ดวงดุษณี / MARITA
facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 372

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ต.ค. 2560 10:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 (100%)
แบบอักษร

เวลาประมาณสี่โมงเย็นถนนใจกลางเมืองเชียงใหม่รถติดยาวเป็นแพเพราะอุบัติเหตุรถชนกัน มธุราหันไปมองเด็กชายตัวป้อมอายุประมาณหกขวบที่นั่งหลับอยู่ด้านข้างด้วยความกระสับกระส่าย ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือแล้วคิ้วเรียวสวยก็ขมวดเข้าหากันแน่น เธอครุ่นคิดชั่วครู่แล้วเอื้อมมือไปปลดล็อคเข็มขัดนิรภัย จากนั้นก็เอี้ยวตัวไปคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าบนเบาะหลัง

“นะโม! ตื่นเร็ว” หญิงสาวเขย่าแขนเด็กน้อย แต่มือป้อมปัดมือเธอออกพลิกตัวไปอีกทาง “นะโม...เปลี่ยนเสื้อผ้าเร็ว”

“ไม่เอานะโมจะนอน” เด็กชายพูดเสียงอู้อี้ไม่ยอมลืมตามอง

มธุราส่ายหน้าน้อยๆยื่นมือบิดแก้มป้อมๆอย่างแรง “โอ๊ย!!!” หนูน้อยตื่นเต็มตาจ้องมองด้วยสายตาเอาเรื่อง

เธอไม่สนใจคว้าร่างเล็กถอดชุดนักเรียนออกแล้วสวมชุดคาราเต้1 ด้านซ้ายตรงหน้าอกปักอักษรญี่ปุ่นเขียนว่า Kyokushin Kai ซึ่งเป็นสไตล์คาราเต้ที่เน้นการต่อสู้แบบเต็ม (full contact) คำว่า “Kyokushin” หมายถึง “ความจริงแท้” (Ultimate Truth) เป็นรากฐานการพัฒนาตัวเอง ความมีวินัยและการฝึกฝนอย่างหนัก

ครูสอนคาราเต้ของนะโมเป็นหนุ่มฮ็อตประจำปี ชื่อ “ธาวิน” นอกจากหน้าตาของเขาจะหล่อเหลา กล้ามเป็นมัดๆ ซิคแพคเป็นลอน ชวนน้ำลายหก เอ๊ย! ชวนใจสั่นยังมีดีกรีเป็นถึงนักกีฬาโอลิคปิคเหรียญทอง แชมป์โลกคาราเต้ติดต่อกันถึงสามสมัยซ้อน

ทันทีที่ธาวินเปิดสอนคาราเต้ก็มีนักเรียนตัวน้อยและนักเรียนตัวโตมาสมัครเรียนต่อแถวยาวเป็นกิโล เรียกได้ว่ามีคนจองคิวเป็นลูกศิษย์ของ “เซนเซวิน” กันข้ามปี ซึ่งคำว่า “เซนเซ” หมายถึงครูบาอาจารย์

วันนี้มธุรารับหน้าที่พานะโมมาเรียนคาราเต้เป็นวันแรก เธอจึงไม่เคยพบเซนเซวินมาก่อน แต่ก็เคยได้ยินถึงกิตติศัพท์ในเรื่องของความเคร่งครัดและเฉียบขาดมาบ้าง ดูจากการจราจรในตอนนี้รับรองได้ว่าเธอต้องไปสายแน่ๆ โทรฯไปบอกทางโรงเรียนคงไม่มีปัญหากระมัง…ถ้าหากเธอมีมือถือติดตัว ปัญหาคือตอนออกจากบ้านรีบร้อนเสียจนลืมคว้าโทรศัพท์ไปสนิท เธอเกลียดคนไม่ตรงต่อเวลาเป็นที่สุดตอนนี้จึงรู้สึกแย่มาก

กว่าจะมาถึงโรงเรียนสอนคาราเต้ก็เลยเวลามาเกือบยี่สิบนาที มธุราขอโทษขอโพยพนักงานต้อนรับสาว อีกฝ่ายมีสีหน้าหนักใจจนเธอชักใจเสีย

“น้องนะโมมาสายสองครั้งแล้วนะคะ” พนักงานสาวยื่นไอแพดให้มธุราดู “คุณรู้ใช่ไหมคะ ว่าถ้ามาสายอีกแค่ครั้งเดียวน้องนะโมต้องหาที่เรียนใหม่”

“อะไรนะคะ!!!” หญิงสาวเบิกตากว้าง ไม่เห็นด้วยเป็นที่สุด บ่นพึมพำให้ตัวเองฟัง “กฎบ้า กฎบออะไรกันเนี่ย”

“ถ้าคุณไม่พอใจกฎของที่นี่ก็พาลูกชายไปเรียนที่อื่น” เสียงทุ้มดังขึ้นข้างหู มธุราหันขวับไปมองว่าเป็นใครกัน นอกจากหูจะดีแล้วคำพูดก็ยังจัดจ้านไม่รักษาน้ำใจกันบ้างเลย

ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดคาราเต้แบบเดียวกับชุดของนะโม เขาจ้องหน้ามธุราราวกับพญาอินทรีหมายตาเหยื่ออันโอชะ ความสูงของเขาทำให้เธอต้องแหงนหน้าขึ้นมอง

“สวัสดีคับเซนเซ”

เซนเซ?

อีตานี่คงเป็นธาวินครูสอนคาราเต้ของนะโมแน่ๆ หญิงสาวคิดในใจพลางกวาดสายตามองอีกฝ่าย ใครบอกว่าเขาหน้าตาดีจนสาวๆต้องเห่กันมาเป็นลูกศิษย์ เธอเห็นแล้วก็งั้นๆแหละ บอกได้คำเดียวว่า “ไม่ถูกชะตา” เป็นอย่างมาก

หญิงสาวส่งประกายตาของความไม่เป็นมิตรให้เขาอย่างโจ่งแจ้ง แต่จู่ๆอีกฝ่ายกลับโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ยกยิ้มชั่วร้าย แววตามีเจตนาไม่บริสุทธิ์แอบแฝง

เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูงปรับสีหน้าและสายตาจริงจัง พูดด้วยระดับเสียงที่ทุกคนทั้งโรงเรียนต้องได้ยิน เพราะเป็นห้องโล่งขนาดใหญ่ที่ผนังเป็นกระจก

“หวังว่าคราวหน้าคุณจะรักษาวินัยของโรงเรียน…ไม่มาสายอีกเป็นครั้งที่สาม!”

ทุกคนหันขวับมามองมธุราเป็นสายตาเดียวกัน

หญิงสาวร่างแข็งค้าง อยากเป็นแม่มดเสียให้รู้แล้วรู้รอดจะได้หายตัววับ ไม่อับอายขายหน้าผู้คนเช่นนี้

เย็นไว้ เย็นไว้ เย็นไว้

เซนเซวินปรายตามองเธออีกครั้ง หญิงสาวเชิดหน้ามองตอบในสมองครุ่นคิดว่าผู้ชายน่าฆ่าให้ตายคนนี้ควรจะมีจุดจบอย่างไรดี นิสัยหยิ่งยะโสโอหังอวดดีอย่างนี้ต้องฟ้อง อะแฮ่ม! รายงานพี่ชายสุดที่รัก

ร่างสูงส่ายหน้าให้เธอเอามือไพล่หลังเดินจากไป ไม่แยแสนัยน์ตาคู่สวยที่อัดแน่นไปด้วยความแค้นมองตามแผ่นหลังกำยำตาเขม็ง

วินาทีนี้มธุราได้สาบานกับตัวเองว่า เธอจะจดจำชื่อ “ธาวิน” ไปชั่วชีวิต!

“พี่สิงโต!!!” มธุรากลับถึงบ้านแล้วก็ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว สั่งให้พี่เลี้ยงเด็กพานะโมไปอาบน้ำอาบท่า เสร็จแล้วก็รีบวิ่งแจ้นไปรายงานญาติผู้พี่ที่อยู่บ้านหลังถัดไป ญาติผู้พี่ของเธอคือ “ร้อยโทสีหราช” คนใกล้ชิดเรียกเขาว่า “หมวดสิงโต”

“พี่สิงโตต้องสั่งสอนอีตาบ้านั่นให้แตนะ” ตัวยังมาไม่ถึงแต่เสียงมาก่อนแล้ว ร้อยโทสีหราชสะดุ้งโหยงนับกระป๋องเบียร์บนโต๊ะแล้วคว้ากระป๋องเบียร์เกือบสิบกระป๋องโยนเข้าไปใต้โซฟา

เพราะผู้หมวดสัญญากับน้องสาวว่าจะดื่มเบียร์ไม่เกินวันละสามกระป๋อง ถ้าแตน้อยโผล่เข้ามาตอนนี้รับรองว่าเขาต้องถูกยึดบัตรเครดิต แถมด้วยเงินเดือนอีกครึ่งเดือน

ท่าทางเกรงกลัวน้องสาวยิ่งกว่ามารดาบังเกิดเกล้าทำให้แววตาที่จ้องมองมาแฝงความขบขัน หมวดสิงโตถลึงตามองตอบแทนคำพูดว่าถ้าหลุดเสียงหัวเราะออกมาล่ะก็เจอดีแน่

“พี่สิงโต” มธุราสวมบทนางเอกเจ้าน้ำตาเรียกความสงสารจากพี่ชาย “พี่สิงโตต้องจัดการเซนซาบ้าให้แตนะ ไม่งั้นแตไม่ยอมจริงๆด้วย”

ร่างสูงของร้อยโทสีหราชแข็งค้าง รอยยิ้มกว้างหุบลงทันที

“เอ่อ…แตน้อย ครูของนะโมชื่อเซนเซวิน…จู่ๆแตน้อยไปเปลี่ยนชื่อให้เขายังงั้น เอ่อ…” เขาปรายตามองชายหนุ่มที่ยกมือขึ้นกอดอกใบหน้าบึ้งตึง “พี่ว่าเขาคงไม่ชอบหรอกนะ”

“ฮึ…ใครจะไปสนใจว่าเขาจะชอบไม่ชอบ” ยิ่งคิดเธอยิ่งโมโห เลือดในกายเดือดปุดๆ

“พี่ว่าเรามีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจา ใจเย็นไว้แตน้อย” พี่ชายพยายามหว่านล้อม สมองก็คิดหาวิธี “สงบศึก” อย่างชาญฉลาด ในใจสงสัยว่าสองคนนี้มีเรื่องอะไรกันแน่ถึงได้ทำให้น้องสาวสุดที่รักโมโหจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงเช่นนี้

“แตน้อยหิวไหม คุณแม่พี่ซื้อชีสเค้กมาฝากเราด้วยนะ”

วิธีนี้รับรองว่าได้ผลเกินร้อย พี่ชายอมยิ้มน้อยๆ นัยน์ตามีแววกระหยิ่มยิ้มย่อง

หญิงสาวกระแทกตัวนั่งลงข้างพี่ชายแล้วพูดต่อ ไม่สนใจชีสเค้กของโปรดแม้แต่นิดเดียวทำให้พี่ชายยอดเยี่ยมอย่างหมวดสิงโตใจคอไม่ดี สังหรณ์ใจว่าน้องสาวจะก่อเรื่องใหญ่โต เพราะอีกฝ่ายใช่ว่าจะรับมือได้ง่ายๆ

เพราะมัวแต่โมโหเซนเซบ้านั่นมธุราจึงไม่ทันสังเกตว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย “พี่สิงโตรับปากแตแล้วนะ”

หา!!! เขารับปากเธอตอนไหน เมื่อไหร่กัน

พี่ชายงงสุดๆเลิกคิ้วมองคนที่นั่งกอดอกหลังตรงแน่วเป็นเครื่องหมายคำถาม

“เรื่องเล็กน้อยแค่นั้นทำให้คุณขายหน้า ผูกใจเจ็บคิดจะเล่นงานผมยังงั้นเหรอ”

“ก็ใช่น่ะสิ” หญิงสาวพยักหน้ายืนยัน

เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อน เสียงนี้ไม่ใช่เสียงพี่สิงโต แล้วเป็นเสียงใคร?

ร่างเล็กแข็งค้างคล้ายถูกสาป เพราะคนที่มองมาด้วยสายตานิ่งสนิทคู่นั้นคือคู่อริ คนที่เธอสาบานกับตัวเองว่าจะไม่มีวันลืมเลือนเขาไปชั่วชีวิต

เซนเซบ้า!!!

ทั้งโกรธ ทั้งอาย เธอทำตัวไม่ถูกไปอึดใจใหญ่ ยกมือขึ้นป้องหน้าตัวเองไม่กล้าเผชิญกับสายตาดุดันน่ากลัวของคู่อริ สุดท้ายหญิงสาวจึงหาทางออกที่ ‘ชาญฉลาด’ ให้ตัวเองด้วยการวิ่งหนี ไม่ใช่สิ! วิ่งไปตั้งหลักที่บ้าน

หลังจากวันนั้นเธอก็ไม่ได้ทำหน้าที่ขับรถพานะโมไปเรียนคาราเต้อีกเลยเพราะต้องดูแลงานบัญชีของสองตระกูลที่ล้นมือ

สามวันถัดมา…

“คุณแม่คะ! คุณแม่!” ร่างบอบบางมีรอยยิ้มเปื้อนใบหน้า ตะโกนเรียกชื่อมารดาเสียงดังลั่นบ้าน

มธุรากระโดดโลดเต้นไม่กี่ทีก็มาถึงยังห้องรับแขก แต่แล้วรอยยิ้มกว้างก็หุบลงเกือบไม่ทันเมื่อเห็นว่าคนที่นั่งอยู่กับคุณแม่เป็นใคร

“นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง! ใครเชิญ!” เธอถามด้วยน้ำเสียงห้วนๆ นัยน์ตาคู่สวยมองคู่อริด้วยสายตาเอาเรื่อง ดวงตาทั้งสองคู่มองประสานกันจนคล้ายจะมองเห็นลูกไฟเพราะไม่มีใครยอมใคร

คุณหญิงอารตี…ภรรยาของพลตรีพยัคฆ์ ตำแหน่งผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายทหารประจำจังหวัดเชียงใหม่ เลิกคิ้วมองลูกสาวคนเดียวอย่างตกตะลึง ที่จู่ๆเด็กสาวที่มีนิสัยอ่อนหวานก็เปลี่ยนเป็นคนไม่มีมารยาท ไร้การอบรม

ไร้การอบรม?!

คุณหญิงลุกขึ้นพรวด “กระแตขอโทษพี่วินเดี๋ยวนี้นะ”

สาวน้อยสะบัดหน้าพรืดอย่างไม่ยินยอม ถ้ารู้ว่าอีตาคาราเต้จะโผล่มาที่บ้านเธอต้องต้อนรับเป็น ‘อย่างดี’ จะสั่งให้คนเอาตะปูฝากไว้กับล้อรถทั้งสี่เพื่อเป็นที่ระลึก!

“คิก” คิดแล้วก็หลุดเสียงหัวเราะออกมาภายใต้แววตาคมที่มองมาอย่างคาดเดาความรู้สึกไม่ออก

“กระแต” เสียงของคุณแม่บ่งบอกอารมณ์ได้เป็นอย่างดี มยุราจึงหันหน้ากลับมาอย่างเสียไม่ได้

“ขอโทษ” ปากบอกขอโทษแต่แววตากลับมองชายหนุ่มอย่างเอาเรื่อง ในใจคิดว่าต้องกำชับคนที่บ้าน ว่าถ้าหากอีตานี่โผล่มาที่นี่อีกควรจะ ‘ต้อนรับ’ อย่างไร

นัยน์ตาสีเข้มของธาวินมองเธอนิ่งๆแล้วส่ายหน้า ถ้าเด็กคนนี้เป็นน้องเป็นนุ่งจะจับมาตีก้นซะให้เข็ด

“ส่ายหน้าทำไม!” เธอพุ่งตัวมาหยุดอยู่ข้างหน้าเขา แต่อีกฝ่ายกลับมองผ่านเธอไปเสียดื้อๆ ตั้งแต่เกิดมาเป็นครั้งแรกที่มธุราถูกคนมองข้าม เพราะในฐานะที่เป็นลูกสาวและหลานสาวคนเดียวทุกคนในบ้านต่างก็ประคบประหงมตามใจเธอทุกเรื่อง โดยเฉพาะญาติผู้พี่อย่างหมวดสิงโต

“ถ้าลูกเสียมารยาทกับพี่วินอีกครั้งละก็ เดือนนี้ทั้งเดือนก็ไม่ต้องออกจากบ้านไปไหน” คุณแม่ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

เธอสงสัยว่าเด็กสองคนนี้รู้จักกันได้อย่างไร เพราะกระแตเพิ่งเรียนจบกลับมาเมืองไทยได้ไม่ถึงสองอาทิตย์ และไม่รู้ว่าวินไปทำอะไรให้ลูกกระแตถึงได้จงเกลียดจงชังเช่นนี้

หาาาาา! ถูกกักบริเวณตั้งเดือนนึงก็หมดสนุกน่ะสิ!

มธุราฉีกยิ้มกว้างแต่ดูอย่างไรก็คล้ายแยกเขี้ยวมากกว่า “ตามสบายนะคะ ไม่ต้องเกรงใจ” แม้ว่ารอยยิ้มของเธอจะเป็นเพียงสิ่งเสแสร้งแต่ใครบางคนกลับคิดว่าน่ามอง แววตาคมที่มองมาจึงมีประกายแปลกๆบางอย่างวาบผ่านอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่เร็วไปกว่าคุณหญิงที่จับตามองอยู่

ถ้าเด็กคนนี้ยอมดูแลกระแตน้อย ชาตินี้ก็ไม่ต้องกลัวว่าลูกสาวของเธอจะไม่มีใครยอมแต่งน่ะสิ!

คุณหญิงคล้ายจะตัดสินใจบางอย่างได้แล้ว…

1โอลิมปิกเกมส์ปี 2020 ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นครั้งแรกที่ได้บรรจุกีฬาคาราเต้



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น