หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เนื่องจากตอนนี้ทางหอหมื่นอักษรได้แปลนิยายเรื่อง ‘สำนักแพทย์อันดับหนึ่ง’ ทันต้นฉบับภาษาจีนแล้ว ทางเราจึงขอแจ้งให้ทราบว่านิยายเรื่องนี้จะหยุดการอัพเดทตอนใหม่ ‘ชั่วคราว’ และจะอัพเดทอีกครั้งเมื่อต้นฉบับจากทางจีนมีเพียงพอแล้วเจ้าค่ะ

ตอน ๖๓ พ่อตาหมิงอ๋องออกโรง

ชื่อตอน : ตอน ๖๓ พ่อตาหมิงอ๋องออกโรง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ต.ค. 2560 15:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน ๖๓ พ่อตาหมิงอ๋องออกโรง
แบบอักษร

ไม่มีใครคิดว่าขุนนางเก่าแก่สองรัชสมัยอย่างหลินหัวเหย้า จะยอมรับผิดง่ายๆ เช่นนี้ พอหลินหัวเหย้าเห็นว่าตนตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ก็กระทำการตอบโต้ ซึ่งทำให้ผู้คนคิดไปในทางลบเสมอ

วันที่ห้านับจากวันที่หมิงอ๋องถูกลอบสังหาร หลินหัวเหย้าทูลฝ่าบาทต่อหน้าขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและบู๊ในท้องพระโรงว่า จากการสืบสวน ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญของคดีนี้แน่ชัดว่าคือจางปังลี่ และอาจเป็นต้นเหตุของคดี

ข้อหนึ่ง มีพยานยืนยันว่า ผู้ถูกกระทำหรือหมิงอ๋อง เคยอยู่ต่อหน้าสาธารณะชน กล่าวด้วยองค์เองว่าจางปังลี่และหมอจางร่วมสมคบคิดวางแผนสังหารตน

ข้อสอง จากการสืบสวนสอบสวนที่ผ่านมา พิสูจน์ได้ว่าคำพูดของหมิงอ๋องมีมูลความจริง เนื่องจากตอนอยู่ในเมืองหลวง หมิงอ๋องเคยแตกหักกับจางปังลี่ และในวันเกิดเหตุ ขณะจางปังลี่คุ้มกันขบวนและระหว่างหมิงอ๋องถูกลอบสังหาร มีคนเห็นว่าเขามีท่าทีแปลกๆ

ข้อสาม สำคัญไม่แพ้กัน เมื่อห้าวันก่อน คดีนี้ถูกโยงถึงคนๆ หนึ่ง คนของหลินหัวเหย้า ซึ่งรับสารภาพว่า ตนเป็นหนึ่งในทีมสังหารหมิงอ๋อง โดยได้รับคำสั่งจากจางปังลี่...

ดังนั้นรูปคดีจึงค่อนข้างชัดเจนว่า จางปังลี่เป็นผู้กระทำ ซึ่งแรงจูงใจนอกจากความแค้นและความเกลียดชังแล้ว สาเหตุอื่นๆ กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวน

ด้วยเหตุนี้ หลินหัวเหย้าได้ทูลขอให้ฝ่าบาทมีพระบัญชา ตัดสินให้จางปังลี่และหมอจางเป็นผู้ต้องสงสัยบงการลอบสังหาร อนุญาตให้ลงลึกสืบถึงครอบครัวของทั้งสองคน จับคนของตระกูลจางทั้งหมดมาให้ทีมงานทำการสอบสวนต่อหน้าขุนนางน้อยใหญ่เต็มท้องพระโรง.....

พอหลินหัวเหย้าพูดจบ ท้องพระโรงพลันพลันเงียบกริบ

ใครไม่รู้ว่าจางปังลี่เป็นคนสำคัญขององค์ติ้งอู่ ที่ผ่านมาเขาเป็นมือเป็นเท้าคอยจัดการเรื่องทุกอย่างในราชสำนักเสมอมา หลังเกิดคดีนี้ องค์ติ้งอู่ยิ่งต้องปกป้องเขา นำตัวเขาไปขังไว้ในคุกหลวง หากต้องการสอบสวน ต้องมีคนของพระองค์คอยตามดูอยู่ตลอด เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างกระทำการ

ทว่าหลินหัวเหย้าพลันต่อกรกับองค์ติ้งอู่ซึ่งหน้าเช่นนี้ แปลว่าเขาจริงจัง

ยอมให้คนของตนสารภาพ ยอมสูญเสียทุกอย่าง แต่ไม่ยอมให้องค์ติ้งอู่เป็นฝ่ายคุมเกม

ไม่ต้องสงสัยว่า  การเผชิญหน้าอย่างเป็นทางการได้เปิดฉากขึ้นแล้ว

พูดตามตรง ใครๆ ก็คิดไม่ถึง หลินหัวเหย้าจะแข็งกร้าวเช่นนี้ ครั้งนี้ไม่มีคำว่าอดกลั้นอีกต่อไป ขว้างระเบิดออกไปโต้งๆ สู้ตายกับองค์ติ้งอู่

เป็นการออกตัวแรงว่าไม่ต้องการสวามิภักดิ์องค์ติ้งอู่ ต้องทราบว่าก่อนหน้านี้แม้ในราชสำนักมีความแตกแยก แต่ก็ยังไม่มีผู้ใดกล้าทำจริงถึงเพียงนี้ เพราะอย่างไรก็ตาม ข้าราชการและขุนนางก็ยังเป็นข้าราชบริพาร ไม่เห็นด้วยอย่างไรก็ได้แต่พูดลับหลัง ไม่กล้าแสดงออกให้เห็นต่อหน้าอย่างเด็ดขาด

พระราชอำนาจไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ใช่ว่าจะอย่างไรก็รับความกระด้างกระเดื่องได้

ทว่าขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตะลึงกับความกล้าบ้าบิ่นของหลินหัวเหย้าไปพร้อมๆ กับความตื่นเต้น เห็นได้ชัดว่าขุนนางขิงแก่สองรัชสมัยอย่างหลินหัวเหย้ามิใช่บุ่มบ่ามกระทำการอย่างแน่นอน เมื่อเขาทำขนาดนี้ แสดงว่ารู้สึกได้ถึงภัยที่กำลังจะมาถึงตัว

เกรงว่าสิ่งที่องค์ติ้งอู่ทำลงไปมิได้ทรงคิดลิดรอนอำนาจของหลินหัวเหย้าอย่างเดียว หรือทรงคิดกวาดล้างพรรคพวกของหลินหัวเหย้าให้สิ้นซาก บีบให้หลินหัวเหย้าต้องทำถึงเพียงนี้

ทุกคนกำลังรอปฏิกิริยาจากองค์ติ้งอู่ และพระองค์ก็มิได้ปล่อยให้รอกันนาน แต่ก็มิได้หมายความว่าทรงต้องการประนีประนอมแต่อย่างใด ที่สุดแล้วจางปังลี่ก็ถูกเรียกตัวให้เข้ามาในท้องพระโรง ต่อหน้าเหล่าขุนนางน้อยใหญ่ ค่อยๆ ตอบโต้ชี้แจ้งข้อกล่าวหาของหลินหัวเหย้าทีละข้อ ทุกๆ คำพูดหากผิดพลาดก็เรียกกลับคืนไม่ได้ตลอดกาล

จนในที่สุด อาจเป็นเพราะบารมีอันยิ่งใหญ่ขององค์ติ้งอู่ ทำให้หลินหัวเหย้าเกิดความกลัว มิกล้าแข็งกร้าวกับพยัคฆ์ตัวจริง พวกท่าดีทีเหลวอย่างเขาจึงยอมถอยหนึ่งก้าว ไม่สามารถชี้ขาดว่าที่สุดแล้วฆาตกรคือจางปังลี่

ดังนั้นจึงยอมรับว่าตนเลอะเลือนไปเพราะความชรา ขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าชุดสืบสวน อีกทั้งยังขอให้องค์ติ้งอู่ลงอาญา...

ทุกคนต่างรู้สึกโล่งอก คิดว่าหลินหัวเหย้าตั้งใจทำแบบนี้เพราะไม่อยากทำงานนี้

แต่องค์ติ้งอู่ปฏิเสธคำขอของหลินหัวเหย้า ยังคงยืนกรานให้เขาดำเนินการสืบสวนต่อไป...

ขณะนั้นไม่มีใครออกเสียงคัดค้าน เพียงคิดว่า ครั้งนี้หลินหัวเหย้าเล่นลามปามไปหน่อย คิดชั่วร้ายแก่องค์ติ้งอู่คง ต้องไม่ปล่อยเขาไว้เป็นแน่

หลินหัวเหย้าเมื่อลาออกไม่สำเร็จ ก็หายหน้าหายตาไปหลายวัน ระหว่างนี้คนของเขาถูกจู่โจมอย่างหนัก ก่อนพายุมามักได้ยินเสียงฟ้าร้อง ขุนนางอาวุโสสองรัชสมัยอย่างเขามีหรือจะไม่รู้ความหมายของปฏิบัติการนี้

ความจริงช่วงนี้ราชสำนักเริ่มเตรียมพร้อมอะไรหลายอย่าง หลินหัวเหย้ารู้สึกได้ถึงการตัดสินใจขององค์ติ้งอู่ ดูท่าทีไม่ใช่การชิงอำนาจ แต่ต้องการกำจัดเขาจริงๆ ถึงขั้นเอาชีวิต

เช่นนี้ทำให้ทุกคนไม่พอใจ พรรคพวกขุนนางที่แย่งชิงอำนาจกันมาแต่ไหนแต่ไร จะอย่างไรเสีย ก็ไม่ยอมให้องค์จักรพรรดิมีอำนาจเบ็ดเสร็จ มิฉะนั้นแล้วจะทำให้ทุกคนมีภัย

ข่าวเริ่มเปลี่ยนทิศ แต่ที่ทำให้ทุกคนคิดไม่ถึงก็คือ ขณะที่ทุกคนกำลังเตรียมยื่นมือเข้าช่วยเหลือหลินหัวเหย้านั้น เขากลับอดใจไม่ไหวหรือเดือดดาลจนยั้งใจไม่อยู่ บ้าไปแล้วหรืออย่างไร ในระยะเวลาห้าวัน หรือนับจากวันที่หมิงอ๋องถูกลอบสังหารสิบวัน หลินหัวเหย้ากลับเข้าสู่ท้องพระโรงอีกครั้ง แสดงท่าทางใหญ่โต ระบุตัวฆาตกรต่อหน้าองค์ติ้งอู่ ทว่าครั้งนี้ ฆาตกรที่ถูกเลือกกลับทำให้ทุกคนตกใจยิ่งกว่า

“เขาซ่างชิง!”

ไม่ผิด หลินหัวเหย้าระบุตัวฆาตกรว่าเป็นคนของเขาซ่างชิง

“ท่านอ๋องมีความแค้นกับเขาซ่างชิงตั้งแต่คืนวันแต่งงาน เขาซ่างชิงส่งคนมาทำร้ายท่านอ๋อง ต่อมาฝ่าบาท

มีน้ำพระทัย ยกโทษให้ศิษย์ที่ไม่ทราบชื่อสองคนของเขาซ่างชิง เพราะทรงเห็นในคุณงามความดีที่เขาซ่างชิงสนับสนุนราชสำนัก จึงปล่อยพวกเขาไปโดยที่พวกเขาไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ หารู้ไม่ว่าเขาซ่างชิงไม่เพียงไม่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ยังแค้นเคืองและโกรธจนถึงที่สุด ใช้โอกาสที่ท่านอ๋องเดินทางไปเก็บตัวที่หมิงจู ลอบสังหารเสีย โดยระหว่างทำการสืบสวน กระหม่อมได้ทราบมาว่า นักพรตที่ถูกท่านอ๋องฟาดจนเสียชีวิตในวันนั้นมีชื่อว่าหลิวฝ่าชิง ซึ่งไปมาหาสู่และสนิทสนมกับนักพรตชงเสวียนแห่งเขาซ่างชิง...”

ตอนนั้น ทุกคนต่างจ้องมองหลินหัวเหย้าอย่างตะลึงงัน อย่างไม่ต้องสงสัย เกิดความรู้สึกกลับตาลปัตร

หลินหัวเหย้าบ้าไปแล้วจริงหรือ?

เขานำหลักฐานแบบนี้ออกมาพูดเพื่อยืนยันว่าฆาตกรคือเขาซ่างชิงอย่างไม่คิดปรานีปราศรัย

ทุกคนต่างงงไปหมด ยังไม่ต้องพูดถึงสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ เขาซ่างชิงมิใช่ล่วงเกินกันได้ง่ายๆ

ลูกสาวหลินหัวเหย้าเองก็ยังศึกษาวิชาอยู่ที่เขาซ่างชิง เขาทำแบบนี้เห็นได้ชัดว่าเหลวไหลสิ้นดี

หรืออาจเหมือนเมื่อครั้งก่อน ที่ต้องการให้องค์ติ้งอู่ถอยก้าวหนึ่ง?

เช่นนี้ก็ยิ่งใจกล้าหน้าด้านเกินไป ต้องทราบว่า ครั้งนี้มิใช่ลำพังองค์ติ้งอู่ แม้แต่เขาซ่างชิง เขาก็ยังล่วงเกินอย่างหนัก

ไม่มีใครรู้ว่าตาเฒ่านี่ไม่ใช่ว่าถูกองค์ติ้งอู่บีบจนเป็นบ้าไปแล้วหรือไร ถึงได้หน้ามืดทำอะไรเช่นนี้

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าองค์ติ้งอู่ต้องเรียกชงเสวียนมาให้การต่อหน้าขุนนางน้อยใหญ่ในท้องพระโรงอีกครั้ง ให้เขากับหลินหัวเหย้าเผชิญหน้ากัน

เดิมทีทุกคนต่างคิดว่าครั้งนี้คงได้ข้อสรุปเหมือนครั้งที่จางปังลี่มา แต่ผิดคาด เรื่องกลับพลิกผันมากมาย

หลินหัวเหย้าไม่ยอมท่าเดียว บีบจนชงเสวียนของเขาซ่างชิงถอยจนไม่รู้จะถอยอย่างไร และไม่สามารถตอบโต้ได้ในที่สุด

บรรยากาศในท้องพระโรงเคร่งเครียดจนถึงขีดสุด สีพระพักตร์ขององค์ติ้งอู่ที่ประทับนั่งอยู่ด้านบนยังเปลี่ยนไป แต่อย่างไรก็ทรงเป็นจักรพรรดิ ยังทรงอดกลั้นไม่รับสั่งใดๆ ทอดเนตรมองความเป็นไปของเหตุการณ์

แท้จริงแล้วทุกคนต่างเข้าใจดี ครั้งนี้ที่หมิงอ๋องเปิดเผยความสามารถระดับปรมาจารย์ออกมา ทำให้ทรงรู้สึกดีขึ้นมาก เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเขาซ่างชิง ทรงไม่ต้องอดกลั้นและยอมให้เช่นเคยเหมือนครั้งที่ผ่านๆ มา

ดูตามรูปการแล้ว องค์ติ้งอู่น่าจะใช้โอกาสนี้ตบหน้าเขาซ่างชิงสักฉาด แต่มาถึงตอนนี้ ยังไม่มีใครคิดว่าหลินหัวเหย้าจะสามารถปักหมุดให้เขาซ่างชิงเป็นฆาตกรได้

ทว่าผ่านไปสามวันติดต่อกัน การเผชิญหน้าระหว่างหลินหัวเหย้ากับเขาซ่างชิง แม้ชงเสวียนจะถอยไปหลายก้าว แต่ให้ตายอย่างไรก็ไม่ยอมรับ กลับกลายเป็นหลินหัวเหย้าเองที่ถูกบีบ

ที่สุดแล้วหลินหัวเหย้าก็ใช้ไม้นี้

“ตอนนี้ท่านอ๋องหายสาบสูญไปเป็นเวลาสิบกว่าวันแล้ว กระหม่อมเกรงว่าหากเขาซ่างชิงเกิดหวาดกลัวบารมีปรมาจารย์น้อยของท่านอ๋องขึ้นมา กลัวว่าภายภาคหน้าท่านอ๋องอาจทะยานขึ้นเป็นเจ้ายุทธภพ คุกคามเกียรติยศอันดับหนึ่งของสำนักเต๋าเขาซ่างชิง การลอบสังหารล้มเหลวแล้วครั้งหนึ่ง ยังกลับมาทำอีกครั้งหนึ่ง...ฝ่าบาท เขาซ่างชิงคิดแก้แค้นท่านอ๋องก่อน จากนั้นจึงดำเนินแผนการลอบสังหาร มีแรงจูงใจที่ชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง เพื่อความปลอดภัยของท่านอ๋อง กระหม่อมขอให้ฝ่าบาทรับสั่งให้นำตัวคนของเขาซ่างชิงทั้งหมดมาสอบสวนโดยเร็ว...”

บ้าไปแล้ว บ้าไปแล้ว!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}