ดอกเสลาบานเช้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความมุ่งมั่น ของณัฐกิตติ์

ชื่อตอน : ความมุ่งมั่น ของณัฐกิตติ์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 158

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ย. 2560 22:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความมุ่งมั่น ของณัฐกิตติ์
แบบอักษร

ตั้งแต่กลับมาจากแปลงเกษตรสาธิตณัฐกิตติ์ก็เอาแต่หมกมุ่นศึกษาการทำเกษตรส่วนผสมอย่างจริงจังเขาเปิดคลิปที่ถ่ายไว้ตอนไปดูงานที่แปลงสาธิตซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายรอบพร้อมทั้งยังเปิดอินเทอร์เน็ตในโทรศัพท์มือถือเพื่อดูข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติมด้วย เขานั่งอยู่ที่เพลิงไม้ไผ่มุงหลังคาแฝกที่บิดากับเขาได้ช่วยกันทำไว้ใต้ต้นมะขามใหญ่หน้าบ้านเพื่อเอาไว้นั่งพักผ่อนดูท่าทางเขาจะมุ่งมั่นและจริงจังกับเรื่องนี้จนเข้าข่ายหมกมุ่นไปแล้ว

“นัดอย่าลืมเก็บข้าวเปลือกที่ลานตากด้วยนะลูก”

“ครับแม่”

ปากเอ่ยตอบรับผู้เป็นมารดาแต่สายตาเอาแต่จดจ้องมองที่กระดาษ ที่เต็มไปด้วยรอยดินสอ และรอยยางลบเต็มไปหมดจนมารดาเอะใจเพราะปกติไม่เคยเห็นลูกชายใจจดจ่ออยู่กับสมุดหรือหนังสือแบบนี้มาก่อน ในใจก็คิดว่าอะไรเข้าฝันให้ลูกชายของเธอตั้งใจอ่านเขียนเรื่องเรียนแบบนี้ได้

“อ่าว...แม่บอกแล้วยังไม่ลุก นึกยังไงวันนี้ถึงสนใจการบ้านได้ล่ะ”

“ป่าวแม่...นัดกำลังวาดแผนผังการจัดการที่ดินบ้านเราอยู่”

“จัดการทำไม คิดจะทำอะไรพิลึกพิลั่นอีกล่ะ”

มารดาสงสัยจึงเอ่ยถามด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย เพราะความเหนื่อยจากการทำนามาทั้งวัน

“เกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่เก้า”

เขาตอบมารดาด้วยความภาคภูมิใจ

“แสดงว่าเมื่อเช้าเอ็งไปฟังพวกเกษตรอำเภอพร่ำมาอีกตามเคย เสียเวลาเปล่าลูกเอ๊ย อย่างเรามันจะเอาปัญญาที่ไหนไปทำอย่างเขา ลำพังหาข้าวสารกลอกหม้อไปวันๆ ยังลำบาก ที่ที่เรามีอยู่ก็เท่าแมวดิ้นตายมิหนำซ้ำจะถูกเขายึดขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ยังไม่รู้เลย ทำไปก็เปล่าประโยชน์”

เมื่อเขาได้ฟังความจากมารดาก็ทำให้ความตั้งใจไว้ตอนแรกเริ่มห่อเหี่ยวลงไปเมื่อไม่มีผู้สนับสนุนเขาคงไม่เกิดพลังที่จะขับเคลื่อนมันไปได้แต่ด้วยความยากจนจากครอบครัวมันทำให้เขาเจ็บปวดอยู่ลึกๆ ของก้นบึ้งภายในหัวใจ พ่อและแม่ยอมจำนนและอดทนอยู่กับความยากจนทั้งชีวิตท่านทั้งสองเพียงแต่คิดหาวิธีให้ชีวิตได้ผ่านพ้นไปวันๆ แต่สำหรับเขายังคงคิดถึงอนาคตในภายภาคหน้า ภาพของเมยานีปรากฏขึ้นมาในหัวของเขาจึงทำให้ณัฐกิตติ์ต่อต้านความคิดของมารดาอย่างสิ้นเชิง

“ทำได้สิแม่นัดเชื่อว่านัดทำได้เกษตรอำเภอบอกว่าให้เราแบ่งที่เป็น 30 ต่อ 30 ต่อ 30 ต่อ 10 และแต่ละส่วนนั้นก็ให้ปลูกพืชผลทางการเกษตรและเลี้ยงสัตว์เพื่อไว้กินในครัวเรือน และถ้าเหลือถึงเอาไปขายต่อ ถ้าเราทำขั้นแรกจนสามารถลดรายจ่ายให้กับครอบครัวได้แล้ว  ขั้นที่สองและสามเราก็จะทำได้เอง”

เด็กหนุ่มตอบมารดาด้วยน้ำเสียงแห่งความเชื่อมั่น เหตุผลของเขาก็สามารถจำนนมารดาได้เช่นกัน แต่ยังไม่สามารถทำให้มารดาเชื่อถือได้ว่าเขาจะทำมันสำเร็จจริงๆ

“เฮ้อ...อยากทำอะไรก็แล้วแต่เอ็งเถอะ แต่ตอนนี้ไปเก็บข้าวที่ตากไว้ให้แม่ก่อน เสร็จแล้วก็ไปดูพ่อเอ็งที่ทุ่งเลี้ยงวัวด้วย”

“ไปดูทำไมแม่”

“ก็เห็นพ่อเอ็งเลี้ยงวัวไปกินเหล้าไปแม่ก็กลัวว่าวัวมันจะเมาเหมือนพ่อเอ็งเดี๋ยวก็ไม่รู้ว่าวัวหรือคนจะจูงใครกลับมาบ้านกันแน่”

“ครับ”

เด็กหนุ่มตอบรับพร้อมกับพ่นลมร้อนออกมาด้วยความเหนื่อยใจกับครอบครัวของตัวเองและเมื่อทำธุระทุกอย่างที่มารดาสั่งจนเสร็จ เขาก็กลับมานั่งจดจ่ออยู่กับเรื่องเดิมในที่เดิม

“นัด”

น้ำเสียงที่คุ้นเคยเรียกเขาจนทำให้เด็กหนุ่มต้องรีบละจากแผนผังบนกระดาษและเงยหน้าขึ้นมามองทันที

“เม ทำไมวันนี้กลับไว”

เขาถามเธอด้วยรอยยิ้ม

“ก็นัดไม่ไปด้วยเมเลยไม่ค่อยมีอารมณ์ติวเลยวันนี้”

“เสียเงินแล้วต้องติวให้คุ้มสิ มัวเหลวไหลเสียดายเงินพ่อแม่”

“โอ๊ย อย่าพึ่งบ่นคนอุส่าปั่นจักรยานมาหาเหนื่อยๆ อ่ะซื้อสเต็กจากในเมืองมาฝาก”

หญิงสาวยื่นถุง สเต็กให้ ณัฐกิตติ์จึงฉวยโอกาสยื่นมือไปรับถุงนั้นพร้อมกับจับมือของเธอเอาไว้ไม่ยอมปล่อย เมยานีเขินอายจึงตีไปที่มือของเขา

“นี่แน่”

“โอ๊ย”

ชายหนุ่มรีบล่ะออกเพราะรู้สึกเจ็บ

“คนฉวยโอกาส”

เมยานีแสร้งทำเป็นไม่ชอบใจแต่รอยยิ้มบนใบหน้าบ่งบอกถึงอารมณ์ที่ตรงข้ามกับการกระทำอย่างสิ้นเชิง

“ขอบใจนะ”

น้ำเสียงและใบหน้าของณัฐกิตติ์บ่งบอกถึงความอิ่มเอมใจ

“ทำอะไรอยู่”

คำถามมาพร้อมกับสายตาที่อยากรู้อยากเห็นยังไม่ทันได้รับคำตอบเธอก็ถือวิสาสะหยิบกระดาษที่หนีบไว้กับแผ่นกระดานไม้ขึ้นมาดู

“แผนผังแปลงเกษตรของนัดเอง เป็นไงแจ๋วไหม”

“ถ้านัดทำได้แบบนี้จริงๆ มันจะสุดยอดมากเลยนะ เมจะมาเซลฟี่ที่บ้านของนัดทุกวันเลย”

“งั้นขอกำลังใจหน่อยนัดจะได้มีกำลังใจทำมันให้สำเร็จ”

“ไม่ต้องมาอ้อน ไหนลองพรีเซนต์ต่อไปสิว่ามีอะไรอีก”

ณัฐกิตติ์อธิบายรายละเอียดต่างๆ ซึ่งมันเป็นเป้าหมายและความฝันของเขาในอนาคตตั้งแต่การเริ่มต้นในขั้นตอนแรก จนถึงขั้นที่สามที่เขาอยากจะมีร้านขายสินค้าที่ได้จากผลผลิตจากไร่ของตัวเอง เขาคิดไว้ถึงขั้นเป็นมินิมาร์ค และมีแบรนด์สินค้าเป็นของตัวเองเหมือนกับไร่ของกำนันที่มีชื่อเสียงในแถบจังหวัดเพชรบูรณ์เลยทีเดียวทว่ายิ่งฟังแฟนหนุ่มอธิบายก็ยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกไม่สบายใจ เพราะความคิดของเขาไม่เคยมีความคิดที่จะวางแผนการเรียนต่อหลังจากจบมัธยมปลายเลยสักนิด

“ที่อธิบายมาให้ฟังทั้งหมดคือนัดจะไม่เรียนต่อแล้วใช่ไหม”

“แล้วถ้านัดไม่เรียนต่อเมจะว่าไง”

“เมก็จะผิดหวังในตัวของนัดมาก ไหนพ่อแม่ของเมอีกที่อาจจะไม่ยอมรับในตัวนัด”

“แต่ถ้านัดทำเกษตรทฤษฏีใหม่ได้ถึงขั้นที่สามนัดก็จะมีเงิน”

“มันจะมีมากแค่ไหนกันแล้วอีกกี่เดือนกี่ปีกันล่ะกว่านัดจะถึงขั้นนั้นได้”

คำพูดของหญิงสาวบั่นทอดกำลังใจของณัฐกิตติ์จนหมดสิ้น เขารู้สึกเหนื่อยและท้อกับการเรียนเหลือเกิน เพราะเขาคิดว่าการเรียนนั้นคือภาระของครอบครัว แต่การทำงานหาเงินนี่สิมันทำให้ในแต่ละวันรอดตายจากความอดอยากข้นแค้นได้จริงๆ  ชายหนุ่มถอนหายใจ ก่อนที่จะอธิบายความตั้งมั่นของตัวเองให้หญิงสาวฟัง

“คนเรามีความฝันมันดีไม่ใช่หรอ เหมือนเมไงที่ฝันอยากจะเป็นสัตวแพทย์ นัดก็ฝันอยากจะขับเคลื่อนวิถีของความเป็นเกษตรกรให้เจริญก้าวหน้าบ้าง ทุกวันนี้อนาคตของเกษตรกรต้องขึ้นอยู่กับคนอื่นเราเป็นคนสร้างผลผลิตแท้ๆ แต่ไม่สามารถกำหนดราคาเป็นของตัวเองได้เลย ถ้าเกษตรกรทุกคนยังคงมีความคิดแบบเดิมๆ อยู่ และไม่เริ่มต้นสิ่งใหม่ที่มันดีกว่าเดิม แล้วเมื่อไหร่เราจะหลุดพ้นออกจากวงจรของความยากจนสักทีล่ะในหลวงรัชกาลที่เก้าพระองค์ทรงหาแนวทางให้พวกเราได้หลุดพ้นจากความยากจน และนัดจะไม่ยอมเห็นแค่แต่ละหมู่บ้านมีเพียงแปลงเกษตรสาธิตไว้ดูเท่านั้น นัดจะทำตามรอยที่พระองค์ได้วางรากฐานไว้ให้ ไม่ว่ามันต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่ก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าเราเริ่มต้นมันเมื่อไหร่หรอก”

ชายหนุ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงที่เรียบแต่แฝงไว้ด้วยพลังความตั้งใจอย่างแรงกล้าจนเมยานีสัมผัสได้ แต่ถึงกระนั้นเธอยังคงคิดว่าณัฐกิตติ์คิดใหญ่เกินตัวไปจริงๆ

“เฮ้อ...พูดซะยาวเลย”

หญิงสาวบ่นให้ ก่อนจะพูดต่อ

“แล้ว ถ้าเกิดว่านัดทำเกษตรอย่างที่บอกไม่สำเร็จล่ะ แล้วความรู้ก็จบแค่ ม.6 แบบนี้ นัดไม่ต้องเป็นชาวนาชาวไร่แบบนี้ไปจนตายเลยหรอ เมว่านัดคิดใหญ่เกินตัวไปนะ”

“คิดให้ถึงร้อย แต่ทำได้แปดสิบ นัดถือว่าตัวเองประสบความสำเร็จแล้ว แต่ถ้าหากเราคิดแค่แปดสิบ แต่ทำจริงอาจจะได้น้อยลงกว่า”

“ความคิดของนัดมันดีมากนะ สวยหรูจังเลย ไปเอาความคิดพวกนี้มาจากไหน”

หญิงสาวเกิดความสงสัยเพราะไม่คิดว่าแฟนหนุ่มที่เธอรู้จักจะมีความคิดเป็นผู้ใหญ่ได้ขนาดนี้ แต่ก็จริงดังนั้น ชายหนุ่มไม่ได้บอกว่าเขาได้ความคิดนี้มาจากไหน นอกจากส่งยิ้มหวานให้เพียงเท่านั้น ก่อนหน้าที่เมยานีจะมาหาเขาได้เจอบทความหนึ่งในอินเทอร์เน็ต ที่อธิบายถึงแนวคิดนี้ และทำให้ณัฐกิตติ์เกิดความศรัทธาขึ้นมาในทันที

“ เอาเถอะ เมรู้ว่าคนเรามีความฝันมันเป็นเรื่องที่ดี แต่เมจะให้เวลานัดถึงแค่เมเรียนจบนะ ถ้ายังไม่มีอะไรคืบหน้า พ่อกับแม่เมคงไม่ยอมรับนัดแน่นอน”

“เรื่องนั้นนัดรู้ดีและขอบคุณเมมากนะที่เป็นแรงผลักดันให้นัดอยากจะเปลี่ยนแปลงและพัฒนาให้ชีวิตตัวเองมันดีขึ้น”

“แต่ถึงอย่างไรการเรียนก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน เมไม่อยากให้นัดทิ้งมันไป”

“รู้แล้ว นัดจะพยายามนะ”

ทั้งสองส่งยิ้มให้กันด้วยแววตาแห่งความหวัง และหลังจากที่หญิงสาวกลับไป ณัฐกิตติ์ก็เอาแผนผังที่ตัวเองวาดนั้นขึ้นมาดูอีกครั้งและเขาก็ได้ปฏิญาณตนต่อหน้ากระดาษว่าเขาจะต้องทำมันให้สำเร็จก่อนที่จะแปะกระดาษนั้นไว้ที่ฝาบ้านเหนือเตียงนอนของตัวเอง

ความคิดเห็น