สีตลา

หยุดอัพนิยายเรื่อง ซุปตาร์ซาตานแล้วค่ะ และวางขายในเวบเมพแล้ว มีตอนพิเศษแถมให้อ่านฟรีด้วย ไปโหลดมาอ่านกันได้ค่ะ

พิเศษแด่คุณ 3 (NC20+)

ชื่อตอน : พิเศษแด่คุณ 3 (NC20+)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.4k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ต.ค. 2560 13:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พิเศษแด่คุณ 3 (NC20+)
แบบอักษร

​เดินทางมาถึงตอนสุดท้ายแล้วจริงๆ ใจหายจัง...แต่ก็ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนนะคะ ที่ให้การต้อนรับนักเขียนมือใหม่อย่างสีตลา อบอุ่นมากๆ เลย ...

จนกว่าจะพบกันใหม่นะคะ




            คืนนั้น บ้านไม้หลังน้อยของคุณยายผู้โดดเดี่ยวมีโอกาสต้อนรับอาคันตุกะสองคน ท่าทางแกดูมีความสุขมากที่มีคนมาเยี่ยมเยือน แกทำกับข้าวหลายอย่าง ชี้ชวนให้แขกกินเมนูนั้นเมนูนี้

            แขกผู้ชายอยู่ในชุดเสื้อยืดสีเทาตุ่น ผ้าขาวม้า ผู้หญิงอยู่ในชุดเสื้อคอกระเช้าตัวหลวม ผ้านุ่งสีพื้น ปล่อยผมสยายยาวเต็มหลัง

            ทั้งสามดื่มกินด้วยกันและพูดคุยถึงช่วงเวลาที่ไม่ได้พบกันให้กันฟัง ก่อนเจ้าของบ้านจะขอตัวเมื่อเห็นว่าดึกมากแล้ว

            “ไม่ต้องเก็บอะไรนะ ถ้าง่วงก็ไปนอนได้เลย พรุ่งนี้ยายจะเก็บเอง” แกกำชับก่อนเดินเข้าห้องนอนของแกซึ่งอยู่ชั้นล่างไป

            แต่สองหนุ่มสาวคิดว่านั่นดูจะเห็นแก่ตัวกับแกมากเกินไป จึงช่วยกันเก็บล้างและทำความสะอาดทุกอย่างจนเรียบร้อย อากาศยามดึกเย็นเยียบจนเกือบหนาวอาจเพราะฝนตกเมื่อช่วงเย็นนั่นเอง บรรยากาศรอบตัวเงียบเชียบ ยินเพียงเสียงแมลงกลางคืนกรีดร้องระงม

            เก็บล้างทำความสะอาดทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว พวกเขาก็เดินจูงมือกันขึ้นไปยังชั้นบน ที่ซึ่งฟูกเนื้อหยาบถูกปูเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ตอนนั้นเองที่จู่ๆ ฝนก็ตกลงมาอีกครั้ง กระทบหลังคาเสียงดังกราว

            “หือ? ฝนตกเหรอเนี่ย” วีรนุชอุทาน

            “ฝนคงอยากมาร่วมยินดีกับความรักของเราน่ะ” ธาริตว่าพลางยกมือแตะใบหน้าเธอเบามือ แล้วบังคับให้เงยหน้าสบตากัน วีรนุชยิ้ม

            “ถ้าของแท้ต้องไฟดับ”

            สิ้นคำพูดเธอ ไฟก็ดับพรึ่บลงจริงๆ สองหนุ่มสาวสะดุ้งและโผเข้ากอดกันแน่น ก่อนจะหัวเราะออกมา

            “โป้งบอกแล้วให้นุชเป็นหมอดู เห็นมะ พูดอะไรเป็นจริงหมดเลย” ปากของเขาเคลียอยู่แถวๆ แก้มนวลที่ปราศจากครีมหรือแป้งใดๆ เขาจึงได้กลิ่นเนื้อแท้ของเธอ ซึ่งทำให้อารมณ์ของเขาถูกปลุกขึ้นอย่างง่ายดาย

            วีรนุชหัวเราะคิก ไม่เอ่ยอะไร และปล่อยตัวตามแรงดึงของเขาที่พาร่างเธอนอนลงไปบนฟูกตัวเดียวกัน

            “คิดว่าจะไม่มีโอกาสได้กอดนุชแบบนี้อีกแล้ว” เขาพึมพำ ก่อนใช้ลิ้นหยอกเย้าแถวๆ ติ่งหู แล้วค่อยๆ เลาะเล็มไปตามแนวโค้งของใบหู ส่งผลให้ร่างของวีรนุชสั่นระริกด้วยความเสียวซ่าน มืออุ่นของเขาคลึงเคล้นไปตรงนั้นตรงนี้เพื่อปลุกเร้าอารมณ์ของเธอ ก่อนจะระเรื่อยจูบแสนเร่าร้อนไปที่ซอกคอหอมกรุ่นที่เขาโหยหามาตลอดสามปี แล้วไล่ลงไปที่ลาดไหล่ของเธออย่างอ่อนโยน แต่ก็เรียกร้องอยู่ในที

            “สาวเกาหลีขาวๆ หมวยๆ สวยๆ เอ็กซ์ๆ สเป็กโป้งไม่ใช่เหรอ ไม่หาคนกอดซักคนล่ะ” หญิงสาวพูดอย่างอยากรู้มากกว่าประชด เพราะเธอรู้ว่าเขาชอบผู้หญิงแบบไหนมาตลอด ซึ่งมันตรงข้ามกับเธอสิ้นเชิง

            “โดนของดำน่ะสิ” เขาตอบกลั้วหัวเราะ จึงได้กำปั้นเบาๆ เล็กๆ บริเวณไหล่ “โป้งลืมนุชไม่ได้ เลยไม่อยากดึงใครมาให้เสียเวลา แต่ก็ตั้งใจว่าอีกซักปี ถ้าไม่เจอนุชจริงๆ ก็จะลองเปิดใจแล้วละ ยังไงโป้งก็อยากมีครอบครัว อยากมีลูก”

            บทสนทนาเงียบไป เมื่อเขาเริ่มจูบปากเธอ และเธอก็สนองตอบด้วยความรัก ความคิดถึงเจืออ่อนหวานที่ทำให้ธาริตแทบคลั่ง แต่เขาก็ไม่บุ่มบ่ามใจร้อน เขาอยากละเลียดชิมเธอไปเรื่อยๆ

            “แล้วนุชล่ะ นายฝรั่งทั้งหล่อล่ำ ทั้งรวย และเขาก็รักนุชมากด้วย ไม่คิดจะเปิดใจให้เขาบ้างเหรอ” ตอนที่ถามเขาผงกศีรษะขึ้น พยายามสบตาเธอผ่านความสลัวรางของค่ำคืน

            “ไม่ชอบของใหญ่” เธอกระซิบยั่วล้อ

            “หือ พูดแบบนี้ต้องโดน” พูดจบเขาก็ใช้ส่วนนั้นเสียดสีไปกับร่างเธอเพื่อแกล้ง หนอย พูดแบบนี้ว่าของเขาเล็กงั้นเหรอ เดี๋ยวเถอะ คืนนี้จะจัดให้หนักเลย!

            วีรนุชหัวเราะคิกที่แกล้งเขาได้ ก่อนเอ่ย

            “นุชต่างจากโป้งนิดหน่อย ตรงที่ก่อนนี้ไม่เคยคิดตัดใจจากโป้งเลย นุชอยากรักโป้งไปเรื่อยๆ เพราะนุชเองไม่ได้คิดว่าจะต้องแต่งงาน มีครอบครัว ยิ่งได้ทำงานกับเด็กๆ เห็นพวกเขายังลำบาก นุชยิ่งไม่คิด เพราะนุชกลัวว่าจะทำงานตัวเองได้ไม่เต็มที่” เธอเว้นช่วงขณะลูบไล้ท้ายทอยของเขาเบาๆ

            “เดี๋ยวๆ พูดแบบนี้แปลว่าจะไม่อยู่กับโป้งอีกแล้วเหรอ” อีกคนโวยวายหน้าตาตื่น “ไม่ได้นะ”

            “ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ บอสบอกว่า ต่อให้นุชทำจนตัวนุชตาย มันก็จะดีขึ้นน้อยมาก เพราะนุชไม่สามารถทำคนเดียวได้ ต้องมีหลายฝ่ายช่วยกันค่ะ เขาบอกว่าให้นุชทำแค่ที่ทำไหว แล้วก็ใช้ชีวิตของตัวเองซะ”

            “โป้งต้องขอบคุณเขาหลายเรื่องนะเนี่ย”

            “มีบางแวบก็คิดว่า บางทีถ้าเราได้เจอกันอีกครั้งตอนที่นุชพร้อมกว่าเดิม เราอาจรักกันได้ แต่หลายๆ ครั้งก็คิดว่า ไม่เป็นไร ไม่ได้อยู่กับโป้งก็ไม่เป็นไร นุชก็เป็นลมใต้ปีกให้โป้งต่อไปเรื่อยๆ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นอีก มือเรียวไล้ไปตามสันคอสู่แผ่นหลัง “แต่บอสอีกนั่นแหละบอกว่า การเป็นลมใต้ปีก ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องปิดตัวเอง”

            “ฮึ่ม จะชวนนุชเปิดตัวเองล่ะสิ” เขาคำรามเสียงไม่จริงจังนัก ปัดเส้นผมหยิกนุ่มที่ลงปรกหน้าเธอออกให้อ่อนโยน

            “เขาบอกนุชว่า อยากให้นุชเปิดใจ ไม่จำเป็นต้องเป็นเขา แต่เป็นใครก็ได้ ขอแค่อย่าจมอยู่กับอดีต”

            “ตอนนี้ชักอยากเตะบอสนุชแล้วละ” ชายหนุ่มพึมพำแถวแก้มนวล ลมหายใจอุ่นผ่าวและหอมสะอาดของเขาเป่ารดปากของเธอ วีรนุชรั้งต้นคอเขาลงอีกเล็กน้อย ปากของเขาก็ชนเข้ากับปากของเธอ เธอเป็นฝ่ายจูบเขาก่อน ธาริตสนองตอบเต็มที่

            ครู่ต่อมา ธาริตก็เลื่อนจากปากลงมาที่ซอกคอกรุ่น ฝังจมูกลงตรงแอ่งชีพจร และรับรู้ถึงชีพจรที่เต้นรัวเร็วของเธอ เฉกเช่นเธอที่สัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เต้นถี่บ่งบอกความปรารถนาของเขาที่แนบอยู่กับหัวใจเธอ

            เมื่อเงยหน้าจากซอกคอ มือเรียวเหมือนมือผู้หญิงก็ตรงเข้ากอบกุมดอกบัวหนั่นแน่นภายใต้เสื้อคอกระเช้า บีบเคล้นยั่วเย้าและเรียกร้องอยู่ในทีก่อนจะปล่อยมือ แล้วถอดเสื้อเธอออก อกสล้างชูชันท้าทายเหมือนดอกไม้สวยบานและหอมยั่วแมลง ชายหนุ่มก้มหน้าลงไปอย่างรวดเร็ว เม็ดบัวสีน้ำตาลอ่อนหายเข้าไปในปากสีสดของเขา เขาดูดดึงมันด้วยความโหยหาสุดหัวใจ ร่างแบบบางของวีรนุชสั่นสะท้านไหวเยือก มือเธอป่ายเปะปะไปตามแผ่นหลัง ต้นแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแม้มันจะไม่ได้ใหญ่ แต่มันก็แน่นและเนียน เธอยกขาเรียวขึ้นวางแถวๆ สะโพกเขา แล้วก็ต้องยกออก เมื่อเขาเริ่มขยับตัวจากอกสล้าง ลงไปที่หน้าท้องแบนราบ ลิ้นอุ่นลากผ่านนวลเนื้อเธอทุกอณูให้สมกับความคิดถึง และเจ้าของร่างก็บิดกายไปมา ความเสียวซ่านครอบครองทุกขุมขนเธอ

            ธาริตปลดปมผ้านุ่งสีพื้นของเธอ แล้วลากมันลงมาด้านล่าง เผยเนินดอกไม้หอมหวานยั่วใจ ซึ่งเขาก็ไม่รอช้าที่ก้มหน้าลงไปทักทาย วีรนุชบิดตัวเร่าๆ เพราะร่างกายเธอห่างหายจากเรื่องแบบนี้ไปเป็นสามปี พอได้รับการปรนเปรออีกครั้ง มันจึงตื่นตัวเต็มที เฉกเช่นเดียวกับธาริต

            ชายหนุ่มหยัดกายลุกขึ้น ถอดชุดของตัวเองออกทั้งหมดอย่างรวดเร็ว แล้วทาบทับร่างบางของตนลงกับร่างแบบบางของเธอใหม่ จากที่ตั้งใจว่าจะละเลียดชิมเธอ เขาเปลี่ยนใจแล้ว ร่างกายที่ห่างร้างเรื่องนี้มานาน ไม่ยอมให้รอช้าอีกต่อไป

            เขาจูบเธออย่างเร่าร้อน เธอก็สนองตอบไม่ต่างกัน ครู่ต่อมาเขาก็ค่อยๆ ฝังแก่นกายเข้าไปในกลีบดอกไม้ของเธอ

            “อืม...” วีรนุชครางด้วยความพึงพอใจ เธอคิดถึงมันเหลือเกิน

            ธาริตไม่รอช้า เริ่มขยับตัวช้าๆ แล้วเร่งจังหวะขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสียงเนื้อกระแทกเนื้อดังสนั่นหวั่นไหว โชคดีที่มีเสียงฝนช่วยเอาปิดกั้นเสียงนั้นไว้

            ร่างของเธอสั่นระรัวตามแรงกระแทก ความเสียวซ่านค่อยๆ พุ่งสูง ภายในตัวเหมือนมีไฟจำนวนมากไหลวน โดยเฉพาะบริเวณกลีบดอกไม้นั่น มันเหมือนลาวารอวันระเบิดเลยเชียวละ

            “โป้ง...” เธอครางชื่อเขาเบาๆ ครางเพราะคิดถึง ครางเพราะดีใจหนักหนาที่วันนี้ได้รักกับเขาอีกครั้ง “นุช...นุชไม่ไหวแล้ว”

            ธาริตไม่ตอบอะไร แต่เพิ่มจังหวะให้เร็วขึ้นและถี่ขึ้น เขาเองก็พร้อมจะระเบิดแล้วเช่นกัน  

            ครู่ต่อมา วีรนุชก็หวีดร้องเบาๆ เมื่อตัวเองสามารถคว้าดวงดาวที่พริบพรายอยู่ตรงหน้าได้ ขณะที่ธาริตยังคงขยับตัวขึ้นลงบนร่างเธอต่อไปอีกสักครู่ ก็ตามเธอมาติดๆ เขาคำรามเสียงกระหึ่มเมื่อกระแทกตัวลงครั้งสุดท้าย ก่อนซบหน้าลงกับซอกคอเธอ ปล่อยสายธารรักให้ไหลลงสู่กลีบดอกไม้แสนสวย หวังว่ามันจะก่อเกิดต้นกล้าแห่งความรักความปรารถนาของเขากับเธอที่นั่น

            สองร่างตระกองกอดกันนิ่งๆ ภายนอกฝนยังตกลงมาต่อเนื่องกระทบหลังคาดังอยู่กราวๆ อากาศเย็นสดชื่น และสองหนุ่มสาวก็มีเรื่องต้องคุย ต้องทำอะไรต่อมิอะไรกันอีกเกือบทั้งคืน...

            สามปีหลังจากวันนั้น กระแสนิยมของธาริตก็ลดลง ซึ่งเป็นไปตามกาลเวลา มีศิลปินใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย และส่วนหนึ่งเกิดจากเจ้าตัวเองที่อยากรับงานให้น้อยลง เพราะอยากใช้ชีวิตแบบปกติธรรมดาและสร้างครอบครัวกับผู้หญิงที่เขารัก

            ...วีรนุช...         

            หญิงสาวร่างบาง ผิวน้ำผึ้งเนียนตา ผมหยิกนุ่มกระจายเต็มหลัง ตาคมปนหวาน ผู้มีรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยนอยู่เป็นนิจ หญิงสาวผู้ที่ตอนนี้กลายเป็นขวัญใจของบรรดาแฟนคลับของธาริตไปแล้ว เนื่องจากเห็นแล้วว่า ธาริตรักเธอจริงๆ เธอเองก็รักธาริตอย่างจริงใจ ที่สำคัญเธอเป็นคนดี เหมาะสมกับซุปตาร์หน้าหวานอย่างที่ไม่มีใครจะเหมาะสมเท่าอีกแล้ว

            งานแต่งงานของทั้งคู่จัดแบบเรียบง่าย ไม่มีพิธีการใหญ่โตอลังการแต่อย่างใด ทั้งนี้เพราะพวกเขาเห็นตรงกันว่า เอาเงินที่จะใช้ในการจัดงานไปบริจาคให้กับผู้ยากไร้หรือมูลนิธิต่างๆ จะดีกว่า น่าจะเกิดประโยชน์มากกว่า เลยได้รับคำชมจากสื่อต่างๆ แฟนคลับและประชาชนอย่างล้นหลาม

            เจ้าสาวอยู่ในชุดสีขาวพอดีตัว แขนยาว ส่วนปลายแขนบานออกเล็กน้อย คว้านคอลึก ปล่อยผมตามธรรมชาติและมีมงกุฎดอกไม้หลากสีประดับรอบศีรษะ ใส่รองเท้าสาน ส่งผลให้เธอกลายเป็นเจ้าสาวที่ทั้งสวย อ่อนหวานและเซ็กซี่ในคราวเดียว ส่วนเจ้าบ่าวอยู่ในชุดกางเกงยีนส์สีเข้ม เชิ้ตสีขาว รองเท้าบูธหุ้มข้อ ซึ่งดูแปลกตาไปจากภาพคุ้นชินของซุปตาร์หน้าหวานที่มักเป็นสูทแบบสีเดียวกันทั้งชุด รองเท้าคัชชู และปาดผมด้วยความเนี้ยบตลอดเวลา

            เมื่อทั้งคู่ยืนเคียงคู่กัน ภาพนั้นก็งดงามลงตัวเสียนัก

            สถานที่จัดงานคือพิพิธภัณฑ์สำหรับเด็กที่เจ้าสาวทำงานอยู่ แขกที่มาร่วมงานนอกจากญาติและเพื่อนสนิทแล้ว ยังมีเด็กด้อยโอกาสจำนวนหนึ่งที่เจ้าสาวเคยไปให้ความช่วยเหลืออีกด้วย

            ใต้ต้นไม้ใหญ่ร่มครึ้มคือจุดประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของทางเจ้าบ่าว นั่นคือศาสนาคริสต์

            เมื่อพิธีกรรมและการแลกแหวนเสร็จสิ้น เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็เชิญชวนทุกคนดื่มกินกันตามสบาย โดยทั้งคู่เข้าไปดูแลเด็กๆ ด้วยตัวเอง

            ตอนเที่ยง งานทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย เจ้าบ่าวเจ้าสาวนั่งรถเปิดประทุนกลับไปที่เรือนหอหลังใหญ่ ซึ่งเป็นบ้านของเจ้าบ่าว

            เขาช้อนร่างเธอขึ้นอุ้ม ตาพราวระริก

            “ยังไงวันนี้ก็ต้องมีน้องให้ตาภีม” เขาหมายถึงลูกชายของพอลกับภาวินีที่ตอนนี้ห้าขวบเข้าไปแล้ว ส่วนเขากับเธอยังไม่มีลูกด้วยกัน เนื่องจากวีรนุชอยากให้เขาได้ทำงานให้เต็มที่อีกครั้งก่อน เธอจึงคุมกำเนิดมาโดยตลอด

            “อย่าดีแต่พูดก็แล้วกัน” เธอส่งแววตายั่วล้อให้เขา ซุปตาร์หน้าหวานทำสีหน้าหมายมาดและคำรามในลำคอเสียงฮึ่มฮั่ม

            “พูดแบบนี้ อย่าหวังว่าวันนี้ คืนนี้ และพรุ่งนี้จะได้ออกจากห้องนะ คนสวย”

            หญิงสาวหัวเราะเสียงพลิ้ว ก่อนยกมือขึ้นกอดรอบลำคอเขา จงใจแอ่นอกให้เบียดกับอกกว้างนั่น แล้วเงยหน้ามองเขาด้วยแววตายั่วยวนชวนเชิญ เท่านั้นละ จากเดินช้าๆ ธาริตก็เร่งความเร็วขึ้น....  

จบบริบูรณ์

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น