Mamymind

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ​บทส่งท้าย

คำค้น : ดินน้ำลมไฟ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 40k

ความคิดเห็น : 74

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ต.ค. 2560 21:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​บทส่งท้าย
แบบอักษร

บทส่งท้าย

“คุณลมครับ ดูแลลูกดีๆนะครับ ใบข้าวคงยุ่งทั้งวัน” ใบข้าวที่มารับปริญญาก่อนหน้านี้ใบข้าวมาซ้อมก่อนแล้วหนึ่งวัน แต่วันนี้เป็นวันจริง ใบข้าวรับช่วงบ่ายและคงเลิกทุ่มสองทุ่ม ทำให้ช่วงเช้าในตอนนี้ใบข้าวก็คอยถ่ายรูปกับรุ่นน้องที่มาแสดงความยินดีด้วย


“รู้แล้ว ดูสิพระพายไม่งอแงเลย ดูอารมณ์ดีคงแปลกหูแปลกตา” ลมบอกพร้อมกับหยิบทิชชู่มาซับเหงื่อให้ใบข้าว อากาศค่อนข้างร้อนแต่ไม่ถึงกับร้อนมาก ลมก็คอยดูแลลูกและคอยมองใบข้าวเวลามีคนมาขอถ่ายรูป ส่วนใหญ่ก็เป็นรุ่นน้องผู้ชายทั้งนั้น ลมก็แอบหงุดหงิด แต่ก็คิดว่าวันนี้เป็นวันดีของใบข้าวไม่อยากจะทำให้เสียบรรยากาศ


“ถ้าใบข้าวเข้าหอประชุมแล้วคุณลมพาลูกไปนั่งที่เย็นๆนะครับ เดี๋ยวลูกไม่สบาย”


“รู้แล้ว ห่วงตัวเองเถอะ หน้าแดงหมดแล้ว จะถ่ายรูปอะไรกันหนักหนา”


“ก็รุ่นพี่รุ่นน้องทั้งนั้นเลยนี่ครับ” ใบข้าวยิ้มบางๆออกมา ก่อนจะหยิบแก้วน้ำที่คุณลมซื้อมาไว้ให้ขึ้นมาดูด ช่อดอกไม้ ของขวัญหรือตุ๊กตาที่หลายๆคนเอามาแสดงความยินดีก็เป็นกองเลยตอนนี้ ไม่รู้จะขนกลับยังไงหมด แต่ตุ๊กตาเจ้าตัวเล็กคงจะชอบน่าดู แต่ที่บ้านก็ไม่มีที่จะไว้แล้วนี่สิ


“ฉันหึง ไม่ชอบด้วย”


“ใบข้าวมีคุณลมแล้วนะครับ แถมยังมีตัวเล็กด้วย คุณลมยังคิดมากอีกเหรอครับ”


“ฉันก็หวงตลอดแหละ มีเมียน่ารักมันหนักใจ”


“คุณลมพูดอะไรเนี้ยครับ” ใบข้าวคิดว่าตนเองคงจะร้อนแก้มเพราะอากาศที่ร้อนคงไม่ใช่เพราะคำพูดตรงๆของคุณลมหรอก ลูกหนึ่งแล้วแต่ใบข้าวยังเขินกับคำพูดของคุณลมตลอดเลย ฮื่อ….


“หึ!! อย่ามาทำหน้าแบบนี้ใส่ เดี๋ยวไม่ได้เข้ารับปริญญาหรอก”


“พ่อพูดอะไรก็ไม่รู้ใช่มั้ยครับพระพาย” ใบข้าวก้มไปคุยกับลูกชายที่มองตนเองและคุณลมตาใสเหมือนรู้ว่าพ่อแม่กำลังคุยอะไรกัน


“แอ้~~”


“นางฟ้ามาถ่ายรูปกัน” คณิตที่วิ่งมาหาพร้อมตะโกนเสียงดัง แม้วันซ้อมจะถ่ายรูปกับนางฟ้าจน หนำใจแล้วก็ตาม แต่คณิตไม่เบื่อวันจริงคณิตก็จะถ่ายกับนางฟ้าเยอะๆ


“แต่วันซ้อมก็ถ่ายไปเยอะแล้วนะคณิต”


“แต่วันนี้ตัวเล็กมาด้วย มาถ่ายกันนะ”


“เดี๋ยวตัวเล็กไม่สบาย ถูกแดดเดี๋ยวเป็นไข้นะคณิต” คิมที่เดินมาตามหลังบอกคณิตที่ดูจะร่าเริงเกินเหตุ ต่างจากคิมที่อยากกลับไปนอนพักผ่อนมากกว่า ช่วงนี้มีเรื่องให้คิดเยอะจนนอนแทบไม่หลับทุกคืน


“อ่า.. คณิตขอโทษ คณิตลืมอ่ะนางฟ้า”


“ไม่เป็นไรหรอกคณิต คุณลมครับลูกหิวรึเปล่าครับเอานิ้วเข้าปากอีกแล้ว” ใบข้าวร้องบอกคุณลมที่กำลังใช้พัดลมใส่ถ่านเป่าตนเองและลูกชาย แต่ว่าคงไม่ได้สังเกตว่าลูกเอานิ้วเข้าปากแล้ว


“น่าจะหิวแล้ว หยิบขวดนมลูกให้หน่อยสิ”


“นี่ครับ ใบข้าวชงมาเผื่อห้าขวดนะครับ แต่อย่าให้ลูกทานติดกันนะครับ เดี๋ยวท้องเสีย”


“รู้แล้วน่า” ลมบอกก่อนจะเอานมให้ลูกชายกิน ตอนนี้ก็ใกล้เวลาที่ใบข้าวจะเข้าหอประชุมแล้ว และคนบ้านหัสบดินทร์ยังมาไม่ถึงเลย


“คณิตอยากอุ้มตัวเล็ก”


“ไม่ได้ มือสกปรก” คุณลมบอกเสียงดุ คนหวงลูกไม่อยากจะให้ใครมาอุ้มลูกตัวเองเท่าไร ใบข้าวเลยหยิบทิชชู่เปียกส่งให้คณิตเช็ดมือให้สะอาดและสะกิดให้คุณลมที่ป้อนนมลูกเสร็จส่งลูกให้คณิตอุ้มบ้าง


“แง้!!” พอโดนคนอื่นอุ้มพระพายก็ร้องออกมา หน้าเบะอย่างไม่ชอบใจ สะบัดไม้สะบัดมือหาพ่อของตนเองอย่างเดียว จนคณิตจะร้องตาม น้อยใจที่หลานไม่อยากให้ตนเองอุ้ม ตัวเล็กใจร้าย!!


“หึหึ บอกแล้ว” ลมรับลูกชายกลับมาอุ้มเหมือนเดิม แถมเจ้าตัวเล็กยังหยุดร้องไห้ทันที แถมยังส่งยิ้มหวานให้พ่อของตนเองอีกต่างหาก จนใบข้าวหัวเราะออกมาเบาๆ เห็นคณิตที่มองลูกชายของตนเองด้วยแววตาน้อยใจก็อดสงสารไม่ได้ แต่ว่าพระพายเป็นเด็กที่ไม่ให้คนอื่นอุ้มจริงๆ


“ตัวเล็กใจร้าย คณิตเสียใจ”


“เดี๋ยวโตขึ้นก็คงดีเอง คณิตคอยเล่นตอนโตนะ”


“ก็ได้ แต่ว่าไม่ให้คนอื่นอุ้มแบบนี้จะไม่ลำบากเหรอเวลาเลี้ยง”


“ไม่หรอก พระพายเลี้ยงง่ายน่ะถ้าอยู่กับเราหรือคุณลม แต่คนอื่นไม่ให้อุ้มเท่าไร”


“อย่าบอกนะว่าได้นิสัยไอ้คนเถื่อนมา”


“ไม่รู้สิ ต้องรอดูตอนโต ถ้าได้นิสัยคุณลมมาเยอะ คงปวดหัวมากแน่ๆ”


“คณิต ป๊านายโทรตามแล้ว” คิมหันมาบอก หลังจากที่หลบไปคุยโทรศัพท์มา


“ชิ!! คณิตไปก่อนนะ เดี๋ยวมาใหม่ หน้านิ่งก็ไปกับเราด้วย อย่ามาหลบหน้าหลบตา มากับเรา!!” คณิตที่ลุกขึ้นโบกมือลาใบข้าวก่อนจะลากคิมที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยอยากกลับไปกับคณิตเท่าไร แต่ก็คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง…


“ได้ยินนะ” หลังจากที่เพื่อนของใบข้าวไปจนหมด ลมที่นั่งอยู่ข้างๆก็บอกเสียงดุเมื่อได้ยินว่าใบข้าวนินทาตนเองเมื่อสักครู่


“ใบข้าวพูดเรื่องจริงนี่ครับ เอ๊ะ! นั่นพี่น้ำนี่ครับ” ใบข้าวชี้ไปที่ร่างบางๆของคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาที่เดินจูงมือแฝดพี่และแฝดผู้น้องก็โดนคุณอี้เฟิงอุ้มมา


“พี่คิดว่าจะมาไม่ทันแล้วรถติดมากเลย” พี่น้ำบอกใบข้าวทันทีที่มาถึง ส่วนหลานสาวก็วิ่งเข้าไปหาคุณลมทันที ทำให้พี่น้ำส่ายหน้าเล็กน้อยที่ลูกสาวของตนเองติดคุณลมแบบนี้


“แค่พี่น้ำมาก็ดีแล้วครับ”


“ส่วนไฟกับพี่ดินก็ติดประชุมด่วนฝากพี่มาขอโทษด้วย ต้นไผ่ก็ดูแลน้องธีร์น่ะป่วยตัวร้อนจนพาไปหาหมอมา แม่นมก็ทำอาหารรอเรา ท่านไม่อยากมาบอกคนเยอะ ไม่น้อยใจนะใบข้าว”


“ไม่ครับ ใบข้าวเข้าใจ”


“พี่ก็มีของจะให้นะ แต่รอเราออกมาจากหอประชุมดีกว่า พี่จะอยู่รอเป็นเพื่อนลมน่ะ”


“แล้วคุณลมจะไม่ตีกับคุณอี้เฟิงเหรอครับ” อันนี้ใบข้าวกระซิบ เพราะแม้จะผ่านมาหลายปี คุณลมก็ยังตั้งแง่กับคุณอี้เฟิงอยู่ดี เวลาเจอก็ชอบแซะคุณอี้เฟิง ทั้งๆที่คุณอี้เฟิงก็อยู่เฉยๆ


“ไม่หรอกพี่อยู่ด้วยยังมีทั้งลูกทั้งหลานลมคงไม่กล้าหรอก”


“ว่าแต่ทำไมลมหนาวตาแดงซุกอกคุณอี้เฟิงแบบนั่นล่ะครับ”


“ก็ปลายฝนน่ะสิ แอบพวกตุ๊กแกปลอมมาโยนใส่ตอนอยู่บนรถ ลมหนาวกลัวเลยร้องไห้ไม่หยุด จนอี้เฟิงต้องปลอบน่ะ คงยังซุกอกป๊าจนหายกลัวนั่นแหละ”


“ปลายฝนแสบจังเลยนะครับ”


“พี่ว่าให้ลมเลี้ยงช่วงเด็กมากไปนั่นแหละ พอเริ่มโตรู้ภาษาก็เป็นแบบนี้”


“ฮะๆ ใบข้าวก็กลัวลูกจะได้นิสัยคุณลมเหมือนกัน พระพายติดคุณลมมาก แถมคุณลมยังสปอยลูกแต่เด็ก ใบข้าวพูดก็ไม่ได้ พ่อลูกเค้าเข้าใจกันอยู่สองคน”


“ใบข้าว หอประชุมประกาศเรียกแล้ว” ลมบอกเพราะเมื่อสักครู่นี้เค้าประกาศเรียกนิสิตนักศึกษาให้เข้าแถวเตรียมเข้าหอประชุมได้แล้ว ใบข้าวเลยพยักหน้ารับแล้วเข้ามาอุ้มพระพายก่อนจะบอกลาช่วงสั้นๆ


“เดี๋ยวแม่มานะครับ อย่าดื้อกับพ่อเค้านะ ฟอด!!”


“แอ้!”


“เก่งมากครับคนเก่ง คุณลมครับดูแลลูกดีๆนะครับ พาลูกไปอยู่ที่เย็นๆด้วยครับ เดี๋ยวลูกไม่สบาย” ก่อนจะไปใบข้าวก็ไม่ลืมย้ำอีกครั้ง เพราะถ้านั่งตรงนี้จนใบข้าวออกมามีหวังคืนนี้ลูกเป็นไข้แน่ๆ


“รู้แล้วครับเมีย ไปได้แล้วเค้าประกาศเรียกรอบที่สองแล้ว”


“งั้นใบข้าวไปแล้วนะครับ”


ลมที่มองดูใบข้าวที่เดินไปเข้าหอประชุมจนสุดสายตา ก่อนจะหันมามองลูกชายที่พยายามเอือมมือไปเล่นกับพี่สาวหรือปลายฝนแฝดผู้พี่ลูกของพี่ชายของตนเอง


“อาลม น้องจะโตเมื่อไร”


“เดี๋ยวก็โตครับ แป๊บเดียวก็โตทันปลายฝนแล้ว”


“จริงเหรอคะ ปลายฝนอยากเล่นกับน้อง เล่นกับลมหนาวทีไรก็ร้องไห้ตลอด”


“แล้วเราไปแกล้งอะไรพี่เค้าครับ”


“ก็ลมหนาวกลัวตุ๊กแกปลอมจนร้องไห้ซบอกป๊าไม่หายเลย อ่อนแอมาก”


“อย่าแกล้งพี่เค้าสิครับ เดี๋ยวพี่เค้าโกรธขึ้นมาจริงๆปลายฝนจะไม่มีคนเล่นด้วยนะ” ยีหัวหลานสาวอย่างเอ็นดู


“ลมพี่ขออุ้มพระพายหน่อยสิ ตั้งแต่คลอดมาพี่ยังไม่ได้อุ้มเลย” น้ำร้องบอกน้องชายหลังจากที่ตนเองหันไปกล่อมลูกชายให้ลงมาเล่นกับน้อง แต่ลมหนาวก็ยังซุกอกสามีไม่ยอมลงมาเล่นง่ายๆ


“เอาสิคนดี เผื่อพระพายไม่งอแง” ใครๆก็รู้กิติศักดิ์ของลูกชายของลม ที่ไม่ยอมให้ใครทั้งนั้นมาอุ้ม แต่น้ำก็อยากอุ้มหลานเพราะหลายชายหน้าตาเหมือนใบข้าวจนน่าเอ็นดู ตาหวานๆ แก้มป่องๆ น่ารัก


“แอ้~” แต่พอน้ำอุ้มพระพายได้ กลับสร้างความแปลกใจให้ลมไม่น้อย ลูกชายไม่ร้องงอแงกลับส่งยิ้มหวานให้แก่พี่ชายของตนเองอีก


“น่ารักจังเลยพระพายของเรา อี้เฟิงดูสิครับพระพายตาหวานเหมือนลมหนาวตอนเด็กๆเลย” น้ำร้องบอกอี้เฟิงให้ดูหลานชายอย่างตื่นเต้น


“น้ำอยากมีอีกคนมั้ยครับ”


“อยากตายรึไงหยาง อี้เฟิง” ลมถามอย่างหาเรื่อง แม้คนดีจะเป็นเมียอี้เฟิงมานานแต่อย่ามาชวนทำลูกต่อหน้าลม เห็นแล้วอยากเอาปืนยิงหัวมันแต่กลัวหลานกำพร้าพ่อ


“ลม อย่าพูดแบบนี้ต่อหน้าลูกและหลานสิ เด็กๆอยู่ในช่วงกำลังจดจำนะ” น้ำบอกน้องชายที่ยังไม่เลิกหวงตนเอง น้ำลูกสองแล้วนะ เฮ้อ…


“คนดีก็เข้าข้างแต่ผัวตัวเอง”


“อาลมคะ ผัวคืออะไร” หลานสาวถามขึ้นอย่างสงสัย


“เอ่อ…..” ลมกำลังคิดว่าจะบอกหลานสาวยังไงให้เข้าใจดี


“ปลายฝนคะ ม๊าว่าเราพาน้องไปนั่งในที่เย็นๆดีกว่านะคะ ดีมั้ย” น้ำตัดบทขึ้นมา ซึ่งลูกสาวของตนเองก็พยักหน้ารับและเข้าไปช่วยอาลมถือของ


“เดี๋ยวของกองนี้ผมจะให้ลูกน้องมาขนกลับให้นะครับ” อี้เฟิงบอก เพราะของใบข้าวมีเยอะเกินที่จะขนกันไหว


“ก็ดี มันเป็นหน้าที่นายอยู่แล้วนิ หึ!!”


“รบกวนด้วยนะครับอี้เฟิง” น้ำหันมาบอกสามีก่อนจะเดินไปกับลมก่อน เพราะกลัวพระพายในอ้อมกอดของตนเองจะงอแงขึ้นมา เดี๋ยวให้อี้เฟิงจัดการของเสร็จค่อยตามมาพร้อมกับลมหนาวที่ติดป๊าของตัวเองไม่ยอมปล่อย


“ลม พระพายงอแงไม่ยอมหยุดเลย” น้ำที่บอกน้องชายที่ออกไปคุยโทรศัพท์มา นี่ก็เย็นมากแล้ว ใบข้าวก็ใกล้จะออกมาแล้ว ยิ่งเย็นพระพายก็เริ่มจะออกอาการงอแง อาจจะเพราะง่วงนอนด้วยและไม่เห็นหน้าแม่ตัวเองหลายชั่วโมงเลยยิ่งงอแง


“ร้องไห้ทำไมครับ เดี๋ยวแม่เค้ากำลังจะออกมา” ลมอุ้มลูกมาปลอบ อยากจะพาลูกกลับก่อน แต่อีกใจก็อยากรอใบข้าว เพราะถึงกลับไปพระพายก็งอแงที่ไม่เห็นใบข้าวอยู่ดี


“ฮึก…” พระพายสะอื้น จนตัวแดง ลมก็กอดปลอบลูกชายจนพระพายสะอื้นน้อยลง เจ้าตัวเล็กคงจะง่วงมากแล้ว


“ติดทั้งพ่อทั้งแม่แบบนี้ลำบากหน่อยนะ” น้ำบอกและมองหลานชายที่ร้องไห้น่าสงสาร ถึงน้ำจะอุ้มได้ แต่ก็ช่วยอุ้มได้ไม่นานเพราะพระพายจะงอแง ยิ่งถ้าไม่มีทั้งลมและใบข้าวอยู่สักคน พระพายยิ่งดิ้นและร้องไห้ แต่ถ้าลมอยู่เจ้าตัวจะแค่สะอื้นเบาๆเฉยๆ


“นิดนึงน่ะคนดี ปกติใบข้าวจะอยู่กับลูกตลอด มีแค่ลมที่หายไปทำงาน แต่นี่ไม่เห็นแม่เค้าหลายชั่วโมงเลยเริ่มงอแง”


“เลี้ยงง่ายแค่ตอนอยู่กับพ่อกับแม่ล่ะสิ”


“ใช่ แต่พอไม่งอแงก็น่ารัก”


“นั่นใบข้าวคงออกมาแล้ว เราจะได้กลับกัน พี่ว่าหลานคงเพลียลมเพลียแดดด้วย”


“ตอนแรกลมจะไม่พามาหรอก แต่พระพายไม่ให้ใครอุ้มเท่าไร เลยต้องพามาแบบนี้” ขนาดแม่นมที่เลี้ยงลมมา แต่พอจะเลี้ยงพระพายให้วันนี้ เจ้าตัวเล็กยังไม่ยอมเลย


“เอาแต่ใจเหมือนใครกันนะ” น้ำพูดขึ้นและเขี่ยแก้มหลานชายเบาๆอย่างเอ็นดู ยังมีคราบน้ำตาอยู่ตรงแก้มอยู่เลย


“คุณลมครับ ใบข้าวรับเสร็จแล้ว” ใบข้าวที่เดินเข้ามาหลังจากมองหาคุณลมตั้งนานสองนาน พอเห็นก็รีบเดินเข้ามา พระพายพอได้ยินเสียงแม่ของตนก็ดิ้นจะเข้าหาแม่ จนใบข้าวต้องยอมอุ้มลูกมาเองและส่งใบปริญญาที่เพิ่งรับมาให้คุณลมถือไว้


“คนเก่งของแม่ร้องไห้เหรอครับ”


“แอ้!!”


“กลับบ้านนะครับ วันนี้ตากลมตากแดดทั้งวันเลย ไม่รู้ไข้จะขึ้นรึเปล่า”


“กลับบ้านกันเถอะลูกคงง่วงมากแล้ว”


“งั้นพี่กลับก่อนนะลม เจอกันวันพรุ่งนี้ ดูสองแสบหลับสนิทไปแล้ว พี่พาลูกกลับไปนอนเลยดีกว่า” น้ำบอกลาน้องชายที่พยักหน้ารับ และเข้าไปช่วยอี้เฟิงอุ้มลูกชายลูกสาวที่เล่นจนหลับสนิทอยู่กลับบ้าน ลมก็เก็บของและเดินกลับไปที่รถกับใบข้าวที่เป็นคนอุ้มลูกแทน


“ขอบคุณนะครับคุณลมที่อดทนรอใบข้าวตั้งนาน”


“นานแค่ไหนก็รอได้น่า อย่าทำหน้าแบบนั้น”


“ใบข้าวรู้สึกโชคดีมากๆเลยที่มีคุณลมอยู่ข้างๆในวันนี้”


“ฉันมากกว่าที่โชคดีที่มีนายเป็นเมียและแม่ของลูก งานต่อไปคืองานแต่งของเราสองคนนะ ฉันจะทำเรื่องให้มันถูกต้องเสียที งานแต่งที่มีฉันกับนายและลูกของเราที่เป็นพยาน”


“ครับ ใบข้าวก็อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ”


แม้วันนี้จะเป็นวันที่เหน็ดเหนื่อยมากๆ แต่ใบข้าวและคุณลมก็ยังมีรอยยิ้มให้กันและกัน และมันยิ่งทำให้ใบข้าวรู้สึกว่าตนเองโชคดีแค่ไหนที่ได้ครอบครองความรักของผู้ชายที่ชื่อ พายุ หัสบดินทร์…………..


    “ขอให้ทั้งคู่ดูแลกันและกัน มีอะไรก็คุยกันดีๆ อย่าทะเลาะกันแล้วหันหน้าหนี เวลามีปัญหาให้หันหน้าคุยกันเข้าใจกันใช่มั้ยคะทั้งสองคน” งานแต่งงานที่จัดขึ้นเรียบๆ ภายในครอบครัวและคนรู้จักที่สนิทกันเท่านั้นในวันนี้ลมและใบข้าวคุยกันแล้วว่าจะจัดแบบเรียบง่าย เพราะใบข้าวไม่ชอบอะไรที่มันใหญ่โตและวุ่นวาย ซึ่งลมก็ตามใจ


“ขอบคุณครับแม่นม”


“ขอบคุณครับป้า”


ทั้งสองคนขอบคุณผู้ใหญ่ที่เลี้ยงดูมา แม่นมเปรียบเสมือนมารดาอีกคน เพราะดูแลลมมาตั้งแต่เด็ก คอยบอกคอยสอน คอยไปรับกลับจากโรงเรียนในช่วงวัยเด็กที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ว่าง ลมรักท่านเหมือนแม่คนหนึ่ง ใบข้าวเองก็เหมือนกัน ถ้าไม่มีป้าเลี้ยงดูมาก็ไม่รู้ว่าจะเติบโตขึ้นมาเป็นเช่นไร ใบข้าวก็รักป้ามาก เพราะป้าคือคนที่ให้ชีวิตใหม่แก่ใบข้าวเช่นเดียวกัน


“มีความสุขมากๆนะคะ นมจะคอยเลี้ยงหลานอีกหลายๆคน”


“ได้ครับนม ผมเต็มที่อยู่แล้ว”


“คุณลมก็ พูดอะไรก็ไม่รู้ ลูกยังไม่โตเลยครับ” พูดถึงลูกตอนนี้ก็อยู่กับพี่น้ำที่อุ้มอยู่ หลังจากที่เสร็จพิธีผูกแขนนี่แล้ว ใบข้าวก็คงเอาลูกกลับมาอุ้มเหมือนเดิม เพราะงานแต่งนี่เป็นงานที่จัดให้เสร็จไปในรอบเดียวคือช่วงเช้าลากยาวกินเลี้ยงถึงบ่ายเลย เพราะถ้าดึกไหนจะลูกและหลานๆคงนอนดึกและมีอาการงอแง ใบข้าวเลยคิดว่าจัดช่วงกลางวันให้เด็กๆได้สนุกด้วยจะดีกว่า เพราะยังไงงานแต่งนี้ ใบข้าวก็ไม่ได้วาดฝันว่ามันต้องใหญ่โต แค่มีความอบอุ่นภายในงานแต่งของตนเอง ใบข้าวก็พอใจแล้ว


“ขอโทษนะที่งานไม่ได้ใหญ่โต” ลมเข้ามากระซิบบอกหลังจากเสร็จพิธีการผูกแขนจากญาติผู้ใหญ่ ลมรู้สึกผิดที่ไม่ได้จัดงานให้ใหญ่โต ให้คนรับรู้ว่าทายาทหัสบดินทร์คนที่สามมีลูกและเมียแล้วเพราะมันเป็นการเชิดหน้าชูตาให้แก่ตัวใบข้าวเองในวงสังคม


“ไม่ครับ ใบข้าวพอใจแล้วครับ งานแต่งของใบข้าวและคุณลมเกิดขึ้นเพราะความรักของเรา แม้มันไม่ได้ใหญ่โต แต่ใบข้าวกลับชอบที่มันเต็มไปด้วยบรรยากาศความอบอวลและความอบอุ่นของผู้คนในงาน และแค่มีคุณลมกับลูกอยู่ข้างๆใบข้าวก็พอแล้วครับ” ใบข้าวบอกออกมาพร้อมรอยยิ้ม ไร้การเสแสร้ง มีเพียงรอยยิ้มที่ส่งออกมาจากหัวใจเท่านั้นที่ลมรับรู้ได้ และลมรู้สึกภูมิใจที่ได้ใบข้าวเป็นเมีย


“ฉันรู้สึกขอบคุณตัวเองที่รักนาย”


“ใบข้าวก็ขอบคุณที่คุณลมรักใบข้าวเหมือนกันครับ”


“ถ้าไม่ติดว่าลูกจะร้องนะ ฉันจะพานายเข้าหอตั้งแต่วันเลย”


“ไม่เอาครับ ใบข้าวอายเดี๋ยวโดนแซ็ว”


“คืนนี้ลูกหลับแล้วเรามาทำลูกกันนะ” ลมพร้อมบอกทำสายตาเจ้าเล่ห์ใส่ใบข้าวด้วย ใบข้าวก็ได้แต่เขินอายจนหน้าแดง แม้จะลูกหนึ่งแล้ว แต่ว่าการที่ตนเองยังเขินคุณลมแบบนนี้ทุกครั้ง เพราะใบข้าวรู้สึกว่าความรักของเราสองคนไม่เคยจืดจางลงเลยสักนิด เพราะคุณลมก็ยังทำตัวแบบทุกครั้งที่ใบข้าวรู้จักตั้งแต่แรก ยังเป็นคุณลมที่เอาแต่ใจ พูดตรงๆ แต่ก็พัฒนาขึ้นมาเพราะคุณลมทำตัวน่ารักกับใบข้าวและลูกเสมอ


“ครับ ใบข้าวตามใจคุณลมอยู่แล้ว”


“นางฟ้า!!! มาถ่ายรูปเร็ว ทุกคนรออยู่” คณิตตะโกนเรียกเสียงดัง หลังจากวิ่งไล่จับเด็กๆให้มาเตรียมตัวถ่ายรูป พอจับได้ครบทุกคนก็ตะโกนเรียก ทำให้ใบข้าวและคุณลมเดินเข้าไปในตรงกลางที่ทุกคนเว้นที่ว่างไว้ให้


“ใบข้าว พระพายร้องจะหาเราน่ะ” พี่น้ำส่งพระพายให้ใบข้าวอุ้มแทน ก่อนใบข้าวที่อุ้มลูกชายจะบอกให้ลูกชายหันไปทางกล้อง ซึ่งเจ้าตัวเล็กก็หันก่อนจะยิ้มออกมา และช่างภาพก็กดถ่ายรูปงานแต่งพร้อมแขกในงานทุกคนจนได้รูปไว้ให้เลือกหลายรูป


“ให้ครอบครัวหัสบดินทร์เค้าถ่ายกันหน่อยดีกว่า เดี๋ยวคณิตกับหน้านิ่งถ่ายจากโทรศัพท์ให้ด้วยนะ” คณิตร้องบอกก่อนจะดึงครอบครัวหัสบดินทร์มารวมกันและวิ่งไปเอาเก้าอี้มาให้แม่นมหรือป้าของนางฟ้านั่งตรงกลาง โดนมีเจ้าบ่าวเจ้าสาวนั่งลงกับพื้นเคียงข้าง พร้อมกับลูกๆและหลานๆนั่งข้างทั้งคู่อีกที และคนอื่นในครอบครัวหัสบดินทร์ก็ยืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของแม่นม ผู้เปรียบเสมือนแม่อีกคนของคนในบ้านหัสบดินทร์


รูปถ่ายครอบครัวใบใหม่ที่เฟรมใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เพราะทุกคนมีครอบครัวกันหมดแล้ว และมีทายาทของหัสบดินทร์ตัวน้อยๆไล่เลี่ยกันอีก ยิ่งทำให้ภาพมีความอบอุ่นเพิ่มขึ้น แม้ในอดีตหัสบดินทร์อาจจะเหลือแค่สี่คนพี่น้อง แต่ในตอนนี้หัสบดินทร์นั้นมีทายาทตัวน้อยๆมาเพิ่ม จนทำให้บ้านหัสบดินทร์ไม่เหงาอีกต่อไป และใบข้าวก็ได้เข้ามาเป็นหัสบดินทร์อย่างเต็มตัวอีกคน บ้านหัสบดินทร์ที่เป็นบ้านที่เริ่มเรื่องราวของใบข้าวและคุณลมตั้งแต่เริ่มต้น แต่มันจะไม่ใช่บ้านที่เป็นจุดจบของทั้งคู่อย่างแน่นอน เพราะเราสองคนจะรักกันจนกว่าจะหมดลมหายใจ และคนอย่างพายุ หัสบดินทร์หากได้เอ่ยคำว่ารักกับใคร ก็จะรักคนๆนั้นไปจนวันตาย ซึ่งตอนนี้ลมเจอแล้วคนที่เป็นทุกอย่างของชีวิต คนๆนั้นก็คือใบข้าว…………..




The End……….




..................................................................................................................


จบแล้วค่ะ เรียบๆเลยด้วย เพราะสำหรับมายด์ตอนจบของคุณลมและใบข้าวคือตอนที่คุณลมบอกรักใบข้าวค่ะ อย่าว่ากันน้าาา ที่จบแบบนี้ ;___; เดี๋ยวมาลงสเปให้นะคะ 

ปล.เรื่องอธินคิมคือเรื่องนี้นะคะ 


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}