ตะกอนไข่มุก

ขอกำลังใจจากผู้อ่านทุกคนด้วยนะคะ ติชมกันมาได้เลย ตอนนี้ที่ต้องการที่สุดคือแรงผลักดันคา แหะๆ

บทที่ 4 ความตายของอีกฟาก [ฉากโหด 18+]

ชื่อตอน : บทที่ 4 ความตายของอีกฟาก [ฉากโหด 18+]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 776

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ย. 2560 23:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 ความตายของอีกฟาก [ฉากโหด 18+]
แบบอักษร

ในอีกฟากหนึ่งของกำแพงเมือง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการปกครอง แห่งอาณาจักรเฮเลเนียน การประลองของอัศวินผู้กล้าได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ถือเป็นการแสดงกีฬาอย่างหนึ่งเพื่อสนองความต้องการที่จะเห็นการนองเลือดของพระราชามาร์ค กษัตริย์แห่งอาณาจักรเฮเลเนียน และนักรบที่มีชัยที่สามารถโค่นล้มอีกฝ่ายได้ในสนามแข่ง จะถือเป็นหมากตัวหนึ่งที่พระราชาทรงโปรด สามารถขอสิ่งที่ตนอยากได้สิ่งใดก็จงได้

อีริคที่สภาพอิดโรยเฝ้าดูการประลองอันแสนบ้าระห่ำจากห้องหนึ่งของโพรเดียม เขารู้ว่าอีกไม่กี่ชั่วอึดใจเดียว ร่างกำยำของเขาจะต้องอาบไปด้วยโลหิตของเขาเองไม่ก็ของคู่ต่อสู้ในสังเวียนข้างนอก

การประลองจบลงด้วยเสียงโห่ร้องอย่างบ้าคลั่งของผู้ชม ร่างที่ถูกบดขยี้จากทหารบนหลังอาชากำลังขาดใจตาย เสียงปรบมือดังสนั่นต้อนรับผู้กล้าคนใหม่ของอาณาจักร พระราชามาร์คที่รูปร่างอ้วนตุ๊ต๊ะ ใบหน้าของพระองค์แดงก่ำด้วยฤทธิ์ของน้ำเมาประทับอยู่บนบัลลังก์อีกฟากหนึ่งของโพรเดียม ราชินีชาลอนชำเลืองมองพระสวามีด้วยความสุดจะทนและเอือมระอากับสภาพดูไม่ได้ของเขา เมื่อพระราชาได้เห็นชัยชนะในสนามประลองที่เพิ่งจบไป ก็ยกแก้วไวท์ทองคำขึ้นเหนือศีรษะจนไวท์ในแก้วนั้นหกลดตนเองและกระเด็นไปโดนตักขององค์ราชินี ก่อนที่คนรับใช้ผู้ติดตามจะรีบซับไวท์ที่ตักของเธอออกไปทันที ผู้คว้าชัยชนะถูกต้อนรับอย่างทรงเกียรติจากกษัตริย์ ที่เนื้อตัวเหม็นคลุ้งไปด้วยกลิ่นไวท์ ก่อนที่พระองค์จะตบรางวัลให้ผู้ชนะอย่างสมศักดิ์ศรี

การประลองคู่ถัดไปก็มาถึง อีริคถูกทหารนำตัวออกสู่สังเวียนการประลอง เมื่อเข้ามาถึงด้านใน เขานั่งทรุดตัวลงคลุกฝุ่นเพื่อทำความเคารพกษัตริย์เบื้องบน เขาแหงนหน้ามองไปเหนือสุดของโพรเดียม เพื่อจะได้เห็นกษัตริย์บ้าเลือดให้ชัดเจนมากขึ้น ราชินีเมื่อเห็นใบหน้าของอีริคเข้า เธอก็เกิดความสนพทัยในตัวหนุ่มเบื้องหน้าในทันที เธอจ้องมองที่แผ่นอกอันแผ่กว้าง มัดกล้ามที่ฟิตได้รูปของเขา ที่ตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นและเม็ดทรายในสังเวียนการประลองทำให้ร่างนั้นส่องประกายระยิบระยับ เมื่อสัญญาณการประลองได้เริ่มต้นขึ้น อัศวินบนหลังม้า คู่ต่อสู้ของเขาก็ปรากฏตัวออกสู่สังเวียน กวัดแกว่งดาบใหญ่ ท่ามกลางเสียงโก่ร้องอย่างบ้าดีเดือดของผู้ชมข้างบนโพรเดียม อีริคหยิบดาบที่ตกอยู่ของผู้พ่ายแพ้การประลองรอบที่ผ่านมา ดวงตาของเขาจับจ้องการเคลื่อนตัวของฝั่งตรงข้ามอย่างเอาจริงเอาจัง ไม่ทันไรดาบใหญ่ที่ปราชัยศัตรูมาแล้วไม่ต่ำกว่าหมื่นศพก็ฟันฉับมาอย่างว่องไว แต่เขาก็หลีกตัวจากดาบนั้นได้ทันอย่างหวุดหวิด อีริคโต้กลับ เขาฟันเข้าไปที่โล่ไม้ของอีกฝ่ายทันที จนโล่นั้นได้บิ่นออกเล็กน้อย อีริคมีความชำนาญในการตีเหล็กและสร้างชุดเกราะมาก่อนตอนที่เขาอาศัยอยู่ที่โนทล็อค เขาจึงสามารถรู้จุดอ่อนของคู่ต่อสู้ที่สวมเกราะได้ไม่ยาก นั่นก็คือการฟันเข้าที่ที่มีเหล็กห่อหุ้มน้อยที่สุดบริเวณชายโครง เมื่ออีริคป้องดาบใหญ่นั้นได้ทันท่วงทีเป็นรอบที่ 2 จนตนเองก็ต้องล้มลงไปไม่เป็นท่า ราชินีที่กำลังรับชมการประลองของชายหนุ่มเบื้องล่างก็ลุกขึ้นมาจากบัลลังก์สร้างความฉงนให้กับองค์ราชันที่กำลังใจจดจ่ออยู่กับกีฬาข้างล่าง ก่อนที่ดาบใหญ่ของอัศวินในชุดเกราะจะฟันเข้ามาที่ร่างของเขา อีริคชิงลงมือฟันขาม้าของอีกฝ่ายขาดหวิดไป จนคู่ต่อสู้ของเขาเสียหลักหน้าไถลไปที่พื้น อีริคตวัดดาบหวังจะเสียบเข้าไปที่ชายโครงของคู่ต่อสู้ให้จบๆ ไป แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจ เพราะเขาได้กุมชัยชนะไว้ในมือได้แล้ว ไม่นานเสียงปรบมือของผู้ชมทั่วทั้งสนามประลองก็ดังกระหึ่มก้องดัง เขาเลือกที่จะเดินกลับเข้าไปข้างในห้องปล่อยตัวตามเดิม แต่ศัตรูก็ไม่รู้จักความพ่ายแพ้เอาดื้อๆ เขาใช้โอกาสที่อีริคหันหลังเพื่อฆ่าเขา แต่ก็ต้องพบจุดจบที่น่าเวทนา เมื่ออีริคหันกลับเงื้อมดาบมาแทงทะลุคอของอีกฝ่ายได้ทันก่อน เลือดกระฉูดพวยพุ่งไปอาบทั่วร่างของเขาไหลลงไป เขาคว้าดาบที่เสียบคาอยู่นั้นดึงออกมา และขว้างมันไปให้พ้นทาง เมื่อชัยชนะอยู่ในมือของเขาแล้ว พระราชาเมื่อได้เห็นดังนั้นก็ให้บุรุษผู้กล้าขึ้นเข้าเฝ้า ราชินีเมื่อได้เห็นร่างชายหนุ่มในระยะประชิดตัว ราวกับรูปปั้นของเทวดาที่ถูกสรรเสกมาให้เชยชม ดวงตาเธอส่องประกาย ไฟในร่างพุ่งพล่านทันทีเมื่อได้มองเรือนร่างจากบนลงไปถึงแท่งทรงอำนาจของเขา เธอมองบุรุษอย่างยั่วสวาท เมื่อเขาหันตอบกลับไปที่เธอ เธอยิ้มแสร้งเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

“เอาหล่ะ ท่านผู้กล้า ท่านมีนามว่าอะไร”  พระราชาตรัสถามชายฉรรจ์ที่เรือนร่างถูกปรุงแต่งไปด้วยโลหิตตั้งแต่ใบหน้าลงมาถึงลำตัว

“ข้ามีนามว่าอีริค มีความปรารถนาที่จะเป็นอัศวินรับใช้ของพระองค์”

“นั่นเสียงของผู้ใด” เจ้าชายมาคัสผละออกจากชายที่ตนเพิ่งได้ร่วมรัก ก่อนจะไปคว้าชุดคลุมนอนมาสวมใส่ เขาถือตะเกียงไฟเดินสำรวจข้างในคอก และไปข้างนอกเพื่อหวังจะจับคนผู้นั้นที่บังอาจได้เห็นฉากพิศวาสของตน

เมื่อสบโอกาส ที่บังเอิญพบช่องโหว่ภายในคอกพอดีที่ตัวนั้นจะสามารถรอดออกมาได้ ฉันจึงทรุดตัวลงคุกเข่าคลานไปอย่างช้าๆ ผ่านช่องนั้นไป โดยไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นทัน เมื่อฉันปรี่ตรงไปถึงโรงเหล้าของสโตน นิวพ์ที่ตอนนี้สภาพเมาปลิ้นอยู่นอกชานด้วยขวดเหล้าในอ้อมกอด  ไม่นานเสียงปลุกระดมของทหารนับสิบนายกับคบเพลิงในมือ ไลล่าหาสาวผู้โชคร้าย ที่ไปเห็นภาพบาดตานั้นเข้าโดยบังเอิญ

“จับมันมาให้ได้” เหล่านักรบหลายนายมุ่งหน้าตามหาไปที่ยุ้งฉาง และบางส่วนค้นหาที่ไร่ข้าวโพด ฉันเขย่าร่างของนิวพ์เพื่อให้เขาตื่น แต่ก็ไม่วี่แววว่าเจ้าตัวจะได้สติแต่อย่างไร เสียงอีกาที่ถูกรบกวนโดยพวกทหารในไร่ พวกมันทยอยบินอพยพไปหาที่พักพิงชั่วคราว เพราะพวกมันกำลังถูกคุกคามพื้นที่

เมื่อทหารพวกนั้นเข้าใกล้มาที่โรงเหล้ามากขึ้น ฉันก็วางแผนหลบซ่อนตัวในทันที

“ไปดูที่โรงเหล้า อย่าให้คาดสายตา ”

ฉันสะดุ้งโหยงด้วยอาการเลือดสูบฉีดอย่างแรง เมื่อจำเป็นจะต้องหนีไปซ่อนตัวที่อื่น แต่ก็ไม่อาจทิ้งชายชราผู้นี้ไปได้ เพราะเขาเคยช่วยชีวิตฉันมาแล้ว ฉันทำได้เพียงลากร่างของเขาไปหลบใกล้พุ่มไม้เพื่อให้เขาปลอดภัย ส่วนฉันก็วิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต ไปจนถึงบ่อน้ำ ฉันหย่อนตัวลงไปในบ่อกับลอกเชือก เพื่อจะให้ไปถึงก้นบ่อ ไม่นานเสียงทหารที่อยู่ในไร่ข้าวโพดก็เร่งฝีเท้าไปที่โรงเหล้า ราวกับพวกเขาพบเจออะไรบางอย่างแล้ว

“จับไอแก่ขี้เมานั่นแล้วเอาไปขึงเชือกไว้ ที่ลานของหมู่บ้าน ชาวบ้านมุสทาร์จักได้ไม่กล้าลองดีกับพระราชาอีก ตามรับสั่งขององค์ชาย!!”

ร่างที่ผูกติดอยู่ข้างในบ่อน้ำ ก็สะอื้นไห้เมื่อได้ยินเหล่าทหารพูดดังนั้นกับนิวพ์ แต่ไม่นานดูเหมือนเชือกจะไม่สามารถรับน้ำหนักของฉันได้นาน มันได้ขาดสะบั้นออก ทำเอาร่างของฉันร่วงตกลงไปก้นบ่อทันที เท้าทั้งสองข้างไม่อาจแตะถึงพื้นบ่อได้ ทำให้ฉันไม่สามารถรู้ว่าก้นบ่อนั้นจะลึกลงไปอีกแค่ไหน ฉันว่ายตะกายด้วยความหนาวเหน็บเพื่อจับท่อนอิฐที่ยื่นออกมาพยุงร่างไว้ไม่ให้ตัวนั้นจม แล้วเผลอหลับไป เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบกับสภาพตัวเองที่เปลื่อยย่นเต็มที่  แล้วส่งตัวเองขึ้นไปข้างบน โดยเท้าทั้งสองเกาะจิกอยู่กับท่อนอิฐที่ยื่นออกมาจากบ่อ นิ้วมือทั้งสิบจิกอิฐพยุงร่างไว้ไม่ให้ตกน้ำไปได้อีก จนเล็บมือของนิ้วนางทั้งสองข้างหลุดออกมา เลือดสีดำสนิทค่อยๆ ไหลย้อยไปลงที่ต้นแขนช้าๆ ฉันรู้สึกเจ็บปวดแต่ก็จำเป็นต้องไปต่อ เมื่อปีนจนใกล้ปากบ่อ แขนข้างหนึ่งเมื่อโผล่พ้นบ่อมาได้แล้ว ก็เกาะขอบบ่อน้ำเอาไว้ แล้วดันตัวเองให้ขึ้นไปได้สำเร็จอย่างความทุลักทุเล เมื่อได้นอนหอบไปพักใหญ่ ก็ต้องออกตามหานิวพ์ที่กำลังตกที่นั่งลำบากในทันที

ฉันถามทางไปยังที่ชุมนุมของหมู่บ้านกับชาวบ้านระแวกนั้น จนเมื่อไปถึง ทหารของเจ้าชายมาคัสนับสิบก็อยู่ที่นั่นกับชาวบ้านที่กำลุงมุงดูตาเฒ่านิวพ์ผู้โชคร้ายที่ถูกเชือกขึงไว้ให้เขากลับหัวกับคานไม้สูง เจ้าชายมาคัสที่กำลังประทับอยู่ข้างบนของอาคาร เขาจับจ้องไปยังประชาชนที่เข้ามาดูการประหารชีวิตในวันนี้  ฉันแทรกตัวเข้าไปในชาวบ้านแล้วตะโกนเรียกชื่อของนิวพ์ ที่ถูกจับห้อยหัวลงมาอยู่

“เมื่อยามวิกาล ผู้เฒ่าผู้นี้ได้บังอาจลอบเข้าไปในคอกม้าขององค์ชายมาคัสและได้เผลอพลั้งมือฆ่าม้าร่วมศึกของพระองค์ตายอย่างน่าอนาถ ในคอกเมื่อเราพบขวดเหล้าของผู้เฒ่าผู้นี้ และตัวเขาก็อยู่ไม่ไกลจากคอกม้า จึงเห็นสมควรว่าเขาจะต้องได้รับโทษกับสิ่งที่ได้ทำลงไปอันเป็นการดูหมิ่นพระองค์ ควรไม่ควรแล้วแต่จะโปรด”

ไม่จริง ...... เรื่องนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ทั้งหมดเป็นแผนของเจ้าชาย

“ข้าขอฟังคำตัดสินจากพระองค์” ทหารนายหนึ่งได้ทูลขึ้นไปยังเจ้าชายผู้ทรงจิตใจอำมหิต

นิวพ์ดิ้นรนอย่างทรมานเพราะเลือดที่คลั่งใบหน้า เขาตวัดเชือกที่ขึงตนไว้หลายครั้ง ก่อนจะหมดฤทธิ์เดช และพูดกับเจ้าชายเป็นครั้งสุดท้าย

“ข้าขอยอมตายให้เลือดไหลสู่ดินเพื่อเป็นธาตุอาหารให้แก่สัตว์และพืชผล ดีกว่าจะมีชีวิตอยู่อย่างทรหดภายใต้การปกครองของกบฏต่ำทรามและเจ้าชายของเขาที่มีจิตใจวิปริตอย่างท่าน”

นิวพ์เอ่ย ซึ่งในเวลานี้เขาเป็นผู้ที่นำความโกรธเกี้ยวมาสู่องค์ชายมาคัสอย่างมหันต์

“แยกร่างท่านผู้นี้!!” เจ้าชายมาคัสตัดสินปิดชีพชายชราผู้ไร้ทางสู้ในทันที

ม่ายยยยยยยยยยยยยยย*!!**”* เสียงตะโกนของฉันดังลั่นไปไกล จนร่างบางลงไปชักดิ้นชักงอกับพื้น สโตนที่อยู่ในเหตุการณ์อันเลวร้ายนี้ก็ได้ดึงร่างฉันลุกขึ้นนั่งกับพื้นแล้วนำร่างยักษ์ของเขาบังไว้เพื่อไม่ให้ฉันได้เห็นภาพอันหน้าสยดสยองข้างหน้า

เพชฌฆาตสองคนได้ถือจับใบเลื่อยคนละฝั่งไว้ และประจำจุดอยู่ที่หน้าและหลังของนิวพ์ แล้วค่อยๆ เลื่อยเนื้อที่หว่างขาของเขาแบ่งครึ่งลำตัว ชายชรากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส ใบเลื่อยค่อยๆ เลื่อยลงมาที่สะดือของชายชราแต่ร่างของเขาได้แน่นิ่งไปแล้ว ไม่นานร่างของเขาก็ถูกแยกออกเป็นสองท่อน

ร่างของฉันสั่นระริกจนสติหลุด สโตนนำมือมาบังที่ใบหูของฉันไว้แล้วบอกให้ฉันอย่าไปฟังเสียงมัน เขาก็พยายามสงบสติอารมณ์ของตนอยู่เช่นกัน หญิงชราที่อยู่ในเหตุการณ์เมื่อเห็นฉากอันน่าสยดสยองถึงขั้นสลบไปเพราะหัวใจวายก็มี

เมื่อร่างของนิวพ์ถูกนำยกออกไปที่อื่น สาแก่ใจคนเบื้องบนอย่างเจ้าชายมาคัสแล้ว เขาก็ลุกจากที่ประทับเข้าไปในอาคารทันที

เจ้าชายมาคัสต้องการเพียงฆ่าคนที่เขาคิดว่าพบเจอเขาพอดรักกับทหารของเขา....นี่หรือที่เรียกว่าความยุติธรรม

สโตนพาฉันเข้ามาในร้านของเขาเพื่อมาสงบสติอารมณ์ เขาหยิบขวดบรั่นดีกรอกใส่ปากด้วยท่าทางเศร้าสร้อยไม่ต่างกับฉันมากนัก เพราะนิวพ์คือเพื่อนที่เขาไว้ใจและรู้จักกันมานานหลายสิบปี

“ทั้งหมดเป็นความผิดของข้า ข้าเห็นในสิ่งที่ข้าไม่ควรได้เห็น” ฉันหยิบผ้ากันเปื้อนที่วางอยู่บนโต๊ะมาปาดน้ำตาที่กำลังไหลอาบหน้า สโตนเปิดบรั่นดีอีกขวดไปพราง จนตัวเองลงไปนอนเมาปลิ้นกับพื้นในเวลาต่อมา ไม่นานเสียงควบม้าเร็วมุ่งหน้ามาที่หมู่บ้าน เพื่อนำข่าวร้ายมาให้กองทัพของเจ้าชายที่ใกล้จะออกเดินทางได้ทราบ ทหารลาดตระเวนของกองทัพก็บังคับม้าให้หยุดด้วยท่าทีหวาดผวากับสิ่งที่เขาได้พบเจอมาก่อนหน้านี้

“พระองค์..ข่ะ..ข้า ขณะที่ข้าลาดตระเวนอยู่ในป่ากับทหารอีกคน ที่อยู่ภายภาคหน้าซึ่งเป็นที่ที่กองทัพเราจะต้องผ่านไปนั้น พ่ะ..พวกมันไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา ในนั้น..ข้าเห็นพวกมันฉีกร่างทหารอีกคนตายอย่างอนาถ ข้าจึงได้หนีพวกมันมา ที่นั่น มีศัตรูที่รอเราอยู่”

เจ้าชายมาคัสที่ใบหน้าไม่สู้ดีนัก กระโจนลงจากหลังม้าศึกสีดำตัวใหม่ แล้วตวัดดาบออกจากฝักฟันคอทหารลาดตระเวนผู้นั้นขาดกระเด็นเพียงดาบเดียว เลือดของเขากระเซ็นไปเปื้อนที่ตัวม้าของพระองค์ จนมันพยศด้วยความตื่นตกใจ ก่อนที่จะมีอัศวินนายหนึ่งปราบมันไว้อยู่

ไม่นานม้าอีกตัวก็วิ่งควบมาทางเดียวกับทหารลาดตระเวนผู้นี้  มีเพียงม้าเท่านั้นที่กลับมา ไม่พบวี่แววของคนขี่แต่อย่างใด

มันวิ่งมาหยุดตรงหน้าของกองทัพ อัศวินนายหนึ่งจึงหยุดมันไว้ เขาก็ต้องพบกับความน่ากลัวสุดขั้วของความวิปริตผิดมนุษย์มนา เมื่อเขาพบทหารที่ออกลาดตระเวนอีกนาย ที่เหลือกลับมาแต่เพียงศีรษะที่ถูกห้อยไว้ด้วยลำไส้ของเขาที่เน่าเฟะ ชวนอ้วก

“จะเป็นพวกไหนไม่ได้ นอกจากฝีมือของพวกคนเถื่อน”

“เราจะยกคนไปเด็ดหัวมัน” เจ้าชายมาคัสผู้ไม่กลัวสิ่งใดเก็บดาบของเขาเข้าฝัก ด้วยแววตาอันลุกโชน กระหายการนองเลือด

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น