rani

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กับดักรัก หมอสุดโหด บทที่ 2 (ReWrite)

ชื่อตอน : กับดักรัก หมอสุดโหด บทที่ 2 (ReWrite)

คำค้น : กับดักรัก หมอสุดโหด, กับดักรักหมอสุดโหด, ชลาธิป, ปัณ, yaoi, rani, 18+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 25.9k

ความคิดเห็น : 47

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.ย. 2559 20:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กับดักรัก หมอสุดโหด บทที่ 2 (ReWrite)
แบบอักษร

กับดักรัก หมอสุดโหด
   
โดย Rani

 

บทที่ 2

เสียงไก่ขันตอนเช้า และนกที่เพิ่งออกหากิน ปลุกให้ปัณณทัตตื่นขึ้นจากที่นอนอย่างสดชื่น  เขารู้สึกดีอยู่ไม่น้อยที่ถึงแม้ว่าจะแปลกที่แต่กลับนอนหลับสนิท  อาจจะเป็นเพราะเมื่อวานหมอชลาธิป  โทรมาบอกว่าจะไม่กลับบ้าน เนื่องจากมีเคสอุบัติเหตุที่หมอต้องดูแล ปัณ
ณทัตจึงบอกให้ต้นน้ำจัดการเรื่องอาหารเย็นสำหรับตัวเองก็พอ ส่วนเขาขอเข้านอนเลย เพราะเพลียจากการเดินทาง
            พ่อบ้านหนุ่มจัดการล้างหน้าล้างตา และรวบผมยาวประบ่าของตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะลงมาที่ครัว เพื่อทำอาหารเช้าง่ายๆให้หมอชลาธิป  ชายหนุ่มร่างบางทำทุกอย่างในครัวอย่างคล่องแคล่วโดยมี ต้นน้ำเป็นลูกมือ ต้นน้ำแลดูมีความสุขมากที่ได้มีปัณณทัตมาอยู่ด้วย วันนี้เด็กน้อยแวะมาที่นี่แต่เช้ามืดทั้งที่ปกติแล้ว จะมาที่นี่ราวหกโมง จัดหากาแฟพร้อม คุกกี้จากโหล เอามาวางให้คุณหมอ โดยเรียกมันว่า “อาหารเช้า” เมื่อคุณหมอรับประทานเสร็จ ต้นน้ำก็จะนำแก้วจานไปล้าง  คุณหมอจะไปทำงาน  ส่วนตัวเขาก็ไปเรียนโดยได้อาหารเช้าเป็นหมูปิ้งหน้าโรงเรียนทุกวัน แม้หมอชลาธิปจะรู้ว่ามันไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากนัก แต่เมื่อต้นน้ำบอกว่า “ทำไม่เป็น” ทุกอย่างก็จบลงอย่างหาข้อสรุปไม่ได้
            แต่วันนี้ต้นน้ำรู้ว่ามีข้อสรุปแล้ว  ข้อสรุปนั้นชื่อ  “ปัณณทัต”

            “วันนี้คุณปัณทำอาหารเยอะจัง”
            “หืม  นี่เยอะแล้วเหรอข้าวต้มหมู ไข่ดาว กับไส้กรอกเนี่ยนะ” ปัณณทัตทำหน้าประหลาดใจ มองเด็กน้อยในชุดนักเรียนอย่างเอ็นดู
            “ปกติ ไม่มีข้าวต้มหมู ไข่ดาว แล้วก็ไม่มีไส้กรอกด้วยครับ มีแต่กาแฟกับคุ้กกี้”
            “โธ่เอ๊ย งั้นวันนี้ไม่ต้องไปกินหมูปิ้งเหมือนทุกวันนะ ทานที่นี่แหละ พี่ทำเผื่อแล้ว” ปัณณทัตพูดจบก็เอามือหยิกแก้มย้อยๆทั้งสองข้างของต้นน้ำอย่างเอ็นดู  ซึ่งเป็นภาพน่ารักเล็กๆ ให้กับคนที่เพิ่งมาสมทบในครัวด้วย
            “ไม่แน่ใจว่าคุณปัณจะรังเกียจไหมครับ ถ้าผมอยากจะให้ไปรับประทานอาหารเช้า ด้วยกันที่โต๊ะ”      หมอหนุ่มพูดจบก็มองไปยังสำหรับอาหารที่ปัณณทัตจัดแยกเอาไว้ “คุณปัณจะได้ไม่ต้องลำบากทำหลายสำรับด้วย”เขาว่าต่อ
            “เอ่อ...” ปัณณทัตออกจะลำบากใจอยู่ไม่น้อยเพราะชวนต้นน้ำกินข้าวด้วยกันแล้ว  จะปล่อยให้เด็กน้อยนั่งกินข้าวคนเดียวก็ประหลาดอยู่
            “เจ้านั่นผมก็เคยชวน   แต่ไม่ไปครับ    เอาแต่นั่งอ่านหนังสือ ทบทวนการบ้านอยู่ในครัวระหว่างผมทานข้าว ถ้างั้นผมรบกวนคุณปัณไปทานด้วยกันนะครับ ต้นน้ำจะได้ไปด้วย เอาจริงๆทานคนเดียวผมว่าอาหารไม่ค่อยจะถูกปากเท่าไร”
            “งั้นก็ได้ครับ” ปัณณทัตตอบตกลง อย่างน้อยก็เพื่อความสุขของเจ้านายคนใหม่ของเขา  และ  จะได้ให้เด็กน้อยหน้าตาน่ารักได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์กับเขาด้วย

 

ในมื้อนั้น อาหารเช้าจึงถูกจัดไว้สามที่ ปัณณทัตออกจะรู้สึกแปลกๆกับบรรยากาศบนโต๊ะไม่น้อย เพราะยิ่งนานเท่าไรก็ยิ่งรู้สึกเหมือน พ่อ-แม่-ลูก กำลังนั่งรับประทานอาหารด้วยกัน
            “คุณปัณพออยู่ได้ไหมครับ?” เจ้าของบ้านเริ่ม “บ้านของผมออกจะเก่าไปสักหน่อย หวังว่าคุณปัณจะพอไหว”
            “ไหวครับ บ้านน่ารักมาก ร่มรื่นมากด้วย แบบนี้ผมอยู่ได้สบาย    เพียงแต่บ้านค่อนข้างไกลตลาดสักหน่อย   ผมเลยจะขออนุญาตคุณหมอ ปลูกผักสวนครัว   กับดอกไม้นิดหน่อยตรงรอบๆ
บ้านนะครับ”
            “ตามสบายเลย เมื่อก่อนบ้านนี้พี่สาวผมดูแลครับ แต่พอเขาเสียผมบ้านก็โทรม ให้ใครมาดูก็ไม่เหมือนเดิมครับ แต่ต้นน้ำก็ไว้ใจได้เรื่องความสะอาดนะครับ แล้วก็เป็นเด็กดีด้วย”
            “ขอบคุณมากครับ”  ปัณณทัตยิ้มให้เขา  “เดี๋ยวผมกับต้นน้ำจะช่วยกันดูแลให้”
            “ครับ แล้วก็ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้ด้วย   อร่อยมากเลย บรรยากาศก็ดี ดีกว่าหมูปิ้งหน้าโรงเรียนเยอะเลยว่าไหมหือ? ต้นน้ำ”
            “ครับ   คุณปัณทำอาหารอร่อยจริงๆครับ   อร่อยกว่าป้าศรี”
ต้นน้ำพูดถึงแม่บ้านคนก่อน เจ้าของอาหารหน้าเรื่อ ไม่รู้ว่าพูดเอาใจหรือเปล่า แต่ตอนอยู่บ้านเขาก็เป็นคนทำกับข้าวให้พี่ๆน้องๆกินนี่นา แล้วพวกนั้นก็ชมแบบนี้ไปซะทุกครั้งนั่นแหละ ปัณณทัตยิ่งคิดยิ่งยิ้ม จนคนอื่นๆงงกันไปหมดว่าเขายิ้มอะไร
            “นี่  วันนี้กูรจะไปซื้อของเข้าสวนหลายอย่าง  จะผ่านไปทางโรงเรียนด้วย ยังไงเดี๋ยวให้กูรไปส่งนะ กินข้าวเสร็จก็ไปรอที่หน้าบ้านได้เลย เดี๋ยวก็คงมา”
            “อ้าว แล้วปกติต้นน้ำไปโรงเรียนยังไงล่ะครับ”
            “ไปรถสามล้อรับจ้างแถวนี้น่ะ เพราะแม่เขาก็ต้องออกไปขายของที่ตลาดแต่เช้า ส่วนผมก็ไปกันคนละทาง”
            “อ่อ” ปัณณทัตพยักหน้าอย่างเข้าใจ
            “งั้นวันนี้ผมต้องขอตัวก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวตอนเย็นเจอกัน” ก่อนจะหยิบกระเป๋าเอกสารออกไปขึ้นรถ   ต้นน้ำเก็บจานทั้งหมดไปล้าง ส่วนปัณณทัต ก็เริ่มเดินสำรวจบ้าน  แบบจริงๆจังๆ  อีกทีว่าจะเนรมิตบ้านนี้ให้น่าอยู่ได้อย่างไรบ้าง

 

หมอชลาธิปกลับบ้านตอนเย็นเหมือนอย่างที่บอกก็จริง แต่เมื่อเสร็จจากอาหารเย็น  ก็รีบกลับเข้าห้องทำงานของตัวเองจนดึกดื่น  เพราะเขาไม่ได้มีอาชีพเป็นหมอรักษาคนไข้อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีอย่างอื่นอีกมากมาย ทั้งการทำงานวิจัยเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์, การรักษาแบบใหม่ที่อิงกับธรรมชาติบำบัด และยังต้องบริหารจัดการไร่เจริญตา ไร่ที่พ่อกับแม่ของเขาร่วมกันก่อร่างสร้างมากับมือจนตอนนี้กลายเป็นไร่องุ่นที่มีชื่อมากที่สุดในจังหวัด    และสามารถส่งออกประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างสบาย   โดยไร่เจริญตาเริ่มทำตั้งแต่เพาะกล้าจนขายส่งและขายปลีก มีสโตร์ใหญ่อยู่ที่ในตัวเมือง และอีกหลายหัวเมืองใหญ่เพื่อขายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากองุ่น ทั้งไวน์ ลูกเกด  ซึ่งทั้งหมดนื้ ถ้าไม่อยู่ในแวดวงเดียวกันก็แทบจะไม่มีใครรู้เลยว่า จะมีคุณหมอบ้านนอกอยู่เบื้องหลัง
            ด้วยหน้าที่รับผิดชอบที่มากมาย ทำให้ชลาธิปมักจะทำงานจนถึงดึก ในช่วงกลางวันเขาเป็นหมอ รักษาคนไข้ ทำให้ต้องมาดูแลงานเอกสารของไร่ช่วงกลางคืน   และไปดูให้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของมันจริงๆในช่วงวันหยุด โดยมีอังกูร ผู้จัดการไร่เป็นผู้รายงานผลทุกๆอย่างที่เกิดขึ้น
            เสียงเคาะประตูห้องทำให้ชลาธิปต้องเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสาร เขาถอดแว่นกรอบหนาที่ทำให้ดูเคร่งขรึมกว่าปกติวางลงบนโต๊ะเพ่งมองร่างที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมถือถาดที่ใส่ถ้วยและกาน้ำชาอุ่นมาด้วย เมื่อเห็นหน้าปัณณทัต ก็ทำให้ชลาธิปเหมือนจะนึกได้ว่า ห้องทำงานของเขามันสะอาดและดูส่ว่างตาขึ้น
            ปัณณทัตยิ้มให้นิดนึงก่อนจะวางถาดลงบนโต๊ะแล้วรินน้ำชาใส่ถ้วยช้าๆให้ควันของมันทำหน้าที่พากลิ่นไปยังคนที่นั่งอยู่
            “ขอบคุณครับ” เขายกชานั้นขึ้นจิบ จึงได้รู้ว่าเป็นชากลิ่นดอกไม้ น่าจะดอกเก๊กฮวยนะ ชลาธิปคิด
            “ชาดอกเก็กฮวยครับ ผมติดมือมาจากบ้าน ดื่มแล้วสดชื่นดี” ยังไม่ทันถามอีกคนก็ส่งเสียงตอบซะแล้ว
            “ดึกแล้ว ทำไมยังไม่นอนอีกครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้คุณก็ต้องตื่นแต่เช้าอีก”
            “ไม่เป็นไรครับ   เป็นลูกจ้าง    ก็ต้องนอนหลังเจ้านายสิครับ”
            “อย่ารอเลยครับ เดี๋ยวผมทำงานอีกครู่เดียวก็จะไปนอนแล้ว” ชลาธิปยิ้มให้ ดวงตาประสานกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ ในนั้นมีแววตาของคนมีความสุขที่ได้มีคนมาคอยดูแล กับอีกคู่เป็นของคนที่ใส่ใจ และอยากดูแล ปัณณทัตรู้สึกเขินๆกับสายตาแบบนั้นจึงรีบขอตัวออกมา ทิ้งให้คนที่อยู่ในห้องยังคงนั่งยิ้มต่อไปอย่างไม่เข้าใจตัวเองว่า ทำไมวันนี้งานเอกสารจึงไม่น่าเบื่อเหมือนทุกวัน

 

แม้ว่าเขาจะตื่นแต่เช้า แต่ชลาธิปก็ไม่เคยตื่นทันปัณณทัตสักวัน “ตื่นก่อน นอนทีหลัง” ปัณณทัตเคยบอกว่าเป็นหน้าที่ของลูกจ้างที่ดี  แต่ทำไมเขานึกถึงคนที่ทำหน้าที่อื่นนะ  คิดแค่นั้นก็ได้แต่ยิ้ม
ชลาธิปกระชับปมเน็คไทของตัวเองก่อนจะหิ้วกระเป๋าไปที่โต๊ะอาหาร
            “วันนี้ต้นน้ำมีสอบ   ผมเลยบอกว่าไม่ต้องมาที่นี่ช่วงเช้าก็ได้ ส่วนช่วงเย็น   เขาขอมาอ่านหนังสือที่นี่นะครับ   ผมบอกคุณไว้ก่อน ต้องขอโทษด้วยที่ตัดสินใจเอง”
            “ไม่เป็นไรครับ แล้วแต่คุณปัณเลย เพราะยังไงต้นน้ำก็เป็นลูกมือคุณปัณอยู่แล้ว”
            “ครับ งั้นเชิญคุณหมอที่โต๊ะอาหารเลยดีกว่า วันนี้ไม่มีลูกมือ ผมเลยทำอาหารง่ายๆให้คุณหมอนะครับ ลองดู ผมไม่รู้ว่าจะถูกใจคุณหมอหรือเปล่า?”
            “นี่ง่ายแล้วเหรอครับ?” ชลาธิปเอ่ยขึ้นหลังจากเห็นเมนู ง่าย ของพ่อบ้านหนุ่ม อาหารของเขาดูเหมือนง่ายก็จริง เพราะเป็นอาหารจานเดียว แต่เป็นอาหารจานเดียวที่ประกอบไปด้วย แซนวิชขนมปังโฮลวิตไข่ดาวที่โรยงาขาวคั่วมาเต็มพิกัด กับ สลัดทูน่าวางอยู่ข้างๆที่ประกอบไปด้วย มะเขือเทศ แตงกวา พร้อมผักกาดแก้ว และกีวี่ เสิร์ฟพร้อมน้ำสลัดที่ทำจากน้ำมันมะกอก
            “ก็ไม่ได้มีอะไรยากนี่ครับ ผมเห็นว่าที่นี่กีวี่ถูกก็เลยซื้อมา แล้วก็ส่วนผสมออกจะเพี้ยนไปเล็กๆด้วย   อย่างแตงกวานี่  จริงๆต้องเป็นแตงกวาญี่ปุ่น  รสชาติพอได้ไหมครับ”   ปัณณทัตถามพร้อมวางถ้วยกาแฟดำให้ด้วย
            “อร่อยมากครับ  กาแฟนี่ก็ด้วย  แปลกนะครับ  ก็แค่กาแฟดำ ทำไมถึงชงออกมาไม่เหมือนกัน”
            “กาแฟชงยากนะครับ ไม่ใช่แค่ใส่กาแฟใส่น้ำร้อน แต่คุณต้องอุ่นแก้วก่อน ดูว่าอุณหภูมิน้ำร้อนพอเหมาะไหม ต้องดูว่าจะใส่กาแฟเท่าไร ใส่น้ำปริมาณเท่าไรด้วยครับ” ปัณณทัตอธิบาย หมอชลาธิปตั้งใจฟังทุกคำพูด เพราะดูเหมือนว่าปัณณทัตจะมีความสุขจริงๆเมื่อพูดถึงเรื่องอาหารการกินเหล่านี้
            “ดีใจนะครับ ที่คุณมีความสุขที่อยู่ที่นี่” เขายิ้มให้อย่างอบอุ่น
            “ครับ? เอ่อ คือว่า...” ปัณณทัตเขินจนหน้าแดง ส่วนอีกคนก็ทำเป็นไม่เห็นเสีย
            “ไปส่งผมที่รถหน่อยนะครับวันนี้” เขายืนขึ้นยกกาแฟที่เหลือดื่มจนหมด ปัณณทัตยืนจับมือตัวเองแน่นๆ เขินจนรู้สึกว่า มือที่มีอยู่ สองมือมันดูเยอะเกินไปจนไม่รู้ว่าจะเอาพวกมันไปไว้ที่ไหน พ่อบ้านหนุ่มมองเจ้านายใส่รองเท้าด้วยท่าทางสบายๆ ก่อนจะค่อยๆเดินเคียงกันไปจนถึงข้างรถ
            “คุณปัณครับ” ปัณณทัตเงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียก คิดว่าคงจะมีคำสั่งบางอย่างที่ชลาธิปอยากจะบอก   แต่จังหวะนั้นชายหนุ่มกลับแตะริมฝีปากที่หน้าผากของปัณณทัตแบบไม่ให้ตั้งตัว  แล้วก็หัวเราะเบาๆ ก่อนจะขึ้นรถแล้วขับออกไป ทิ้งให้เจ้าของหน้าผาก
อายหน้าแดงไปจนถึงลำคอ
            ... นี่มันเกินไปแล้วนะ ...
!!!!

 

 

ว่าแต่ ... รอยจูบที่หน้าผากนั้น คืออะไรล่ะครับคุณหมอ >< 

TBC
ฝากด้วยน้าาาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น