น้ำมิ้ม

โรแมนติก เนื้อเรื่องเบาๆ อ่านแล้วอมยิ้มตามค่ะ เป็นอีกเรื่องที่ฉีกแนวของไรท์นะ แต่รับรองว่าสนุกค่า ^^

รีไรท์ / ตอนที่ 2 - 2

ชื่อตอน : รีไรท์ / ตอนที่ 2 - 2

คำค้น : เดิมพันรักเจ้านายสุดแสบ, เจ้านาย , หัวใจ , แต่งงาน , เพลย์บอย , สัญญารัก , มรดก , 18+ , เจ้านายลูกน้อง , เลขา

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 232

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 พ.ย. 2560 19:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์ / ตอนที่ 2 - 2
แบบอักษร

​มินทิราขับรถกลับไปที่บริษัทอย่างลิงโลดในสมองขณะนี้ไม่หลงเหลืออารมณ์ขุ่นมัวที่เพิ่งปะทะคารมกับชายหนุ่มแปลกหน้าที่ร้านอาหารเมื่อสักครู่นี้เลย เพราะตอนนี้เธอมีเรื่องราวดีๆที่รอคอยเธออยู่

หญิงสาวเดินหอบแฟ้มเอกสารพลางก้าวยาวๆไปยังห้องหัวหน้าฝ่ายการตลาดต่างประเทศของเดอะเบสต์อย่างรวดเร็ว มินทิราเคาะประตูเพียงสองครั้ง เสียงทุ้มจากด้านในก็ตอบรับหญิงสาวจึงก้าวเข้าไปอย่างมั่นใจพลางเอ่ยรายงานบุรุษที่นั่งก้มหน้ากับจอมือถือของตัวเอง

“ดิฉันทำยอดได้ครบตามเป้าหมายของแคมเปญในไตรมาสนี้แล้วค่ะคุณสุทัศน์”

เสียงเอ่ยรายงานระคนยินดีนั้นทำให้ นายสุทัศน์ เงยหน้าขึ้นพลางเอื้อมมือมารับแฟ้มที่หญิงสาวยื่นให้ ก่อนจะพลิกเปิดดูเอกสารรายงานเงียบๆ

“คราวนี้ผมคงย้ายไปคุมตลาดต่างประเทศอย่างเดียวได้อย่างสบายใจ วางใจเถอะมินทิรา ผมจะรีบเสนอเรื่องให้คุณมาประจำที่เมืองไทยอย่างถาวรให้คุณโดยเร็วที่สุด”

ชายวัยกลางคนเอ่ยพลางยิ้มให้อีกฝ่าย ทำให้คนที่ยืนรอฟังอย่างใจจดใจจ่อยิ้มหน้าบานไม่ยอมหุบ

“ขอบคุณมากๆเลยค่ะหัวหน้า ดิฉันสัญญาว่าจะทำงานในตำแหน่งหัวหน้าการตลาดให้ดีที่สุดค่ะ”

มินทิราเดินออกจากห้องมาด้วยอาการดีใจ ก่อนจะรีบเดินไปยังโซนออฟฟิศทำงานของตนเพื่อตามหาปิติพล เธออยากฉลองข่าวดีนี้กับเขา ถ้าเธอได้ประจำที่เมืองไทยถาวรแล้ว ไม่แน่ว่าความสัมพันธ์ของเธอกับเขาอาจจะก้าวหน้ามากขึ้นจนเดินไปสู่คำว่าแต่งงานอย่างที่มินทิราฝันไว้

“เห็นคุณพลหรือเปล่าจ๊ะ”

มินทิราเอ่ยถามพนักงานคนหนึ่งเมื่อเดินหาจนทั่วแล้วไม่พบแม้แต่เงาของคนรัก พนักงานสาวเอ่ยปฏิเสธสั้นๆ ก่อนจะรีบก้มหน้าทำงานต่อ มินทิราจึงได้แต่ถอยห่างออกมา

“ส่งข้อความไปบอกแทนก็ได้” มินทิราพึมพำปลอบใจตัวเองในขณะที่พิมพ์ข้อความไปหาอีกฝ่ายแทน ก่อนจะเดินไปนั่งทำงานเตรียมข้อมูลส่งไปให้มาดามมัวร์ตามที่ตกลงกันไว้ให้เรียบร้อย

“พล...มิ้นมีข่าวดีจะบอก มิ้นได้ประจำที่เมืองไทยถาวรแล้วล่ะ เราจะได้อยู่ด้วยกันอย่างที่พลเคยบอกไง พรุ่งนี้มาฉลองกันนะ...”

ข้อความที่ส่งมาและถูกเปิดอ่านแล้วนั้น ทำให้ปิติพลขมวดคิ้ว แน่นอนว่าเขาไม่ได้อ่านที่ออฟฟิศบริษัท ไม่ได้อ่านที่บ้าน แต่เป็นที่คอนโดของไปรมา ซึ่งเห็นข้อความนี้แล้วเช่นกัน

“ฉันให้เธอเลือก...พล ที่เดอะเบสต์ ถ้าเธอจะมีฉัน ต้องไม่มีผู้หญิงคนนั้น!”

“คุณไปร...” ปิติพลท้วงเสียงอ่อน หากไปรมายังคงย้ำความต้องการเดิม

“ไปจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ถ้าเธอเลือกฉัน เธอจะได้ทุกอย่าง รวมทั้งตำแหน่งของแม่นั่นด้วย”

“ยังไงผมก็เลือกคุณอยู่แล้วคุณไปร ผมรักคุณคนเดียวนะครับ...แต่ขอเวลาอีกนิดนะครับ สัญญาว่าผมจะไม่ทำให้คุณไปรต้องเสียใจอีกแน่นอน”

ปิติพลเอ่ยก่อนจะเข้ามาสวมกอดหญิงวัยกลางคนอย่างเอาใจ เห็นทีเขาคงจะยื้อเวลามากกว่านี้ไม่ได้เสียแล้ว ขอโทษด้วยนะมินทิรา แต่ความรักสำหรับเขา...มันกินไม่ได้!

............................................................

การจราจรบนท้องถนนที่เต็มไปด้วยรถหลากหลายชนิดในยามเย็นหลังเลิกงานทำให้กว่าที่มินทิราจะขับรถเก๋งคันเล็กของเธอจากเดอะเบสต์เลี้ยวเข้ามายังบริษัท เคเคกรุ๊ป ได้ก็ใช้เวลาเกือบชั่วโมงแม้ว่าทั้งสองบริษัทจะอยู่บนถนนเส้นเดียวกัน ซึ่งถ้าหากหญิงสาวเลือกได้ก็คงจะไม่ยอมฝ่ารถติดมาให้เสียเวลา แต่วันนี้รถของนายมนตรีเกิดเสียกะทันหันทำให้หญิงสาวต้องรีบรับคำสั่งจากมารดาให้มารับผู้เป็นพ่อในวันนี้

หญิงสาวจอดรถตรงลานจอดด้านหน้าพลางรีบกดโทรศัพท์หานายมนตรีทันที หากแล้วหางตาเธอก็เห็นว่าผู้เป็นบิดากำลังเดินคุยอยู่กับร่างสูงของบุรุษผู้หนึ่งออกจากบริษัทมาพร้อมๆกัน ซึ่งมินทิราจำได้เป็นอย่างดีว่า เขาคนนั้นก็คือ ประธานเกื้อ เจ้าของบริษัทแห่งนี้และเป็นคู่แข่งอันดับหนึ่งของบริษัทเดอะเบสต์ของเธอ

“วันนี้เจ้ากานต์เบี้ยวนัดไม่ยอมมาฝึกงานกับคุณอีกแล้วเหรอ คุณมนตรี”

“คุณกานต์แค่ขอไปทานข้าวกับเพื่อนๆน่ะครับ เห็นว่ากลับเมืองไทยมาหลายวันแล้วแต่ยังไม่ได้เจอเพื่อนเลย”

เกื้อฟังคำแก้ตัวแทนของนายมนตรีแล้วก็ได้แต่ส่ายหัวน้อยๆอย่างระอากับพฤติกรรมไม่เอาไหนของลูกชาย  ก่อนที่จะเบือนสายตาไปยังรถคันเล็กและสารถีสาวสวย

“มิ้น ลงมาสวัสดีเจ้านายของพ่อหน่อยสิลูก”

นายมนตรีเดินมาเคาะกระจกข้างคนขับพลางเอ่ยแกมบังคับ ทำให้มินทิราจำใจต้องลงจากรถพลางพนมมือไหว้อีกหนึ่งบุรุษอย่างนอบน้อม

“มินทิรา ลูกสาวผมเองครับท่านประธาน ยัยมิ้นแกเรียนจบ MBA จากอเมริกา ทำงานอยู่ที่โน่นตั้งนานครับ กว่าจะยอมกลับมาที่เมืองไทย”

นายมนตรีเอ่ยกับเจ้านายของตนอย่างภูมิใจทำให้จนทำให้อีกฝ่ายหันกลับมาถามหญิงสาวพลางเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ

“ผมไม่ยักรู้ว่าลูกสาวคุณมนตรีกลับมาเมืองไทยแล้ว  สนใจมาทำงานกับฉันกับพ่อของเธอที่เคเคกรุ๊ปหรือเปล่าล่ะมินทิรา ความรู้ความสามารถระดับเธอ ที่บริษัทฉันมีตำแหน่งไว้ต้อนรับเธอเสมอ”

เกื้อเอ่ยพลางแอบลอบประเมินหญิงสาวตรงหน้าเงียบๆในใจ เขาเองก็ไม่ใช่จะไม่เคยได้ยินชื่อหญิงสาวมาก่อน เพราะการทำงานในแวดวงธุรกิจเดียวกันทำให้เขาจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลบริษัทคู่แข่งอย่าง บริษัท เดอะเบสต์ ด้วยเช่นกัน และแน่นอนว่าชื่อของมินทิราก็ถูกกากบาทเอาไว้เช่นกันว่าปีนี้อาจจะเป็นปีทองสำหรับนักการตลาดดาวรุ่งอย่างเธอ

 “ดิฉันยังติดนิสัยการทำงานกับชาวต่างชาติอยู่ค่ะ และบริษัท เดอะเบสต์ ก็เป็นบริษัทที่ดิฉันทำงานด้วยตั้งแต่ที่อเมริกาจนกระทั่งมาเปิดสาขาที่เมืองไทย ก็เลยทั้งชอบและชินกับสไตล์การทำงานแบบฝรั่งมากกว่า”

“แต่เคเคกรุ๊ปของฉันก็เป็นบริษัทระดับอินเตอร์เนชั่นแนลเหมือนกันนะ จะไม่ลองเปลี่ยนใจอยากมาทำงานกับพ่อของเธอดูเหรอ ฉันยินดีจะสนับสนุนเธออย่างเต็มที่นะมินทิรา”

เกื้อเอ่ยทาบทามนักการตลาดของบริษัทฝ่ายตรงข้ามเอาดื้อๆ หากหญิงสาวยังคงยิ้มหวานในขณะที่เอ่ยปฏิเสธอย่างชัดเจน

“บริษัทของคนไทย อะไรๆก็ดีค่ะ เสียแต่ระบบเส้นสายมันเยอะมากกว่าความสามารถ มิ้นไม่อยากให้คนอื่นมาดูหมิ่นความสามารถของมิ้นว่าได้ทำงานที่เคเคกรุ๊ปเพราะใช้อำนาจเส้นสายของพ่อตัวเองจนได้ทำงานตำแหน่งใหญ่โตทั้งๆที่ความจริงแล้วมันมาจากมันสมองและความสามารถของมิ้น มิ้นขออนุญาตปฏิเสธท่านประธานก็แล้วกันนะคะ”

มินทิราเอ่ยพลางยิ้มให้กับบุรุษตรงหน้าที่แม้จะเข้าวัยเลข 4 แล้ว แต่ถ้าจะให้หญิงสาวให้คะแนนระดับความดีงามในตำแหน่งชายในฝันแล้วละก็ เธอให้เขา 100 คะแนนเต็มตั้งแต่หัวจรดเท้า! ใบหน้าคมสันที่แม้จะมีริ้วรอยแห่งวัยให้เห็นที่ปลายหางตาคมเข้ม แต่หากเมื่อผสานกับท่าทาง กิริยา การวางตัวและคำพูดแล้ว เรื่องนั้นดูกลายเป็นเรื่องเล็กจนมองข้ามได้แบบไม่ต้องคิด และถ้าประธานเกื้อชวนเธอไปเดท เธอจะไม่เล่นตัวปฏิเสธเหมือนอย่างที่ประธานเกื้อชวนเธอมาทำงานเด็ดขาด!

“เอ่อ...ผมชวนคุยเสียจนลืมเวลาเลยครับ ผมขออนุญาตลาท่านประธานเลยดีกว่า ผมรบกวนเวลาท่านประธานมานานพอดูแล้ว”

นายมนตรีเอ่ยขัดตาทัพระหว่างลูกสาวและเจ้านายเอาไว้ชั่วคราว ก่อนที่จะสะกิดให้มินทิรายกมือไหว้บอกลากับบุรุษตรงหน้าอีกครั้ง

“ถ้าอย่างนั้นดิฉันกับพ่อขอตัวกลับก่อนนะคะ ท่านประธานเกื้อแห่งเคเคกรุ๊ป”

“ฉันหวังว่าเธอจะเปลี่ยนใจในสักวันหนึ่งมินทิรา” ชายหนุ่มเอ่ยทิ้งท้ายพลางโปรยรอยยิ้มทรงเสน่ห์ให้จนมินทิราใจกระตุก หากหญิงสาวรีบเรียกสติตัวเองทันควันก่อนที่จะเดินอ้อมไปนั่งอีกฝั่งเมื่อบิดาของเธอก้าวขึ้นประจำตำแหน่งคนขับเสียเองแล้ว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น