ตะกอนไข่มุก

ขอกำลังใจจากผู้อ่านทุกคนด้วยนะคะ ติชมกันมาได้เลย ตอนนี้ที่ต้องการที่สุดคือแรงผลักดันคา แหะๆ

บทที่ 3 ความลับ [ฉาก NC 20+]

ชื่อตอน : บทที่ 3 ความลับ [ฉาก NC 20+]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2560 10:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 ความลับ [ฉาก NC 20+]
แบบอักษร

ฉันได้รับหน้าที่จากยายให้นำขนมปังก้อนขนาดสองปอนด์ไปส่งให้กับครอบครัวชาฟริน ที่ตัวเมืองของหมู่บ้านซึ่งอยู่ไม่ไกลจากไร่ที่ฉันอาศัยอยู่มากนัก ตะกร้าไม้ที่บรรจุขนมปังยักษ์ก็มาถึงที่หมาย หนุ่มรูปงามที่กำลังขะมักเขม้นตีดาบอยู่หน้ากระโจมก็สังเกตเห็นสาวชาวไร่กับก้อนขนมปังได้ เขาจึงได้หยุดทำธุระและเข้าไปหาเธอ

“ข้ามาส่งขนมปังให้กับครอบครัวชาฟริน ได้โปรดรับไว้ด้วย”

ชายหนุ่มไม่อาจละสายตาจากสาวชาวไร่ไปได้ เขาจ้องเธออยู่ครู่หนึ่งเหมือนดังถูกมนต์สะกด ร่างที่เปียกชุ่มไปได้เหงื่อไคลก็ยื่นแขนมารับตะกร้าขนมปังไว้

ฉันที่หันหลังเดินกลับไปก็ครุ่นคิดว่า เขาช่างเป็นบุรุษที่หล่อเหลา และชวนมองเสียจริง ไม่นานเขาก็ตะโกนกลับมาหาสาวที่เขาเพิ่งได้พบเจอ

“ข้าจะได้พบเจ้าอีกไหม”

ฉันหันหลังกลับไปมอง แววตาของเขานั้นกำลังอ้อนวอนขออย่างใจจอใจจ่อ

“ข้าอยู่ที่ไร่ข้าวสาลีไม่ไกลมากนัก..”

“ข้าชื่ออีริค เป็นช่างตีดาบที่นี่ แล้วข้าจะคิดถึงเจ้า”

“อีริค..อ่า..” เสียงลมหายใจกระหอบของหนุ่มสาวในโรงนาดังขึ้นในบ่ายวันหนึ่ง ร่างหนุ่มกำยำที่ผิวนั้นมันวาวไปด้วยเหงื่อที่ไหลลงจากใบหน้าอันคมเข้ม ไปยังแผ่นหลังอันเปลือยเปล่าของสาวชาวไร่ ก่อนที่สาวนั้นเกือบจะโดนความเร่าร้อนนี้เผาร่างจากรสจูบของอีริคที่ดูดไซร้ไปที่ซอกลำคอ เขาไม่มีทีท่าว่าจะวางมือออกจากหน้าอกกลมของหญิงสาว เขาลูบไล้มันไปมา และบีบเม็ดกลมบนยอดนั้นอย่างนุ่มนวล มือของเขาได้ชอนไชเข้าไปในกระโปรงผ้าฟาติกและรูดนิ้วของเขาขึ้นไปที่หว่างขาของเธอ ไม่นานเขาก็พบสวรรค์ของเขา นิ้วทั้งสามสอดเข้าสอดออกจนสาวนั้นหน้าแดงก่ำไม่สามารถควบคุมการทรงตัวได้ อีริคจึงลดตัวลงจูบที่แก้มก้นของเธอ และให้เธอยืนเกาะฟางข้าวไว้ก่อนที่เขาจะถลกกระโปรงของเธอขึ้นมาเผยให้เห็นแก้มก้นสองลูก เขาโลมเลียรูสวาทของเธออยู่สักพัก เมื่อเอ็นอุ่นของเขานั้นชูชันเต็มที่ เขาไม่รีรอสอดมันที่รูสวาทนั้นจนหญิงสาวร้องด้วยความเจ็บปวด เมื่อร่างเธอถูกเขยื้อนช้าๆ เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดก็เปลี่ยนเป็นเสียงที่เสียวซ่านขึ้นมาทันที เมื่อเขาเร่งความเร็วขึ้น จนตัวของเธอโขยกไปมาเป็นจังหวะเร็วและหน้าอกกลมโตที่เคลื่อนไหวไปมาเหมือนลูกตุ้มนาฬิกา ไม่นานน้ำรักก็ไหลรินผ่านร่องขาของสาวลงไปที่พื้นฟางนั้นเลอะขาของเธอเต็มไปหมด สาวน้อยทรุดกายนอนลงด้วยความเหนื่อยล้าแต่ในทางกลับกันเธอได้ร่วมรักกับบุรุษรูปงามที่สามารถพาเธอขึ้นสวรรค์ไปพร้อมๆ กัน อีริคดึงแขนเธอให้ลุกยืน และสวมกอดกายเธอไว้

“เจ้าเป็นของข้าแล้ว เอเดรียน่า ข้ารักเจ้า”

---------------------------------------------------------------------------------

ฉันลืมตาตื่นมาในเกวียนที่กำลังแล่นไปตามถนน ชาวไร่ของหมู่บ้านมุสทาร์กำลังเก็บเกี่ยวพืชผล ถึงฤดูเก็บเกี่ยวที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น  พวกเขาจึงได้กักตุนเสบียงอาหารสำหรับหน้าแล้งที่อาจจะยาวนานกว่าทุกปี หมู้บ้านมุสทาร์อยู่ห่างจากหมู่บ้านโนทล็อกประมาณ 100 ไมล์ ทางทิศใต้และเป็นทางผ่านเพื่อไปเมืองที่นิวพ์อาศัยอยู่ ม้าของนิวพ์กำลังพาเราข้ามแดนและมันก็กำลังเหน็ดเหนื่อยจากการที่มันต้องวิ่งลากเกวียนให้กับชายชราและหญิงสาว เพื่อไปส่งยังที่หมายปลายทาง ซึ่งใช้ระยะเวลาเกือบสองชั่วยาม

   เมื่อเจ้าม้ามีทีท่าเมื่อยล้า ชายชรานิวพ์ก็บังคับเกวียนจอดริมทางทันที แล้วจึงได้ลงไปดูอาการของมัน

“มันคงไม่พร้อมที่จะไปต่อในคืนนี้” ชายแก่ลูบไปที่หน้าของสัตว์พาหนะด้วยความเอ็นดู

ฉันพยายามดันตัวให้ลุกขึ้นนั่งบนเกวียนแต่ก็ต้องหงายล้มไปอย่างไม่เป็นท่า นิวพ์ก็วิ่นตาตื่นมาดูอาการสาวน้อย เพื่อนร่วมทางทันที

“เจ้าเป็นไข้ป่า เจ้าเอาหนังสัตว์นี่คลุมตัวไว้ เพราะตกดึก อากาศที่มุสทาร์จะเย็นยะเยือก สัตว์ป่าก็จะออกล่าเหยื่อเป็นประจำ ดังนั้น เจ้าจะไม่มีทางอยู่รอดได้ถึงดวงอาทิตย์ขึ้นแน่ ถ้าไม่ทำตามที่ข้าเอ่ย”

นิวพ์หยิบผ้าขนสัตว์มาคลุมตัวฉันที่ตอนนี้นอนซม ไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวได้ และรู้สึกถึงอากาศหนาวเย็นภายนอก

“ท่านช่วยเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่เกี่ยวกับราชาองค์ก่อน” ฉันอ้อนวอนนิวพ์เหมือนเด็กที่อ้อนให้อ่านหนังสือนิทานให้ฟังก่อนนอน

นิวพ์ทำท่าอ้ำอึ้งแต่เขาก็เลือกที่จะตอบคำถามนั้น

“ถ้าข้าเล่าให้เจ้าฟังมีหวังหัวข้าคงจะหลุดออกจากบ่า แต่เอาเถอะ กษัตริย์ลูเธอร์องค์ก่อนถูกพวกขุนนางฝ่ายขวาในราชบัลลังก์ร่วมมือกับพ่อมดที่มีพลังอันแกร่งกล้า คิดไม่ซื่อ ด้วยแผนที่ยล กษัตริย์ลูเธอร์ที่ตัวมีนิสัยชอบเสพสำราญกับนางโลมตั้งแต่อาทิตย์ขึ้นจนอาทิตย์ตก พวกศัตรูรู้จุดอ่อนของพระองค์ดี ที่ข้ารู้ก็มีเท่านี้ แต่แผนการทั้งหมดก็เพื่อชิงบัลลังก์ของมาร์คกับกษัตริย์ลูเธอร์ที่อ่อนแอ ยุคมืดกำลังแผ่ขยายทั่วอาณาจักร และจะไม่มีผู้ใดยับยั้งได้เมื่อนักเวทย์ถูกกำจัดออกไป”

นิวพ์ทิ้งท้ายก่อนที่จะยกขวดสาเกที่แขวนอยู่บนหลังม้าขึ้นมาดื่มจนหมด

   อีกฟากหนึ่งของไร่นา เสียงร้องของวัวที่ถูกชาวนามุสทาร์ต้อนเข้ากลับไปที่ฟาร์ม เป็นสัญญาณบอกให้นักเดินทางทั้งสองรับรู้ว่าควรหาที่พักแรมสำหรับคืนนี้ได้แล้ว

“รีบหาที่พัก เดี๋ยวจะไม่ทันการ”  นิวพ์บอกให้ฉันพักผ่อนอยู่ในเกวียนส่วนเขาก็กระโดดขึ้นหลังม้าไป เมื่อเคลื่อนเกวียนได้ไม่นาน ชายชราก็สังเกตเห็นทหารลาดตระเวนของหมู่บ้านมุสทาร์ที่ขี่ม้ามาจากตอนใต้ของหมู่บ้าน นิวพ์จึงได้สั่งให้ฉันนำผ้าขนสัตว์ที่ห่มอยู่มาคลุมที่ศีรษะตนไว้ แล้วให้แกล้งตายจนกว่าทหารพวกนั้นจะไป ไม่นายชุดลาดตระเวนก็หยุดลงที่ชายแก่ และสั่งให้เขาหยุดเกวียนทันที

“เจ้าจะไปที่ใด แล้วกำลังขนอะไรในเกวียนของเจ้า”

“ข้ากำลังจะนำร่างไร้วิญญาณของบุตรสาวข้ากลับบ้านเพื่อทำพิธี เธอป่วยตายเมื่อเช้า ขณะที่ไปทำไร่กับข้า”

ทหารไม่สามารถจับได้ถึงความมีพิรุธใดๆ ของชายแก่ และร่างบางที่นอนแน่นิ่งภายใต้ผ้าขนสัตว์ ทำให้ละครเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็น

“อีกไม่นานขบวนกองทัพของเจ้าชายจะเคลื่อนทัพผ่านหมู่บ้านนี้ มุ่งหน้าไปทำสงครามกับพวกพ่อมดแม่มดที่ยังเหลือรอดในดินแดนต้องสาบ”

“ข้าไม่ทราบ ขออภัย” ชายแก่กล่าวกับทหาร

“พวกนักเวทย์กำลังทำสงครามกับเรา พวกมันใช้เวทมนต์สกปรกเล่นงานกองทัพของด่านทหารของโนทล็อกไม่มีชิ้นดี ทหารหายสาบสูญ เราสูญเสียทหารฝีมือเยี่ยมไปหลายนาย รวมทั้งพวกชาวบ้านที่หายไป ”

“เจ้าควรรีบกลับที่พักไปซะ กองทัพของเจ้าชายมาคัสจะเคลื่อนมาในอีกไม่นาน ข้าเตือนเจ้าด้วยความหวังดี ก่อนที่จะกลายเป็นศพเหมือนกับลูกสาวเจ้าในเกวียนนั่น”

    ชายชราไม่พูดอะไร เขาจอดเกวียนไว้ริมทางจนแน่ใจว่าทหารนั้นได้หายลับไปแล้ว เขาปลุกให้ฉันเลิกแกล้งตาย ก่อนจะยื่นกรรไกรตัดเชือกฟางมาให้ ด้วยหน้าตาขึงขัง

“ตัดผมของเจ้าซะ ถ้าเจ้าอยากเป็นชายแล้วมีชีวิตรอด หรือจะยอมเป็นหญิงตามเดิมเพื่อบำเรอกามให้ทหารทั้งกองทัพ”

นิวพ์ช่างเป็นชายชราที่ไม่มีลับลมคมใน เขาจริงใจและพร้อมจะให้ความช่วยเหลือฉันเป็นอย่างดี ซึ่งฉันพบไม่ได้บ่อยนักตั้งแต่เกิดมา นอกจากยายซึ่งเป็นที่รัก มันยากที่จะตอบแทนคุณกับคนเหล่านี้

“รีบลงมือก่อนที่กองทัพจะมา”

“เราหลบที่นาของหมู่บ้านนี้ไม่นานหรือ ก่อนพวกนั้นจะยกทัพมา” ฉันตั้งคำถามนิวพ์

“พวกทหารพวกนั้นต้องกักตุนเสบียงไว้ใช้การเดินทางและยามสงคราม ก่อนที่พวกนักรบของเขาจะล้มตายเพราะอดอาหารหรือไม่ก็ไม่มียารักษาโรค ศัตรูของเขาคือพวกนักเวทย์ที่ไม่ธรรมดา ดังนั้นพวกทหารจำเป็นต้องยึดเสบียงของพวกชาวบ้านที่เป็นทางผ่านไปสนามรบเสมอ “

   ฉันไม่รีรอรัดสินใจตามคำแนะนำของชายแก่ ไม่นานเส้นผมหลายเส้นก็ร่วงมากองที่พื้นเป็นพะเนิน ยมยาวที่ถูกรวบขึ้นสูงตอนนี้เหลือแต่เพียงผมสั้นจรดติ่งหูล่าง ไม่ต่างเฉกเช่นบุรุษ  ไม่มีเคล้าหญิงสาวชาวไร่อีกต่อไป

“ต่อไปนี้ เจ้ามีชี่อว่า เฮเลียส ลูกชายข้า “ ฉันพยักหน้าเออออกับชายแก่

“สวมชุดของข้าอำพรางไปก่อน “

“ข้าสงสัยว่า กษัตริย์ลูเธอร์องค์ก่อน ไม่มีรัชทายาทที่แท้จริงที่จะขึ้นครองราชย์แทนกษัตริย์ที่ตายไปเลยหรือ”

“เมื่อพวกกบฏเข่นฆ่าองค์ราชาแล้ว พวกเขายังต้องกำจัดรัชทายาทรวมทั้งราชินีด้วย ไม่เว้นแม้แต่ลูกเล็กที่เกิดกับนางโลมของพระองค์” ฉันรู้สึกพูดอะไรไม่ออก กับการกระทำอันโหดร้ายนี้ของกษัตริย์มาร์คที่ตั้งตนเป็นกบฏสังหารหมู่องค์ราชินีและทายาท เพื่อตนจะได้นั่งเก้าอี้บัลลังก์

“อย่างไรก็แล้วแต่ ทุกสงครามที่เกิดขึ้นล้วนมาจากเรื่องสตรีเพศ”

“เอาหล่ะ เฮเลียส ข้ากับเจ้าเราต้องพักแรมกันที่มุสทาร์ก่อน ข้ารู้จักคนๆ หนึ่ง ตามข้ามา“

ไม่นานตาเฒ่านิวพ์ก็จูงม้าและเกวียนลงเรียบผ่านยุ้งฉาง ปรี่ตรงไปหาโรงสุราที่เด่นสง่าของหมู่บ้านมุสทาร์ อย่างไม่รีรอหญิงสาวที่เป็นไข้อยู่ด้านหลัง เมื่อเข้าไปได้ด้านก็พบเฟอร์นิเจอร์โต๊ะ เก้าอี้ ทุกตัวยังไม่ถูกจัดเข้าที่ดี และหัวกวางบนกำแพงห้องที่จับกังไปด้วยหยากไย่ ชายแก่รูปร่างอ้วนท้วมกำลังจัดแก้วเหล้าบนชั้นไม้โอ๊คอย่างมีระเบียบ เขาบรรจงขัดแก้วไวท์อย่างแวววับ และส่องมันเหมือนกับว่าเป็นกล้องส่องทางไกลมาที่นิวพ์และฉัน เขาก็อุทานขึ้น

“นิวพ์ สหายเก่า ไม่เจอกันเสียนาน”

“สโตน ดูเจ้าสิพุงพุ้ยเป็นหมูไปเสียแล้ว ” เขาตรงไปโอบคอเพื่อนรัก หยอกล้อกันตามประสาคนสนิท  สโตนสังเกตเห็นชายหนุ่มร่างลางที่อยู่ถัดมา

“นี่เจ้าแอบไปมีลูกกับใครตั้งแต่เมื่อไร”

“นางเป็นหญิง ข้าพบนางที่ค่ายโนทล็อค คิดว่าจะไม่รอดเสียแล้ว ”

“หมู่บ้านนี้ต้องสาบ ข้าได้ยินมาจากทหารที่มาดื่มที่นี่เมื่อคืนว่าคนในหมู่บ้านนี้และพวกทหารที่ค่ายหายสาบสูญด้วยฝีมือของพ่อมด พระราชากำลังจะทำสงครามกับพวกนักเวทย์ที่ยังมีตัวตนอยู่”

“ข้าเป็นคนของหมู่บ้านโนทล็อค พวกทหารเข่นฆ่าชาวบ้านของข้าตายต่อหน้าต่อตาข้า ข้าพยายามหนีแต่ก็ไม่รอด จนข้าถูกจับไปที่ค่ายนั่น พวกทหารจับเด็กผู้หญิงที่เป็นลูกที่เกิดจากพ่อมดกับหญิงธรรมดา จุดไฟเผาเธอตายทั้งเป็น พวกทหารของราชามาร์คจุดประกายไปแห่งสงครามในครั้งนี้  แต่ข้ารอดมาได้จากความช่วยเหลือของนักเวทย์”

ฉันเล่าทุกอย่างให้ชายแก่ทั้งสองฟัง ในระหว่างที่เล่าพวกเขาก็เปิดจุกไวท์ดื่มไปพรางๆ นิวพ์รินไวท์ลงในแก้วตวงส่งให้เพื่อนรัก

“พวกทหารนักรบจะเดินทางผ่านและพักแรมที่นี่คืนนี้ และที่สำคัญ ที่โรงเหล้าของข้าก็จะเต็มไปด้วยพวกนักรบฉกรรจ์ ทางที่ดีเจ้าควรจะหาที่หลบซ่อนตัวเสียสาวน้อย ถ้าไม่อยากให้พวกเขาจับเจ้าได้ ตรงข้ามกับไร่ข้ามีคอกม้าอยู่ไม่ไกล ที่นั่นน่าจะปลอดภัย”

   ไม่นานเสียเสียงแตรก็เดินทัพมา พวกเหล่าทหารโห่ร้องด้วยความหึกเหิม ฉันโหม่หน้าออกไปดูทางหน้าต่าง ก็เห็นกองทัพทหารและอัศวินราวๆ ครึ่งกองพัน เจ้าชายมาคัสบนหลังม้าศึก นำทัพมาเยือนมุสทาร์แห่งนี้

“ไม่มีเวลามานั่งคุยแล้ว ข้าคงต้องรีบจัดสถานที่ เดี๋ยวจะไม่ทันการ”

เมื่อกองทัพของเจ้าชายมาคัสมาถึงตัวหมู่บ้าน ขบวนนักรบก็เลี้ยวทัพไปยังทุ่งหญ้าที่เป็นอาหารอันโอชะของฝูงวัวกินหญ้า ตกกลางคืน งานเฉลิมฉลองก็เกิดขึ้น ทหารต่างจุดกองไฟเป็นหย่อมๆ รอบทุ่ง ร้องรำทำเพลงส่งเสียงอึกทึกไปรอบหมู่บ้าน โรงเหล้าของสโตนเป็นที่ชุมนุมอย่างดี และเต็มไปด้วยนักรบผู้กล้า

    ฉันที่ตอนนี้ปลีกตัวอยู่ที่คอกม้ากับม้าของนิวพ์ เมื่อเห็นทหารนานหนึ่งทำทีกำลังจูงม้าสีขาวสง่าของเจ้าชายมาคัสตรงมาที่คอก ฉันจึงได้รีบทำเป็นขัดทำความสะอาดคอกทันที

“เจ้าหนู นี่เป็นม้าศึกของเจ้าชาย ดูแลมัน ถ้าเจ้านี่เป็นอะไรขึ้นมา นั่นหมายถึงชีวิตของเจ้าด้วยที่จะหาไม่”

“ขอรับ” ฉันก้มหน้าก้มตาขัดเกวียนของนิวพ์อำพราง แล้วชำเลืองมองตามทหารผู้นั้น เดินออกไป แต่ก็ต้องรู้สึกโล่งใจที่ทหารนายนั้นไม่สามารถสังเกตเห็นร่างสตรีข้างในนี้ได้

   ทางด้านเจ้าชายมาคัสที่ออกศึกสงครามมานับไม่ถ้วนก็กำลังเสพสุขกับสุรา อาหารชั้นดีที่ชาวบ้านหามาถวาย รวมทั้งอิสตรีที่คอยปรนิบัติพระองค์และอัศวินผู้ติดตาม เหล่าแม่ทัพและขุนนางที่กำลังเชิดชูเกียรติแก่ความกล้าหาญชาญชัยของพระองค์ ไม่นานทหารนายหนึ่งก็ได้นำหญิงสาวหน้าตาสะสวยและนางโลมมาสนองกามให้กับเหล่านักรบที่หิวกระหาย เสียงโห่ร้องด้วยความดีใจดังขึ้น  มีทหารหลายนายที่เปลื้องผ้าและจับต้องหญิงเหล่านั้น และสนองตัณหาของตนกับหญิงสาวเหล่านั้นบนโต๊ะกลางวงเหล้าอย่างคึกคะนอง ซึ่งเป็นถูกพระทัยของเจ้าชายเป็นอย่างยิ่ง มีนางโลมหลายนางที่ได้เปลือยกายร่ายรำ โชว์สรีระเนื้อนม และของสงวน ยั่วยุกามอารมณ์ของเหล่าบุรุษในที่นั้น แต่สตรีก็มิอาจเพียงพอที่จะสนองความใคร่ของทหารเหล่านี้ได้หมด สโตนจึงจัดหาหญิงสาวชาวบ้านมุสทาร์ทั้งหมดที่เหลือ ที่ยังไม่มีสามี มาลำเรอให้กับเหล่านักรบให้หนำใจ ไม่นานเด็กสาวที่ยังแตกเนื้อสาวไม่นาน ไม่ต่างกับดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ ก็ต้องมาแปดเปื้อนให้กับทหารเพียงชั่วคืน

   เมื่อนิวพ์และฉันแน่ในว่าพวกทหารและกองไฟข้างนอกนั้นมอดดับหมด ไม่มีเสียงใดๆ แล้ว นิวพ์ก็ได้บอกให้ฉันไปตักน้ำในบ่อน้ำหลังโรงเหล้าเพื่อนำมาอาบในไร่ข้าวโพด ฉันจึงปรี่ไปที่บ่อน้ำพร้อมกับถังน้ำตักอาบ เมื่อถึงที่หมายจึงได้ผูกถังไว้กับลอกเหล็ก แล้วค่อยหย่อนถังลงไปในบ่อ จนตักมาเต็มถัง แต่ไม่นานก็ต้องสะดุดล้มลงด้วยความตกใจ  เมื่อมองไม่เห็นเงาของตนในถังนั้น ฉันก้มมองลงครั้งต่อๆ ไป ผลลัพธ์ก็ยังคงออกมาเหมือนเดิมทุกครั้ง

“หรือว่า พลังของแม่มดได้เปลี่ยนข้า” เมื่อได้ชำระร่างกายจนเสร็จสรรพ ความคิดเรื่องเวทมนต์ก้องไปในหัวของฉันอย่างไม่ลดละ ฉันครุ่นคิดถึงวิธีการที่จะยับยั้งมัน หรือควรที่จะเรียนรู้ที่จะใช้มัน อย่างไหนคือหนทางที่ดีสำหรับตอนนี้

นิวพ์ที่ตอนนี้ เมาหลับไม่ได้สติในโรงเหล้าของสโตน ก็ถูกปลุกให้ตื่นจากภวังค์ เขางัวเงียเช็ดน้ำลายที่ไหลย้อยลงมาถึงหัวเข่า และก็ลืมตาตื่นขึ้นมองไปยังสาวตรงหน้า

“ข้าไม่เห็นเงาของข้าในน้ำ ต้องเป็นเวทมนต์ของแม่มดที่เปลี่ยนข้า” ฉันเล่าให้นิวพ์ฟังอย่างกระวนกระวาย นิวพ์ทำทีท่าจะสร่างเมาทันที ก่อนที่ฉันจะหยิบช้อนโลหะเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นเรื่องจริง โดยการส่องไปที่ตัวเองให้ชายชราเห็น และเขาก็เห็นในสิ่งที่ฉันต้องการจะสื่อ

“เจ้า...เป็นแม่มดโดยได้รับการถ่ายทอดพลังมา แม่สาว”

“นิวพ์ ข้าไม่รู้ว่าข้าจะต้องจัดการมันอย่างไร ข้ามืดไปหมด ช่วยข้าที”

“ที่อาณาจักรนี้ไม่ปลอดภัยกับเจ้าอีกต่อไป ถ้าทหารที่นี่รู้เรื่องของเจ้า เจ้าจะถูกฆ่าเยี่ยงเชลย  รีบหนีไปจากที่นี่ซะ นำม้าและเกวียนของข้ามุ่งหน้าออกทางทิศใต้”

   เท้าน้อยๆ ของฉันรีบก้าวอย่างฉับไวไปที่คอกม้าที่มีเกวียนและม้าของนิวพ์อยู่ แต่เมื่อไปถึงที่เกวียนได้ไม่นาน เสียงร้องครางของความสุขอย่างเสียวซ่านของใครบางคนก็ดังมา สะกิดหูของหญิงสาวที่อยู่ไม่ไกล ฉันจึงได้รีบมุดไปที่กองฟางเพื่อหาที่มาของเสียงนั้น ฉันแอบมองไปที่ช่องโหว่ของฟาง ภาพที่ฉันเห็นกลับทำให้ต้องตกตะลึง เมื่อเจ้าชายมาคัสและอัศวินคนสนิทกำลังร่วมรักกันในคอกม้าฝั่งตรงข้าม มีแต่เพียงตะเกรียงเล่มเดียวที่ตั้งอยู่ทำให้พอเห็นลีลารักของบุรุษทั้งสองที่ร่างชุ่มไปด้วยเหงี่อ แต่ไม่นานเสียงม้าของนิวพ์ก็ดังขึ้น ทำให้สองบุรุษต้องหยุดการร่วมรักลง แล้วหันมายังกองฟางที่ฉันหลบอยู่พอดี

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น