by.. ฟาง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

57/ ก้าวสู่ร่มพระธรรม (แก้ไขคำผิด)

ชื่อตอน : 57/ ก้าวสู่ร่มพระธรรม (แก้ไขคำผิด)

คำค้น : ตอนที่57

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 46.2k

ความคิดเห็น : 196

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ต.ค. 2560 06:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
57/ ก้าวสู่ร่มพระธรรม (แก้ไขคำผิด)
แบบอักษร

​โปรดP...

นับจากวันที่ผมก้าวออกมาจากบ้านพักตากอากาศของไอ้ชิน โดยที่ข้างตัวไม่มีใครบางคนกลับมาแพร่ด้วยกัน ถึงวันนี้ก็ครบอาทิตย์พอดี สิ่งแรกที่ทำเมื่อกลับมาถึงคือการเข้าไปกราบขออนุญาตบวชกับหลวงตา จำได้ว่าหลวงตาเอ่ยถามถึงเจตนาในการขอถวายตัวเข้าสู่ความสงบของร่มพระธรรม และผมก็เอ่ยตอบอย่างแน่วแน่มั่นใจคำตอบของตัวเองในวันนั้น 

"ผมไม่ได้ใช้ศาสนาบังหน้า เพื่อหลบหนีความผิดหวัง ความเจ็บปวด ที่เกิดจากความรักหรอกครับ ผมใช้สติไตร่ตรองทุกอย่างแล้วครับหลวงตา ความขี้ขลาด ความผิดพลาด ความประมาท ทำให้ผมได้เรียนรู้ในหลายสิ่งหลายอย่าง เพื่อจะใช้ชีวิตที่เหลือให้มีคุณค่าและมีประโยชน์มากที่สุดครับ" ฝ่ามือเหี่ยวย่นตามวัยชราของหลวงตาลูบมาที่หัวอย่างมีเมตตา ชื่อหนึ่งชื่อที่แปลว่า ผู้งามด้วยขันติ ถูกเอ่ยขึ้นมานั่นคือฉายาจากหลวงตาซึ่งรับเป็นพระอุปัชฌาย์เป็นผู้ตั้งให้ 

เมื่อได้รับคำเอ่ยอนุญาตของผู้ปกครองสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ การหาฤกษ์ยามและตระเตรียมงานจึงเกิดขึ้นทันที ผมใช้เวลาสามวันเพื่อเคลียร์งานของตัวเอง ตรวจร่างกายตรวจเลือดขอใบรับรองแพทย์ ไปติดต่อสถานีตำรวจเพื่อเอาใบรับรองว่าไม่มีคดีความติดตัวทั้งสิ้น ไปติดต่อพระครูเจ้าคณะอำเภอเพื่อขออนุญาตบวชในเขตวัดที่ท่านปกครองอยู่ เวลาที่เหลือจากนั้นก็นุ่งขาวห่มขาวฝึกท่องบทสวดคำขานนาค ฝึกซ้อมขั้นตอนพิธีการบรรพชาอุปสมบทจากพระพี่เลี้ยง และทำสมาธิชำระจิตให้สะอาดก่อนจะเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ระหว่างนี้ผมใช้ชีวิตอยู่ที่วัดตลอด โดยปล่อยให้หน้าที่ของการจัดเตรียมงานเป็นของพ่อกับครอบครัวไป ทุกคนต่างก็สาละวนอยู่กับงานบุญที่จะมีขึ้นในวันรุ่งขึ้น 

อืม..ไม่ใช่ทุกคนสิ เพราะครอบครัวของผมในครั้งนี้มันยังขาดพี่ชายกับคนสำคัญของผมอีกคนหนึ่ง จนป่านนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าเขาทั้งคู่ลงเอยกันยังไง แต่คนที่ดูเหมือนจะดีอกดีใจที่สุดก็คงไม่พ้นพ่อ ลุงสันต์ และลุงสิงห์ พวกเขาพากันมาอยู่บ้านมินตั้งแต่ที่ผมกลับมาจากกรุงเทพได้สองวันเอง ดูจะตื่นเต้นกันมากนะนั่น

"ท่านครับไปกันเถอะ หลวงตาให้ท่านรีบกลับไปเก็บตัวที่บ้านตอนนี้เลยครับ"

"พี่โปรด พรุ่งนี้หลวงตาจะไปร่วมพิธีปลงผมนาค ที่บ้านพี่มินเจ็ดโมงนะพี่" ไอ้บอสวิ่งยิ้มแป้นมาบอก นี่ก็อีกคนพอรู้ว่าผมจะมาบวชจำพรรษาอยู่ที่นี่ มันก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ทุกวัน

"อืม คืนนี้ไปนอนเป็นเพื่อนหลวงตาด้วยล่ะ" ช้างดาวคู่เก่าพาขาทั้งสองข้างของผมก้าวขึ้นรถที่ไอ้ดิวขับมารับกลับบ้านมิน ยิ่งใกล้วันบวชความสงบของจิตใจมันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นทุกวัน อีกอย่างหนึ่งคงเป็นเพราะอยู่ในชุดขาวด้วยมั้ง ผมถึงรู้สึกเบาสบายกว่าหลายปีที่ผ่านมา มิน่าบางคนถึงชอบอยู่ในชุดนี้นัก บางคนที่จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้รับการอโหสิกรรมจากปากเขาเลย

"ไอ้เสือมาแล้วเว้ย ลูกชายกูโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจริงๆ ยิ่งใกล้วันสำคัญผิวพรรณหน้าตายิ่งผุดผ่องว่ะ" ยังไม่ทันเดินเข้าบ้านที่มีเสียงจอแจของคนในซอยต่างก็มาช่วยกันเตรียมงาน พ่อรีบวิ่งเข้ามาหาแล้วจับผมหมุนซ้ายหมุนขวาหน้ายังยิ้มไม่ยอมหุบสักที 

"พี่ชายดูรถที่ใช้แห่นาคสิ น้องกับหมอนุ่นจัดดอกไม้เองกับมือเลยนะคะ เพื่อพี่ชายของน้องจะได้รับใช้ศาสนา น้องทุ่มเทให้เต็มร้อยเลยค่ะ เนอะหมอนุ่น"

"ใช่ค่ะ นุ่นกับชมตั้งใจทำเพื่องานนี้เลย พี่โปรดคะ มนุษย์เราควรระลึกถึงความดี สิ่งที่ดี และพลังงานด้านบวกให้เยอะๆ ที่สำคัญต้องปลดปล่อยพลังงานด้านลบออกจากจิตใจให้หมดนะคะ ใครทำอะไรให้พี่เจ็บแค้นใจ พี่ก็ต้องใช้ช่วงเวลาที่ครองผ้าเหลืองชำระความโกรธแค้นนั้นให้หมดไป จะได้ถือว่าเป็นการสร้างบุญค่ะ" ชมพู่ดึงแขนผมมาจากพ่อเพื่อพามาดูรถกระบะของไอ้ตุลย์ ซึ่งตอนนี้ตกแต่งด้วยดอกไม้นานาชนิด กลางกระบะมีเก้าอี้ไม้สักตัวใหญ่ตั้งวางไว้ สองสาวก็ยังคงพูดพร่ำเรื่องคุณงามความดีของตัวเองไม่หยุด พูดเยอะจนน่าผิดสังเกต

"มาแล้วเหรอเจ้าโปรด คืนนี้ไม่ต้องดื่มกับเพื่อนล่ะ ถือศีลตั้งหลายวันอย่ามาตบะแตกเอาวันนี้นะ เด็กๆไปช่วยแม่เจ้าติณฑ์ทำกับข้าวในครัวไป"

"เจ้าค่ะท่านผู้นำ ไปเถอะหมอนุ่น"

"อาจารย์สิงห์คะ หนูเคยดูหนังฝรั่งเรื่องนึงแล้วชอบประโยคนี้มากค่ะ สงครามเกิดแล้วจบ สหายร่วมรบคงอยู่ตลอดไป" หมอสาวสองคนเดินกระหนุงกระหนิงคุยกันเข้าไปในบ้าน พร้อมกับทิ้งคำพูดที่ถ้าเป็นไอ้โยคงจะไม่เอะใจอะไร แต่พอดีผมไม่ใช่ไอ้โยด้วยสิ

"คุณลุงมีอะไรจะคุยกับผมรึเปล่าครับ" มุมปากเขียวเป็นจ้ำของพ่อไอ้ตุลย์กระตุกยิ้มขึ้นมาเบาๆ จนผมทั้งเอะใจและนึกกลัวใจ นั่นสินะลืมไปได้ไงว่าคนน่ากลัวอย่างเลือดเย็นที่สุดก็คือ นายแพทย์สิงห์ กุลปรีดาพงษ์ ก็ขนาดเรื่องของไอ้ตุลย์ลูกชายแท้ๆ ลุงสิงห์ยังจัดชุดใหญ่จนมันเกือบเป็นบ้าเป็นบอมาแล้ว

"ทำไมมองลุงแบบนั้นล่ะเจ้าโปรด หึหึ สันต์มึงมาเทศน์ลูกเลี้ยงมึงก่อนจะเป็นนาคซิ" ผมหันไปตามคำทักของลุงสิงห์ ก็เจอลุงสันต์อยู่ในระยะไม่ถึงห้าเมตร มาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ? ตีนแมวแบบนี้มิน่าถึงได้ชื่อว่ามือปราบตั้งแต่หนุ่มจนถึงใกล้เกษียณ

"ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้างไอ้เสือ ผ่านมาหลายเหตุการณ์จนถึงวันนี้ ลุงหวังว่าแกคงรู้จักใช้ความเข้มแข็ง ความยิ่งใหญ่ ให้ถูกต้องแล้วนะ ทุกชีวิตล้วนมีค่าเท่ากัน ไม่มีใครอยากจะเจ็บปวดไม่ว่าเรื่องอะไรทั้งนั้น การยัดเยียดความเจ็บปวดให้คนอื่น เพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนแอของตัวเอง สุดท้ายแล้วความอ่อนแอนั้นก็จะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราเหมือนกัน ไม่มีใครเอาชนะในสิ่งที่ตัวเองวิ่งหนีได้หรอก" ผมหรี่ตามองผู้ชายวัยเดียวกับพ่อที่ยืนประจันหน้าอยู่ แววตาสุขุมเต็มไปด้วยประสบการณ์ชีวิตอย่างโชกโชนของทั้งคู่ ถึงจะนิ่งสงบแต่ก็แฝงไปด้วยความเด็ดขาด และอะไรสักอย่าง ว่าแต่มันคืออะไรวะ 

ผัวะ! "มึงสองตัวมารวมหัวกันแกล้งอะไรลูกกูอีก ถ้าแกล้งลูกกูอีกครั้งนะ กูเชือดมึงสองตัวแน่!" และก็เช่นเคยตั้งแต่เด็กจนโต ไม่ว่าผมจะโดนผู้ใหญ่คนไหนแกล้งหรือทำโทษยังไง พ่อก็จะวิ่งเข้ามาปกป้องเป็นทัพหน้าให้อยู่เสมอ

"ไอ้อรรคมึงนี่นะ เพราะมึงให้ท้ายเจ้าโปรดตลอดยังไงล่ะ มันถึงสร้างเรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้ รู้งี้ตอนเด็กกูรับมาเลี้ยงที่บ้านกับเจ้าตุลย์ก็ดีละ"

"แหมๆ ไอ้หมอเฒ่าเจ้าเล่ห์ ทำอย่างกับลูกมึงดีนักหนิ ประวัติก็ยาวเป็นหางว่าวพอกับลูกกูแหละว้า มึงด้วยไอ้สันต์ ได้เคลียร์กับกูยาวแน่ๆ"

"อรรคมึงนี่มัน! กูบอกกี่ครั้งแล้วว่าถ้าอยู่ข้างนอกห้ามทำร้ายร่างกายกู มึงเห็นชุดทำงานกูมั้ย ตรงบ่ามันมีมงกุฎมีดาวกี่ดวง ตรงเสื้อก็มีเหรียญห้อยกี่อัน หัดเกรงใจตำแหน่งของกูบ้าง นี่กูอุตส่าห์สอนลูกหัวแก้วหัวแหวนแทนมึงเลยนะ มึงเองก็ดีใจจนน้ำหูน้ำตาไหลไม่ใช่เหรอ จะได้เกาะชายผ้าเหลืองของลูกชายน่ะ" พ่อหุบปากนิ่งสนิท ดวงตาที่เคยอ่อนล้าคู่นั้นตอนนี้มันมีแต่แววตาที่แสดงถึงความรู้สึกภูมิอกภูมิใจ รอยยิ้มบางเบาของเขาทำให้ผมผ่อนลมหายใจตัวเองเบาๆ เมื่อเริ่มต่อจิ๊กซอว์ได้ทีละชิ้น ถึงแม้ชิ้นสำคัญผมจะยังไม่แน่ใจว่าคิดถูกไหม เอาเถอะน่ะ อย่างน้อยตอนนี้พ่อก็ยิ้มอย่างมีความสุขจริงๆ แค่นี้ผมก็เบาใจมากแล้วล่ะครับ


คงเป็นเพราะเมื่อคืนผมเข้านอนตั้งแต่สามทุ่ม โดยเมินหน้าหนีเสียงร้องเพลงและเสียงเรียกให้ไปดื่มอำลาชีวิตฆราวาส ของไอ้โยขี้เมาที่ทำตัวบาปหนา ล่อลวงคนในชุดขาวให้ไปดื่มน้ำเมากับมันมั้ง เช้านี้เลยรู้สึกสดชื่นกว่าขี้เมาที่ยังนอนกองอยู่ในห้องรับรอง ที่ไอ้ตุลย์สร้างเป็นห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่สองห้องมีห้องน้ำในตัว ข้างต้นมะยมในตำนานนั่นแหละ ผมสูดลมหายใจลึกๆ รับแสงสว่างของเช้าเกือบปลายเดือนมีนาคม ทำใจให้นิ่งที่สุดเพื่อเตรียมตัวเข้าพิธีปลงผมเป็นนาคในอีกไม่ถึงชั่วโมงข้างหน้า

"พี่โปรดทานข้าวก่อนนะครับ น้องติณฑ์เอาจานมาให้ลุงโปรดด้วยนะลูก" แมงหมูยิ้มระรื่นออกจากห้องนอนพ่อแม่ แล้ววิ่งมากอดมาหอมผม ก่อนจะเดินตูดบิดไปเอาจานช้อนแก้วน้ำมาวางไว้ตรงหน้าให้เสร็จสรรพ

"ปู่อรรคไปไหนล่ะแมง ตื่นมานี่ยังไม่เห็นหน้าเลย อย่าบอกว่าไปรับคณะสิงโตมาเล่นจริงๆล่ะ" คือเมื่อคืนตอนดึกผมพอจะรู้ว่าพ่อกับลุงสันต์มานอนกับผมที่ห้อง ไม่รู้ก็แปลกละ พ่อเล่นสวดลุงสันต์เป็นชั่วโมงนี่น่า ถึงจะจับใจความได้ไม่ชัดแต่ก็คงไม่พ้นเรื่องที่ผมคาใจอยู่นั่นแหละ

"ปู่เล่นกับน้องแฝดในห้องครับ"

"อ๋อ แล้วปู่กินข้าวรึยัง แมงไปเรียกปู่ออกมากินข้าวไป"

"ปู่อรรคกินแล้ว แต่ปู่ไม่ให้ปู่สิงห์ ปู่สันต์ ลุงดิว ชมพู่คนสวย หมอนุ่นคนงาม น้อง" 

"น้องติณฑ์ ไหนบอกออกมาเอาข้าวไปกินเฝ้าแฝดไม่ใช่เหรอ" ไอ้ดิวเดินปรี่มาอุ้มแมงยกขึ้นสุดแขน แล้วฟัดพุงจนแมงหัวเราะน้ำหูน้ำตาไหล ถ้าหลานตกมาแขนขาหัก กูจะหักแขนหักขามึงเหมือนกันไอ้ดิว!

"หึหึ ดิว มึงต้องทำบุญหน่อยนะ ดูจากหน้าตาแล้วไม่ค่อยมีสง่าราศีเลยว่ะระวังจะไหม้นะไอ้น้อง ไทกินข้าวต้มหรือนมก่อนดี" ไอ้นัทเดินเข้ามาพร้อมเมียขึ้นหิ้งของมัน แต่คำพูดกำกวมอีกครั้งของไอ้นัททำให้ผมหันขวับไปจ้องไอ้ดิว จิ๊กซอว์อีกชิ้นถูกแปะลงจนเห็นรูปภาพเกือบชัดเจนขึ้นทุกที

"เอ่อ..คือ..ผมชอบฉายาผู้งามด้วยขันติของท่านนะ หลวงตาคงมองการณ์ไกล ผมไปปลุกเมียก่อนล่ะไม่รู้ว่ามันนอนหรือตายกันแน่" ไอ้ดิวรีบเดินลิ่วเหมือนตอนเข้ามา แขนมันยังหนีบแมงตัวอ้วนติดมือไปด้วย รายชื่อที่แมงหมูร่ายยาวมาเมื่อกี้คงเป็นผู้ร่วมขบวนการ ที่มีรุ่นใหญ่ชักใยอยู่เบื้องหลังสินะ แต่ไอ้แมงมันยังรายงานไม่ครบตัวนี่หว่า เดี๋ยวสึกเมื่อไหร่ผมสัญญาว่าจะตามไปสมนาคุณเป็นรายหัว ไม่ให้มีตกหล่นไม่ว่าจะรุ่นไหนก็ตามเถอะ! 

ผมนั่งคุกเข่ายกเท้าพ่อที่นั่งบนเก้าอี้มาวางไว้ในกะละมัง ก่อนจะใช้มือกวักน้ำแล้วลูบล้างไปตามฝ่าเท้า ของคนที่ยืนหยัดเลี้ยงผมมาตามลำพังโดยไม่เคยปริปากบ่นอะไรสักคำ ผ้าขนหนูสีขาวถูกนำมาซับเท้าที่เริ่มเหี่ยวย่นไปตามวันเวลา สองมือยกขึ้นพนมก้มกราบเท้าบุพการีเป็นการกราบลาเพื่อเข้าสู่ร่มพระธรรมอย่างเป็นทางการอีกครั้ง จากนั้นเมื่อถึงเวลาจึงย้ายตัวเองมานั่งบนเก้าอี้อีกตัว สายตาก้มมองพานที่มีใบบัววางไว้ กรรไกรคมกริบถูกหลวงตาหยิบขึ้นมาขลิบเป็นปอยผมแรกในเวลาเกือบแปดนาฬิกา จากนั้นพ่อก็เป็นคนที่สองที่เข้ามาตัดปลายเส้นผมให้

"ขอบใจนะลูก พ่อขอให้ลูกอุทิศผลบุญครั้งนี้ให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายของลูกเองด้วยนะ และด้วยบุญกุศลที่พ่อเคยทำมา ขอให้กุศลผลบุญทั้งหลาย ปกป้องคุ้มครองลูกให้มีแต่ความสุขความเจริญ และปัดเป่าความทุกข์ของลูกมาให้พ่อ พ่อจะเป็นคนช่วยแบ่งเบามันเอง" หยดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าของผมไหลกระทบกับเส้นผมและกลิ้งลงบนใบบัว เมื่อได้ยินถึงความรักความปรารถนาดีที่ยิ่งใหญ่ของผู้ชายคนหนึ่ง เขามีให้ผมโดยไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น เมื่อไหร่กันนะที่ผมหยิ่งทะนงว่าตัวเองโตเป็นผู้ใหญ่ หลงงมงายในความยิ่งใหญ่ของตัวเอง แต่ไม่ว่าจะเติบโตแค่ไหน แท้จริงแล้วผมก็เป็นแค่เด็กชายโปรดปราณที่กัดฟันไม่ยอมร้องไห้งอแง เพียงเพราะต้องการเร่งให้ตัวเองเติบโต เพื่อที่จะได้ใช้ความแข็งแรงของตัวเองดูแลผู้ชายคนนี้ แต่พอก้าวเข้าสู่วัยคะนองความตั้งใจที่จะใช้ความแข็งแกร่งเพื่อปกป้องคนที่รัก มันกลับเลือนหายไป จนหลงลืมคนสำคัญคนที่อดทนเหนื่อย อดทนทำทุกอย่างเพื่อผม 

"ขอบคุณครับพ่อ หนูรักพ่อนะ" ผมเงยหน้าทั้งน้ำตายิ้มให้บุพการีของดวงอาทิตย์ แสงตะวันในฤดูร้อนสาดส่องเข้ามากระทบกับรอยยิ้มกว้างของพ่อ ยิ้มอ่อนโยนถูกส่งกลับมาให้ ถ้าผมเป็นดวงตะวันที่เจิดจ้า พ่อคงเป็นสายฝนเย็นฉ่ำที่พร่างพรู คอยดับความร้อนแรงให้เหลือไว้แค่แสงนวลตา เพื่อให้ความอบอุ่นเพียงเท่านั้น 

พิธีปลงผมใช้เวลานานกว่าที่คิด จะอะไรอีกล่ะถ้าไม่ใช่เพราะความเล่นใหญ่ของคุณอรรคกับเพื่อนโย เขาสองคนเที่ยวประกาศไปทั่วอำเภอว่านายช่างที่คุมงานสร้างโรงพยาบาล สร้างศาลาการเปรียญ สร้างวิทยาลัยและอีกหลายรายการ กำลังเข้าสู่พิธีอุปสมบท ไอ้โยเพื่อนที่แสนจะหวังดียิ่งเล่นหนักกว่านั้น เมื่อผมเห็นขบวนเพื่อน พี่น้องร่วมสถาบัน และร่วมงานหลายสิบชีวิต ต่างก็พากันทยอยเดินเข้ามาในรั้วบ้านของมิน จนลานกว้างหน้าบ้านแทบจะแออัดลงไปทันที ไอ้ดิวรีบยื่นโทรศัพท์ให้ดูเมื่อสบโอกาส นั่นแหละผมถึงเห็นถึงความตั้งใจดีของเพื่อนโย ก็สองวันก่อนมันเล่นเช็คอินที่นี่แถมแปะประกาศพิธีการเสียจนละเอียดยิบนี่นา 

"อย่ามองแรงครับท่าน เมียผมก็เพื่อนรักของท่านนั่นแหละ" ไอ้ดิวมันกระซิบออกตัวเมื่อโดนผมมองอย่างหมายหัว หึหึ หลายคดีจังนะคู่มึงน่ะ 

"นั่นไง หนี้ที่ผมเอามาใช้ให้น่ะ" ผมเงยหน้าหันไปตามที่ไอ้นัทบอกแล้วอดเลิกคิ้วไม่ได้ ก็นั่นมัน..

"ขออนุโมทนาสาธุด้วยนะครับ" ไอ้โอเดินยิ้มเข้ามายิ้มทั้งที่แววตามันดูหม่นหมอง ระยะเวลาสองปีกว่าที่ผมมาอยู่แพร่ เพื่อนสนิทคนนี้ต้องเผชิญกับอะไรหรือเปล่า ทำไมมันดูเหนื่อยล้าหม่นหมองจนน่าใจหายนักนะ และไอ้นัทคงตอบทุกข้อสงสัยของผมได้แน่

"อืม ขอบใจ อยู่ก่อนนะโอเดี๋ยวมีเรื่องจะคุยด้วย"

"โอเคเพื่อน" ไอ้โอวางกรรไกรบนพานที่ไอ้ดิวถือไว้และกำลังจะหันหลังกลับ แต่มันก็ชนเข้ากับร่างหนาของไอ้พี่ชายตัวดีขี้แย่งของผมซะก่อน ไอ้ชินมันมาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ? 

"นั่งดูเฉยๆนะว่าที่นาค นั่นน่ะพี่สะใภ้ของนาคตัวจริงเสียงจริงเลยแหล่ะ" พานที่อยู่ในมือเกือบจะร่วงเพราะคำกระซิบของไอ้นัท ฉิบหายแล้วไงล่ะ ไอ้ชินแม่งเล่นเพื่อนซะแล้ว!

"เอาพอๆ ขืนเรียงแถวมาตัดผมจนครบ ว่าที่พ่อนาคจะตะคริวกินซะก่อน เชิญหลวงพี่ยศพระพี่เลี้ยงมาโกนผมเลยครับ"

"เดี๋ยวนะจ๊ะลุงพจน์ รอหลงด้วยจ้ะ" ผมเงยหน้าทันทีพร้อมกับกวาดสายตามองตามเสียงคุ้นเคยที่เอ่ยขัดลุงพจน์ คนที่ผมรู้สึกติดค้างหนี้กรรมเขาเยอะเหลือเกิน คนที่ทุกความสำนึกของจิตใจผม มีแต่เขาผู้เป็นเจ้าของครอบครองมันอย่างไม่เผื่อใจไปให้ใครเลยสักนิด คนที่ผมรอจะเห็นลักยิ้มแก้มบุ๋มอีกครั้ง ตอนนี้เขากำลังส่งแฝดน้องให้มิน แล้วเดินมาคว้ากรรไกรจากมือไอ้ดิวตัดฉับที่ปอยผมวางไว้บนใบบัวโดยไม่เอ่ยอะไรสักคำ มีเพียงลักยิ้มทั้งสองข้างเท่านั้นที่ส่งมาให้ แม่งโคตรน่ารักเลยว่ะหลงรัก

"อ่ะแฮ่ม หมดแล้วนะ เชิญหลวงพี่ยศมาโกนผมเลยครับ เดี๋ยวเราต้องทำพิธีอาบน้ำแต่งตัวให้นาคอีก พิธีเทศน์สอนนาคกับทำขวัญนาคจะมีในช่วงเย็น เชิญแขกเหรื่อร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับอาหารเย็นด้วยนะครับ" หลวงพี่ยศรองเจ้าอาวาสรับมีดโกนจากลุงพจน์มาโกนผมและคิ้วให้ ผมคงเป็นนาคที่มีบาปหนามาก เพราะตลอดพิธีสายตาผมก็จับจ้องไปยังคนใส่ชุดขาวเหมือนเมื่อก่อน เขาเองก็มองสบตากลับมา ผมมั่นใจว่าสายตาที่ส่งมานั้น สื่อความหมายไม่แตกต่างจากที่ผมส่งไปให้เขาเลยแม้แต่น้อย 

"ขอให้นาคมีขันติและคุมโทสะตัวเองอย่าให้ร้อนเป็นไฟ ด้วยจิตใจที่นิ่งสงบเหมือนน้ำเย็นในขันนี้" เวลาเกือบสิบนาฬิกา ผมนุ่งผ้าขาวม้าที่มินเอามาให้เปลี่ยนแล้วมานั่งเก้าอี้ตัวเดิมตำแหน่งเดิม น้ำขันแรกถูกตักรดตั้งแต่หัวลงมา พร้อมถ้อยคำที่เปรียบดั่งแสงสว่างก็ถูกเอ่ยมาจากหลวงตา ผู้ที่ให้ความเมตตาผมมาตลอดระยะเวลาสองปีเศษนี้ จากนั้นก็เป็นพ่อที่ตักน้ำมาอาบให้ ใช้คำว่าอาบเลยครับ ถึงแม้จะโดนแซวโดนท้วงติงยังไงพ่อก็ยังตั้งหน้าตั้งตาจ้วงน้ำในถังมาราดตัว ขัดถูหน้าตา ไหล่ หลัง จนไอ้ดิวลากสายยางมาเติมน้ำ และยัยชมพู่วิ่งวุ่นหาน้ำอบน้ำหอมมาเทผสมน้ำในถังให้แทบไม่ทัน ลุงสันต์เดินมากระซิบอะไรสักอย่างนั่นแหละพ่อถึงหยุดแล้วถอยไปยืนแอบเหมือนอาย? อยู่ด้านหลังหลวงตา 

ขันเงินขันทองใบเล็กหลายสิบใบถูกจับจองจากบรรดาเกือบร้อยชีวิต แล้วมหกรรมอาบน้ำนาคจึงเกิดขึ้นอย่างถูกวิธีจากคนเฒ่าคนแก่ผู้หลักผู้ใหญ่ และอย่างดุเดือดที่เกิดจากฝีมือเพื่อน พี่ น้อง ที่มาร่วมงาน จนถึงคนในครอบครัว ไม่รู้ว่าพวกมันโกรธแค้นอะไรผมกันนักหนาถึงตักราดกันโครมครามแบบนี้ แต่ที่ทำให้ผมต้องตวัดตาใส่อย่างดุๆ คงไม่พ้นไอ้คู่ผัวเมียนรก มันสองตัวพร้อมใจกันยกถังสีเหลืองมีน้ำอยู่เต็มถังราดตั้งแต่หัวผมลงมาเต็มๆ 

"ผมรู้ว่าท่านรู้แล้ว ได้โปรดอโหสิกรรมให้ผมด้วยนะ ผมแค่อยากให้ท่านเห็นคุณค่าในสิ่งที่ตัวเองได้ครอบครอง เพราะในวันนั้นผมก็เตือนแล้วว่าระวังจะกลืนน้ำลายตัวเอง ท่านก็ไม่เชื่อผมเองนี่นา" ไอ้ดิวยืนอยู่ตรงหน้าเอ่ยคำตอบในสิ่งที่ผมค้างคาใจ โดยมีสายตางุนงงของเมียแก่มันยืนเกาหัวตัวเองอยู่ข้างๆ ผมยังไม่ทันอ้าปากเอ่ยคำอโหสิกรรมให้ มันก็พากันเดินกึ่งวิ่งไปยืนแอบหลังหลวงตา โดยมีพ่อ ลุงสันต์ ลุงสิงห์ ยัยชมพู่ หมอนุ่น ยืนเกาะกลุ่มด้วยกันอยู่

"อย่าถือโทษโกรธอะไรพี่เลยนะนาค พี่แค่เอาคืนเรื่องน้องบาร์บี้น่ะ มึงอย่าดิ้นสิวะโอเดี๋ยวกูก็ปล้ำกลางงานบวชเลยหนิ" น้ำขันเล็กถูกตักรดที่ไหล่ของผม เพราะระยะที่เราสามคนอยู่ชิดกันมากทำให้ผมได้ยินทุกคำพูดของไอ้ชิน มันกึ่งจูงกึ่งลากเมีย? ไปยืนรวมกลุ่มกับคนที่ยืนแอบอยู่หลังหลวงตา มึงอยู่กลุ่มเดียวกับพวกนั้นว่างั้น? ไอ้พี่เวรเอ๊ย พี่เฮงซวย มึงเป็นแนวร่วมกับคนกลุ่มนั้นใช่ไหม และเรื่องน้องบาร์บี้มึงแหล่ะผิด น้องบาร์บี้ตัวนั้นเป็นของกูแต่แรกแล้ว แต่กูสงสารที่มึงถูกป้าตีหรอกเลยแอบเอาไปวางให้ที่เตียง แล้วกูเอาคืนมานี่กูผิดเหรอเว้ย! คนสุดท้ายที่ถือถังน้ำมาวางข้างเก้าอี้ที่ผมนั่งอยู่ เขาตักน้ำเปล่าไม่มีแม้แต่กลิ่นของน้ำอบอื่นใดเจือปน มาล้างกลีบดอกไม้กลิ่นน้ำอบน้ำหอมให้กับผม

"ขอให้พี่ใช้เวลาที่อยู่ใต้ชายผ้าเหลืองอย่างมีคุณค่า สิ่งใดที่ปอได้เคยก้าวล่วงพี่ไป ปอก็ขอโทษขอขมาด้วยนะครับ และกรรมใดก็ตามที่พี่เคยทำไว้กับปอ ปอขออโหสิกรรมนั้นให้นะครับพี่โปรด" ฝ่ามือคุ้นเคยปัดป่ายลูบล้างไปทั่วแขนขาและใบหน้าของผม ผมสัมผัสได้ถึงน้ำอุ่นมันไหลออกมาจากสองตาของตัวเอง เขาก็คงรับรู้เหมือนกันถึงได้ตักน้ำมาล้างหน้าใช้ฝ่ามือปาดเช็ดน้ำตาให้ ก่อนจะนั่งคุกเข่าใช้ฝ่ามือคู่เดิมขัดถูล้างเท้าให้กับผม น้ำตาที่ถูกเช็ดไปเมื่อกี้มันไหลลงมาอีกครั้งเมื่อเขาก้มกราบเท้าทั้งคู่ของผม ไหล่สั่นๆ น้ำอุ่นๆ ที่ไหลแทรกซึมมาตามหลังเท้านั้น ทำให้ผมรับรู้ว่าเขาเองก็กำลังร้องไห้อยู่เหมือนกัน ผมก้มหน้าละมือข้างหนึ่งที่ยกพนมแนบอยู่กับอกตัวเอง เอื้อมไปลูบหัวใสเหม่งเหมือนเดิมของคนที่นั่งคุกเข่าก้มกราบเท้าผมอยู่

"อืม ขอบใจนะครับปอรัก" เขาเงยหน้ามายิ้มให้ รอยยิ้มเหมือนเมื่อเกือบแปดปีก่อนตอนผมบอกจะพาไปเที่ยวเป็นครั้งแรก รอยยิ้มที่ผมเห็นในวันแรกของปีณ.หาดจอมเทียน และรอยยิ้มนั้นค่อยๆ ถูกแทรกแซงด้วยยิ้มใสๆ แสบๆ บริสุทธิ์ของหลงรักในทุกช่วงเวลาระยะสองปีหลัง ทำให้ผมอดยิ้มตามไม่ได้ 

"รอนาคซักสามเดือนนะเอ๋อ อย่าเพิ่งหนีไปมีกิ๊กล่ะ ถ้าไม่อยากให้ผ้าเหลืองร้อนน่ะ"

"อื้อ หลงจะรอพี่โปรด แต่หลงขอไปตกลงกับพวกนั้นก่อนนะจ๊ะ ฟืดด" หลงรักปาดน้ำตาสูดน้ำมูกอย่างรวดเร็ว แล้ววิ่งตุบตับไปหากลุ่มคนที่ผมหมายหัวขึ้นบัญชีดำ ผมได้แต่แหกปากลั่นอยู่ในอกของตัวเองเมื่อคนพวกนั้นล้อมตัวเอ๋อของผมไว้ แล้วต่างก็ส่งสายตาท้าทายเหมือนได้รับอำนาจการต่อรองกลับคืนมา เมื่อมีตัวประกันที่เป็นคนสำคัญของผมอยู่ในมือ แถมผมมั่นใจมากว่าไอ้ตัวประกันมันดันเป็นแนวร่วมรู้เห็นทุกเรื่องอีกด้วย ไม่รู้ว่าสายตาผมเป็นยังไงแต่ดูเหมือนตอนนี้เริ่มมีการขยับเขยื้อนแบ่งฝ่ายกันได้อย่างชัดเจน เมื่อพ่อ ป้าจี ไอ้ตุลย์ มิน แมงหมู ไอ้โย ไอ้นัท พันไท ไอ้เดียร์ ไอ้ยิ้ม ปันปัน ไอ้บอส ต่างทยอยพากันเดินมายืนข้างหลังเก้าอี้ที่ผมยังนั่งใส่ผ้าขาวม้าพนมมืออยู่ และรายสุดท้ายก็คือไอ้โอ มันใช้โอกาสตอนผมกดดันไอ้ชินจนมันเผลอปล่อยมือจากไอ้โอมาลูบหน้าตัวเอง ไอ้โอถึงวิ่งปรู๊ดมายืนหอบอยู่ข้างผม 

"เอ่อ คือ..นาคอย่ามองผู้ใหญ่ด้วยสายตาแบบนั้นสิวะ พ่อของนาคไม่เคยสอนรึไง นี่ลุงสันต์กับลุงสิงห์นะเว้ยนาค" ไอ้ชินเป็นคนแรกที่อ้าปากส่งเสียงออกมา ผมนิ่งเงียบในหัวก็บันทึกโทษของทุกคนที่ยืนแอบอยู่ข้างหลังหลวงตา และเหมือนสวรรค์จะเปิดทางเมื่อหลวงตาเดินตามลุงพจน์ไปฉันเพลในบ้าน พวกที่เหลือทั้งเจ็ดคนเลยรีบพากันเดินจ้ำอ้าวตามหลังหลวงตา แม้กระทั่งไอ้เมียเอ๋อก็ยังทำเนียนวิ่งไปประคองหลวงตาเป็นคนแรก อืม อดทนอีกสามเดือนแล้วเราจะได้เจอกัน ไม่มียกเว้นแม้แต่เพื่อนของพ่อ ผัวของพ่อ หรือเมียตัวแสบก็เถอะ!


พิธีทำขวัญนาคและเทศน์สอนนาคผ่านไปอย่างทุลักทุเล เพราะพ่อกับไอ้โยแข่งกันร้องห่มร้องไห้จนไอ้ดิว ป้าชัญแม่ไอ้ชิน กับอาอาจพ่อยัยชมพู่ แข่งกันปลอบคนของใครของมันกันจ้าละหวั่น นี่ยังไม่รวมอีกหลายสิบชีวิตที่พากันร้องไห้ตอนหมอทำขวัญกล่าวเห่ อย่าว่าแต่คนอื่นเลย ผมเองยังนั่งน้ำตาซึมคิดถึงผู้หญิงคนเดียวที่อยากสัมผัสแม้ปลายเส้นผมของเขาเพียงสักเส้น แต่ผมก็ไม่มีโอกาสนั้น ตลอดเวลาที่มีพิธีตั้งแต่ปลงผม อาบน้ำนาค เทศน์สอนหรือทำขวัญนาค ผมก็เอาโกศบรรจุกระดูกของแม่มาร่วมในพิธีทุกขั้นตอน เพื่อขอให้บุญกุศลครั้งนี้ส่งไปถึงผู้หญิงที่เป็นแม่ของผมด้วย 

"ฮึกก หลวงตาจ๋า หลงปวดตา ฮึก ร้องไห้จนปวดตาไปหมดแล้ว เห็นหน้าลุงหลงก็อดร้องไห้ไม่ได้ ฮืออ"

"โฮฮ ลุงกลับบ้านไปเถอะครับ น้องหลงของลุงโปรดร้องไห้ใหญ่แล้ว โฮฮ น้องหลงจ๋า มาหาพี่ติณฑ์นะจ๊ะ ลุงโปรดกำลังจะบวชโอ๋น้องหลงไม่ได้ งั้นพี่ติณฑ์จะโอ๋แทนนะจ๊ะ" นี่ก็เป็นอีกความทุลักทุเล เมื่อเอ๋อยังไม่หยุดร้องตั้งแต่หมอทำขวัญนาคเริ่มคำว่าพ่อนาคเอ๋ย จวบจนถึงประโยคสุดท้าย พอเอ๋อร้องแมงหมูมันก็โวยวายไล่หมอทำขวัญนาคไปซะงั้น กว่าทุกอย่างจะคลี่คลายได้ผมก็ต้องเหลือบตาสบกับไอ้ชินไอ้ดิว ไม่ถึงห้านาทีลุงเขาก็รีบกลับบ้านด้วยฝีมือลูกหนี้ทั้งคู่ของผม เอ๋อถึงคลายสะอื้นได้บ้าง ไอ้แมงก็พลอยหยุดร้องไปด้วย ยัยชมพู่ หมอนุ่น ต่างก็กระวีกระวาดช่วยกันเก็บเครื่องบายศรี เครื่องกระยาบวช มะพร้าวอ่อน ไข่ กล้วยน้ำว้า ขันใส่ข้าวสาร เทียนชัย เมื่อพิธีทำขวัญนาคเสร็จสิ้นลง สายตาทั้งสองสาวยังคงเหลือบแลมาทางผมบ่อยครั้ง และก็ตามสไตล์ว่าที่หมอจิตแพทย์ของเมียไอ้เดียร์เขาล่ะ มีโอกาสเมื่อไหร่ก็โฉบมาต่อรองขอลดหย่อนโทษตลอด 

"เอ๋อ หยุดกินไอติมก่อน ไปกินข้าวด้วยกันปะร้องไห้จนตาปิดแล้วเนี่ย แมงด้วยพอเลยหยุดกินไอติมเดี๋ยวนี้ นี่เกือบสองทุ่มแล้วนะ" ส่งหลวงตาขึ้นรถตู้เสร็จ ผมก็เดินผ่านโต๊ะจีนหลายโต๊ะที่ยังดื่มกินกันอยู่ พอเข้าบ้านมาก็อดบ่นตัวแสบที่นั่งตาปิดจ้วงไอติมแข่งแมงหมู โดยไม่สนใจเสียงร้องรำทำเพลงของเพื่อนผม ที่มีแกนนำหลักคือไอ้โยเจ้าประจำนั่นแหละ 

"หลงอิ่มแล้ว พี่ติณฑ์กินข้าวมั้ยเดี๋ยวพาไปกินในครัว"

"ไม่ต้องบอกว่าอิ่ม แล้วหาพรรคพวกนะขี้ดื้อ ถ้าคืนนี้ปวดท้องขึ้นมาจะโดนขังในห้องน้ำทั้งคู่"

"ขี้บ่น! คนแก่ก็งี้ ไปกินข้าวเถอะพี่ติณฑ์" หลงรักลอยหน้าลอยตาพูดแล้วคว้ามือแมงหมูพากันเดินเข้าไปในครัว ทิ้งไว้แค่เศษถ้วยไอติมกับช้อนไว้ให้ผมเก็บ ฮึ่ม!เอ๋อเอ๋ย นี่ยังไม่เจียมตัวว่าจะโดนอะไรมั่งสินะ เดี๋ยวเถอะ สึกเมื่อไหร่พ่อจะจับกดสักอาทิตย์ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันเลย! ผมเฝ้ามองเสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย ยิ้มแก้มบุ๋มถึงแม้เจ้าตัวจะตาปิดเพราะร้องไห้มาเยอะตอนทำขวัญนาค แต่มันก็ไม่ทำให้ความสดใส ความน่ารักนั้นลดน้อยลงเลยสักนิด 

"ข้าวติดแก้มน่ะ" แก้มใสหัวเหม่งคนนี้ สอนให้ผมรู้ว่าความคิดถึงไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะจากกันไกล เพราะขนาดอยู่ใกล้กัน จนมือผมสามารถเอื้อมไปหยิบเม็ดข้าวที่ติดแก้มเขามากินเองแบบนี้ ผมก็ยังคิดถึงเขาอยู่ดี 

"หลงคิดถึงพี่นาคโปรด" เพราะเรารู้ซึ้งถึงสถานภาพที่ไม่อาจแตะต้องกันได้ ในตอนนี้สิ่งที่ทำก็เพียงแค่ส่งยิ้มให้กัน ตักกับข้าวให้กัน พูดคุยกัน และนอนห้องเดียวกัน โดยที่ผมนอนบนเตียง หลงรักกับแมงหมูปูผ้านวมนอนอยู่ข้างเตียง แต่อากาศที่ได้สูดหายใจร่วมกันแค่นี้มันก็ทำให้เราทั้งคู่อิ่มใจและสุขจนสุดใจแล้วล่ะ รอนาคอีกสามเดือนนะเอ๋อ แล้วแสงอ่อนของพระอาทิตย์จะโอบล้อมแมงปอตัวน้อยนี้ไว้ ไม่มีทางปล่อยให้ห่างหายไปจากแสงของดวงตะวันอีกแล้วครับ

***"อุปสรรคล้วนเป็นยาขม ไม่มีใครอยากลิ้มลอง แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นยาขม ส่วนใหญ่มักเป็นยาดีเสมอ" เครดิต เพจ สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก

สวัสดีที่รักของฟางทุกท่าน เราเดินทางกลับมาเจอกันแล้วว หยุดยาวนี้ได้การได้งานนะเออ ได้ปกฉบับสมบูรณ์ปก2มาแล้วแปะให้ดูที่เพจแล้วเน้อ ตรวจเล่ม1ฉบับสมบูรณ์แล้ว ติ๊กคำผิดเล่ม2ไปให้น้องแก้แล้ว แต่งตอนจบตอนที่60แล้ว(แต่ตอน58เพิ่งแต่งไปครึ่งเดียวแต่งข้ามมากนังฟาง) จากหลากหลายความคิดเห็นที่ฟางยอมรับสารภาพตรงๆว่า2ตอนที่อ่านไม่ทั่ว คือฟางติดภารกิจเดี๋ยวจะย้อนอ่านเน้อ ฟางเข้าใจว่าขนบธรรมเนียมประเพณีพิธีบวชแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน ของฟางนี่อ้างอิงมาจากงานบวชน้องชายตอนกุมภาปีนี้นะคะ อาจไม่ได้เขียนละเอียดเป๊ะเพราะมันยิบย่อยมาก ผิดพลาดประการใดขออภัยล่วงหน้าจ้าว (งานน้องชายฟางปลงผมกับอาบน้ำนาคที่บ้านเน้อ)

พบกับตอนที่58ในวันพฤหัสที่2นะคะ ท่านใดติดตามเพจฟางคงพอจะรู้ว่าฟางวุ่นวายนั่นนี่อยู่ แต่มาลงให้ทุกตอนตามวันที่เคยแจ้งไว้แน่นอนค่ะ อ่ะๆแจ้งอีกที 58วันที่2/ 59วันที่6/ 60วันที่7พย.(ตอนจบ) ฟางแบ่งเวลามาแต่งตอนพิเศษในเล่ม กับตอนหลักควบกันไปเน้อทีละนิดเน้อ คือพอดีได้ฤกษ์ปิดจบมาจากอาจารย์นี่แหละประเด็นฟางถือฤกษ์ถือยาม555 

ขอบคุณทุกๆการรอคอย ทุกๆกำลังใจดีๆ ทุกๆการมีส่วนร่วม ขอบคุณทุกๆคำผิดคำหล่นจากท่านประจำน้องนกและคุณดินเดียวและอีกหลายท่านขอบคุณมากๆค่ะ ยังคงขยันแจกของนะจะบอกให้วันที่20ก็แจกไปรอบละเดี๋ยวเอาต่างหูมาแจกที่เพจเน้อ ไปละหนาเดี๋ยวไปทำธุระให้เสร็จก่อน พรุ่งนี้จะแต่งตอนที่58ที่แต่งค้างไว้รักษาสุขภาพกันด้วยเน้อจ้าว 

ปล.คิดถึงนะคะคุณเปิ้ลดูแลสุขภาพด้วยจ้าว

ปล.2 เจอคำผิดรบกวนท้วงด้วยเน้อ เดี๋ยวฟางมาแก้จ้าว 

รายชื่อเจ้าของหนังสือ "หลงลืมรัก" อ-อีเอ็มเอส,ล-ลงทะเบียน ท่านใดตกหล่น ฟางแจ้งรายการไม่ถูกต้อง ชื่อสะกดผิด รบกวนแจ้งด้วยเน้อ ขอบคุณมากๆจ้าว ยังเปิดให้โอนเงินถึงวันที่5ธค. สอบถามได้ที่เพจ ฟาง นิยายวาย36 เน้อจ้าว

173/คุณปาริชาติ สุโขทัย อ.

174/คุณทัตตาภา ฉะเชิงเทรา ล.

175/คุณนุจรี นนทบุรี ล.

176/คุณธารินี สมุทสาคร ล.

177/คุณสินีนาฏ อยุธยา อ.

178/คุณจริยา ปทุมธานี ล.

179/คุณสุพรรษา สงขลา ล.

180/ คุณจรวยพร ระนอง อ.

181/คุณอัมพร กทม.ล.

182/คุณโชติกา กทม.ล

183/คุณเดือนเพ็ญ สมุทรปราการ อ.

184/คุณขวัญชนก กทม.ล.

185/คุณประภาพร กทม.ล.

186/คุณฐิติมา กทม.ล.

รายชื่อเจ้าของสแตนดี้กับพวงกุญแจ (พ/พวงกุญแจ/ท-ทะเล/ป-ลูกโป่ง,ส/สแตนดี้)

24/คุณพจี/114/พ ป.2 ท.2/ส2 (2ชุด)

25/คุณนิชดา/105/พ ป.1 ท.1/ส.1

26/คุณคุณมัตติการต์/170/พ ป.1 ท.1/ส.1

27/คุณเหมือนฝัน/18/พ ป.1 ท.1/ส.1

28/คุณอรัญญา/94/พ ป.1/ส.1

29/คุณทัตตาภา/174/พ ป.1 ท.1/ส.1

30/คุณจรรยาลักษ์/33/พ ป.1 ท.1/ส.1

31/คุณธัญนพ/120/พ ป.1 ท.1/ส.1

32/คุณพัชญ์ธินัน/78/พ ป.1 ท.1/ส.1

33/คุณสุพรรษา/179/พ ป.1 ท.1/ส.1

34คุณเดือนเพ็ญ/183/พป.1

รายชื่อเจ้าของ 'ก็แค่ตัวแทน" ชุดสำรอง ครบหมดแล้วนะคะ

159/คุณพัชรีพร สิงห์บุรี อ.

160/คุณพาขวัญ อุดรธานี ล.

161/คุณวัลภา กทม อ.

162/คุณเยาวธิดา อุดรธานี อ.

163/คุณนรินทร์ นครยายก อ.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น