพอประมาณ  ยิ่งส่งเสริมให้ใบหน้าหล่อเหลาดูคมคายมีเสน่ห์จับใจมากยิ่งขึ้นอีกเท่าตัว  สายตาคมกริบหากเมื่อเวลาโกรธนั้นดูน่ากลัว ตอนนี้กำลังกวาดสายตามองแผ่นกระดาษอย่างละเอียดถี่ถ้วน ในกระดาษแผ่นนั้นมีลวดลายผ้าไหมไทยแปลกตาให้เขาเห็นเป็นตัวอย่างอยู่หลายชุด ซึ่งทางผู้จัดการฝ่ายอาวุโสได้ยื่นวางรอให้พร้อมเพื่อเสนอรายงานแก่เขา และพร้อมกับคณะกรรมการคนอื่นๆในห้องประชุมด้วย ตอนนี้คณะกรรมการผู้ถือหุ้นทั้งหลาย  ต่างก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ คงเหลือเพียงคนเดียวเท่านั้น  ผู้ที่มีอำนาจสิทธิ์ขาดสูงสุดเพื่อตัดสินใจจะอนุมัติหรือไม่อนุมัติ

            “ลงคำสั่งไปตามแผนกด้านล่างได้เลยครับคุณอาผมอนุมัติ”

            พอสิ้นเสียงของลูกชายเจ้าของหุ้นรายใหญ่กล่าวอนุมัติเท่านั้น  ทุกคนในห้องประชุมต่างก็พ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอกทันที ทว่าแวบหนึ่งบนแผ่นกระดาษตรงหน้าของชายหนุ่ม กลับมีใบหน้าหวานในชุดไทยจิตรดาอ่อนช้อยของแม่ร้อยเล่ห์ปรากฏขึ้นมาให้เขาเห็น ขคราชต้องรีบสลัดภาพในหัวออกไปให้เร็วที่สุด เขายังโกรธเจ้าหล่อนไม่หาย ทั้งโกรธทั้งโมโห เพราะเมื่อเช้าเขาโทรไปหามารตรีก็ไม่ยอมรับสายเขาอีก ให้ไอ้เดชโทรหาก็ไม่ยอมรับเช่นกัน  ไม่รู้เจ้าหล่อนไปไหนและไปกับใคร นี่ถ้าไม่ติดว่าเขามีประชุมใหญ่ครบไตรมาส มารตรีคงได้เห็นดีกับเขาไปนานแล้ว…

            “เอาเป็นว่าทำตามแผนนี้ไปเลยแล้วกันนะครับ รบกวนคุณอาช่วยจัดการต่อได้เลย เดี๋ยวผมจะให้เดชคอยช่วยเหลืออีกทาง แผนกไหนที่เกี่ยวข้องคุณลุงจัดการเรียกประชุมย่อยได้เลยนะครับ วันนี้ผมขอปิดการประชุมแต่เพียงเท่านี้ ผมขอขอบคุณทุกๆท่านมากนะครับ ที่ช่วยกันพัฒนาโรงแรมของเราให้เป็นอันดับหนึ่งได้อีกสมัย ความสำเร็จนี้ผมขอมอบให้ทุกคนครับ...” 

            ขคราชกล่าวปิดการประชุมหลังจากทุกอย่างถูกกำหนดเอาไว้เป็นขั้นตอน ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ประจำตำแหน่งประธานใหญ่ด้วยความรวดเร็ว ผู้ถือหุ้นรายอื่นยังคงนั่งปรึกษาพูดคุยกันต่อ หากแต่เจ้าของหุ้นใหญ่ตอนนี้ใจกับร้อนเป็นไฟ ชายหนุ่มรู้สึกอยู่ไม่เป็นสุข  พอลุกขึ้นยืนเต็มตัวมือก็ควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทพัลวัน ใกล้จะบ่ายโมงแล้วเขายังไม่ได้รู้สึกหิวหรอก แต่เขาอยากเห็นหน้าใครบางคนที่เป็นตัวการทำให้เขาหงุดหงิดใจมาตั้งแต่เมื่อวานนี้มากกว่า

            เมื่อวานเขาโมโหมาก  เลยใช้ให้ไอ้เดชไปส่งมารตรีที่บ้านเสียเลย แม้ตอนแรกเขาวางแผนเอาไว้อย่างดิบดี จะเป็นคนไปส่งมารตรีด้วยตัวเอง  เพราะเขายังไม่คิดอยากห่างจากร่างหอมชื่นใจไปไหนไกล ยังอยากจะควบคุมตัวเจ้าหล่อนเอาไว้ใกล้ชิดอีกหน่อย จะได้ไม่ไปอ่อยใครต่อใครเขาอีก กะจะไปขอข้าวคุณตากินสักมื้อก่อนกลับบ้านด้วย แต่เพราะความโกรธที่เจ้าหล่อนมาขออนุญาตเขาไปเข้าห้องน้ำ แต่ที่ไหนได้กลับไปยืนแอบคุยโทรศัพท์แถมยังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้กับไอ้คนนั้น ใจเขาก็ลุกเป็นไฟ ทั้งโกรธทั้งโมโหพาลไม่อยากจะเห็นหน้า ไม่อยากจะสนใจไยดีกับแม่ร้อยเล่ห์ แต่ก็ทนได้ไม่เกินเช้า  ไอ้มือเจ้ากรรมมันก็ดันกดเบอร์โทรไปหาแม่นั่นเสียได้  คิดแล้วก็เจ็บใจจนอยากจะฉีกเนื้อขาวๆออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยนัก เขาอุตส่าห์ลดตัวโทรไปหาก่อน แต่แม่ร้อยเล่ห์ก็ยังเล่นตัวไม่ยอมรับโทรศัพท์เขาอีกด้วย

             “ไอ้เดช...”

             เสียงเรียกหาบอดี้การ์ดคู่ใจดังลั่น เพราะเมื่อชายหนุ่มเดินออกมาพ้นจากห้องประชุม และกดโทรหาหญิงสาวที่ใจเขาคิดถึงจนหงุดหงิดไปหมด  หากแต่ก็รอสายจนนาน  ทางนั้นก็ไม่ยอมกดรับเสียที ใจไอ้ที่มันร้อนอยู่แล้วคราวนี้ก็ลุกเป็นไฟเชียวละ

            ไม่รับก็ไม่รับ เดี๋ยวเธอจะได้รู้ ผลจากการไม่รับสายเขามันต้องเจออะไรบ้าง...

            “ครับเจ้านาย...” เดชรีบขานรับโดยไม่ต้องรอให้เรียกซ้ำ ฟังจากน้ำเสียงคิดว่าพายุคงกำลังจะก่อตัวขึ้นมาในไม่ช้านี้แหละ ดังนั้นการทำอะไรรวดเร็วตามใจเจ้านาย คงเป็นทางออกเดียวเพื่อให้ตัวเองจะได้รอดพ้นจากพายุร้ายนี้ไปได้

            “ไปเตรียมรถมารอกูหน้าโรงแรม  กูจะออกไปข้างนอกเดี๋ยวนี้”

            “ครับเจ้านาย...” เดชรับคำพร้อมกับรีบกลับหันหลังเดินตรงไปยังลิฟต์ เขาไม่คิดจะถามไถ่ว่าเจ้านายกำลังจะออกไปไหนให้ตัวเองถูกด่า ดูจากสายตาจ้องเขม็งไร้วี่แววล้อเล่น การไม่ซักไซ้กวนใจให้น้ำขุ่นยิ่งขึ้น จะทำให้ตัวเองอยู่ไกลมือไกลเท้าเจ้านายมากที่สุด เขาไม่รู้ใครไปทำอะไรขัดใจเจ้านายเข้าให้อีก แล้วไอ้ที่จะออกไปข้างนอกในเวลาบ่ายโมงเช่นนี้  ก็คงจะออกไปทำธุระสำคัญส่วนตัวอะไรสักอย่าง เดชได้แต่ภาวนาอยู่ในใจ ธุระอะไรนั้นขออย่าให้เป็นการออกไปหาเรื่องใครเขาอีกเลย โดยเฉพาะใครคนนั้นคือน้องสาวนอกไส้คนสวยของเขาเอง

             “เฮ้อ!ก็ขออย่าให้เป็นรตรีเลยนะน้องเอ่ย”

            พอคิดถึงมารตรีขึ้นมาทีไรเขาก็อดเห็นใจไม่ได้สักที  เมื่อเช้าไก่ยังไม่ทันจะขันดีเลยด้วยซ้ำ เขาก็ได้รับคำสั่งให้โทรหามารตรีเร่งด่วน น้องสาวคนสวยรับสายเขาทันทีที่โทรหา แต่พอรู้ว่าคุณราชเป็นคนใช้ให้เขาโทรมาเท่านั้น เจ้าตัวเลยได้แต่ร้องโอดโอยขอร้องอย่าให้เขาบอกเจ้านาย ว่าวันนี้เธอจะต้องไปสัมภาษณ์งานที่บริษัทไหมไทยเรยอน

            เขาทำตามสัญญา โดยการไม่บอกความจริงกับคุณราช บอกแต่เพียงว่าโทรไปแล้วแต่มารตรีไม่รับสาย เขาเลยได้เห็นพายุลูกย่อมก่อนออกจากบ้านไปทำงานโดยไม่ตั้งเค้า เมื่อเจ้านายดันกวาดถ้วยชามบนโต๊ะอาหารลงมาแตกกระจายเต็มพื้นจนเละเทะไปหมด เดือดร้อนพวกแม่บ้านต้องมาตามเช็ดกันจ้าละหวั่นอีกตามเคย

            เฮ้อ!  เดชได้แต่ยืนมองตามหลังคารถสปอร์ตสีดำจนลับสายตา พอเขาเตรียมรถมาจอดตามคำสั่งยังบริเวณด้านหน้าของโรงแรม  เจ้านายก็เดินลงมาถึงพอดี แถมยังไล่ให้เขาลงจากรถไม่ยอมให้ไปด้วย ก่อนจะเหยียบคันเร่งขับออกไปยิ่งกว่าขับจรวดก็ไม่ปาน...

**********************

ฝากนิยายเสน่หาสายใยรัก ตอนนี้กำลังเปิดจองหนังสือทำมือ(รอบ2) รายละเอียดตามด้านล่างเลยจ้า...


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น