ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 38 คล้องใจ 100%

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 38 คล้องใจ 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 12k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2560 11:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 38 คล้องใจ 100%
แบบอักษร

HATE EFFECTS: 38


ช่วงเช้าตรู่ของวันต่อมา...



โห่.....ฮิ้ววว


เสียงแตรวงและกองยาวของขบวนขันหมากดังขึ้นมาไกลๆ ขณะนี้เจ้าสาววัยใสอยากจะชะโงกหน้าออกไปดูให้เห็นกับตาของตัวเองเสียจริงๆ วาณิชาในชุดไทยจิตลดาสีชมพูอ่อนนั้นรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังหลับฝันอยู่ ไม่คิดเลยว่าจะมีวันที่ได้เป็นเจ้าสาวกับคนอื่นเขาเหมือนกัน


"นั่งนิ่งๆสิณิชา โบราณเขาว่าถ้าเจ้าบ่าวได้เห็นหน้าเจ้าสาวก่อนขันหมากมาถึง เดี๋ยวจะได้เลิกกัน" ลำเพยยิ้มแล้วพาลูกสาวคนเล็กกลับมานั่งที่เตียงนอน "รออยู่ตรงนี้นี่แหละลูก เดี๋ยวพี่เขาฝ่าด่านประตูเงินประตูทองเข้ามาได้ก็จะได้เห็นหนูเลย"


"ณิชาตื่นเต้นนี่คะ! แล้วพี่ณิริณไปไหนซะแล้วล่ะคะ อย่าบอกนะว่าไปใช้แรงงานตัวเองอีกแล้ว"


"ไม่ต้องห่วงพี่เขาหรอก รายนั้นน่ะสามีเขาคอยดูแลอยู่" ลำเพยลูบหัวลูกสาวคนเล็ก เด็กน้อยแสนซนของเธอกำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝาเข้าแล้ว "เฮ่อ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าลูกสาวแม่โตแล้วและกำลังจะมีครอบครัวแล้วด้วย"


วาณิชาจูบหลังมือของผู้เป็นแม่เบาๆ "ณิชาก็ยังเป็นเด็กของแม่เสมอนะคะ ต่อไปนี้ณิชาจะไม่เอาแต่ใจ จะช่วยพี่กร ช่วยพ่อทำงาน และก็จะคอยดูแลแม่แทนพี่ณิริณให้ดีที่สุดเลยค่ะ"


"จ้ะ! แม่เชื่อ"


แกร็กๆ 


สุชาติเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับยิ้มหน้าระรื่น ชายวังกลางคนเดินเข้ามายืนข้างๆภรรยาของตน "เตรียมตัวได้แล้ว เจ้าบ่าวกำลังจะขึ้นมา คิณกับณิริณแล้วก็เพื่อนๆเขากำลังกั้นประตูกันอยู่"


เวลาผ่านไปราวๆครึ่งชั่วโมงก็ถึงเวลาที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะได้พบหน้ากันแล้ว ด่านสุดท้ายภาคิณและสารวัตรณัฐเศรษฐ์จัดหนักภากรโดยการเรียกค่าผ่านทางจนหมดตัวจึงยอมปล่อยให้ผ่านเข้ามา บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความสุขของความรักกำลังเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี


หลังจากผ่านพิธีการแห่ขันหมากและทำบุญถวายพระยามเช้าเสร็จสิ้นแล้วก็ถึงเวลารดน้ำสังข์ แขกในวันนี้มามากมายเกิดความคาดหมายของวาณิชาเพราะภากรเคยเป็นตำรวจจึงรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่หลายคน อีกทั้งนาตยาเองก็มีหน้าตาในสังคมอยู่ไม่น้อย ไหนจะพนักงานของสองบริษัทอีกที่มาร่วมแสดงความยินดีกับทั้งสอง 


"แต่งงานแล้วอย่าไปเจ้าชู้กับใครจนหนูณิชามาฟ้องแม่ล่ะ" นาตยาแสร้งทำเป็นขู่ลูกชายคนโต "อยู่ที่นั่นก็ช่วยพ่อตาแม่ยายทำงาน ว่างๆก็โทรหาแม่บ่อยๆนะลูกนะ"


"ครับแม่ ผมรักแม่นะครับ"


หญิงสูงวัยยกมือลูบหน้าเขา "แม่ก็รักกรมากนะ...หนูณิชา จะออกกำลังก็เบาๆมือกับพี่เขาหน่อยนะลูก แม่กลัวว่าจะตายก่อนมีหลาน"


วาณิชากลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ไหว "คิกๆ ค่ะ ณิชาจะไม่รุนแรงกับพี่กรอีกแล้ว"


สุชาติและลำเพยต่างเคียงคู่เข้ามาพร้อมกัน "รักกันมากๆนะลูกนะ พ่อเองก็แก่แล้วก็หวังจะให้กรช่วยดูแลน้อง"


ภากรพยักหน้า "ครับ ผมจะไม่ทำให้พ่อผิดหวัง"


"แม่เองก็ไม่รู้จะพูดอะไร หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กันนะลูก" ลำเพยรดน้ำสังข์เสร็จก็ยกมือแตะใบหน้าของคู่บ่าวสาวด้วยความสุข


ภาคิณประคองร่างวาณิริณแล้วช่วยกันรดน้ำสังข์พร้อมกับคำอวยพร วาณิชาน้ำตาร่วงพลันใจหายที่หลังจากนี้จะต้องแยกกับพี่สาวของเธอซึ่งตั้งแต่เด็กแทบจะไม่เคยได้ห่างกันเลย 


"เด็กคนนี้ขี้แงจริงๆเลย พิษณุโลกกับกรุงเทพฯ ใกล้กันแค่นี้เอง คิดถึงก็ไปมาหาสู่กันได้" วาณิริณแสร้งทำเป็นดุน้องสาว "หยุดร้องไห้ได้แล้วณิชา เดี๋ยวเครื่องสำอางค์ก็หลุดหมดหรอก"


"พี่ณิริณ ฮือๆ"


"เมียร้องไห้ไม่คิดจะปลอบหรือไง?" ภาคิณพูดกระแซะเจ้าบ่าว "ณิริณครับ พี่ว่ารดน้ำสังข์เสร็จแล้วไปนั่งก่อนดีกว่านะ ยืนนานๆเดี๋ยวจะล้มเอาได้"


"หมั่นไส้จริงๆเลยเว้ย!" ภากรสบถคำแล้วหันไปอีกทาง รุ่นน้องของเขาก็อุ้มลูกชายวัยเกือบสามเดือนของตนเองเข้ามาอวดโฉมเช่นกัน "ไอ้นี่ก็อีกคน! จะมาเย้ยหยันกูไปถึงไหนเนี่ย"


สารวัตรณัฐเศรษฐ์หัวเราะร่วน "แก่แล้วไม่มีน้ำยาเอง ยังจะมาอิจฉาคนอื่นอีก...ใช่ไหมครับที่รัก" ส่งสายตาหาภรรยาที่ยืนข้างๆ


ภากรถอนหายใจ "นี่บอม... ถามจริงๆเถอะว่าตาบอดหรือยังไงถึงไปยอมให้มันจับทำเมียได้น่ะ"


ธีรารัตน์ยิ้มเล็กน้อย "ก็ถูกขืนใจนี่คะ เหมือนที่พี่กรทำกับเจ้าสาวนี่แหละ พอๆกันทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง"


เพียะ!


วาณิชาตีไหล่เจ้าบ่าวของเธอหลายทีจนแขกในงานพากันส่งเสียงหัวเราะชอบใจ ตอนนี้เสือน้ายสิ้นลายเป็นแมวเชื่องๆ ดูท่าแล้วไม่แคล้วว่าจะต้องเป็นพ่อบ้านใจกล้าลับหลังเมียอย่างแน่นอน


วันทั้งวันได้แต่ยืนยิ้มรอต้อนรับแขกผู้ใหญ่ วาณิชาที่ความอดทนน้อยก็เริ่มรู้สึกเบื่อและเซ็งเป็นธรรมดา ในงานช่วงกลางคืนที่เจ้าสาววัยใสสวมแต่งงานสีขาวยืนควงคู่กับเจ้าบ่าวของเธอ 


"พี่กร" สาวน้อยเงยหน้ามองเจ้าบ่าวของเธอด้วยแววตาที่เหนื่ยล้า


ภากรยกมือลูบผมของเธอแล้วยิ้ม "อดทนหน่อยนะ เดี๋ยวงานก็จบแล้ว" เพราะเข้าใจว่าวาณิชายังทิ้งนิสัยเด็กๆได้ไม่หมดจึงต้องคอยกระตุ้นอยู่เสมอ "เก็บแรงเอาไว้ไปเหนื่อยกับพี่ข้างบนนะ เบบี๋จ๋า"


"ทะลึ่ง!" คนถูกประณามยิ้มกว้าง วาณิชาหยิกเข้าที่สีข้างของเขาแรงๆ "ณิชาไม่คุยคุยด้วยแล้ว"


ภากรหัวเราะแต่ก็ไม่ยอมปล่อยให้เมียตัวน้อยห่างตัวไปไหน ปั้นหน้าฉีกยิ้มให้กับแขกในงานจนเหงือกแทบแห้ง แม้จะมีเรื่องวุ่นวายระหว่างวาณิชาและบรรดาโจทก์เก่าๆที่เคยมีเรื่องกันมาแต่ก็ไม่ได้บานปลายอะไร 


อีกไม่นานค่ำคืนนี้ก็จะจบลง...


ภาคิณ วาณิริณรวมถึงญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายนั่งมองเจ้าของงานต่างก็ยิ้มมีความสุขไปพร้อมๆกัน แต่สิ่งที่เริ่มผิดปกติเริ่มเกิดขึ้นกับวาณิริณทีละนิด หญิงสาวเริ่มรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวของทารกน้อยทั้งสองในท้องบ่อยมากยิ่งขึ้น อาจจะเป็นเพราะตอนนี้เข้าสู่อายุครรภ์เดือนที่เก้าแล้วจึงเริ่มส่งสัญญาณว่าพวกเขากำลังจะได้ออกมาแล้ว


"ไม่คิดว่าคู่นี้เขาจะลงเอยกันได้นะคะ" ลำเพยยิ้มสุขใจ ก่อนหน้านี้คิดว่าคงจะไม่มีผู้ชายคนไหนกล้ามาขอลูกสาวคนเล็กเสียแล้ว 


"นั่นน่ะสิคะ ฉันเองก็ลุ้นแทบแย่เหมือนกัน" นาตยาเองก็มีควาทสุขไม่ต่างกัน "อีกเดี๋ยวก็จะกลายเป็นย่า เป็นตายายกันแล้ว บ้านเราคงจะป่วนกันน่าดูนะคะ"


"เฮ่อ ผมเองก็ต้องเปลี่ยนจากหวงลูกสาวมาเป็นหลานสาวซะแล้ว คงต้องโหดกว่าของลูกสาวสักหน่อยจะได้ไม่มีใครกล้า จริงไหมคิณ!?" สุชาติหันไปทางลูกเขย


ภาคิณได้แต่ยิ้มบางๆแล้วพยักหน้ารับ "ครับ"


"พ่อคะ! เดี๋ยวพี่กรก็ไม่กล้าอยู่ด้วยหรอกค่ะ" วาณิริณทำเสียงตำหนิพ่อของเธอเล็กน้อย สุชาติหัวเราะชอบใจก่อนจะลูบผมลูกสาวคนโตเหมือนครั้งที่เธอยังเด็ก "รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวเลยค่ะ ณิริณขอไปพักก่อนนะคะ"


"จ้ะๆ ใกล้คลอดแล้วนี่นะ คิณจ้ะพาน้องไปพักห่อนไป อีกสักเดี๋ยวงานก็คงจะเลิกแล้วไม่เป็นไรหรอก" ลำเพยพูดออกมาด้วยความเป็นห่วง


"งั้นผมขอพาณิริณเข้าบ้านก่อนนะครับ" พูดจบภาคิณก็ไม่รอช้าที่จะประคองร่างภรรยาของเขากลับเข้าไปพักผ่อนในบ้าน ช่วงนี้ต้องคอยระวังเอาไว้เพราะเด็กน้อยทั้งสองพร้อมที่จะออกมาเผชิญโลกกว้างได้ตลอดเวลา


เวลาผ่านไปเกือบครึ่งคืน งานเลี้ยงแต่งงานได้จบลงไปแล้ว...ภากรและวาณิชาพากันขึ้นมาเข้าห้องหอเป็นอันเสร็จพิธี ทั้งสองรับคำอวยพรจากผู้ใหญ่แล้วในห้องก็เหลืออยู่ตามลำพัง


"เหนื่อยจัง~" วาณิชาพูดเสียงเอื่อยๆ ร่างเล็กในชุดเจ้าสาวล้มตัวลงนอนเหยียดยาวบนเตียงนอน


"มามะเมียจ๋า เดี๋ยวพี่อาบน้ำให้นะ" ภากรพยายามจะดึงตัวเธอขึ้น แต่คนขี้อ้อนก็ดื้อดึงอยู่ข้างเดียว


"ณิชาขี้เกียจแล้วอ่ะ พี่กรขา~ นอนก่อนได้ไหม?"


"อ่ะๆ เสร็จแล้วเดี๋ยวพี่อุ้มไปอาบน่ำให้เองก็ได้" ภากรเริ่มถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้น ร่างสูงค่อยๆเคลือบคลานเข้าครอบร่างบางของเมียเด็ก


วาณิชาทำสีหน้าตื่นตกใจพร้อมยกสองมือดันที่แผงอกของเขา "เสร็จ!? เสร็จอะไร!!?"


คนเจ้าเลาห์ยิ้มกริ่มใช้สายตาโลมเลียมองเธอแทบจะสิงเข้าไปในร่าง " เสร็จจากบนเตียงนี่ไงจ๊ะ"


กรี๊ดดดด


ภากรไม่ยอมปล่อยให้คืนนี้ผ่านไปได้ง่ายๆ ไม่เช่นนั้นการเข้าห้องหอมันก็จะไม่เสร็จสมบูรณ์ เกือบทั้งคืนที่สูญเสียพลังงานไปมากจากงานวิวาห์ละเจ้าบ่าวป้ายแดง วาณิชาอ่อนเพลียจึงหลับแบบไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ กว่าจะตื่นก็เกือบบ่ายของอีกวันแล้ว 


หลังจากนี้คือการใช้ชีวิตคู่ของจริง...


ด้านล่างของบ้านหลังใหญ่ ข้าวของของวาณิชาถูกจัดเก็บออกมาจากคอนโดทั้งหมดเรียบร้อย สุชาติก็จัดเรียงไว้ที่รถมี่จะใช้เป็นยานพาหนะขนส่ง สาวน้อยส่งกุญแจคอนโดให้กับพี่เขยของเธอ


"คีย์การ์ดแล้วก็กุญแจคอนโดค่ะ พี่กรให้คนไปทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ว่าแต่พี่ณิริณกับแม่ๆทั้งสองไปไหนล่ะคะ?" วาณิชากล่าว


"ออกไปซื้อของรอรับสองแฝดนาะ สั่งเตียงไว้แล้วพรุ่งนี้ทางร้านจะมาส่งให้ที่นี่" ภาคิณยิ้ม


"แกจะขายหรือปล่อยเช่าก็ตามใจแกเลยว่ะไอ้คิณ เพราะอีกนานเลยกว่าฉันกับณิชาจะได้กลับมาอีก" ดูจากงานของพ่อตาแล้วภากรคงจะไม่ว่างอีกนาน สุชาติพูดถึงงานที่โฮมสเตย์หลายๆอย่างอีกทั้งยังมีไรนาที่ต้องดูแลอีก คงต้องเรียนรู้กันยาว


"ก็คงต้องแบบนั้น ว่าแต่พี่กรจะออกเดินทางเมื่อไหร่?" ภาคิณถามพี่ชายที่ใบหน้าดูจะสดชื่นเป็นพิเศษ


"อีกสองวัน ก็เดี๋ยวว่าจะพาณิชาไปไหว้พ่อก่อนแล้วค่อยหาวันไปฮันนีมูน" แขนใหญ่อ้ากว้างโอบไหล่เมียสาวเอาไว้ "ปีนี้ฉันไม่แพ้แกแน่นอน"


"คิดว่ามีน้ำยาก็ลองดู จะรอฟังข่าวดีนะพี่ชาย" คนเป็นน้องหัวเราะร่าปล่อยให้คนเป็นพี่นึกหมั่นไส้ขึ้นมาอยู่ไม่น้อย 


ยังไงซะภากรต้องผลิตได้ทันให้เด็กๆได้เป็นเพื่อนเล่นกันแน่นอน


######


สองอาทิตย์วันหลังจากงานแต่งงานของภากรและวาณิชา...


บ้านรัตนโยธิน...


ภาคิณรีบตื่นแต่เช้าเพราะว่าวันนี้มีนัดประชุมด่วนกับผู้ถือหุ้นรายใหม่ วาณิริณช่วยถือกระเป๋าเอกสารพร้อมกับเดินมาส่งเขาที่รถ "อย่าให้พี่รู้นะว่าวันนี้ณิริณไปทำงาน มีอะไรพี่จะบอกให้เลขาของณิริณเอาเอกสารมาให้ที่บ้าน เข้าใจใช่ไหม?"


"ค่ะ" หญิงสาวก้มหน้าเล็กน้อย "ขับรถดีๆนะคะ"


จุ๊บ !


"ครับ เย็นนี้พี่จะรีบกลับ"


ภาคิณขับรถออกไปแล้ววาณิริณก็ค่อยๆหมุนตัวแล้วเดินช้าๆกลับเข้าบ้าน ในระหว่างนั้นหญิงสาวเริ่มรู้สึกปวดท้องขึ้นมาเป็นระยะแต่ก็ไม่ได้หนักหนาอะไร ยังสามารถประคองตัวเดินต่อไปได้จนถึงหน้าประตูบ้าน


"อะ โอ้ยยย ช่วย...ช่วยด้วยค่ะ โอ๊ยยย!!" หญิงสาวทรุดตัวลงในขณะที่มีน้ำใสๆไหลออกจากช่วงล่างมาเป็น สองมือกอบกุมหน้าท้องส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากคนในบ้าน


นาตยากำลังเดินมาถึงบันไดเมื่อได้ยินเสียงของลูกสะใภ้จึงรีบวิ่งลงมา "ณิริณ!! เป็นอะไรไปลูก ตะ ตายแล้ว!! น้ำคล่ำแตก" สาวใหญ่พยายามคุมสติไม่ให้เกิดอาการตื่นเต้นมากจนเกินไป "สมใจ!! สมใจ!!"


"คะ คุณผู้หญิง" ป้าสมใจวิ่งกระหืดกระหอบมาด้วยความเร่งรีบ


"ไปบอกให้คนขับรถเอารถออกเร็ว หนูณิริณจะคลอดแล้ว!! ไปสิ!! เร็วๆ!"


"ค่ะๆ!! ตาแช่มเว้ยยย เอารถออกเร็ว!! คุณณิริณจะคลอดแล้ว!!" แม่บ้านรีบวิ่งหน้าตั้งไปหาคนขับรถเพื่อพาวาณิริณไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด


#####


PK AUTO GROUP...


ภาคิณพาจิระ...หุ้นส่วนคนใหม่ไปเดิมชมรอบๆบริษัทและทำสัญญาต่อหน้าพนักงานบริษัททุกคนรวมถึงมีการเลี้ยงอาหารเที่ยงไปพร้อมๆกัน หลังจากเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้วก็มีการพูดคุยถึงแผนการดำเนินงานในปีนี้


เทวินทร์ที่เพิ่งวางสายโทรศัพท์จากนาตยาเสร็จก็วิ่งพรวดพราดเข้ามากลางวงสนทนาของผู้บริหาร ภาคิณมองด้วยสายตาตำหนิเล็กน้อยก่อนจะถามออกไป "มีเรื่องด่วนอะไร!!?"


"มีครับ! ขอโทษนะครับคุณจิระ" เทวินทร์ในอาการหอบพยายามหายใจเข้าเพื่อตั้งสติ "คุณนาตยาโทรมาบอกว่าตอนนี้คุณณิริณอยู่ที่โรงพยาบาล กำลัง...กำลังจะคลอดแล้วครับ" ภาคิณนิ่งราวกับโลกหยุดหมุนทันทีที่ได้ยินข่าวนี้ เหล่าพนักงานรวมถึงหุ้นส่วนของเขาต่างปรบมือแสดงความยินดีกับคุณพ่อคนใหม่ "ทางนั้นบอกว่าให้คุณคิณทำงานให้เสร็จก่อน คุณนาตยาคอยดูแลให้อยู่ ตอนเย็นค่อยตามไปที่โรงพยาบาลครับ"


"ยินดีด้วยนะครับ คุณภาคิณ" จิระยิ้มให้อย่างเป็นมิตร


"ขอบคุณครับ!" คนที่เพิ่งได้เป็นพ่อคนตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก ในใจตอนนี้สั่นไปหมดและอยากจะเห็นหน้าโซ่ทองทั้งสองเส้นที่คล้องใจของเขาและวาณิริณโดยเร็ว "วันนี้วันดี! มีผู้บริหารคนใหม่เข้ามาแล้วยังเป็นวันเกิดของลูกชายกับลูกสาวฉัน อยากกินอะไรก็สั่งกันเข้ามาเลยเต็มที่!! ฉันจ่ายเอง" เสียงเฮดังลั่นบริษัทและบรรยากาศก็ดูคึกคักขึ้นมาทันที อยากจะให้งานทุกอย่างมันจบๆไปเพราะตอนนี้ใจของเขาลอยไปอยู่ที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว


​โรงพยาบาล....

ในช่วงเวลาที่คนกำลังเลิกงาน ท้องถนนรถติดยาวเป็นสาย แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคสำหรับคุณพ่อป้ายแดงเลยแม้แต่น้อย ภาคิณขับรถออกจากบริษัทด้วยความเร็วเพื่อไปให้ถึงโรงพยาบาลให้ไวที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ 


ณ ตึกแม่และเด็ก...


ห้องพิเศษ สอง ศูนย์ ห้า...


แม้ว่าใจอยากจะเห็นหย้าสองแฝดมากแค่ไหนแต่ด้วยความที่เป็นห่วงภรรยาของตนมากกว่าจึงรีบตรงเข้ามาหาเธอก่อน ภาคิณค่อยๆเปิดประตูเข้าไปด้วยความเงียบ...ภายในห้องนั้นมีเพียงป้าสมใจ คนรับใช้เก่าแก่คอยเฝ้าแทนนาตยาที่กลับบ้านไปเตรียมทำมื้อเย็นในสำหรับลูกสะใภ้โดยเฉพาะ


"มาแล้วหรอคะคุณคิณ นั่งก่อนนะคะ คุณณิริณตั้งแต่ออกห้องคลอดมายังไม่ฟื้นเลยค่ะ" ป้าสมใจยิ้มแล้วเขยิบที่บนโซฟาให้เขา


"ขอบคุณครับ แล้ว...ณิริณออกจากห้องคลอดนานหรือยัง เด็กแฝดเป็นยังไงบ้าง" คนเป็นพ่อเก็บอาการไม่ค่อยอยู่ คอยซักถามในเรื่องต่างๆด้วยความตื่นเต้น เขาพลาดที่จะได้อยู่กับเธอใยห้องคลอด ไม่ได้คอยให้กำลังใจ อยากจะเห็นเด็กทั้งสองนับตั้งแต่ที่พวกเขาออกมาดูโลกครั้งแรกเสียด้วยซ้ำ


ป้าสมใจมองแล้วก็ยิ้ม หญิงสูงวัยไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มผู้แสนเย็นชาและอารมณ์รุนแรงตรงหน้าจะกลายมาเป็นผู้ชายอบอุ่น อ่อนโยน และสุขุมได้ถึงเพียงนี้ "ออกห้องคลอดมาตั้งแต่ใกล้ๆเที่ยงแล้วล่ะค่ะ คุณณิริณเสียเลือดค่อนข้างเยอะเลยร่างกายอ่อนเพลีย ส่วนเด็กๆน่าเกลียดน่าชังเหลือเกิน จมูกนี่โด่งนำมาทั้งคู่เลยเชียว"


ภาคิณหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย "กะว่าถ้าไม่มี โตขึ้นก็จะให้ไปเสริมกันอยู่แล้วล่ะครับ"


"คุณคิณก็พูดเป็นเรื่องตลกไปได้" ป้าสมใจยิ้มกว้าง หญิงสูงวัยเอนตัวลงกับพนักพิงเพื่อผ่อนคลาย


เวลาผ่านไปไม่นานวาณิริณก็เริ่มขยับตัว ภาคิณได้ยินเสียจึงรีบลุกขึ้นมายืนข้างเตียงคนไข้ มือหน้ากอบกุมมือของภรรยาสาวเอาไว้แล้วนำมาแนบที่ใบหน้าของตน "ณิริณ! พี่อยู่นี่ อย่าเพิ่งลุกนะ...เดี๋ยวพี่เอาน้ำมาให้" คนตัวสูงรีบเดินไปยังโต๊ะสีชาวที่มีขวดน่ำดื่มและแก้วน้ำของโรงพยาบาลวางเอาไว้ เขารินน้ำใส่แก้วด้วยความเร่งรีบและนำมาหลอดพลาสติกให้เธอดื่ม เขาปรับเตียงคนไข้ให้เธอได้นั่งสะดวก ตุณแม่ป้ายแดงคอแห้งผากดื่มน่ำไปจนหมดแก้ว "ดีขึ้นไหม? อยากเข้าห้องน้ำหรือเปล่า?"


วาณิริณส่ายหัวเบาๆพร้อมตอบกลับด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ยังไม่อยากเข้าห้องน้ำหรอกค่ะ แล้ว...เขายังไม่พาเด็กๆมาหรอคะ?"


"เห็นพยาบาลบอกว่าสักหกโมงค่ะ อีกสักพักก็คงจะมาแล้ว" ป้าสมใจตอบด้วยน้ำเสียงยินดี


วาณิริณยังคงมีอาการอ่อนเพลีย การอุ้มท้องลูกแฝดว่าลำบากแล้วตอนคลอดยิ่งหนักกว่า เมื่อถึงเวลาก็มีพยาบาลสาวสองคนเข็นเตียงของเด็กน้อยทั้งสองเข้ามา เตียงแรกเขียนว่า เด็กชายภาคย์ รัตนโยธิน (แฝดพี่) ส่วนเตียงที่สองเขียนว่า เด็กหญิงภัทธิรา รัตนโยธิน (แฝดน้อง) โดยที่ทั้งคู่เกิดห่างกันเพียงห้านาที


"พาน้องแฝดมาดื่มนมคุณแม่แล้วค่ะ" เสียงของพยาบาลทั้งสองกล่าวออกมายิ่งทำให้ใจสั่นด้วยความตื่นเต้น


ทันทีที่ได้เห็นหน้าลูกแฝดภาคิณก็น้ำตาคลอด้วยความตื้นตันเสียอย่างนั้น นี่คงจะเป็นความรู้สึกเดียวกันกับภูษิตในตอนที่เขาและพี่ชายได้ออกมาลืมตาดูโลกแน่ๆ สายตามองสลับกันไปทั้งแฝดพี่และแฝดน้อง สองมือค่อยๆเอื้อมไปหมายจะลองอุ้มลูกชายขึ้นมาก่อน


"แบบนั้นไม่ได้นะคะ" พยาบาลสาวที่เข็นเตียงของเด็กชายภาคย์ร้องห้าม "คอของน้องยังไม่แข็งแรง คุณพ่อต้องค่อยๆช้อนมือเข้ามาประคองระหว่างช่วงหัวกำลำตัวไว้นะคะ แบบที่คุณแม่กำลังอุ้มนี่แหละค่ะ อ้อ! ทำการฆ่าเชื้อก่อนนะคะ เด็กวัยแรกเกิดเสี่ยงต่อการรับเชื้อโรคได้ง่ายค่ะ"


ภาคิณหันไปมองวาณิริณแล้วลองทำตามอย่างว่าง่าย เด็กชายวัยแบเบาะทำเสียงอ้อแอ้โดยที่ตัวตาใสกำลังจับจ้องไปยังผู้เป็นพ่อราวกับว่ากำลังทำการบันทึกใบหน้า "ป้าสมใจ วานโทรบอกแม่ให้เตรียมเสื้อผ้าของผมมาแทนนะครับ ผมจะอยู่เฝ้าณิริณเอง"


"ได้ค่ะ" ป้าสมใจรับคำแล้วจัดการให้เรียบร้อย


สองแฝดรับประทานอาหารมื้อแรกในชีวิตจากทรวงอกของผู้เป็นแม่ แม้จะรู้สึกเจ็บๆอยู่บ้างแต่ก็ไม่มากเท่าไหร่จนกระทั่งรับรู้ถึงการไหลของน้ำนม วาณิริณยิ้มทั้งน้ำตาโดยที่สามีของเธอคอยซับให้ ความรู้สึกตื้นตันมันเอ่อล้นออกมาโดยที่คิดย้อนไปเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านั้น หากรักษาชีวิตของเด็กทั้งสองไว้ไม่ได้ก็คงจะไม่มีภาพนี้เกิดขึ้น เธออาจจะรู้สึกผิดบาปไปทั้งชีวิตก็เป็นได้


"พรุ่งนี้รบกวนคุณพ่อเตรียมเอกสารไว้สำหรับการทำสูติบัตรให้น้องแฝดด้วยนะคะ ทางโรงพยาบาลออกใบรับรองการเกิดให้แล้ว ขาดแต่เอกสารของคุณพ่อกับคุณแม่เท่านั้นค่ะ"


"ขอบคุณครับ ผมจะรีบจัดการให้พรุ่งนี้" ปากตอบพลางยกมือลูบหัวของเด็กน้อยทั้งสอง


ได้ชื่นชมลูกน้อยไม่นานพยาบาลก็ต้องนำเด็กทั้งสองกลับไปยังห้องพักฟื้นของเด็กแรกเกิด ภาคิณคอยดูแลภรรยาของตนอย่างดีโดยมีป้าสมใจช่วยอีกแรง ทั้งพาไปเข้าห้องน้ำ ทำความสะอาดร่างกาย ซึ่งไม่มีใครคิดว่าภาคิณจะทำได้และก็ทำออกมาได้ดีเสียด้วย


นาตยามาถึงราวๆทุ่มเศษๆ หญิงวัยกลางคนมาพร้อมกับอาหารและของบำรุงร่างกายที่ขนมาเต็มมือทั้งสองข้าง ก่อนขึ้นเข้ามาในห้องนี้ก็ไม่ลืมที่จะแวะทักทายหลานทั้งสองก่อน "แม่วนทั่วเยาวราชเลยนะ ไปหาซื้อสมุนไพรจีนมาแล้วว่าจะเอามาต้มให้หนูณิริณเอาไว้ดื่ม สมัยแม่คลอดทั้งกรกับคิณนะ...พ่อเขาน่ะไปหาข้อมูลแล้วก็ซื้อมาต้มให้แม่ ร่างกายฟื้นตัวเร็วดีแถมมดลูกก็เข้าอู่ไวด้วย"


"ลำบากคุณแม่จังเลยค่ะกับป้าสมใจจังเลยค่ะ" วาณิริณกล่าวด้วยความเกรงใจ


"ลำบากอะไรกันจ๊ะ แม่น่ะดีใจจนบอกไม่ถูกเลยล่ะ อ้อ...แม่ส่งข่าวบอกอีกบ้านแล้วนะ คุณสุชาติกับคุณลำเพยเขาจะมากันพรุ่งนี้ ดูท่าจะเห่อหลานเหมือนแม่นี่แหละ" นาตยาหัวเราะชอบใจ ก็หลานสองคนแรกแถมยังได้เป็นแฝดชายหญิงเสียอีก เป็นใครก็ต้องเห่อเป็นธรรมดา


ภาคิณและวาณิริณมองหน้ากันแล้วก็ยิ้ม หญิงสาวแม้จะยังรู้สึกอ่อนเพลียค่อยๆซบลงที่ไหล่ของสามี ภาคิณสอดมือเข้ามาประสานกับมือของเธอเอาไว้แล้วจับจนแน่นเพื่อแทนคำสัญญาว่าเขาจะไม่มีทางเผลอปล่อยมือของเธออีก


______100%_______


กลับมาอัพแล้วนะคะ 

ตอนหน้าตอนจบแล้วนะจ้ะ ยูววว์

กระซิก กระซิก...😁😭


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น