น้ำมิ้ม

โรแมนติก เนื้อเรื่องเบาๆ อ่านแล้วอมยิ้มตามค่ะ เป็นอีกเรื่องที่ฉีกแนวของไรท์นะ แต่รับรองว่าสนุกค่า ^^

รีไรท์ / ตอนที่ 2 - 1

ชื่อตอน : รีไรท์ / ตอนที่ 2 - 1

คำค้น : เดิมพันรักเจ้านายสุดแสบ, เจ้านาย , หัวใจ , แต่งงาน , เพลย์บอย , สัญญารัก , มรดก , 18+ , เจ้านายลูกน้อง , เลขา

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 249

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ย. 2560 22:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์ / ตอนที่ 2 - 1
แบบอักษร

มินทิราออกจะผิดหวังเล็กๆที่โต๊ะทำงานในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายการตลาดของ บริษัท เดอะเบสต์ ถูกจัดอยู่ในพื้นที่ ‘โซนรวม’ ที่มีเพียงบานกระจกเป็นฉากกั้นแยกสัดส่วนของโซนหัวหน้าและพนักงานไว้เท่านั้น หากด้วยสไตล์การตกแต่งออฟฟิศที่เน้นคอนเซ็ปต์ทุกพื้นที่เป็นโต๊ะทำงาน ทำให้มินทิราพึงพอใจในบรรยากาศของออฟฟิศที่ดูสบายๆ ด้วยชุดโซฟาและเค้าท์เตอร์บาร์เล็กๆสำหรับมุมกาแฟที่พนักงานสามารถเลือกเสียบปลั๊กโน้ตบุ๊ค และเลือกที่นั่งทำงานได้อย่างอิสระ ไม่ได้จำกัดเป็นโต๊ะใครโต๊ะมัน นั่นทำให้มินทิราพอจะยิ้มออกบ้างที่อย่างน้อยเธอก็มีตำแหน่งแห่งที่เป็นของตัวเอง ...พลางนึกปลอบใจกึ่งปลง เอาน่ามิ้น เธอมาที่นี่เพื่อปิติพล จะมาสนใจกับเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ทำไม...

ดังนั้นหญิงสาวจึงค่อยคลี่ยิ้มหวานให้คนข้างๆได้ ก่อนที่ปิติพลจะเดินนำเธอมายืนยังกลางออฟฟิศ พลางเรียกให้ทุกคนมารวมกันเพื่อแนะนำมินทิราให้ได้รู้จักกันอย่างทั่วถึง

“ทุกคนครับ นี่คือ คุณมินทิรา หัวหน้าการตลาดคนใหม่ของ บริษัท เดอะเบสต์ ครับผม”

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ยินดีที่พวกเราจะร่วมงานกันเพื่อนำพาเดอะเบสต์ ไปสู่ความสำเร็จด้วยกันนะคะ”

มินทิราฉีกยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตร ก่อนจะหันไปส่งยิ้มหวานให้กับปิติพลอย่างเปิดเผย จนทำให้พนักงานหลายคนอมยิ้มตามกับอาการส่งสายตาหวานของคนทั้งคู่ ก่อนที่ชายหนุ่มจะแก้เก้อด้วยการปรบมือให้กับคำพูดของหญิงสาว ทำให้คนอื่นๆพลอยปรบมือต้อนรับอย่างอบอุ่น

มินทิราค่อยใจชื้นขึ้นและกล้ามากพอที่จะเดินทักทายและพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานที่ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงอย่างเป็นกันเอง เพราะมีไม่น้อยที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ

“มิ้น...เดี๋ยวเราแวะไปทักทายพี่สุทัศน์ กับพี่ไปรมา ก่อนดีกว่า เมื่อกี้พลเพิ่งเห็นสองคนนี้ออกจากห้องประชุมแล้ว”

ปิติพล เดินมากระซิบค่อยๆก่อนจะบุ้ยบ้ายไปยังบุคคลที่เพิ่งออกมาจากห้องประชุมฝั่งตรงข้าม ก่อนจะอธิบายเพิ่ม

“พี่สุทัศน์ เป็นผู้จัดการตลาดต่างประเทศ ส่วนพี่ไปรมา เป็นที่ปรึกษาประธานบริหาร ต่อไปเราคงต้องทำงานร่วมกับสองคนนี้อีกเยอะ ไปทำความรู้จักกันไว้หน่อยก็ดีนะ”

“...โอเคจ้ะ”

มินทิรายิ้มรับคำก่อนจะเดินตามปิติพลไปทันที ทิ้งให้กลุ่มพนักงานมองตามกันตาค้างกับการกระทำที่เหนือเมฆครั้งนี้ของปิติพล! ...

“ฉันว่าเรามาพนันกันหน่อยไหมว่า งานนี้ใครจะมา...ใครจะไป”

หนึ่งในพนักงานชายไม่จริงเตร่เข้ามายืนตำแหน่งแทนมินทิราที่เดินออกไป ก่อนจะจีบปากจีบคอเปิดประเด็นกับกลุ่มเพื่อนพนักงานสาวที่จับกลุ่มได้ทันควัน

“ฉันทุ่มข้างพี่ไปรมา!”

“ทำไม?”

“แค่ดูชื่อก็รู้แล้ว”

“ชื่อ มินทิรา- ไปรมา เหรอ?”

“ไม่ใช่... ชื่อตำแหน่งสิยะ หัวหน้าแผนก จะมาสู้ ท่านที่ปรึกษาประธานบริหาร ได้ยังไงกันยะหล่อน!”

บทสนทนายุติลงด้วยอาการหันไปมองการเผชิญหน้ากันระหว่างสองหญิงหนึ่งชายอย่างพร้อมเพรียงของกลุ่มขาเม้าท์ ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปทำงานต่ออย่างเตรียมพร้อมกับทั้งงานประจำและงานเผือกที่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น!

.......................................


เสียงหัวเราะเฮฮาที่ดังขึ้นจากโต๊ะอาหารด้านหลังที่ห่างไปเกือบสองโต๊ะแต่ก็ยังดังมากพอที่จะทำให้มินทิราต้องแทบตะเบ็งเสียงพูดคุยกับลูกค้ารายใหญ่ที่เชิญมาเลี้ยงรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารอิตาเลียน ทำให้หญิงสาวต้องฝืนฉีกยิ้มทั้งๆที่หางตากระตุกเต้นริกๆด้วยความโกรธที่พุ่งขึ้นทะลุปรอทของเธอ

หญิงสาวตัดสินใจเอ่ยขอตัวกับมาดามมัวร์ที่ยิ้มให้กับเธอนิดๆอย่างเข้าใจดี พลางส่งสายตาให้กำลังใจตามไปห่างๆเมื่อมินทิราเดินไปหาพนักงานของร้านพลางเอ่ยแจ้งปัญหาที่เธอกำลังประสบโดยตรง

“ดิฉันว่าโต๊ะตรงมุมนั้นเสียงดังรบกวนแขกที่มารับประทานอาหารในร้านคนอื่นๆมากๆเลยค่ะ คุณช่วยไปจัดการให้ได้หรือเปล่าคะ”

หญิงสาวเอ่ยเสียงหวานหากดวงตาวาววับอย่างเอาเรื่องกับพนักงานชายที่ยืนฟังอย่างสงบ ก่อนที่ชายหนุ่มจะตอบกลับมาอย่างสุภาพ

“ผมจะไปแจ้งให้ลูกค้าทราบเดี๋ยวนี้ครับ”

“ขอบคุณค่ะ”

มินทิรายิ้มให้อีกฝ่ายก่อนจะเดินกลับไปยังโต๊ะของตัวเอง ในขณะที่หางตาเหลือบมองพนักงานชายคนนั้นเดินไปยังโต๊ะที่ยังคงสรวลเสเฮฮาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะร่างสูงที่นั่งหัวโด่โดดเด่นอยู่กลางโต๊ะและยังคงทำเสียงดังต่อโดยที่ยังไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง และเพียงครู่ต่อมา เสียงดังนั้นก็ค่อยๆเงียบลงจนร้านสงบ หญิงสาวจึงอมยิ้มในหน้าอย่างพอใจพลางหันกลับมาเจรจาธุรกิจกับมาดามคนพิเศษของเธอต่อ

“ดิฉันมีข้อเสนอพิเศษสำหรับมาดามโดยเฉพาะค่ะ ดิฉันทราบมาว่ามาดามเองก็เป็นนักสะสมกระเป๋าแบรนด์เหมือนกัน ทางบริษัท เดอะเบสต์ ของเราก็เลยจะจัดเซ็ตตัวอย่างกระเป๋าแบรนด์ของเราในปีนี้ทุกสีทุกรุ่นจัดส่งให้มาดามเป็นพิเศษเลยค่ะ สักสองเซ็ตคงจะกำลังดีเผื่อว่ามาดามจะได้เอาไปตกแต่งร้านให้ได้ไอเดียใหม่ๆ ถ้ามาดามจะกรุณาให้เราวางสินค้าในร้านของมาดามด้วย”

“เรื่องวางสินค้าไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยค่ะ ดิฉันสนใจแบรนด์ของเดอะเบสต์มานานแล้ว ยิ่งทางคุณเตรียมจะวางกระเป๋าคอลเล็คชั่นล่าสุดด้วย สินค้าที่ร้านเราจะได้มีแบบใหม่ๆให้ลูกค้าเลือกเยอะขึ้น คุณมินทิราจะส่งเอกสารสัญญามาให้ดิฉันเลยก็ได้ค่ะ” มาดามมัวร์เอ่ยเป็นภาษาอังกฤษชัดเจนอย่างพอใจในข้อเสนอที่ถูกจริตของอีกฝ่าย ก่อนจะยื่นมือให้มินทิราสัมผัส เพื่อเป็นการยืนยันคำพูดของเธอ

“ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะ”

มินทิรารีบยื่นมือไปสัมผัสกับอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวลก่อนจะยิ้มกว้างขวางให้อีกฝ่ายอย่างยินดี วันนี้ปิดดีลได้ตามเป้าหมาย เท่านี้ผลงานของเธอในเดือนนี้ก็จะครบถ้วนสมบูรณ์และเพอร์เฟ็ค!

หญิงสาวดูแลลูกค้าจนกระทั่งจบมื้ออาหารและเดินมาส่งร่างอวบอัดของมาดามมัวร์ที่รถยุโรปคันหรูของอีกฝ่าย พลางก้มศีรษะให้เป็นเชิงอำลาก่อนจะเดินกลับไปยังรถเก๋งคันเล็กของเธออย่างอารมณ์ดี จนทำให้หญิงสาวลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้เธอได้จัดการเรื่องอะไรไว้บ้างจนกระทั่ง..

“คุณ! ทำไมคุณต้องหักหน้าผมในร้านอาหารด้วย”

เสียงทุ้มที่แฝงแววไม่พอใจดังขึ้นทางด้านหลังทำให้มินทิราชะงักการเปิดประตูรถ พลางหันไปจ้องอีกฝ่ายอย่างแปลกใจและรู้สึกคุ้นๆกับเจ้าของร่างสูงล่ำสันที่เคยนั่งสูงเด่นอยู่โต๊ะไม่ห่างจากเธอ หากมินทิราเองก็ไม่หวั่นแม้ว่าตัวเองจะคนละไซส์กับผู้ชายตรงหน้าที่ตอนนี้มายืนทำตัวสูงข่มเธออยู่ข้างๆ ก่อนจะเงยหน้าจ้องอีกฝ่ายด้วยความมั่นใจว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกอย่างสุดฤทธิ์

“ฉันไม่ได้หักหน้าใคร แต่ฉันกำลังรักษาบรรยากาศของร้านให้กลับคืนสู่สภาพปรกติต่างหาก หลังจากที่มันต้องถูกคุณทำลายด้วยมลพิษทางเสียงจนคนอื่นระคายหูกันทั้งร้าน”

กานต์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้เห็นหน้าอีกฝ่ายอย่างชัดเจน แม้หญิงสาวตรงหน้าจะกำลังหงุดหงิดเลยหน้านิ่วคิ้วขมวดไปบ้าง แต่ใบหน้าเรียวสวยและดวงตากลมโตที่ขับให้ใบหน้านั้นดูอ่อนหวาน ทำให้กานต์ลืมคำพูดแสบสันที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากจิ้มลิ้มนั้น พลางแอบเปรียบเทียบจัดลำดับความสวยกับสาวๆในคอลเลคชั่นของตัวเอง ที่ชายหนุ่มแอบเลื่อนลำดับคนตรงหน้าให้ขึ้นมาแซงคู่ขาคนล่าสุดของเขาในใจเงียบๆ

“คุณกล่าวหาผมมากเกินไปหรือเปล่า” กานต์เอ่ยขึ้นหลังจากที่ดึงสติตัวเองให้กลับมาได้ทันว่าเขากำลังมาหาเรื่องเจ้าหล่อน พลางยืนกอดอกในขณะที่พยายามยกเหตุผลของตนมาเถียงกับอีกฝ่าย

“ผมไม่เห็นจะมีใครเดือดร้อนนอกจากคุณ และที่สำคัญการกระทำของคุณทำให้ผมมีปัญหา! นี่ผมเกือบต้องทะเลาะกับแฟนเพราะเรื่องไร้สาระของคุณ แล้วตอนนี้เธอก็งอนหนีผมไปแล้วด้วย เพราะคุณคนเดียวเลย!”

 “นั่นมันเป็นปัญหาของคุณ จะมาโทษฉันไม่ได้ กับเรื่องแค่นี้เธอก็หนีคุณไป แสดงว่าคุณไม่มีอะไรที่จะรั้งเธอไว้ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา คารม หรือสมอง!” มินทิราเน้นชัดๆทีละคำ จนคนตัวสูงแทบจะอ้าปากค้าง เขามาหาเรื่องเธอแท้ๆ แต่ตอนนี้ทำไมกลายเป็นว่าเขากำลังเป็นฝ่ายถูกด่าอยู่คนเดียว

“และถ้าสุดท้ายแล้วแม้แต่เงินคุณก็ไม่สามารถช่วยคุณรั้งผู้หญิงคนนั้นเอาไว้ได้ คุณก็ควรจะพิจารณาตัวเองนะคะว่าตัวเองมีดีอะไรบ้าง และที่สำคัญผู้หญิงคนนั้นเค้าอาจจะขยาด ‘มารยาทในที่สาธารณะ’ ของคุณก็ได้ เพราะคนที่ไม่มีมารยาทและไม่รู้จักแม้กระทั่งกาลเทศะ คิดอะไรด้วยตัวเองไม่ได้ในระดับนี้ ผู้หญิงที่มีสติฉุกคิดนิดนึงก็จะรู้ว่าควรจะต้องถอยห่างจากคุณทั้งนั้นแหละค่ะ”

“นี่คุณ คุณจะว่าผมเกินไปแล้วนะ ถึงผมจะเสียงดังไปบ้าง แต่การที่คุณให้บ๋อยมาเตือนผมแบบนั้น ผู้หญิงที่มากับผมเธอก็อายสิ คุณต่างหากที่ไม่มีมารยาท ทำอะไรไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของคนอื่น นี่ถ้าผมเลิกกับแฟนไป คุณจะรับผิดชอบยังไง”

 “ฉันจะเอาใบอนุโมทนาบุญให้เธอ เพราะเท่ากับเธอได้ทำบุญครั้งใหญ่ให้ชีวิตตัวเองยังไงล่ะ!”

มินทิราเอ่ยพลางยิ้มเยาะใส่ผู้ชายตรงหน้า ก่อนที่จะฉวยโอกาสตอนที่เขากำลังเผลอรีบขึ้นรถและขับออกไปทันที โดยทิ้งให้กานต์ยืนอ้าปากเหวออย่างคาดไม่ถึง เห็นตัวเล็กๆหน้าหวานๆแบบนี้ ใครจะคิดว่าเจ้าหล่อนจะร้ายเอาเรื่องชนิดที่น่าจับตบจูบมากๆ

“ผู้หญิงบ้าอะไร สวยเสียเปล่า...ปากจัดชะมัด ใครได้เป็นเมียคงซวยตลอดชาติ!”

ชายหนุ่มเอ่ยไล่หลังไปอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเดินกลับไปยังรถของตัวเองพลางขับกระชากออกไปเพื่อไปหาคู่ขาสำรองเพื่อจะได้ออกไปปาร์ตี้คลายเครียดกันเสียหน่อย งานนี้เขาจะต้องขจัดแม่เสือสาวแสนดุคนนั้นออกจากอารมณ์ให้ได้ ไม่อย่างนั้นคืนนี้เขาต้องหลอนคำพูดของเจ้าหล่อนติดหูไปทั้งคืนแน่ๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น