x_Lupin_x

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เรื่องสำคัญ โปรดอ่าน

ชื่อตอน : เรื่องสำคัญ โปรดอ่าน

คำค้น : เป็นของธนัช,แฟร์,กุ๊กกี้

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ย. 2560 21:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เรื่องสำคัญ โปรดอ่าน
แบบอักษร

อ่านรายละเอียดทั้งหมดได้ที่เพจ Lupin X


สวัสดีค่ะ บันเอง ^^

xx คำเตือนก่อนอ่าน : โพสต์นี้ค่อนข้างยาว เป็นเรื่องสั้นได้ แต่เราอยากให้ทุกคนอ่านทุกบรรทัด xx [แจ้งก่อนว่าหนังสือน้องนัทเป็น ‘หนังสือทำมือ’ ‘เรื่องแรก’ ของเราค่ะ]

     เรื่องของเรื่องอย่างที่รู้กันว่าหนังสือ #เป็นของธนัช ได้ช้ากว่ากำหนดมาก อย่างที่แจ้งไปว่าเรามีปัญหาเรื่องไฟล์และโรงพิมพ์ ทำให้ได้หนังสือล่าช้าไปมากๆ เราศึกษาจากเว็บแล้ว แต่ครั้งแรกมันยากเสมอค่ะ ตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ ‘นักอ่าน’ คนหนึ่งที่อ้างตัวว่า ‘อยู่ในแวดวงนี้’ และค่อนข้างจะคุ้นเคยกับการทำงานหนังสือเข้ามาช่วยเหลือ เขาเป็นนักอ่านที่เข้ามาคุยกับเราบ่อยๆจนสนิทกัน จนเราเรียกได้เต็มปากว่าเขาเป็น ‘เพื่อน’ และให้ ‘ความไว้ใจ’ ไปเต็มๆ จึงให้เขาได้เข้ามาเป็น ‘แอดมิน’ ของเพจตัวเอง บอกได้เลยว่าตอนนั้นรู้สึกดีมากที่มีเพื่อนเข้ามาช่วยเหลือ เข้ามาให้คำปรึกษาว่าจะทำยังไงค่ะ       1. เหตุการณ์ที่ 1เกิดจากปัญหาหนังสือเริ่มได้ช้า บุคคลนี้ก็ได้ ‘เสนอตัว’ เข้ามาช่วยเราโดยที่เราไม่ได้ขอ เขาบอกให้โรงพิมพ์มาส่งหนังสือที่เขาเลยก็ได้ เพราะเขาอยู่กรุงเทพ เราอยู่เชียงใหม่และทำงานประจำ เขามีเวลาว่างแพคหนังสือและพร้อมช่วยเหลือเราและเขาสามารถเข้าไปโรงพิมพ์เพื่อเอาหนังสือให้เราได้เลย โอเค เราก็เกิดความไว้ใจด้วยการโอนเงินค่าส่งหนังสือทั้งหมด 150 เล่ม ‘ไปให้เขาในราคา 7000 บาท ‘ ซึ่งในราคานี้เรารวมค่าบับเบิ้ล + ซอง +กล่องไว้หมดแล้ว แม้แต่สกอตเทปเราก็ออกให้ เพราะเราเกรงใจและไม่อยากให้เขาออกเงินเลยสักบาทเดียว หลังจากจัดส่งหนังสือแล้วเราก็ยังไม่เห็นบิลอยู่ดีว่าเขาเสียค่าส่งไปทั้งหมดเท่าไหร่ เพราะไม่มีหลักฐานให้ดูเลยสักนิด 

     2. เหตุการณ์ที่ 2 ทีนี้เรามีปัญหากับโรงพิมพ์ค่ะ คือไฟล์เรามีปัญหามากและโรงพิมพ์นี้คิวพิมพ์ค่อนข้างเยอะ เรากลัวนักอ่านจะได้หนังสือช้ากว่าเดิมไปอีก ‘เขาคนเดิม’ จึงแนะนำให้เราเปลี่ยนโรงพิมพ์ อ้างว่าสนิทสนมกับโรงพิมพ์หนึ่ง คิวว่าง เขาสามารถติดต่อให้ได้ เราก็เลยโอเค เขาเป็นคนจัดการดีลกับโรงพิมพ์ให้ โดยที่ ‘ไม่เคยให้ใบเสนอราคา’ กับเรา มีแต่ราคาปากเปล่าที่บอกเรามา แต่ด้วยความไว้ใจเราจึงโอนเงินไปให้เขา (ซึ่งเราขอโอนเงินให้โรงพิมพ์โดยตรงแล้ว แต่เขาบอกให้โอนเงินผ่านเขา) ‘เราโอนไปให้เขาทั้งหมด 31,100 บาท’ ซึ่งราคานี้เป็นตอนที่ หนังสือมี 440 หน้า + เขาก็แจกแจงมาว่าราคาหนังสือ + โปสการ์ดราคาเท่านี้ เราก็เลยโอนไป แต่ในที่นี้ขอย้ำว่า ‘ไม่เห็นใบเสนอราคา’ ค่ะ จะว่าโง่ก็ได้ ทำไมไม่ดูหลักฐาน แต่บอกเลยว่าเพราะคำๆเดียว คำว่า ‘ไว้ใจ’  หลังจากที่โรงพิมพ์ส่งเล่มบรูฟให้กับเขา (ไม่ใช่เรานะ โรงพิมพ์ส่งให้เขา) การจัดหน้ามันห่างไปนิดหน่อย เราเลยจัดการแก้ไฟล์ จนหน้าทั้งหมดเหลือ ‘389 หน้าค่ะ’ 

คำถามคือ ราคาค่าพิมพ์มันควรจะลดใช่ไหม? คำตอบคือ ถูกต้อง

‘แต่เงินส่วนต่างนั้นเราไม่ได้คืน’ โดยที่เขาก็แจ้งมาเหมือนกันว่าราคาใหม่คือ ’27,750’ แล้วก็เหมือนเดิมราคานี้ไม่เคยเห็นใบเสนอราคาค่ะ เป็นคำบอกปากเปล่า       เราก็ไม่ได้อะไรทั้งที่คิดไว้แล้วว่าต้องมีเงินส่วนต่าง เพราะเราโอนค่าโรงพิมพ์กับค่าส่งแยกให้ แต่เรามองโลกแง่ดีไปหน่อยว่าเขาคงรวบรวมเงินให้เราทีเดียว ‘แต่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น’

     3. เหตุการณ์ต่อมาคือ พี่คนหนึ่งของ ‘B2S’ ทักแชทเรามาเรื่องจะนำหนังสือ #เป็นของธนัช ไปวางขายที่บู๊ทเชขาในงานหนังสือค่ะ ‘เขาคนเดิม’ คนนี้ก็อ้างตัวว่ารู้จักกับพี่ที่ B2S เขาจะไปคุยให้ว่าอะไรยังไง เราก็โอเค แต่ในความหมายของเราคือ ‘คุย’ เท่านั้น เราก็คอยถามตลอดว่าเขาว่ายังไงบ้าง พี่เขาให้ทำอะไร แต่คำตอบที่ได้รับคือ ‘ก็ไม่ว่าไง คุยให้แล้ว’ จนสุดท้าย ‘เขาเอาหนังสือที่เราออกเงินทุนทำเองทั้งหมด ไปเปิดบัญชีและเซ็นสัญญากับ B2S ในชื่อของตัวเอง’ โดยที่เรากลายเป็นคนโง่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย โชคดีที่พักหลังได้คุยกับเพื่อนนักเขียนบ้าง ถึงได้รู้เรื่องการเซ็นสัญญากับ B2S นั่นแหละค่ะเลยเป็นที่มาของความสงสัยและคิดว่าทำไมที่ผ่านมาเขาไม่เคยคุยเรื่องเงินกับเราเลย ทั้งที่มันเป็นเงินของเราหมด เราออกเงินเองทั้งหมดแม้กระทั่งค่าสกอตเทป ‘เขาไม่มีสิทธิ์ในเงินของเราและหนังสือของเราแม้แต่นิดเดียว’ ในที่นี้หลังจากที่ได้เคลียร์เรื่อง B2S พอโดนจี้มากๆ เขาก็โอนเงินส่วนที่เราต้องได้จากการวางขาย B2S มาในวันที่ 28/10/60 แต่งานมีถึงวันที่ 29/10/60 ยอดขายวันสุดท้ายยังมี แต่เราขี้เกียจพูดด้วยแล้ว 

     **4.**ทีนี้ก็เริ่มเคลียร์กับเขาตรงๆ เราให้เขาเคลียร์เรื่องเงินทั้งหมด เริ่มจาก ให้ส่งใบเสนอราคาของโรงพิมพ์มา เพราะ ‘มีแต่เราที่มีหลักฐานว่าโอนเงินให้เขาไปเท่าไหร่ แต่เขาไม่มีหลักฐานเลยว่าเอาเงินเราไปใช้จ่ายเท่าไหร่’ แต่เขาก็พูดจากลับไปกลับมา และอ้างว่า ‘ไม่มีใบเสนอราคา’ โรงพิมพ์คุยราคาปากเปล่ากับเขาตลอด (เป็นไปได้เหรอ?) วันนี้ (02/11/60) ตั้งแต่ 16.00 น. เป็นวันที่เราไปจี้เขาให้ส่งใบเสนอราคามาเขาหายไปจนกระทั่งโทรศัพท์มาหาเราตอนประมาณ 19.00 น. พร้อมกับแคปเจอร์รูปใบเสนอราคามาให้เรา (เขาไม่ได้ส่งไฟล์ค่ะ) ในนั้นระบุที่เขาจ่ายโรงพิมพ์ไปในราคา 24,225 บาท ซึ่งถ้าหักลบกับเงินจำนวน 31,100 บาทในตอนแรก เงินจะต้องคงเหลือ 6,845 บาท และสิ่งที่เขาบอกกับเราคือ ‘ทางโรงพิมพ์แนะนำให้เขาคิดเงินเราเพิ่ม 20-30% จากราคาพิมพ์จริง เพราะตัวเขาเป็นคนดีลกับโรงพิมพ์ให้ และก็ต้องมาเหนื่อยแพคหนังสือของเราจัดส่งให้อีก’  อยากถามว่าตรงนี้ใครขอให้คุณมาช่วย เขาบอกว่าเขาไม่กล้าบอกเราในเรื่องเงินตรงนี้ เพราะมัน ‘เซ้นซิทีฟ’ กลัวเราหาว่าเขาหน้าเงิน ใช่ค่ะ ‘คุณคือคนขี้โกง’ และ 'หน้าเงิน' ในส่วนการแพค คุณเหนื่อย เราเข้าใจคุณ เราถึงไม่เคยเร่งรัดให้ว่าคุณรีบๆแพคแล้วส่งให้นักอ่านไวๆสิ เรามีแต่บอกว่าค่อยๆแพค เราเข้าใจ และค่าตอบแทนค่าเหนื่อย เราให้หนังสือของเรากับเขาฟรีๆ และมีของที่สั่งให้เขาเป็นค่าคอบแทนที่เขาช่วยเหลือเราอีก (เพียงแต่ของชิ้นนั้นยังไม่มา และเราคิดว่าคงไม่ให้แล้ว)  เธอจะมาเอาค่าส่วนต่างราคา 6,845 บาท ตรงนี้ไปเพียงเพราะคุณเป็นคนแพค? บอกว่ามันต้องมีเสียค่าเหนื่อย ตลกไปหน่อยป่ะ มีสิทธิ์อะไรมาคิดเปอร์เซ็นต์กับเงินของคนอื่น โดยที่เธอไม่เคยออกเงินสักบาท เหนื่อยแค่ไหนเหรอ? 

     5. เหตุการณ์ที่5 เขาเปิด Instragram ในชื่อนามปากกาของเรามา ‘Lupin X’ เพื่อขอโปรโมทนิยาย แต่เขาใช้แอคเคาท์ที่เป็นนามปากกาเราไปประชดประชันนักอ่านคนหนึ่งที่ รีวิวการห่อหนังสือ #เป็นของธนัช ไม่ดี ขอบอกไว้ตรงนี้ว่า เราไม่มี Account อินสตราแกรมที่เปิดในนามปากกานักเขียน เราไม่รู้ username และ password นั่นเขาเป็นคนเล่นเองทั้งหมด ใครเคยคุยกับนามปากกาของเราทางนั้น นั่นไม่ใช่เรา และเราจะไม่รับผิดชอบอะไรทั้งนั้นถ้าหากเกิดอะไรขึ้น การติดต่อกับเราโดยตรงมีแค่เพจกับเฟสบุ๊คส่วนตัวเท่านั้น และขอบอกว่าตั้งแต่นี้ต่อไปเพจเราเราดูแลคนเดียว ‘ไม่มีแอดมิน’

     6. เหตุการณ์ที่ 6เราไม่รู้ว่าหนังสือของเรายังอยู่ที่เขาอีกกี่เล่ม รู้แค่เขาเอาหนังสือเราไปขายทางอินสตราแกรมของตัวเอง แล้วเงินก็เข้ากระเป๋าตัวเอง ทั้งที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์อะไรในเงินนั้นเลย เราทักไปขอหนังสือคืน แจ้งว่าจะออกค่าส่งให้ด้วย แต่เขาบอกว่าหนังสือทั้งหมดนี้เอาลงงานหนังสือของบูท B2S ไปหมดแล้ว แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน มี account อินสตราแกรมหนึ่งไปถามใต้รูปนั้นว่าหนังสือยังเหลือไหม เขาตอบว่ายังมี นั่นแสดงว่าแอบเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองใช่หรือไม่? นี่คงเป็นโพสต์ที่ยาวที่สุดของเรา แต่ที่พิมพ์มาทั้งหมดเพราะอยากจะเตือนคนที่คิดจะทำงานกับบุคคลนี้ ไม่มีอะไรโปร่งใสและไว้ใจได้จากคนๆนี้ค่ะ ถ้ายังคิดจะทำงานด้วย ได้โปรดลองคิดให้ดี เราต่างหากที่มีหลักฐานทั้งหมด แต่เขาไม่มีอะไรเลย ใครอยากถามอะไรส่วนตัว ทักมาได้ค่ะ ยินดีตอบ หลักฐานคงเอาโพสลงให้ไม่หมด ขี้เกียจเซนเซอร์ อยากรู้ว่าใครทักมาถามได้ยินดีตอบทุกอย่าง

*ขอแจ้งมา ณ ที่นี่ว่า ใครซื้อหนังสือ #เป็นของธนัช โดยทำการโอนเงินไปที่บัญชีชื่อ 'ฉัตรา สายสุดใจ' คุณซื้อหนังสือที่ไม่โปร่งใส เราไม่มีหนังสือที่ตัวเราสักเล่มค่ะ น่าตลกไหม ที่แต่งเองแท้ๆแต่กลับไม่เคยเห็นหนังสือตัวเองเลย*

อยากถามอะไรเพิ่มเติม ทักข้อความเพจมา เราตอบทุกคนแน่นอน ใครอ่านแล้วได้โปรดจงช่วยแชร์จะได้ไม่มีใครเป็นเหยื่ออีกต่อไป

เราขอโทษสำหรับเล่มแรกที่ผิดพลาดค่ะ

ถึงเธอคนนั้น...อยากเล่นกับเรามาก ได้ เราจัดให้

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น