by.. ฟาง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

58/ พระโปรด (แก้คำผิด)

ชื่อตอน : 58/ พระโปรด (แก้คำผิด)

คำค้น : ตอนที่58

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 40.8k

ความคิดเห็น : 175

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ย. 2560 18:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
58/ พระโปรด (แก้คำผิด)
แบบอักษร

หลงP...

"เอาถือ" ผมยืนเกาหัวเหม่งตัวเองอย่างงงๆ เมื่อผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่หน้าตาหล่อเหลาหัวใสแจ๋วเหมือนผม แต่ใส่ชุดนาคสีขาวสะอาดตาเดินตรงดิ่งมายื่นหมอนให้ แน่ะ! จะบวชอยู่แล้วยังมาส่งสายตาเหมือนจะจับผมกินอีกบาปนะนั่น

"ให้ถือทำไมล่ะ หลงไม่ใช่ผู้หญิงซักหน่อย"

"ไม่ใช่ผู้หญิงแต่เป็นแฟนปะล่ะ เป็นแฟนนาคก็ต้องถือหมอนสิเอ๋อ"

"เป็นแฟนแต่ไม่ถือหมอนเขาให้ผู้หญิงถือนะ ไม่ต้องมาหน้างอเลย จิ๊! พูดไม่รู้เรื่อง พ่ออรรคคนดีจ๋า ดูนาคสิจะให้หลงถือหมอนน่ะหลงไม่ถือหรอก" ผมรีบวิ่งไปกอดแขนอ้อนพ่ออรรคทันที ไม่อ้อนไม่ได้ครับผมมีคดีติดตัวอยู่ จะอะไรเสียอีกล่ะถ้าไม่ใช่เรื่องที่ผมอยู่ในขบวนการ แก้ไขจุดอ่อนเพื่อสร้างให้เป็นจุดแข็งของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนพ่ออรรค โดยมีหัวหน้าขบวนการก็คือลุงสันต์กับลุงสิงห์น่ะสิ

"อ่าว แล้วทำไมไม่ถือล่ะลูกหลง นาคทำหน้าดีๆหน่อย จะห่มผ้าเหลืองอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าแล้วนะลูก" พ่ออรรคพาผมเดินไปหานาค ที่ยืนกอดหมอนหน้าหงิกหน้างออยู่ข้างรถแห่นาค เฮ้อ! ทำไมนาคดูเอาแต่ใจงี้วะ

"ก็เอ๋อมันไม่ยอมถือหมอนให้หนูอ่ะพ่อ"

"อุ๊บ ฮ่าๆๆ โทษทีๆ หลงอึ๊บไม่อยู่" ไม่ถึงห้าวินาทีนาคก็หน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที แถมยังทำเป็นหันหน้าไปมองทางอื่นด้วยนะ สงสัยจะเขินที่หลุดหนูตัวเบ้อเริ่มต่อหน้าผมมั้ง วันก่อนพี่ดิวเล่าให้ฟังเรื่องที่ทะเลวันนั้น ว่านาคฟ้องพ่ออรรคใหญ่แถมมีหนูมาวิ่งพล่านเต็มทะเลไปหมด พอได้ยินกับหูแบบนี้ใครจะกลั้นหัวเราะไหวล่ะ ทำไมน่ารักจังเลยน้าคุณโปรดของหลงเนี่ย

"นาคขึ้นรถได้แล้วเขาตั้งขบวนเสร็จเรียบร้อยแล้ว น้าอรรคเชิญครับบาตรอยู่ที่ลุงสันต์นะครับ" พี่ตุลย์เดินมาเร่งให้พ่อนาคเจ้าปัญหาขึ้นไปนั่งบนรถเพื่อที่จะเคลื่อนขบวนแห่นาคเข้าวัด พ่ออรรคยิ้มแฉ่งหน้าบานหันมาให้ผมสำรวจความเรียบร้อย รอยยิ้มภูมิอกภูมิใจของผู้ชายเกือบสูงวัยในชุดราชปะแตนสีงาช้าง ดูสดใสอบอุ่นจนผมอดเข้าไปโอบกอดไม่ได้

"หลงดีใจและภูมิใจด้วยนะจ๊ะพ่ออรรค" เพราะเคยผ่านงานพิธีบวชของผู้คนมากหน้าหลายตา ทำให้ผมรับรู้ว่าในวันนั้นความรู้สึกของคนเป็นพ่อเป็นแม่ นั่นก็คือความสุขความภูมิใจอย่างแท้จริง

"เอ้า นาคขึ้นรถสิครับ แล้วจะยืนกอดหมอนอยู่ทำไม เอามานี่เดี๋ยวให้สาวๆเขาถือ"

"ไม่เอา ใบนี้กูจะให้เอ๋อถือ นี่กูอุตส่าห์เอาไปซ่อนเพื่อจองให้เอ๋อถือเลยนะเว้ย อ่ะเอ๋อ ถือซะแล้วจะหักหนี้ให้" ไม่ต้องรอให้เอ่ยคำเสนอซ้ำเป็นครั้งที่สอง ผมรีบคว้าหมอนมากอดแนบอก แล้วเดินตามพ่ออรรคที่ยิ้มแป้นอุ้มบาตรยืนอยู่หัวแถวคู่กับลุงสันต์ที่ถือพานผ้าไตร และลุงสิงห์ที่ถือตาลปัตรกับสะพายย่าม

"ลูกหลง นุ่งโจงกระเบนแบบนี้เหมือนงานแต่งงานเลยน้า มายืนกับพี่ชมนี่" ผมเดินไปยืนเกาะกลุ่มกับพี่ชมพู่ หมอนุ่น สองสาวที่ร่วมในขบวนการ..ก็ชื่อขบวนการได้มาจากหมอนุ่นนี่แหละ พอตั้งขบวนเสร็จแตรวงกลองยาวก็เริ่มบรรเลงเบาๆ ผมหันกลับไปมองรถที่ใช้แห่นาค พี่ตุลย์กับพี่นัทยืนจับสัปทนอยู่ด้านหลังนาคโปรดที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ นาคยกมือพนมแนบอกมีดอกบัวที่ผมจับกลีบให้เมื่อเช้าแทรกระหว่างฝ่ามือใหญ่ ผมรู้ว่าภายใต้แว่นตากันแดดราคาแพงหูฉี่นั้นก็กำลังเพ่งสายตาจับจ้องผมอยู่เหมือนกัน รอยยิ้มกว้างที่ส่งมาปากคู่หนาขยับขึ้นลงเบาๆ ถึงจะอยู่ในระยะไม่ใกล้ไม่ไกลแต่ผมมั่นใจว่าสิ่งที่เขาต้องการสื่อสารนั้นคือคำว่าอะไร เลยอดรู้สึกร้อนที่สองแก้มตัวเองไม่ได้

"ลูกหลงร้อนมากเหรอคะแก้มแดงใหญ่แล้ว หมอนุ่นมียาดมมั้ยเอามาให้ลูกหลงหน่อย ถ้าเป็นลมเป็นแล้งไปเดี๋ยวนาคจะเพิ่มหนี้ให้เราอีก"

"ฮ่าๆๆ ดูเหมือนจะกังวลเรื่องนี้กันจังเลยนะครับ ทั้งพี่ชินพี่ดิวก็ดูจะผวาเหมือนกันนะเนี่ย หลงก็บอกแล้วว่าเอาวิธีอื่นเถอะ เพราะถ้าพลาดไม่เป็นแบบที่คิดเรื่องมันจะบานปลายไปกว่านี้ นี่หลงยังเคืองอยู่นะครับที่ปล่อยให้นาคโปรดเดินลุยลงทะเลคนเดียวตอนอารมณ์แบบนั้น ถ้านาคเขาหายไปไม่มีวันกลับมาแล้วหลงจะอยู่ได้ยังไง" ภาพคืนนั้นยังติดอยู่ที่สมองของผม ทั้งที่ขาสองขาอยากจะวิ่งเข้าไปหาแต่ผมก็ต้องฝืนยืนมองอยู่แบบนั้น ในใจก็เชื่อมั่นว่านาคโปรดจะเอาชนะความอ่อนแอ ความขลาดกลัว ความวู่วาม ของตัวเองแล้วกลับมามีสตินึกคิดทบทวนไตร่ตรองด้วยเหตุด้วยผลได้แน่นอน ทั้งที่เชื่อมั่นอย่างนั้นแต่ขาทั้งสองข้างก็พร้อมจะวิ่งไปข้างหน้าทุกเมื่อที่ภาพเขาลับหายไป เพราะผมเองก็พร้อมจะจางหายสู่ก้นทะเลพร้อมกับเขาทุกเวลา

"น้องหลงเมียนาคโปรดที่กำลังจะบวชเป็นพระในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า นาคเขาฝากมาบอกว่า อย่าส่งสายตาเชิญชวนมาอีกขอให้อดทนรอหน่อย กลับมาเป็นฆราวาสเมื่อไหร่ จะจัดหนักให้กว่าวันที่พาไปฉลองวันเกิดที่ทะเล เฮ้อ! ถามจริงนี่เรากำลังจะแห่นาคเข้าวัดนะอดใจกันหน่อยไม่ได้รึไง ฟีทเจอริ่งทางสายตามันก็บาปนะครับ ต้องลำบากพี่หมอโยคนหล่อวิ่งมาบอกอีกเนี่ย" ผมอ้าปากเหวอเมื่อพี่โยยืนอยู่หน้ารถคันที่ใช้แห่นาค แล้วตะโกนใส่โทรโข่งซะดังกลบเสียงแตรวงกลองยาว จนเกิดความเงียบขึ้นทั่วบริเวณหน้าบ้านพี่มิน

เคร้ง! แม่นเหมือนจับวาง เมื่อนาคเขวี้ยงกระป๋องน้ำอัดลมโดนเข้าที่หัวพี่โยจังๆ จนมีเสียงโอ๊ยดังผ่านโทรโข่ง

"อย่าลามปามเมียนาคสิกีรติ เดี๋ยวหนี้ไอ้ดิวจะเพิ่มจนฉุดไม่อยู่ เอ๋อใส่หมวกด้วยมันร้อนนาคเป็นห่วงครับ"

"กรี๊ดด หล่ออ่ะแก๊" สาบานว่าเสียงนาคดังกว่าเสียงผ่านโทรโข่งจากพี่โยเมื่อกี้เสียอีก ยิ่งมองสบตาผมก็ยิ่งอยากกรี๊ดแข่งนางรำขบวนกลองยาว กับสาวๆที่มาร่วมงานบวชเยอะเกินไปหน่อยมั้ง เมื่อนาคลุกขึ้นยืนถอดแว่นดำแล้วขยิบตาส่งวิ้งมาให้ ลากแขนนาคเข้าบ้านพี่มินแล้วล็อกประตูอยู่ด้วยกันสองคนจะบาปไหมเนี่ยไอ้หลงเอ๊ย ฮืออ แค่คิดก็นรกกินหัวแล้ว 

"เอ่อ พ่อว่าเราแห่นาคเข้าวัดก่อนเถอะ ใจเย็นนะลูกนาคแป๊บเดียวก็สามเดือนละ สึกปุ๊บเบียดปั๊บเลยลูก พ่ออรรคคนดีคนนี้จะสร้างศาลา สร้างโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือให้วัด เพื่อเป็นสินสอดขอลูกหลงจากหลวงตาเลย แม่ของหลานติณฑ์ที่น่ารักของปู่อรรค เรียกสินสอดมาเลยนะลูก พ่ออรรคเปย์เต็มที่ต้องให้ใหญ่กว่างานลูกไอ้สิงห์ จัดมันที่สนามกีฬากลางอำเภอเลยเว้ย"

"ปู่อรรค แต่น้องหลงยังไม่ได้เลิกกับติณฑ์นะครับ แล้วจะไปเป็นเจ้าสาวให้ลุงนาคได้ไง น้องหลงจ๊ะเรายังไม่ได้เลิกกันใช่มั้ยจ๊ะ เมื่อคืนเรายังนอนกอดกันอยู่เลยเนอะ"

"เคลื่อนขบวนแห่ได้แล้วครับ เดี๋ยวเสียฤกษ์บวช" ผมแทบทรุดตัวนั่งกราบลุงพจน์ที่มาหยุดยั้งความเล่นใหญ่ ในนาทีที่พี่โยกำลังยกโทรโข่งขึ้นมาเตรียมอ้าปากพาชาวขบวนแห่นาคออกทะเล ไม่งั้นผมต้องโดนขายโดยตัวพ่อของวงการเล่นใหญ่ทั้งสามแน่ๆ และอาจจะพรุนไปด้วยสายตาจิกกัดจากสาวๆ หลายคนที่มาร่วมงาน มาจากไหนกันน่ะเหรอ หึหึ ผมเหลือบตาไปมองผู้ชายใส่เสื้อทรงราชปะแตนสีเหลืองนวลเหมือนผม ที่กำลังเซิ้งอ้อมหน้าอ้อมหลังพี่ดิวอยู่ คงต้องขอบคุณคนที่ช่วยโฆษณาผ่านโซเชียลจนมีสาวๆ พากันแห่เอาเหรียญโปรยทานมาร่วมทำบุญงานบวชสามีของผมเป็นร้อยๆคนแบบนี้ รับรองว่าผมจะต้องตอบแทนพี่โยคนดีแน่ๆ ฮึ่ม!

"น้องหลง ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้างกับพี่ชายของพี่ชมน่ะ" ผมมองไปข้างหน้าที่มีแต่รอยยิ้มจากผู้คนรอบตัว เสียงร้องรำทำเพลงและเอ่อ..ลีลาท่ารำของพี่หมอโย ทำให้รอยยิ้มของผมยิ่งกว้างขึ้นไปอีก

"หลงยังยืนยันประโยคเดิมตั้งแต่วันแรกที่จำทุกเรื่องได้ครับพี่ชมพู่ หลงรักนาคโปรด จนถึงตอนนี้ความรู้สึกรักก็ยังไม่เคยจางหายไป แต่คนเราแค่รักกันอย่างเดียวมันไม่พอ มันไม่สามารถทำให้ชีวิตคู่ของเรายืนยาวตลอดไปได้ ทั้งหลงและนาคโปรดต่างต้องผ่านสิ่งที่ทำให้เรามาถึงจุดอ่อนแอที่สุด เพื่อให้เราทั้งคู่ได้สัมผัสจุดที่แข็งแกร่งที่สุด" คงเป็นเพราะคำพูดของลุงสันต์กับลุงสิงห์ ที่พร่ำบอกกรอกหูผมตั้งแต่ก่อนจะนึกอะไรออก ว่าผมกับนาคโปรดควรกลับไปแก้ในจุดที่เราต่างก็หวาดกลัวมั้ง เลยทำให้ผมต้องหลับหูหลับตากลั้นใจไหลตามน้ำที่ถูกกั้นทางไว้ ว่าต้องเดินไปทางไหนเราทั้งคู่ถึงจะข้ามมันไปด้วยกันได้ตลอดรอดฝั่ง 

และแล้วคำว่าตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัดก็คงใช้ได้จริงๆ ถ้าวันที่ผมจับมือก้าวไปกับพี่ชินแล้วนาคโปรดจะสติแตกทำลายกันเหมือนเมื่อหลายปีก่อนอีก ผมคงจะวางใจฝากชีวิตไว้กับนาคไม่ได้ แต่นาคก็ไม่ทำให้ผิดหวังเขาก้าวผ่านการใช้โทสะและก้าวถึงการมีสติได้ด้วยตัวเอง ถึงจะทำให้ผมหวิดจะวิ่งลงทะเลไปหาเกือบทุกวินาทีก็เถอะ 

"น้องหลงไม่ต้องคิดมากเรื่องที่นาคเขาเกือบจมใต้ทะเลนะคะ อาจารย์สิงห์กับพี่นุ่นคิดว่าการที่พวกเราเลือกจะทำแบบนี้น่ะ เป็นวิธีที่ถูกทางที่สุดแล้ว กรณีนาคเขาถ้าเรามานั่งเปิดอกคุยกัน คนที่โดนกระทำอย่างน้องหลงก็คงจะยังหวาดระแวงไม่มีทางสนิทใจแน่ๆ เพราะไม่มีอะไรมายืนยันว่านาคเขาจะไม่เป็นแบบเดิมอีก ถึงปากจะพูดว่าไม่เป็นไรแต่ใจของน้องหลงมันไม่มีวันไม่เป็นไรจริงๆหรอกค่ะ จนกว่าจะเผชิญหน้ากับเหตุการณ์นั้นอีกครั้ง และนาคเขาทำให้น้องหลงเชื่อมั่นอีกครั้ง ถ้ามองว่าเป็นความรุนแรงมันก็คงจะรุนแรง การถูกตีด้วยไม้เรียวถึงจะเจ็บ แต่คนถูกตีจะจำและจะไม่ทำผิดซ้ำในเรื่องเดิมๆค่ะ แล้วผลลัพธ์ล่ะคะ ตอนนี้น้องหลงก้าวข้ามความกลัว ในความร้อนแรงของพระอาทิตย์หรือยังเอ่ย"

"หลงเชื่อว่าดวงตะวันที่ร้อนแรงดวงนี้ จะใช้อิทธิพลแผดเผาอย่างอื่น เพื่อปกป้องสิ่งมีชีวิตเล็กๆอย่างแมงปอ และแสงอ่อนรำไรของดวงสุริยา จะมีไว้เพื่อโอบล้อมแมงปอเพียงเท่านั้นครับ" ผมหันหลังกลับไปมองผู้ชายที่อยู่ในชุดสีขาวสะอาดตา สองมือยังยกพนมแนบอกโดยมีดอกบัวของผมอยู่ในฝ่ามือใหญ่คู่นั้น อืม..ถึงแม้จะอยู่ในเดือนของฤดูร้อน แต่รอยยิ้มจากใครอีกคนที่ส่งมา ทำให้แสงแดดของฤดูร้อนในวันนี้ไม่ร้อนอย่างที่คิดแฮะ ไม่มีใครบนโลกนี้เลือกที่จะไม่เจอกับความกลัว ความอ่อนแอได้ แต่เมื่อเจอมันแล้ว ทุกคนเลือกได้ว่าจะเผชิญหน้าสู้กับมันหรือเดินจากมา ผมว่าจิตใจของผมและนาคโปรด เราต่างก็พร้อมที่จะสู้กับทุกเรื่อง โดยไม่มีวันวิ่งหนีมันอีกเด็ดขาด 

ใช้เวลานานพอสมควรกว่าขบวนแห่นาคที่จัดเรียงข้าวของทุกอย่างครบตามประเพณี รวมถึงเครื่องอัฐบริขารและเครื่องใช้อื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับพระใหม่จะใกล้ถึงวัด ก็นะพอเคลื่อนตัวออกจากซอยบ้านพี่มินแค่นั้นแหละ ไม่รู้ว่าหนุ่มๆ สาวๆ จากที่ไหนกันบ้าง มารออยู่เป็นแถวยาวกว่าแถวกลองยาวซะอีก แม้กระทั่งคนชื่อกอล์ฟที่ผมเคยเห็นยืนกินปากกับนาคที่ผับเมื่อหลายปีก่อนก็ยังมาเถอะ จิ๊! ผมอดหันไปค้อนให้พ่อนาคไม่ได้ หมั่นไส้ว่ะ!

"สารจากนาคโปรค นาคหล่อที่สุดในประเทศนะค้าบ หนุ่มๆ สาวๆ ที่มาร่วมงานบุญทุกท่าน ต้องขอบพระคุณที่มาร่วมบุญร่วมกุศลครั้งนี้ แต่นาคกลัวเมียกินหัวครับ เมียนาคก็น้องหลงหนุ่มคนเดียวที่ถือหมอนหัวเหม่งใสสวยงามแข่งนาคคนนั้นแหละ เมียขึ้นหิ้งของนาคเขา เพราะงั้นไม่ต้องมาส่งสายตาให้นาคกันนะครับ โอเคตามนี้ มารำวงกับหมอหล่อที่สุดในประเทศไทยดีกว่า หมอหล่ออันดับสองกับสามที่ถือสัปทนให้นาค ก็ไม่ต้องไปมองครับมันมีเมียกันแล้ว แต่โยยังไม่มีเมียมารำวงกับโยได้เต็มที่ ฮิ้วว" พี่โยเจ้าเก่าวิ่งตุบตับผ่านหน้าผมไปหารถที่นาคนั่งอยู่ อึดใจเดียวเสียงทะเล้นสดใสก็ทำให้ผมอับอายขึ้นอีกรอบ เว้ย! ใครก็ได้มาเย็บปากพี่โยทีเถอะ อืม..งั้นคงต้องพึ่งคนนี้แล้วล่ะ

"ลุงโยไม่มีเมียแต่มีลุงดิวเป็นผัวเมียใช่มั้ยครับ แม่มินลุงโยมีผัวเมียมั้ยค้าบ!" หึหึ เสียงพี่ติณฑ์ของน้องหลงถามซะดังลั่น มันเป็นจังหวะที่แตรวงหยุดเปลี่ยนเพลงพอดี คนที่อยู่ไม่ไกลจากพวกเราเลยพากันหันมามอง ก่อนที่พี่ดิวจะไม่ทำให้ผมผิดหวังอีกคน

"หึหึ ลุงดิวนี่แหละผัวลุงโยครับน้องติณฑ์" ตอนแรกก็นึกว่าพี่โยจะอับอายจนเสียศูนย์ ที่ไหนได้ล่ะกลับหน้าบานวิ่งไปรำดักหน้าดักหลังป้อพี่ดิวใหญ่ เห็นแบบนั้นแล้วผมล่ะยอมใจเลย ตามสบายเลยครับพี่หมอโยคนหล่อ เฮ้อ 

พอมาถึงวัด นาคก็ลงจากรถเดินมายืนหลังขบวนพระสงฆ์ ที่มีหลวงพี่ยศพระพี่เลี้ยงและหลวงพี่อีกสี่รูปยืนรออยู่ โดยมีพี่ตุลย์ พี่นัทถือสัปทนตามหลังนาค เสียงแตรวงเงียบสงบลงเพื่อให้นาคและผู้ร่วมบุญได้ทำสมาธิ เดินประทักษิณเวียนขวารอบสีมา ผมเดินตามและจ้องมองทุกก้าวย่างของนาคที่ผมกับพ่ออรรคช่วยกันแต่งตัวให้เมื่อเช้า ร่างสูงใหญ่ของนาคโปรดในเสื้อกล้ามสีขาวที่ผมซื้อมาให้ใส่ นุ่งสบงขาวคาดทับด้วยเข็มขัดนาคเส้นเงาวับ และใส่เสื้อคลุมนาคสีขาวสะอาดตา ลำคอมีทองเส้นใหญ่อยู่ เอิ่ม..หลายสิบเส้น มือใหญ่ยกพนมโดยมีดอกบัวอยู่ในมือเหมือนเดิม ความเงียบสงบเข้ามาทดแทนเสียงร้องรำทำเพลง จนเวียนครบสามรอบนาคจึงวันทาสีมา(ไหว้พัทธสีมา)หน้าอุโบสถก่อนจะเดินเข้าโบสถ์

พี่ชินย่อตัวอุ้มนาคเพื่อให้นาคได้ยกมือสัมผัสแตะขอบประตูโบสถ์ด้านบนสุด พี่ตุลย์ พี่นัท พี่ดิว พี่โย ก็ช่วยกันประคอง โดยมีพ่ออรรค น้าอาจ ลุงสันต์ ลุงสิงห์ รวมถึงญาติผู้ใหญ่และเพื่อนของนาค ต่างพากันแตะมือต่อๆกันไป ผมเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่จะเป็นแรงหนุนให้นาคไปถึงจุดสูงที่สุดในชีวิตใต้ร่มกาสาวพัสตร์ครั้งนี้ จากนั้นก็เข้าสู่พิธีการบวชเณรก่อนเพื่อจะมีพิธีบวชพระตามมาทีหลัง

"ฮึก ไอ้เสือลูกรักของพ่อมันโตเป็นผู้ใหญ่ที่พ่อโคตรจะภูมิใจที่สุด ฮึกก ไอ้สันต์มึงดูเลย กูได้เกาะชายผ้าเหลืองลูกชายกูแล้วนะเว้ย ไอ้สิงห์มึงไม่ต้องมาจิกตาอิจฉากูเลยนะ ให้ลูกมึงบวชให้นู่นสิ ฮึ เห็นมั้ยพวกมึงสองตัวน่ะเอาแต่ว่าลูกกูไม่เอาถ่าน พากันสุมหัวแกล้งลูกกูจนเกือบตาย หึหึ สุดท้ายกูก็เป็นคนแรกที่ได้เกาะชายผ้าเหลืองของลูกเว้ย เดี๋ยวกูจะเชือดเป็นรายตัวเลยคอยดูสิ ฮึกก"

"พ่ออรรคเช็คน้ำตาก่อนนะ ถึงมีหยดเดียวก็เช็ดเถอะจ้ะ" ผมรีบควักผ้าเช็ดหน้ามาปะเหลาะซับน้ำตาให้พ่ออรรค โดยไม่สนใจสายตาประณามหยามเหยียดของอีกหกชีวิต ที่พากันรุมมองผมอย่างดูถูกดูแคลน เรื่องอะไรจะยอมให้พ่ออรรคหมายหัวกันล่ะ

"เปลี่ยนสีไวไปมั้ยวะ ไอ้น้องหลง"

"ไอ้ชินมึงน่ะตัวดี แย่งบาร์บี้ลูกกูไปเล่นแล้วยังมาแกล้งน้องอีก อีกอย่างลูกหลงเป็นน้องสะใภ้มึงนะ มาเรียกอ้งเรียกไอ้เดี๋ยวกูตีปากแตก" ผมรีบกระแซะตัวไปนั่งเบียดพ่ออรรคพร้อมกับเบ้ปากชายตามองพี่ชินแบบเหยียดๆ แหมตอนแรกทำเป็นพูดดีว่าหวังดีกับผมและจะดัดนิสัยน้องตัวเองงั้นงี้ อิโถ่! ที่แท้ยังแค้นเรื่องน้องบาร์บี้นี่เอง เรื่องนี้ผมได้ยินกับหูตัวเองเลย ก็คืนที่มาถึงบ้านงานคืนแรกเราพากันนอนห้องพี่มิน แล้วพี่มินถามพี่ชินไงล่ะว่าทำไมถึงเข้ามาอยู่เครือข่ายนี้กับเขาได้ พี่ชินสารภาพเองนะว่าเจ็บใจเรื่องน้องบาร์บี้อ่ะ

"ที่เธอว่าอยู่น่ะลูกฉันนะ น้องเขยควรขอบคุณพวกเขาเพราะถ้าไม่ได้พวกเขา วันนี้น้องเขยคงจะยังไม่ได้เกาะชายผ้าเหลืองหรอก" พี่ชินเองก็ทำหน้าเหมือนอยากขย้ำผมเต็มที่ แล้วรีบเขยิบไปนั่งใกล้แม่ตัวเองแต่มือก็ยังลากพี่โอติดตัวไปด้วย หึหึ เดี๋ยวไอ้หลงจัดให้ ผมรีบเอียงตัวกระซิบกระซาบพ่ออรรคทันทีเหมือนกัน เอาสิเรื่องเอาตัวรอดจากพ่อสามีกับสามีที่กำลังนั่งพับเพียบรอหลวงตามาทำพิธีน่ะ ไอ้หลงคล่องนะจะบอกให้

"แหมๆ คุณพี่ครับ ลูกชายคุณพี่ก็ควรจะบวชไถ่บาปเหมือนกันนะครับ เล่นกินทิ้งกินขว้างทำน้องคนอื่นน้ำตาตกแบบนี้ ระวังพี่ชายเขาจะมาเช็คบิลให้ล่ะ พี่ชายเขาน่ะเป็นอดีตหัวหน้าชุดจู่โจมเชียวนะครับ ไม่เชื่อถามไอ้สันต์ดูสิ เนอะสันต์เนอะ ลูกหลงสะใภ้คนน่ารักของพ่อ ดูพี่สะใภ้หนูสิลูก โถๆ น่าสงสารจริงๆ หน้าตาหม่นหมองคงเพราะโดนไอ้คนใจร้ายถีบหัวส่งให้ช้ำใจล่ะสิ โอมีอะไรก็ปรึกษาน้าได้นะ เดี๋ยวน้าจะช่วยสั่งสอนไอ้ชินแทนแม่มันเอง หึหึ"

"กูว่ามึงคงสอนใครไม่ได้หรอกอรรค ขนาดพระโปรดกูกับไอ้สิงห์ยังต้องช่วยกันสั่งสอนแทนมึงเลย เฮ้อ" ผมกับพ่ออรรรคจิ๊ปากขึ้นมาพร้อมกันทันที ลุงสันต์เนี่ย! คอยดูเถอะรอหลวงพี่สึกมาเมื่อไหร่ ผมจะเล่าว่าลุงสันต์นี่แหละต้นคิดเรื่องทั้งหมด แล้วยุให้หลวงพี่กักบริเวณพ่ออรรคคนดีเลย งานนี้ลุงสันต์ลงแดงแน่นอนฟันธง 


"สาธุ" คำสวดกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลของพระใหม่หมาดๆ ที่อยู่ในจีวรผ้าเหลืองจบลงเสียงสาธุก็ดังก้องทั่วโบสถ์ พ่ออรรคนั่งน้ำตาซึมมองใบหน้านิ่งสงบของพระใหม่ ด้วยสายตาที่บ่งบอกว่ารักมากที่สุด พวกพี่ๆต่างก็ยกมือไหว้น้ำตาซึมเป็นแถว ผมเองก็ได้แต่นั่งพับเพียบ สองมือพนม ตาก็มองไปยังจุดเดียวกับทุกคนในที่นี้ พี่โปรดหรือท่านโปรดของหลายๆคน ตอนนี้เขาอยู่ในร่มพระธรรมแล้วจริงๆ สีหน้าสงบนิ่งแววตามุ่งมั่นแน่วแน่น่าเกรงขาม ทำให้หัวใจผมพองโตขึ้นมาอย่างหยุดไม่อยู่

"ร้องไห้ทำไมโย จุ๊ๆ"

"ฮึก กูดีใจ พระเพื่อนของกูมีบารมีขนาดนี้ ฮึก น้าอรรคดูสิครับ พระลูกชายของน้าอรรคช่างมีบารมีเหลือเกิน น่ายินดีจริงๆ พระเพื่อนครับผมจะมาสนทนาธรรมด้วยบ่อยๆ ฮึกก ผมคิดถึงพระเพื่อนมากนะครับ"

"พอเถอะโย ยิ่งพูดนรกจะยิ่งกินหัวมึงจริงๆ พระเพื่อน พระลูกชายอะไรของมึง เฮ้อ ขอโทษทุกคนด้วยนะครับ พอดีเมื่อเช้าผมลืมให้ยามันน่ะ" พี่โยหันไปจิกตาใส่พี่ดิวก่อนจะรีบสะบัดหน้าหนี แล้วคลานเข่ามานั่งรวมกลุ่มที่เขากำลังจะถ่ายรูปกับพระใหม่ทันทีที่เสร็จสิ้นพิธีทุกอย่าง แสงวูบวาบทั้งภาพนิ่งทั้งวีดีโอ รวมถึงเหล่าเครือญาติและเพื่อนฝูงของหลวงพี่ ต่างก็พากันแวะเวียนขอถ่ายรูปกับหลวงพี่จนน่าเพลียแทน ถึงแม้ว่าหลวงพี่จะแค่นั่งหน้านิ่งเฉยก็เถอะ

"พอได้แล้วโยม ขออาตมาถ่ายรูปคู่กับโยมพ่อบ้างนะ" เสียงราบเรียบของหลวงพี่ ทำให้ไทยมุงทั้งหลายเริ่มกลับไปนั่งตามเดิม พ่ออรรคยิ้มกว้างหันมาให้ผมดูความเรียบร้อยอีกครั้ง ก่อนจะเดินเข่าไปนั่งเยื้องด้านหลังของหลวงพี่ ทั้งตากล้องมืออาชีพที่สรรหามาโดยพี่โย ทั้งตากล้องสมัครเล่นก็บรรดาพี่ๆเขานั่นแหละต่างก็กดรัวภาพนั้นแข่งกัน ก็นะมันเป็นภาพแรกที่หลวงพี่อมยิ้มน้อยๆให้กล้องนี่นา แถมกล้องตัวที่ท่านจ้องดันเป็นแคนนอนตัวที่ผมยกมาถ่ายด้วยสิ สายตาที่มองผ่านเลนส์กล้องนั่นคือสายตาของความรัก ผมกดแชะสุดท้ายแล้วค่อยๆยกเครื่องขวางกั้นดวงตาของผมลง เพื่อให้หลวงพี่ได้มองเห็นแววตาของความหมายไม่ต่างกัน ที่ผมส่งกลับคืนไปให้

"โยมหลง มาถ่ายรูปกับอาตมาสิ" ผมอมยิ้มยกมือไหว้แล้วคลานเข่าไปนั่งเยื้องด้านหลังอีกข้างของหลวงพี่โปรด โดยมีพ่ออรรคนั่งอยู่อีกข้าง ไม่รู้ทำไมจู่ๆถึงมีเสียงกรี๊ดเบาๆ ช่างภาพมืออาชีพแม้กระทั่งช่างภาพอิสระอย่างพี่ๆ ต่างหยุดชะงักไปแป๊บหนึ่งก่อนที่เสียงกดชัตเตอร์จะรัวขึ้นอย่างไม่ขาดสาย

"นอกจากเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายแล้ว อาตมาขอให้กุศลผลบุญครั้งนี้ ตกไปถึงยังโยมพ่อ โยมแม่ และโยมคู่ชีวิตของอาตมาด้วยนะ" เสียงแผ่วเบาดังแว่วขึ้นมา คำว่าคู่ชีวิตเพียงคำเดียว ทำให้น้ำตาที่ผมกดมันเอาไว้ไหลออกมาโดยไร้เสียงสะอื้น

"ขอบใจนะลูก"

"ขอบคุณครับหลวงพี่" พ่ออรรคกับผมต่างก็เอ่ยขึ้นพร้อมกัน เราหันหน้ามาก็พบกับน้ำตาแห่งความภูมิใจ ในคนที่เราทั้งคู่ต่างก็รักและปลาบปลื้ม เราทุกคนกำลังเติบโตในเส้นทางของตัวเอง แม้ว่าบางครั้งเส้นทางนั้นอาจเต็มไปด้วยความขรุขระไม่ได้ราบรื่นเหมือนเส้นทางของใครเขา แต่เราจะใช้บทเรียนที่เคยล้มลุกคลุกคลานมาด้วยกันเพื่อฉุดดึงมือกันและกันเอาไว้ ผมเชื่อมั่นและศรัทธาในความแข็งแกร่งของเรา ว่าเราจะใช้บทเรียนที่ผ่านมาเป็นเครื่องเตือนสติ เพื่อให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดีอย่างที่มันควรจะเป็น..

"หลวงพี่ เวลาเดินบิณฑบาตผ่านหน้าบ้านลุงมูล หลวงพี่ต้องรีบเดินนะครับ ไม่ต้องกลัวจะเสียลุคอะไรหรอกเชื่อผมเถอะ ใช่มั้ยเหม่ง"

"ถั่วต้ม หลวงพี่เชื่อเราสองคนเถอะ เราสองคนเป็นเด็กวัดที่เดินตามหลังพระเณรบิณฑบาตมาตั้งกี่ปีแล้ว พื้นที่แถวนี้น่ะพวกเราคุมหมด มีบ้านลุงมูลแค่นั้นแหละที่เราไม่กล้าคุม พระพันเล่าให้หลวงพี่โปรดฟังสิว่าทำไมน่ะ" เช้าแรกในการออกบิณฑบาตของหลวงพี่โปรด  ผมกับพี่บอสก็เทรนงานให้เต็มร้อยด้วยความหวังดีล้วนๆ ตั้งแต่ย่างก้าวแรกที่ออกจากเขตวัดก็ว่าได้ มือข้างที่ถือปิ่นโตเปล่าของผมกวัดแกว่งไปตามเสียงฮัมเพลงของพี่บอส โดยมีเสียงกระแอมกระไอเตือน ของหลวงพี่โปรดให้ได้ยินเป็นช่วงๆ

"มาแล้วเว้ย หลวงพี่โปรดมาแล้ว น้าอรรคตื่นๆ เช็ดน้ำลายก่อนน้าเดี๋ยวถ่ายรูปจะมีลายแทงติดมานะครับ" ขบวนพระสงฆ์สามรูปรวมหลวงพี่โปรด เณรหนึ่งรูป และเด็กวัดสองคนที่ถือปิ่นโตสะพายย่ามเดินชมนกชมไม้เข้ามาในซอยบ้านพี่มินแค่สองก้าว เสียงพี่โยก็ดังมาแต่ไกลจนผมกับพี่บอสพากันหัวเราะ หลวงพี่โปรดถึงกับถอนหายใจแรงๆ โดยไม่เก็บอาการสักนิด

"นิมนต์ครับ" ลุงสันต์กล่าวนิมนต์ แล้วสมาชิกในครอบครัวต่างก็พากันต่อแถวใส่บาตรพระใหม่ จนผมกับพี่บอสเก็บอาหารและปัจจัยแทบไม่ทัน โดยเฉพาะพ่ออรรคกับพี่โย ควักแม้กระทั่งเหรียญที่เอ่อ..พี่โยไปแย่งเหรียญโปรยทานเมื่อวานมาได้เต็มถังเหลือง วันนี้เหรียญโปรยทานนั้นกลับมาอยู่เต็มฝาบาตรของหลวงพี่โปรดจนล้น ผมต้องเทใส่ย่ามไปถึงสองรอบ ทำไมถึงรู้ว่าเป็นเหรียญโปรยทานน่ะเหรอ ก็พี่โยยังไม่แกะกระดาษกับริบบิ้นออกเลยหนิ เฮ้อ น่าภูมิใจแทนพี่ดิวจริงๆ ที่มีเมียมือไวฉกชิงบดเบียดเพื่อแย่งเหรียญกับผู้หญิง เด็ก คนชรา ซะเก้าสิบเปอร์เซ็น 

"สาธุ พระๆ อย่าเพิ่งรีบไปสิอยู่สนทนาธรรมกันก่อน เมื่อคืนนอนในโบสถ์คนเดียวเจอดีปะ เขาว่าพระบวชใหม่มีบุญเยอะพวกสัมภเวสีจะมาขอส่วนบุญกับพระใหม่นี่แหละ แล้วจะต้องนอนคนเดียวในโบสถ์อีกตั้งหกคืนพระอยู่ได้เหรอ เดี๋ยวคืนนี้โยมเพื่อนจะขออนุญาตหลวงตาไปนอนด้วยนะ พระไม่ต้องห่วงโยมเพื่อนไม่มีวันทิ้งหรอก โยมเพื่อนรู้ว่าพระกลัวผีเพราะโยมคู่ชีวิตเล่าให้ฟังหมดแล้ว ใช่ปะน้องหลง"

"อื้อใช่ๆ หลงจะเล่าให้ฟังนะพี่โย ตอนป้าผ่อนน่ะ"

"เหม่งยังจะพูดถึงป้าเขาอีกนะ เดี๋ยวคืนนี้ก็ได้มาหาจริงหรอก" ผมหุบปากตัวเองทันทีที่พี่บอสขัดขึ้น นั่นสิลืมไปได้ยังไงว่าป้าผ่อนน่ะชอบมาหาตอนผมพูดถึงนี่หว่า

"น้องหลงจ๊ะ คืนนี้กลับมานอนกับพี่ติณฑ์มั้ยจ๊ะ ลุงโยจะชวนเล่นเกมส์นับเลขกันจ้ะ แต่น้องหลงต้องมีตังค์มาด้วยนะ"

"ใช่น้องหลงสนใจมานับเลขกับพี่โยปะล่ะ เมื่อคืนพี่โยกินตังค์ไอ้ลูกหมามาสองร้อยพ่อหมามันเคืองใหญ่ ก็ไอ้สองร้อยนี่น่ะเป็นค่ากับข้าวรายวันของไอ้พ่อหมาเชียวนะเว้ย"

"หลงมีกระเป๋าตังค์ของพระโปรดจ้ะ แต่หลงต้องนอนเป็นเพื่อนหลวงตาน่ะสิ ไม่ได้นอนกับหลวงตาตั้งหลายวันหลงคิดถึงหลวงตาน่ะพี่โย เอาไงดีอยากนับเลขไม่ถึงสิบกับพี่โยด้วยจัง"

"น้องหลงไม่รีบเดินตามหลวงพี่เหรอ นู่นหลวงพี่จ้ำอ้าวไปแล้ว" ผมมัวแต่ยืนคุยกับพี่โยพี่ติณฑ์อยู่เพลินๆ พอหันไปตามเสียงพี่ไทแค่นั้นแหละ ขบวนเมื่อกี้ที่เดินมาด้วยกันก็เดินหนีผมไปหมด แม้กระทั่งพี่บอสก็ไม่คิดจะเรียกผมสักนิด จิ๊! พวกไม่มีน้ำใจคนแค่หยุดคุยแป๊บเดียวก็รอหน่อยไม่ได้ กลับวัดไปเถอะจะฟ้องหลวงตาให้เข็ดเลยคอยดูสิ

"รอหลงด้วยพี่พระ พี่เณร หลวงพี่โปรด พี่บอส รีบเดินแบบนี้กลัวพี่หมาบ้านลุงมูลล่ะสิสมน้ำหน้า หลงจะเล่าให้หลวงตาฟังว่าพากันเดินหนีหลงจิ๊!"

***"พออายุมากขึ้นเราจะใช้คำว่ารักน้อยลง และทบทวนอยู่กับความเข้าใจ เพิ่มเติมสิ่งที่จะทำให้ยืนยาวในทุกเรื่องมากขึ้น"

จากนี้ไปก็เหลืออีก2ตอนจะจบเน้อ ฟางจะมาลงตอนที่59วันจันทร์และปิดจบตอนที่60วันอังคารหน้า ตอนที่60แต่งแล้วยังขาดตอนที่59ยังไม่ได้แต่ง ฟางแต่งข้าม555 ซา-ปอยว่าจะไม่จบแบบตุลย์มิน เพราะเรื่องนั้นเป็นเรื่องแรกเลยอยากจบให้สมบูรณ์จวบจนเขาตาย แต่มาคู่นี้ไม่อยากให้จบแบบนั้นมันจะซ้ำกันไปเยอะ เลยเขียนให้จบแบบชาวบ้านชาวเมืองเขา รับรองว่าไม่มีทิ้งปมอะไรแน่นอนเคลียร์จัดชัดเจนเพื่อรอต่อยอดในภาค2 คนอ่านไม่เรียกร้องแต่ฟางอยากเขียนภาค2เองแหละ ประเด็นคืออยากเขียนคู่นี้ไปเรื่อยๆ ยิ่งมาแต่งตอนจบตอนพิเศษแต่งไป3ตอนแล้วยิ่งใจหาย ตอนพิเศษในเล่มเป็นคุณโปรดนุ้งหลง5ตอนตามที่ได้แจ้งไปแล้ว เป็นตอนเก็บตกวันเกิดที่ทะเลที่ผู้โยตะโกนบอกในตอนนี้ 2ตอน(4-5) แต่จะบอกว่าตอนพิเศษในเล่มตอนที่4 5 มันจะน้ำตาลขาดตลาดมาก และตอนพิเศษตอนที่6คือโปรดปราณหลงรัก(ปอรัก) (เป็นตอนที่หลังจากปิดจบเรื่องนี้แล้ว) 

ลืมเม้า ฟางเคยเขียนให้ชินพูดว่าจะแบกนาคแตะประตูโบสถ์ในตอนไหนซักตอน ตอนนี้มาเขียนให้ชินทำตามที่เคยพูดแล้วเน้อ อีกอย่างพระบวชใหม่บ้านฟางอ้างอิงจะน้องชายตอนบวช หลวงพ่อให้จำวัดอยู่ในโบสถ์7วัน7คืนบ้านฟางที่แพร่เรียกว่า อยู่กรรม แต่ไม่แน่ใจว่าภาคกลางหรือภาคอื่นๆที่อื่นจะมีมั้ยเน้อ

ขอบคุณทุกคอมเม้น ทุกกำลังใจทุกการมีส่วนร่วมนะคะ เดี๋ยววันหยุดนี้จะซา-ปอยที่เพจเหมือนเดิม เร่งแต่งทั้งตอนพิเศษที่เหลืออีก3ตอน กับเรื่องสั้นคุณอรรคมากมาย(เรื่องคุณอรรคยังไม่ได้แม้แต่ตัวอักษรเดียว) หนังสือ"ก็แค่ตัวแทน" ก็กำลังจะมาส่งละ ปิดจบเรื่องนุ้งหลงจะแพ็คหมอตุลย์หนูมินเน้อ เพราะงั้นผู้โยกับดิวๆเอาไว้ก่อน เดี๋ยววันจันทร์หน้าฟางจะแจ้งว่าจะเอาผัวเมียนรกแตกมาลงจอวันไหน คาดว่าไม่วันที่14ก็16พย.เน้อจ้าว อากาศเริ่มเย็นๆรักษาสุขภาพกันด้วยเน้อจุ๊บเหม่งรัวๆ

ปล.เดี๋ยวฟางมาแก้คำผิดนะคะ และ หลงลืมรัก ยังเปิดโอนเงินจนถึงวันที่5ธค. สอบถามรายละเอียดได้ที่เพจ ฟาง นิยายวาย36 เน้อจ้าว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}