น้ำมิ้ม

โรแมนติก เนื้อเรื่องเบาๆ อ่านแล้วอมยิ้มตามค่ะ เป็นอีกเรื่องที่ฉีกแนวของไรท์นะ แต่รับรองว่าสนุกค่า ^^

รีไรท์ / ตอนที่ 1 - 2

ชื่อตอน : รีไรท์ / ตอนที่ 1 - 2

คำค้น : เดิมพันรักเจ้านายสุดแสบ, เจ้านาย , หัวใจ , แต่งงาน , เพลย์บอย , สัญญารัก , มรดก , 18+ , เจ้านายลูกน้อง , เลขา

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 290

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ย. 2560 21:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์ / ตอนที่ 1 - 2
แบบอักษร

ตอนที่ 1

รถสปอร์ตคันหรูสีแดงที่มีเพียงไม่กี่คันในเมืองไทยแล่นมาจอดเทียบหน้าอาคารสูงระฟ้าที่เมื่อแหงนหน้าขึ้นมองเหนือบานประตูกระจกขนาดใหญ่ขึ้นไปจะมีป้ายอักษรสีเงินขนาดใหญ่เขียนว่า ‘บริษัท เคเค กรุ๊ป จำกัด’  หากตรงหน้าจุดที่รถคันหรูจอดเทียบอยู่นั้นก็มีป้ายจราจรเขียนตัวอักษร ‘ห้ามจอด’ เอาไว้อย่างชัดเจนด้วยเช่นกัน ดังนั้น นอกจากสายตาไทยมุงของพนักงานใน เคเคกรุ๊ป แล้ว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจึงปรี่เข้ามายังรถหรูเป็นคนแรก

“ขอประทานโทษด้วยนะครับ ตรงนี้จอดไม่ได้ครับผม”

กระจกฝั่งคนขับค่อยๆลดลงจนเผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ที่วันนี้แม้จะใส่เสื้อเชิ้ตสีชมพูสีหวาน หากใบหน้าที่คมคายจนบรรดาพนักงานทั้งสาวน้อยสาวใหญ่ต่างแอบมองกันเป็นทิวแถวทำให้เจ้าหน้าที่ รปภ. ที่วิ่งมาถามชะงักไป เพราะประเมินจากท่าทางแล้วน่าจะเป็นลูกค้าที่มาติดต่องานกับเจ้านาย

“ถ้าอย่างนั้น ผมจะจอดได้ตรงไหนบ้างครับ พอดีคุณพ่อให้ผมมาพบท่านที่นี่” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพลางยิ้มกว้างอย่างคนอัธยาศัยดีจนแม้แต่ชายแท้อย่างเจ้าหน้าที่ รปภ. ยังอดยิ้มตอบไม่ได้ หากยังไม่ทันได้อ้าปากตอบกลับ เสียงแหลมๆจากหญิงสาวที่นั่งข้างๆก็แหวขึ้นเสียก่อน

“ฮันนี่ก็บอกเขาไปสิคะว่า แด๊ดดี้ให้เข้ามาพบ ฮันนี่โทรหาแด๊ดดี้ไปเลยค่ะ เขาจะได้ไม่มาถามเซ้าซี้”

“ใจเย็นๆสิครับแซนดี้ อากาศเมืองไทยร้อนอยู่แล้ว คุณอย่าพลอยใจร้อนด้วยสิครับ”

“แซนดี้ขอโทษค่ะ ฮันนี่ไม่โกรธนะคะ...”

“คุณกานต์...”

เสียงหวานที่เรียกชื่อบุคคลที่นั่งในรถสปอร์ต ทำให้สายตาทั้งสามคู่หันกลับไปมองผู้ที่เดินเข้ามาใหม่พร้อมๆกัน วาสิตา ส่งยิ้มอ่อนๆให้กับทุกคนพลางมองไปยังบุคคลต้นเรื่องที่ค่อยก้าวลงจากรถมา ทำให้เจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนที่เคร่งครัดในหน้าที่เมื่อครู่ก็กลืนน้ำลายดังเอื๊อก! เพราะพอได้เห็นใบหน้าคมสันนั้นชัดๆแล้ว เรียกได้ว่าถอดพิมพ์คุณเกื้อมาเกือบค่อน!

“สวัสดีลูกชายท่านประธานครับผม” รปภ.วัยกลางคนรีบตะเบ๊ะทักทายว่าที่เจ้านายอีกคน ก่อนจะรีบฉีกยิ้มกว้างให้พลางรีบถอยไปอย่างรู้จังหวะ ในขณะที่วาสิตาเดินมาหยุดตรงหน้าชายหนุ่ม

“ดิฉันนึกว่าคุณกานต์จะเข้าบริษัทมาตั้งแต่เมื่อวาน”

“ผมอยากพักให้ร่างกายหายเหนื่อยก่อนครับคุณตุ๊กตา พอได้รถจากคุณเมื่อวาน ผมเลยบึ่งจากสนามบินไปคอนโดเลย ไม่ได้แวะมาที่นี่ก่อน” กานต์เอ่ยเรียกหญิงสาวร่างเพรียวตรงหน้าตามที่บิดาเรียก เนื่องจากรู้จักวาสิตามาก่อนหน้านี้แล้ว หากทำให้คนข้างตัวชายหนุ่มไม่พอใจ เพราะนอกจากอาการอัธยาศัยดีตามปรกติแล้ว กานต์ยังดูค่อนข้างเกรงใจวาสิตาเป็นพิเศษ

“เดี๋ยวคุณกานต์ขึ้นไปพบท่านประธานเลยนะคะ ส่วนรถคันนี้ดิฉันจะขับไปจอดให้เอง”

“ขอบคุณครับ”

กานต์ส่งกุญแจให้อย่างไม่อิดออด ก่อนจะเดินนำนางแบบสาวตรงไปยังลิฟต์

“ทำไมคุณดูกลัวผู้หญิงคนนั้นคะกานต์” แซนดี้เอ่ยถึงหญิงสาวที่คนรักตัวเองเรียกด้วยน้ำเสียงสุภาพที่เดินห่างไปอย่างไม่วางตา แม้ว่าเธอคนนั้นจะดูเงียบๆเรียบร้อยมีรอยยิ้มอ่อนๆแสดงความเป็นมิตรและอบอุ่นให้ แต่สายตาที่วาสิตามองกวาดเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างประเมิน ทำให้หญิงสาวอดคิดไม่ได้ว่าวาสิตากำลังคาดเดาว่าเธอกับกานต์ควรจะเป็นได้แค่ไหน?

“ผมไม่ได้กลัวคุณตุ๊กตาเสียหน่อย แต่เธอเป็นคนสนิทที่คุณพ่อไว้ใจมาก ผมก็แค่ระวังไว้... ในโลกนี้ผมกลัวอยู่คนเดียว ...ย่าของผม แต่ท่านก็เสียไปตั้งแต่ผมเด็กๆแล้วล่ะ”

“แล้วไปค่ะ แซนดี้นึกว่าคุณชอบเธอ”

“โธ่..ไม่เอาน่าแซนดี้ คุณก็รู้ว่าผมไม่เคยรักใคร อย่าคิดมากไปเลยน่า” กานต์พูดไปตามที่คิด โดยลืมไปว่าสถานะของผู้หญิงที่อยู่ข้างๆตัวเขาตอนนี้ ไม่ได้เป็นแค่เพื่อนอย่างตอนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ดังนั้นนางแบบสาวจึงได้แต่พยายามฝืนยิ้มให้ทั้งๆที่ข่มใจตัวเองอย่างลำบาก  เพราะดูเหมือนว่ากานต์จะยังคงรักษาคำพูดตัวเองอย่างแน่วแน่ ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอก็แค่...เป็นมากเกินกว่าเพื่อน แต่ไม่ใช่คนรัก!

ประตูห้องทำงานที่เปิดออกหลังจากเคาะเพียงสองครั้งทำให้ บุรุษที่นั่งก้มหน้าอ่านเอกสารสรุปยอดผลประกอบการของเดือนก่อน เงยหน้าขึ้นมองผู้ที่เดินเข้ามาในห้องทำงานของเขาด้วยสายตาที่คมกริบ ดวงตาคมเข้มจ้องตรงไปยังชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ทำให้เกื้อนึกถึงตัวเองสมัยวัยหนุ่ม หากกานต์นั้นดูจะไม่ดุดันเคร่งขรึมเท่า ด้วยเพราะเค้าหน้าที่แม้จะคล้ายกันมาก หากดวงตาของกานต์นั้นทอประกายสดใสอย่างคนที่ไม่ค่อยเครียดกับเรื่องใดนาน และริมฝีปากที่มักจะมีรอยยิ้มร่าเริงประดับอยู่เป็นนิจ ทำให้ชายหนุ่มยิ่งมีเสน่ห์ดึงดูดสาวๆให้เข้าหามากกว่า ...ดูอย่างแม่นางแบบสาวสุดเซ็กซี่คนนี้...ตอนนี้ก็รู้!

“สวัสดีครับพ่อ แซนดี้จ๊ะ...นี่แด๊ดดี้ของฮันนี่เอง มิสเตอร์เกื้อ บิ๊กบอสแห่ง เคเคกรุ๊ป”

“อเล็กซานดร้า โวลฟอร์ด ค่ะ เรียกสั้นๆว่า แซนดี้เหมือนที่ฮันนี่เรียกก็ได้ค่ะแด๊ดดี้”

เกื้อยื่นมือออกไปจับกับอีกฝ่ายเป็นการทักทาย ใบหน้าคมเข้มยังคงระบายยิ้มอันทรงเสน่ห์เอาไว้ได้แม้ว่าจะแปลกใจเล็กน้อยที่ลูกชายถึงกับพาผู้หญิงหน้าใหม่มาถึงที่ทำงาน...แถมยังกล้าเรียกเขาว่า ‘แด๊ดดี้’ ด้วย!

“เชิญตามสบายนะ เดี๋ยวฉันเรียกให้คนเอาของว่างมาให้ ...ส่วนแก ตามฉันไปที่ห้องประชุมเล็ก” เกื้อหันไปบอกลูกชาย ก่อนที่จะเดินนำไปทันที กานต์จึงได้แต่พนักหน้าให้แซนดี้นั่งรอที่โซฟารับแขก ก่อนที่จะเดินตามพ่อไปอย่างสบายๆ

“ฉันจำได้ว่าฉันนัดแกตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่าให้เข้ามาเรียนรู้งานจากคุณมนตรี แต่แกก็เพิ่งโผล่หัวมาวันนี้ ทำไมถึงปล่อยให้ผู้ใหญ่รอกันเจ้ากานต์?”

เกื้อยืนกอดอกพลางหันมาถามเสียงเข้ม หากคนเป็นลูกชายดูจะไม่เดือดร้อนกับคำตำหนินั้น เพียงแต่อธิบายตามเหตุผลของตน

“โธ่...พ่อ ก็พ่อเล่นนัดผมกะทันหันใครจะมาทัน เมื่อวานตอนที่คุณตุ๊กตาไปรับผมที่สนามบิน พ่อก็ฝากแฟ้มเอกสารปึกใหญ่ให้ผมกลับไปศึกษา  นี่ที่ผมหายไปผมก็ฝึกทำงานอยู่นะครับ ผมเพิ่งอ่านรายงานการประชุมครั้งที่แล้วเพิ่งจบเมื่อวานสดๆร้อนๆ ผมแค่ขอพักสมองวันเดียวเอง”

เกื้อมองลูกชายคนเดียวอย่างระอาใจ ไอ้ที่ว่าอ่านรายงานการประชุมเพิ่งจบนี่ ไม่รู้ว่าไปอ่านคนเดียวหรือไปช่วยกันอ่านสองต่อสองกับแม่สาวนางแบบสุดเซ็กซี่ข้างนอกนั่นก็ไม่รู้

“เอาล่ะๆ...ในเมื่อแกมาก็ดีแล้ว เดี๋ยวฉันจะให้วาสิตาไปบอกคุณมนตรีให้มาช่วยสอนงานแกตอนนี้เลย”

เกื้อตัดสินใจอย่างรวดเร็วพลางกดอินเตอร์คอมสั่งงานผู้ช่วยส่วนตัวของตนทันที ทำให้กานต์ที่หมดทางหนีจึงได้แต่กลอกตาอย่างเซ็งๆ พลางอดถามขึ้นมาไม่ได้

“ผมจำเป็นต้องเรียนรู้งานแบบเร่งรัดขนาดนี้เลยเหรอครับพ่อ ผมคิดว่า ผมยังไม่พร้อมที่จะทำงานเลยด้วยซ้ำ”

“ถ้าแกไม่พร้อมตอนนี้ คงจะไม่มีโอกาสหน้าให้แกอีกแล้วล่ะเจ้ากานต์ อย่าคิดว่าเคเคกรุ๊ปเป็นของฉันคนเดียว แล้วแกจะทำยังไงกับที่นี่ก็ได้”

“ผมไม่ได้คิดอย่างนั้น เพียงแต่ ...ผมต้องการเวลา”

“ฉันก็ต้องการ...” เกื้อเอ่ยพลางจ้องหน้าลูกชายเขม็ง

“แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาแล้ว แกต้องเริ่มทำทุกอย่างตั้งแต่วันนี้กานต์ ก่อนที่เราจะเสียเวลาไปมากกว่านี้”     

แม้จะมีสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามจากลูกชาย หากเกื้อที่รู้คำตอบดีอยู่ในใจ ‘เวลา***’*** เป็นสิ่งที่ผ่านไปไวเสมอ นับจากวันแรกที่เขาก้าวเข้ามาที่เคเคกรุ๊ป ในฐานะสามีของนางสุพัตรา เจ้าของบริษัทเดิม จนบัดนี้ ...ที่ทุกอย่างของนางสุพัตราตกมาเป็นของเขา เกื้อได้แต่บอกกับตัวเองว่า เวลาที่เขาไม่อยากให้มันมาถึง มันได้มาถึงแล้วต่างหาก

...................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น