แสงแข

ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ :)

ชื่อตอน : ตอนที่ 24

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ม.ค. 2558 23:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 24
แบบอักษร

ตอนที่ 24

พิมไพลินเดินออกจากห้องพักด้วยชุดเดรสเกาะอกสีน้ำเงินสดชายกระโปรงสั้นแค่ครึ่งต้นขาขับผิวขาวผ่องอมชมพูให้ยิ่งขาวใสน่ามองจนใครต่อใครพากันมองจนเหลียวหลังกันเป็นแถบๆ แต่เมื่อเธอลงมาด้านล่าง เธอก็พบกับปฐวีซึ่งมานั่งคอยเธออยู่

ปฐวีรีบเดินไปหาพิมไพลินทันที

“อุ้ย! คุณวี” พิมไพลินตกใจ ที่จู่ๆปฐวีก็เดินเข้ามาขวางทาง หล่อนมองเขาหัวจรดเท้าแล้วจ้องหน้าเขาตาเขียวปั๊ด

ทำให้ปฐวีซึ่งอยู่ในชุดสูทสีเทาเข้มสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวผูกเน็คไทเข้ากันกับชุดต้องรีบบอกว่า “ผมมารับไปโรงพยาบาล”

“ขอบคุณ แต่ชั้นไปเองได้” พิมไพลินตอบปฏิเสธห้วนๆ

จนปฐวีรู้สึกโมโหขึ้นมาตะหงิดๆ ที่เขาอุตส่าห์มีน้ำใจมารับหล่อนก่อนจะไปทำงานแต่ดันถูกปฏิเสธซะนี่ “ไปเองได้ แล้วคุณจะไปยังไงล่ะครับ”

“อ้าว...คุณนี่ถามแปลกๆ ชั้นก็จะนั่งรถแท็กซี่ไปน่ะซิ” พิมไพลินตอบแล้วก็จ้องมองเขาพร้อมกับคิดอยู่ในใจว่าเขาจะมาไม้ไหนกับเธอกันแน่

ปฐวียกมือขึ้นกอดอกแล้วมองหล่อนหัวจรดเท้า “แต่งตัวอย่างนี้อ่ะนะ จะนั่งแท็กซี่ไป คุณแน่ใจแล้วเหรอ”

“เอ๊ะ! นี่คุณ ชั้นจะแต่งตัวยังไงแล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วยล่ะฮึ!” พิมไพลินหน้าตึงยกมือกอดอกบ้าง พร้อมกับจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง

ปฐวีแกล้งจ้องไปที่เนินอกอวบๆ กับต้นขาขาวๆ ของหล่อนด้วยสายตาโลมเลีย “ก็คุณแต่งตัวเช็คเร็ตติ้งซะขนาดนี้ ผมกลัวว่าแท็กซี่มันจะพาคุณไปเช็คเร็ตติ้งในม่านรูดซะก่อนซิคร้าบ”

พิมไพลินแว๊ดใส่ทันที “นี่คุณ! อย่ามาทะลึ่งกับชั้นนะ”

“ผมป่าวนะคุณ ก็คุณอยากแต่งตัวให้มองเองนี่ครับ” ปฐวีปฏิเสธหน้าตายโดยที่สายตาของเขายังคงจ้องมองอยู่เช่นเดิม

จนพิมไพลินรู้สึกทนต่อสายตาของเขาไม่ไหว เธอจึงเชิดใส่เขาแล้วเดินเลี่ยงไปให้พ้นๆ “ฮึ!

“จะไปไหนล่ะ รถผมอยู่ทางนี้นะครับ” ปฐวีรีบรั้งต้นแขนหล่อนเอาไว้ พร้อมกับชี้ไปทางรถของเขา ที่จอดอยู่ในลานจอดรถใกล้ๆกับประตูด้านหลังของอาคาร

พิมไพลินสะบัดแขนทันควัน “เอ๊ะ! นี่คุณ! ปล่อยชั้นนะ!

ปฐวีไม่ยอมปล่อยแถมยังรั้งให้หล่อนเดินไปที่รถของเขา

พิมไพลินขืนตัวไว้พร้อมกับดิ้นรนพยายามแกะอุ้งมือใหญ่ที่จับต้นแขนของเธอไว้แน่น “คุณวี!  คุณจะพาชั้นไปไหน ปล่อยชั้นเดี๋ยวนี้นะ!

“ผมจะไปส่งคุณที่โรงพยาบาลเอง” ปฐวีบอกเสียงเข้ม

พิมไพลินรีบปฏิเสธพร้อมกับขู่เขาเสียงเขียว “ชั้นไม่ไปกับคุณหรอก ชั้นไปของชั้นเองได้ ปล่อยชั้นนะคุณวี! ถ้าคุณไม่ปล่อย ชั้นจะเรียกยามให้มาลากคุณไปเดี๋ยวนี้แหละ!

“ก็เอาซิครับ ถ้าคุณร้อง...ผมก็จะจูบคุณโชว์คนแถวนี้ซะเลย”

“คุณวี!” พิมไพลินตกใจ เพราะไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูดกับเธอเช่นนี้

ปฐวีเห็นพิมไพลินตกตะลึงเขาก็รีบฉวยโอกาส “ไปกับผม ถ้าคุณยังดื้อไม่ยอมเดินไปดีๆ ล่ะก็...ผมจะอุ้มคุณไปเดี๋ยวนี้แหละ!” ปฐวีไม่พูดเปล่า เขาทำท่าจะอุ้มเธอจริงๆ

พิมไพลินรีบห้าม “อ่ะ! อย่านะคุณวี ชั้นเดินไปเองได้”

ปฐวีผายมือไปทางรถของเขาพร้อมกับรั้งตัวพิมไพลินให้เดินตามเขาไป “งั้นก็เชิญครับ”

พิมไพลินหน้าบึ้งค้อนเขาควับๆ ยอมเดินตามเขาไปแต่โดยดี โดยที่เธอพยายามแกะมือของเขาออกจากต้นแขนไปด้วย “ปล่อยนะคุณวี”

“ยังจะดื้ออีกนะ จะเดินไปดีๆหรือจะให้ผมอุ้ม” ปฐวีบอกพร้อมกับทำท่าจะอุ้มอีกครั้ง

พิมไพลินจึงปล่อยให้เขารั้งแขนพาเธอไปที่รถด้วยใบหน้าหงิกงอ

เมื่อเดินไปถึงรถสปอร์ตปอร์เช่สีเทาเงาวับเป็นมันปลาบ

ปฐวีก็เปิดประตูรถดันตัวพิมไพลินให้เข้าไปนั่งข้างใน แล้วเขาก็เดินอ้อมไปประจำที่คนขับ

เขาหันไปมองพิมไพลินซึ่งนั่งกอดอกพิงเบาะชิดติดประตูรถ หน้าสวยๆงอง้ำ เขามองอย่างขำๆ  โดยที่พิมไพลินไม่ยอมมองหน้าเขาเลย เขาจึงแกล้งเอื้อมมือไปดึงสายเบลท์จะคาดให้

“อุ้ย! คุณจะทำอะไรน่ะ” พิมไพลินรีบปัดมือเขาแล้วยกแขนขึ้นมากันหน้าอกทันที

ปฐวีบอกด้วยสีหน้าขำๆว่า “ก็จะคาดเบลท์ให้น่ะซิ”

พิมไพลินวางกระเป๋าถือไว้ข้างตัวแล้วรีบคว้าสายเบลท์มาคาดให้ตัวเองทันที “ชั้นคาดเองได้”

เมื่อพิมไพลินคาดเบลท์เรียบร้อยแล้ว ปฐวีก็หันไปดึงสายเบลท์มาคาดบ้าง แล้วเขาก็ขับรถออกจากคอนโด ตรงไปยังโรงพยาบาลโดยที่พิมไพลินนั่งกอดอกเมินหน้ามองออกไปนอกรถ ไม่ยอมหันมามองเขาเลย

ปฐวีมองใบหน้าคมสวยที่งอง้ำอย่างอารมณ์ดี และเมื่อมองเลยไปถึงต้นขาขาวๆเขาก็เห็นว่าชายกระโปรงชุดเดรสร่นขึ้นไปจนแทบจะเห็นสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า เขาก็ทำหน้าหงิกอย่างไม่สบอารมณ์ ยังดีตรงที่ว่าหล่อนสวมกางเกงขาสั้นแนบเนื้อ ตัวบางเนื้อผ้าและสีเดียวกันกับชุดเดรสไม่งั้นเขาคงหักพวงมาลัยเลี้ยวรถไปห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อเสื้อผ้าให้เธอเปลี่ยนใหม่แน่ๆ

เมื่อถึงโรงพยาบาล ปฐวีก็ขับรถไปจอดด้านหน้าอาคาร

พิมไพลินรีบปลดสายเบลท์เปิดประตูลงจากรถแล้วเดินฉับๆ เข้าไปในอาคารทันที โดยไม่ยอมมองหน้าหรือกล่าวขอบคุณเขาเลยซักนิด

ปฐวีมองตามจนร่างบางลับตาไป เขาก็ขับรถออกจากโรงพยาบาลไปทำงาน

พิมไพลินเดินไปจนเกือบจะถึงห้องของพี่สาวก็นึกขึ้นได้ว่าลืมหยิบกระเป๋าถือลงมาจากรถด้วย

“อุ้ย! ตายแล้ว ดันลืมกระเป๋าไว้ในรถตานั่นซะได้ โธ่เอ้ย...แย่จริงๆเลยเรา แล้วจะทำยังไงล่ะเนี่ย”

พิมไพลินเดินวนเป็นเสือติดจั่นไม่รู้จะทำยังไงอยู่หน้าห้อง คิดยังไงก็คิดไม่ออกเพราะไม่มีเบอร์มือถือของปฐวีและไม่รู้ด้วยว่าเขาทำงานที่ไหน จะโทรไปบ้านเดชารงค์ก็ไม่รู้เบอร์ แถมไม่มีเงินติดตัวเลยซักบาท โทรศัพท์มือถือก็อยู่ในกระเป๋า

พิมไพลินคิดอยู่นานจนเหนื่อย เธอจึงเปิดประตูเข้าไปในห้องของพี่สาว เธอเห็นพี่เขยนั่งฟุบหลับอยู่ข้างเตียงของพี่สาว มีนางพยาบาลคนหนึ่งนั่งอยู่ที่โซฟา กำลังอ่านหนังสือนิตยสารอยู่ ครั้นหันไปมองทางด้านปลายเตียง ก็พบว่านายนพคนขับรถนั่งหลบมุมอยู่

นายนพยกมือไหว้พิมไพลินทันที “สวัสดีครับคุณ”

“อุ้ย! สวัสดีค่ะ” พิมไพลินรีบยกมือไหว้ตอบ ด้วยความรู้สึกเก้อเขินที่มีคนอายุมากกว่ามาไหว้ตัวเอง

ครั้นหันไปมองทางพยาบาลสาว ก็พบว่าหล่อนหันมาจ้องมองเธอด้วยสีหน้าตื่นๆ เหมือนเห็นผี

พิมไพลินจึงรีบบอกว่า “เอ่อ...ไม่ต้องตกใจค่ะละลินเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่พะพิมค่ะ”

พยาบาลสาวนางนั้นหันไปมองคนไข้ แล้วหันกลับมามองพิมไพลินพร้อมกับยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะ”

“สวัสดีค่ะ” พิมไพลินยกมือไหว้ตอบ

พลัน! เธอก็นึกขึ้นได้จึงหันไปพูดกับนายนพว่า “เอ่อ...พี่ขา”

“ครับคุณละลิน” นายนพรีบขานรับ เรียกชื่อตามที่พิมไพลินแทนตัวเอง

พิมไพลินรีบพูดว่า “เอ่อ...คือว่าละลินลืมกระเป๋าไว้ในรถของคุณวีน่ะค่ะ ก็เลยอยากให้พี่ช่วยไปเอากระเป๋าให้หน่อยน่ะค่ะ”

“อ้อ...ได้ครับ งั้นเดี๋ยวผมโทรถามคุณวีก่อนนะครับว่าตอนนี้คุณวีอยู่ที่ไหน” นายนพพยักหน้ารับ แล้วเขาก็เดินออกไปโทรศัพท์ข้างนอกห้อง

พิมไพลินเดินไปนั่งที่โซฟา ไม่นานนักนายนพก็เดินเข้ามาในห้องแล้วยื่นโทรศัพท์ของเขาให้กับพิมไพลิน “คุณวีจะพูดด้วยครับ”

พิมไพลินยื่นมือไปรับโทรศัพท์มา แล้วเดินออกไปคุยข้างนอกห้องด้วยสีหน้างงๆว่า ปฐวีต้องการจะพูดกับเธอทำไม

พอออกมานอกห้องเธอก็พูดด้วยน้ำเสียงแข็งๆว่า “สวัสดีค่ะ”

“สวัสดีครับ แหมทำไมทำเสียงแข็งขนาดนั้นล่ะครับ ฟังแล้วไม่ไพเราะเลยนะครับ” ปฐวีแกล้งว่า

พิมไพลินย้อนถามหน้าบึ้งใส่โทรศัพท์ “ก็เสียงชั้นเป็นของชั้นอย่างงี้แล้วคุณจะให้ชั้นพูดยังไงมิทราบ”

“มันก็น่าจะมีคะมีขาบ้างซิครับคุณ” ปฐวียังแกล้งว่าต่อ

พิมไพลินไม่อยากจะคุยกับเขาจึงรีบตัดบท “คุณต้องการจะพูดกับชั้นทำไม คุณมีอะไรก็พูดมาเร็วๆชั้นขี้เกียจจะคุยกับคุณ”

“อ้าว...คุณต่างหากที่มีธุระกับผมนะคร้าบ ไม่ใช่ผมซักหน่อยที่มีธุระกับคุณ” ปฐวีแกล้งรวนใส่

จนพิมไพลินโมโหปรี๊ด “เอ๊ะ! คุณวี!

“ก็คุณเป็นคนลืมกระเป๋าไว้ในรถผมเอง คุณก็ต้องมาเอาเองซิครับ”

คำพูดของปฐวี ทำให้พิมไพลินแหวใส่เขาทันที “ก็แล้วคุณจะให้ชั้นไปเอายังไงมิทราบ รถก็ไม่มี  สตางค์ก็อยู่ในกระเป๋า คุณจะให้ชั้นเดินไปเอารึไงห๊ะ!

“ก็ให้น้านพขับรถมาให้ซิครับ” ปฐวีตอบด้วยน้ำเสียงเหมือนจะเยาะ

ยิ่งทำให้พิมไพลินหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก “ก็ชั้นขอให้พี่คนขับรถไปเอาให้ แล้วทำไมคุณถึงต้องให้ชั้นไปเอาเองด้วยล่ะ”

“ก็ถ้าคุณอยากได้คืนคุณก็ต้องมาเอาเองซิครับ เรื่องอะไรต้องไปใช้คนของผมล่ะครับ”

พิมไพลินได้ฟังปฐวีพูดเช่นนั้นเธอจึงต่อว่าเขาอยู่ในใจ อ๋อ...นี่หาว่าชั้นสะเออะไปใช้คนของนายงั้นเหรอ นายคุณวี!

“ก็ด้ายยยย...คุณวี! ชั้นจะไปเอากระเป๋าของชั้นเอง!” พิมไพลินกระแทกเสียงใส่แล้วกดตัดสายทันที

ครั้นหันไปจะเดินเข้าห้องก็พบว่านายนพยืนรออยู่หน้าประตูห้องแล้ว “คุณวีสั่งให้ผมไปส่งคุณละลินที่บริษัทครับ”

พิมไพลินพยายามสะกดอารมณ์โกรธให้เป็นปกติแล้วส่งโทรศัพท์คืนให้นายนพ “ขอบคุณค่ะพี่”

นายนพรับโทรศัพท์คืนมา แล้วเขาก็ผายมือเชิญให้พิมไพลินเดินตามเขาไปที่รถ พิมไพลินเดินตามนายนพไป

หลังจากที่คุยโทรศัพท์กับพิมไพลินแล้ว ปฐวีก็ขับรถมาถึงบริษัทพอดี เขาขับรถไปจอดยังที่จอดรถของเขา แล้วก็หยิบกระเป๋าโน๊ตบุ๊คกับกระเป๋าถือของพิมไพลินเดินเข้าไปในบริษัท

เมื่อไปถึงห้องทำงาน ปฐวีก็วางกระเป๋าทั้งสองใบไว้บนโต๊ะทำงาน

โชติรสก็ยกกาแฟมาเสิร์ฟให้ทันที “กาแฟค่ะคุณวี”

“ขอบคุณครับ” ปฐวีกล่าวขอบคุณ แล้วก็สั่งเลขาว่า “อ้อ...คุณโรสครับ อีกซักชั่วโมงจะมีแขกมาพบผมนะครับ เดี๋ยวคุณให้เค้ารอผมที่ห้องนี้นะครับแล้วก็คอยต้อนรับให้ด้วยระหว่างที่ผมคุยกับลูกค้า”

“ค่ะคุณวี” โชติรสรับคำ แล้วก็ออกไปเตรียมเอกสารให้ปฐวีซึ่งจะต้องพบกับลูกค้าในอีกครึ่งชั่วโมง

เมื่อเลขาออกไปแล้ว ปฐวีก็นั่งลง แล้วจ้องมองกระเป๋าถือของพิมไพลิน พร้อมกับอมยิ้มไปด้วย กระเป๋าถือใบเล็กๆ มีสายสะพายยาวสีน้ำเงินเข้ากับชุดเดรสที่พิมไพลินใส่

ปฐวีหยิบกระเป๋ามาพิศดูแล้วถือวิสาสะเปิดออก แม้จะรู้ว่าเป็นการเสียมารยาท แต่ด้วยความอยากรู้มีมากกว่า เขาจึงขอเสียมารยาทซักครั้ง

ภายในกระเป๋าแบ่งเป็นช่องๆ คล้ายกับกระเป๋าสตางค์ ซึ่งมีบัตรหลายใบเสียบเรียงเป็นระเบียบเรียบร้อย และมีธนบัตรเรียงเป็นปึกอยู่อีกด้านหนึ่ง

ปฐวีค่อยๆดึงบัตรที่เสียบไว้ออกมาดูทีละใบ ใบแรกที่เขาดึงออกมานั้น เป็นบัตรประชาชนที่เขาเคยเห็นแล้ว เขาจึงเก็บบัตรประชาชนใส่ไว้ในกระเป๋าดังเดิม แล้วเขาก็ดึงบัตรใบอื่นขึ้นมาดู ซึ่งบัตรใบที่ 2 นี้เป็นบัตรพลาสติกแข็งเหมือนบัตรสมาร์การ์ด มีรูปถ่ายอยู่บนบัตร มีข้อความพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษว่าเป็นบัตรนักศึกษาของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ระบุชื่อพิมไพลินเอาไว้ แต่วันหมดอายุบนบัตรนั้นเพิ่งจะหมดอายุไปเมื่อไม่นานมานี้เอง

ปฐวีจึงเก็บลงกระเป๋า แล้วดึงใบอื่นขึ้นมาดู ซึ่งใบที่ 3 เป็นบัตรนักศึกษาของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดอีกใบหนึ่ง แต่วันที่ที่ออกบัตรนั้นเพิ่งจะผ่านมาได้เพียงเดือนเดียวเท่านั้น เขาจึงเก็บบัตรไว้อย่างเดิม ส่วนใบที่ 4 เป็นบัตรพนักงานของสำนักงานทนายความแห่งหนึ่งในอังกฤษ ใบที่ 5 เป็นใบขับขี่สากล ใบที่ 6 และใบที่ 7 นั้นเป็นใบขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศไทย ส่วนใบอื่นๆเป็นบัตรเครดิตการ์ดและเดบิตการ์ด มีทั้งของธนาคารในประเทศและต่างประเทศ  ส่วนธนบัตรที่เรียงเป็นปึกอยู่อีกด้านนั้น เขาไม่ได้แตะต้องเลย เมื่อเก็บบัตรต่างๆเรียบร้อยแล้วเขาก็เปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานออกแล้ววางกระเป๋าถือใบน้อยลงไป

ครั้นพอดูนาฬิกาข้อมือก็ได้เวลาที่จะต้องพบกับลูกค้าแล้ว เขาจึงเดินออกจากห้องทำงานไปยังห้องประชุมเล็กอันเป็นสถานที่นัดหมายลูกค้าเอาไว้

 

ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง Facebook นะคะ

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น