Ranichat

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 21 : ขอรางวัลหน่อยสิคะ

ชื่อตอน : บทที่ 21 : ขอรางวัลหน่อยสิคะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ต.ค. 2560 22:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 21 : ขอรางวัลหน่อยสิคะ
แบบอักษร


หลังจากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นนั้น กวินทร์อุ้มหญิงสาวออกมาจากที่เกิดเหตุแล้วขอตัวกลับก่อนทามกลางความสงสัยของเพื่อนๆของหญิงสาว ประกอบกับใบหน้าหล่อของกวินทร์มีเลือดออกอยู่มุมปากนั้นยิ่งทำให้น่าสงสัยเข้าไปใหญ่แต่ก็ยอมให้กลับแต่โดยดี

กวินทร์อุ้มเกลินขึ้นมาที่ห้อง หญิงสาวในอ้อมแขนหลับใหลด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปอย่างไม่บันยะบันยัง จริงๆหญิงสาวเป็นคนคอแข็งพอตัว ด้วยความที่สังสรรค์บ่อยจึงทำให้เคยชินกับเรื่องพวกนี้ แต่วันนี้คงมากเกินไหว

ร่างสูงค่อยๆวางร่างบางลงอยากเบามือราวกับกลัวว่าคนในอ้อมแขนจะตื่น จัดการถอดรองเท้าส้นสูงสีหวานที่มันช่วยเสริมส่วนสูงให้เจ้าหล่อน นี่ถ้าเขาไม่เป็นคนสูงคงได้เตี้ยกว่าเจ้าหล่อนแน่ๆ จากนั้นจึงย้ายมานั่งข้างๆพร้อมลูบหัวด้วยความเสน่ห์หา

“ทำไมดื่มหนักขนาดนี้คะ เห็นไหม ทำให้พี่เป็นห่วงแย่เลย” ว่าไปก็ลูบหัวไป แล้วก็กลับไปที่ห้องของตนเพื่อจะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและจัดการกับแผลที่ได้มาจากงานแต่งของแฟนสาวของตน ตอนนี้เวลาก็ปาเข้าไปเกือบตีสองแล้ว ช่างเป็นวันที่ยาวนานเหลือเกิน วกกลับไปคิดถึงเรื่องที่เกิดในวันนี้ ถ้าเกิดเขาเข้าไปช่วยแฟนสาวตนไม่ทันจะเกิดอะไรขึ้น และเขาก็กลัวเหลือเกิน กลัวว่าวันหนึ่งเกลินอาจจะไม่ได้เป็นเหมือนตอนนี้ กลัวเหลือเกินว่าคนที่เค้ายอมเปิดใจจะหลอกเค้าเหมือนกับคนก่อน

ว่าแล้วก็ขอกลับมาดูหญิงสาวที่นอนอยู่ในห้องอีกห้องก่อนที่เขาจะเข้านอนบ้าง และด้วยกลัวว่าพรุ่งนี้เกลินจะเดินทางกลับไม่ไหวเพราะถึงกำหนดที่จะกลับไร่กวินทร์เสียทีจึงต่อสายไปหาคนสนิทอย่างแสบ

“ไอ้แสบ เลื่อนไฟท์ให้ฉันหน่อย” พูดไปสายตาก็มองไปยังร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงกว้างด้วยชุดสีชมพูหวานแหววโชว์เอวคอด นึกโมโหจริงๆที่คนอื่นได้จ้องมองมัน อยากจะควักลูกตาคนเหล่านั้นทิ้งเสียเหลือเกิน

‘นายก็กลับพรุ่งนี้นี่ครับ’ คนปลายสายตอบด้วยความงัวเงีย

“แหกตามาดูด้วย นี่มันวันใหม่แล้ว”

‘ครับๆ ผมจะจัดการให้ครับนาย แต่ขอให้เช้าก่อนนะครับ ผมขอนอนก่อนนะครับนาย สวัสดีครับ’ แสบตอบกลับอย่างเร็วพร้อมตัดสาย มิเช่นนั้นอาจจะโดนด่าจนไม่ได้นอน

“พี่กวินทร์! ช่วยหนูเกลด้วย พี่กวินทร์! ช่วยด้วย!” อยู่ๆคนที่นอนอย่างแนบนิ่งบนเตียงก็กวักมือตะเกียกตะกายดั่งคนขาดอากาศหายใจ คนที่ยืนมองตอนแรกถึงกับตกใจรีบเดินเข้าไปหาทันที

“พี่อยู่นี่ค่ะ ไม่เป็นอะไรนะคะ พี่อยู่นี่แล้ว” กวินทร์นั่งลงข้างๆดึงเกลินเข้ามาหาในอ้อมแขนของตน หน้าของเกลินค่อยๆคลายความกังวลลง กวินทร์เริ่มหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้าพิงหัวเตียงอยู่โดยมีสาวสวยหลับอยู่ที่อกในอ้อมแขนของตน



เปือกตาบางค่อยๆลืมขึ้นช้าๆ แต่ต้องรีบหลับตาลงเพราะแสงที่เข้าตานั้นจ้าเกิดไป อาการปวดหัวอย่างรุนแรงคืบคลานเข้ามาที่หัวของหญิงสาว ถึงกับยกมือกลุมขมับของตน หน้านิ่วไปด้วยความทรมาณ

“โอ้ยยย หนูเกลไม่น่าเลย ไม่น่าดื่มเยอะขนาดนี้เลย ฮือออ” มือเรียวกลุมขยับพร้อมคลึงเบาๆเพื่อหวังให้คลายความเจ็บปวด

“หนูเกลตื่นแล้วหรอคะ ไหวไหม” กวินทร์ที่เดินถือแก้วน้ำส้มและถ้วยข้าวต้มเดินเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง

“พี่กวินทร์ หนูเกลปวดหัวจัง”

“มาค่ะ มาดื่มน้ำส้มเย็นๆกับทานข้าวต้มก่อนเร็ว กำลังร้อนๆเลย” เช้านี้กวินทร์ลุกขึ้นไปตลาดเพื่อไปหาซื้อข้าวของมาทำข้าวเช้าให้เกลินทาน

“ไม่เอาค่ะ หนูเกลปวดหัว ไม่อยากกินอะไรเลย” ไม่ไหวที่จะนำสิ่งใดลงไปในกระเพราะ กลัวมันจะขย่อนออกมาให้เขี้ยวเล่นอีกครั้งเหมือนวัว

“พี่น้อยใจแย่เลย อุตส่าห์ตื่นแต่เช้ามาทำให้ทาน เมื่อคืนก็กล่อมคนฝันร้ายจนแทบไม่ได้นอน สงสัยข้าวต้มพี่เป็นหมันเสียแล้ว” ประโยคน้อยใจของชายหนุ่มทำให้เกลินเงยหน้าขึ้นมามองหน้าหล่อๆของกวินทร์

“พี่กวินทร์! ปากไปโดนอะไรมาคะ” สิ่งที่ทำให้เกลินสนใจไม่ใช่ข้าวต้ม แต่เป็นมุมปากของชายหนุ่มแทน

“มาทานเร็วค่ะ” กวินทร์เดินถือถาดอาหารมาวางไว้ที่โต๊ะขนาดกลางในห้องอย่างไม่สนใจในคำถามของแฟนสาว เกลินรีบลุกขึ้นจากเตียงเดินมาหาชายหนุ่มทันที

“หนูเกลขอดูหน่อยค่ะ” พยายามที่จะจับคางชายหนุ่มให้หันหน้ามา ตอนนี้ลืมอาการของการปวดหัวไปเลย

“กำลังร้อนๆเลยค่ะ” กวินทร์บ่ายเบี่ยง

“พี่กวินทร์คะ หนูเกลขอดูหน่อยค่ะ” เสียงเริ่มจริงจังขึ้นอย่างบังคับจนชายหนุ่มยอมให้ดูแต่โดยดี

“ตอนที่พี่กวินทร์เข้ามาช่วยหนูเกลใช่ไหมคะ” เธอพอจำได้รางๆ แต่ตอนแรกนึกว่าแค่ฝันไป แสดงว่าจริง สิ่งที่พละพลพูดนั้นเป็นเรื่องจริง เธอไม่ได้แค่ฝัน

“เออ…ชะ ใช่ค่ะ” กวินทร์ไม่กล้าบอกไปตรงๆ กลัวว่าสิ่งที่พละพลพูดจะเป็นจริง ที่ว่าเกลินรอพละพลกลับมาและใช้เค้าเป็นตัวคั่นเวลา

“เจ็บมากไหมคะ พี่กวินทร์ต้องเจ็บตัวเพราะหนูเกลแท้ๆเลย” มือเรียวกลุมหน้าชายหนุ่มด้วยสีหน้าของคนเป็นห่วง

“หนูเกลไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วค่ะ แค่นี้พี่กวินทร์เจ็บแทนหนูเกลได้” มือหนาเอื้อมมือมาคว้าเอวบางมาประชิดตัว

“ขอบคุณนะคะ” รอยยิ้มหวานปรากฎขึ้นบนหน้าสวย

“พี่ไม่ได้ดูแลหนูเกลฟรีนะคะ พี่อยากได้รางวัล” รอยยิ้มของคนมีเลศนัยปรากฎขึ้นเช่นกัน

“ทำดีหวังผลหรอคะ” แขนก็คล้องไปที่คอของชายหนุ่ม

“ก็มีแฟนสวยน่ารักขนาดนี้ก็ขอรางวัลหน่อยสิคะ” ว่าแล้วกวินทร์ก็จูบไปที่เรียวปากบางอย่างโหยหาดั่งคนที่กระหายความหวาน ปากเรียวก็ยอมเปิดออกเพื่อที่จะให้คนรุกหนักได้เข้ามาควานหาความหวานในโพรงปากของตน เท้าของเกลินก็ก้าวตามแรงพลักของกวินทร์อย่างว่าง่ายจนไปชิดกับเตียงและล้มลงนอนกับเตียงตามมาด้วยร่างหนาที่ทาบทับตามมา

“พี่ไม่รู้ว่าหนูเกลเชื่อใจพี่มากแค่ไหน แต่พี่เชื่อใจหนูเกลมากเลยนะคะ” ปล่อยปากของคนด้านล่างให้เป็นอิสระ

“หนูเกลก็เชื่อใจพี่กวินทร์ค่ะ” เกลินไม่เข้าใจว่ากวินทร์พูดถึงอะไร แต่ตอนนี้พื้นที่ว่างในหัวใจของตนได้มีกวินทร์ครอบครองทีละนิดๆ จนมันใกล้จะเต็มแล้ว ไม่คิดว่าจะเร็วได้ขนาดนี้ แต่ใจก็ยังไม่ยอมรับว่านี้คือความรัก มันก็อาจเป็นแค่ความรู้สึกดีที่เธอได้รับตอนไม่มีใครเฉยๆ

“ถ้าครบสี่เดือนแล้วหนูเกลจะไปจากพี่ไหมคะ” กวินทร์ซุกหน้าลงไปตรงที่คอของหญิงสาวอย่างคนไม่อยากจากกัน

“วันนั้นยังมาไม่ถึงเลยค่ะ อย่าพึ่งคิดมาสิ เดี๋ยวแก่เร็วน้า” เกลินบ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถาม ไม่กล้าที่จะรับปากกับคนในอ้อมแขน กลัวว่าคำพูดของตนจะทำให้กวินทร์เสียใจ

“ไปค่ะ ไปทานข้าวต้มได้แล้ว เย็นหมดแล้วหรือจะกินพี่ดีคะ แหล่งโปรตีนเลยนะ” กวินทร์ลุกออกจากการคลอเคลียซอกคอหอมกรุ่นของหญิงสาว

“คนบ้า! ทะลึ่งอีกแล้ว!” เกลินรีบลุกไปยังโต๊ะที่มีถ้วยข้าวต้มกับน้ำส้มวางอยู่ด้วยความเขิน

“แล้วชอบไหมคะ” กวินทร์รีบเดินตามมา มือข้างหนึ่งค้ำไปที่โต๊ะ และอีกข้างค้ำไปที่พนักพิงของเก้าอี้ที่เกลินนั่งอยู่

“ก็…ก็ชอบค่ะ” ไม่กล้าสบตา รีบตักข้าวต้มเข้าปากทันที

“โอ๊ย!” รีบจนเกินไปโดยไม่รู้ว่าข้าวต้มนั้นยังร้อนอยู่พอควร

“เป็นอะไมากไหมคะ มาค่ะ เดี๋ยวพี่ป้อน” ชายหนุ่มรีบลากเกาอี้มานั่งข้างๆหญิงสาวพร้อมดึงช้อนในมือจากมือของเกลินอย่างคนเอาแต่ใจ

“หนูเกลทานเองได้ค่ะ” แค่นี้ก็เขินจนทำตัวไม่ถูกอยู่แล้ว

“อย่าดื้อกับพี่สิ จะกินข้าวต้มดีๆหรือจะกินพี่แทน” กวินทร์เริ่มรุกเกลินหนักขึ้น

“พี่กวินทร์! หยุดแกล้งหนูเกลได้แล้ว พูดออกมาไม่อายบ้างหรอคะ” มือฟาดไปที่แขนของคนขี้แกล้ง

“ตีอีกจูบนะคะ” พูดอย่างเป็นต่อ

“เอาเปรียบ!”

“ใครกันแน่ที่เสียเปรียบ มีแต่คนอยากจูบกับพี่ทั้งนั้น”

“ค่ะ! ก็ไปจูบกับเค้าสิคะ!” จากที่เขินๆก็กำลังจะเปลี่ยนมาเป็นโกรธแทนซะงั้น

“แต่พี่อยากจูบกับหนูเกลนี่คะ” กวินทร์ว่าอย่างหน้าตาเฉย มือก็ทำหน้าที่ตักข้าวป้อนให้หญิงสาว

“เออ…แล้วนี่กี่โมงแล้วคะ ไฟท์เราออกตอนเที่ยงนี่คะ” รีบเปลี่ยนเรื่องทันที ไม่งั้นได้โดนชายหนุ่มแกล้งอีกแน่

“พี่เลื่อนไฟท์เป็นพรุ่งนี้เช้าแล้วค่ะ อยากให้หนูเกลพักก่อน” คนใส่ใจตอบไปด้วยความเป็นห่วง

“ทำไมน่ารักขนาดนี้คะ หนูเกลหลงจนต้านทานไม่ไหวแล้วนะ” เอียงคอไปพิงที่ไหลคนขัางๆอย่างคิดหนัก กลัวว่าวันที่ต้องไปจะเป็นตนที่เสียใจแทน สรุปใครหลงใครกันแน่

“ว่าแต่พี่ ตัวเองก็เหมือนกันนั้นแหละ ขี้อ้อน” ว่าแล้วก็เอื้อมมือไปจับที่จมูกของคนขี้อ้อนแล้วโยกไปมา

“อย่าค่ะ เดี๋ยวซิลิโคนเคลื่อน” เกลินบอกอย่างยิ้มๆ

“หืม” กวินทร์ทำหน้าสงสัย

“ล้อเล่นค่ะ หน้านี้แม่ให้มาล้วนๆ”

“ตกใจหมดเลยค่ะ กลัวลูกหน้าไม่เหมือนแม่” ได้ทีก็แกล้งคนเขินง่าย

“บ้า! คิดไกลไปไหมคะ” เลิกซบใหล่ทันที

“ไกลตรงไหนคะ อีกไม่นานเดี๋ยวก็มี” ยิ่งเขินยิ่งได้ใจ

“หนูเกลจะโกรธจริงๆนะคะ เลิกแกล้งได้แล้ว” หน้าของเกลินจริงจังขึ้น

“พี่ไม่แกล้งแล้วก็ได้ ทานเยอะๆนะคะ จะได้ไปอาบน้ำแต่งตัว พี่จะพาไปข้างนอก”

“ไปไหนคะ” เกลินถามด้วยความสงสัย

“ไม่บอกค่ะ เดี๋ยวก็รู้เอง” คำพูดของชายหนุ่มยังคงเป็นปริศนาของเกลินต่อไป




มาแล้วววว มาแล้วววว ไม่รู้ว่ามีคนรอมั้ย อาจจะไม่มี555555

ยุ่งจริงๆค่ะ กลับมาบ้าน หัวก็ถึงเตียงเลย55555

ชีวิตไรท์ช่างลำบาก ชอบไม่ชอบก็บอกนะคะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านค่า 💚💚💚


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น