ลีลาวดี ยามค่ำ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ไม่ขออะไรมากแค่กดถูกใจ แล้วก็คอมเม้นเล็กน้อยก็พอจ้าาาาา รักรีดเดอร์ทุกคน จุ๊ฟ

ตอนที่ 16 ทางกลับบ้าน

ชื่อตอน : ตอนที่ 16 ทางกลับบ้าน

คำค้น : พระเอกเป็นปีศาจ,,นางเอกเป็นมนุษย์,อิโรติก,โรแมนติก แฟนตาซี,ลีลาวดี ยามค่ำ,ซีเมล,มุจลินท์

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ต.ค. 2560 19:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16 ทางกลับบ้าน
แบบอักษร

แล้วก็ถึงวันที่เธอจะได้กลับบ้านซักที แต่ทว่าการเดินทางกลับของเธอครั้งนี้มีผู้ร่วมเดินทางด้วย คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากปีศาจหน้าตายที่แผ่รังสีน่ากลัวตั้งแต่มาถึงอาเขต  

ตอนนี้เธอกำลังนั่งรอรถบัสที่ปกติจะมาในอีกห้านาที หันไปมองคนข้าง ๆ แล้วอยากจะถอนหายใจแรง ๆ ซักที เขามักจะเป็นแบบนี้เสมอเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น ชอบทำตาขวางไร้อารมณ์ ริมฝีปากปิดสนิทไม่พูดไม่จา มือถ้าไม่กอดอกก็ล้วงกระเป๋ากางเกง เพราะใบหน้าหล่อเหลาและรูปร่างอย่างกับนายแบบนั่นทำให้แทนที่จะดูเหมือนนักเลงอวดใหญ่กลายเป็นหล่อแบดบอยอย่างไม่น่าให้อภัย

ทุกครั้งเธอมักจะต่อรถกลับเองเพราะถ้าขี่รถจักรยานกลับมันอันตราย แต่อีกคนกลับท้วงหนัก ซีเมลคะยั้นคะยอให้เดินทางด้วยรถส่วนตัว แต่รถส่วนตัวของเขาไม่ลีมูซีนก็รถหรูราคาหลายสิบล้าน แต่บ้านเกิดของเธอมันหมู่บ้านชนบทนะ ให้ตายเถอะ  สุดท้ายเธอต้องยื่นคำขาด ถ้าไปก็ไปแบบ 'คนปกติ' ไม่งั้นเธอก็จะกลับคนเดียว ไม่น่าเชื่อว่าสุดท้ายเขาก็ยอมตามน้ำ 

ความจริงหากมารถส่วนตัวก็คงจะสะดวกกว่ามาก แต่เธอไม่อยากคิดภาพเลยเวลาที่ชาวบ้านเห็นเธอก้าวออกจากรถหรูพร้อมกับผู้ชายหน้าตาดีอย่างกับดาราหลุดออกมาจากทีวี ใครเค้าจะได้คิดว่าแทนที่จะไปเรียนที่แท้ก็ไปหาสามี ยิ่งมีคนหมายตาอยู่ สู้ตัดปัญหากลับอย่างทุกทีก็สิ้นเรื่อง แต่ว่า...

"ถ้าคุณไม่โอเค กลับตอนนี้ยังทันนะคะ" 

เธอเห็นเขาจ้องเขม็งมาตั้งนานแล้วก็อดจะคิดไม่ได้ว่าเขาคงโกรธเธอแน่ ๆ ที่ขัดศรัทธาเขาเข้า ถ้าเขาไม่พอใจสู้ให้กลับไปจะยังดีกว่า...แต่พอคิดว่าถ้าเขากลับจริง ๆ หนึ่งอาทิตย์ที่กลับบ้าน เธอคงเหงามากแน่ ๆ 

บ้าหรอยัยลิน เหงาบ้าอะไร กลับบ้านไปหาแม่จะมาหงงมาเหงาอะไรของแก 

"ทำไมไม่แต่งตัวดี ๆ" 

"คะ?" มุจลินท์ก้มมองสำรวจตัวเองอย่างมึนงง ก็แค่เสื้อยืดคอวีสีขาวและกางเกงยีนส์ขาดแฟชั่น...ก็ปกตินี่ "มีอะไรแปลกหรอคะ"

"เสื้อก็บาง คอก็กว้าง เว้าจนเห็นไปถึงไหนต่อไหน กางเกงก็รัดรูป ขาดอีกต่างหาก ทำไมถึงไม่บอกข้า ข้าจะพาเจ้าไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ ไม่ใช่กางเกงเก่า ๆ ขาด ๆ น่าโยนทิ้งแบบนี้" 

เขาพูดน้ำเสียงจริงจัง คิ้วเข้มขมวดจนคนเห็วแล้วชักเครียดแทน แต่ว่า...นี่มันไม่ใช่กางเกงเก่า ๆ ขาด ๆ นะ มันเป็นกางเกงยีนส์แฟชั่นต่างหากเล่า! 

"มันเป็นแฟชั่นต่างหาก กางเกงนี่ฉันซื้อมายังไม่ได้ใส่ซักครั้งเลยนะ มันไม่ใช่กางเกงเด่า ๆ ซักหน่อย" 

"เจ้าเก็บไว้นานไปจนถูกหนูกัดจนขาดเลยหรือ"  

...

"คุณจะบ้าหรอ! มันขาดเพราะคนทำตั้งใจให้ขาดต่างหากล่ะ" 

"ข้าไม่อยากให้เจ้าแต่งตัวแบบนี้ ข้าไม่ชอบที่คนมองเจ้า" 

ตึก... 

ตึก ตึก....... 

ตึก ตึก ตึก........... 

"อะ อะไรกันเล่า ฉันไม่ได้แต่งตัวไม่ดีตรงไหนนี่นา คนที่ควรจะโดนบ่นเรื่องเสื้อผ้านั่นน่ะ คุณต่างหาก" 

วันนี้เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินปลดกระดุมด้านบนสองสามเม็ดโชว์หน้าอกล่ำ ๆ และกางเกงยาวสีดำอย่างเคย หากดูภายนอกก็แค่ผู้ชายดูดี แต่งตัวธรรมดาทำงานออฟฟิส แต่ที่ไม่ธรรมดาก็เพราะตั้งแต่ลำคอจนถึงปลายเท้าเขาดันเป็นแบรนด์เนมทั้งตัวน่ะสิ!

แต่เธอก็คงจะไปว่าเขาไม่ได้ เพราะสิ่งที่เขาเป็นมันไม่อาจแก้ไขได้ ความหล่อและเสน่ห์ของเขาเธอไปห้ามหรือขอให้เขาลดลงไม่ได้ 

...ทำไมคนสมบูรณ์แบบอย่างเขาถึงมาเป็นคู่ชะตาของเธอกันนะ ทั้ง ๆ ที่ผู้หญิงที่ดีกว่าเธอเป็นร้อย ๆ เท่ายังมีอีกมากมาย 

ซีเมลมองคนข้าง ๆ ที่หลุบตามองมือและนิ่งไป เขารู้ว่าจิตใจมนุษย์นั้นเปราะบางและอ่อนไหว  ยิ่งคนข้าง ๆ เขานี่คงไม่ต้องพูดถึง แค่มองตาเขาก็รู้ว่าเจ้าหล่อนคิดอะไร เขาจะทำยังไงให้เธอเชื่อในตัวเขาได้บ้างนะ

"อย่ากังวลในสิ่งที่ทำให้เจ้าไม่เป็นสุขสิมุจลินท์ ข้าเป็นของเจ้า ไม่ว่าจะยังไงข้อนี้ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง ข้าตัดสินใจและยอมรับเจ้าเข้ามา...เจ้าเป็นเพียงคนเดียวที่มีความสำคัญต่อข้า อย่าลังเลที่จะอยู่กับข้า เพราะข้าไม่เคยลังเลที่จะอยู่ข้างเจ้าไม่ว่ายังไงก็ตาม" 

"ฉัน..." 

"พอเถอะ หากเจ้าซาบซึ้งเจ้าควรมอบรอยยิ้มแก่ข้าไม่ใช่น้ำตา สิ่งที่ข้าต้องการจากเจ้าขอเพียงรักษารอยยิ้มของเจ้าเอาไว้ก็เพียงพอ น้ำตาของเจ้าข้าเกลียดที่สุด" 

ดวงตาสีดำสนิทเหมือนมีมนต์ขลัง ทว่านัยน์ตานั้นกลับมุ่งมั่นและจริงใจยามทอดมองมนุษย์ข้างกาย ซีเมลไม่อาจรู้ชะตาของมวลมนุษย์ได้ดังเช่นบิดาที่เป็นมหาเทพ แต่ไม่ว่าโชคชะตาจะเป็นยังไง เขายินดีน้อมรับ และพร้อมจะโอบอุ้มคู่ชะตาจากโชคชะตาที่โหดร้าย...ทำไมความกังวลเหล่านี้ถึงกัดกินหัวใจ เขาไม่อาจรู้ได้...หรืออาจจะเป็นเพราะพระบิดาผู้สูงส่งได้ส่งสัณญาณถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แก่เขาก็อาจเป็นได้


ท่ามกลางมวลหมู่พฤกษากลิ่นหอมเย้ายวน ลมพัดเอื่อยอาบไล้ต้นหญ้าสีเหลืองทองอร่าม เธอยืนอยู่ตรงกึ่งกลางระหว่างท้องฟ้าที่แบ่งครึ่ง...ด้านหนึ่งสดใส...อีกด้านมืดมัว...

ในความสงบทำไมถึงได้รู้สึกเศร้าแบบนี้

ตรงเนินสูงบนหน้าผานั่นคืออะไร...มีแต่ดอกไม้สวย ๆ รายล้อมเต็มไปหมด...

หลุมศพหรือ?

ฝั่งตรงข้าม ด้านล่างหน้าผาภาพที่เห็นคือปราสาทสีขาวสว่างไสวและพราวระยิลระยับดั่งประดับด้วยคริสตัล

"สวยจัง...ที่นี่คือ?"

"ท่านราเวนเนีย"

*ราเวนเนีย?"* 

พรึบ! 

"เป็นอะไร ฝันร้ายงั่นหรือ" 

มุจลินท์หันมองไปรอบ ๆ  มืดจัง ที่นี่คืิอ...บนรถทัวร์สินะ เมื่อหันไปมองรอบ ๆ ก็พบว่าทุกคนหลับกันหมดแล้ว เธอจึงได้หันไปมองออกไปนอกหน้าต่างก็มืดสนิท  เห็นเพียงแสงไฟจากหลอดไฟนีออนของบ้านช่องบางหลังเท่านั้น 

"เราถึงไหนแล้วคะ กี่โมงแล้ว" 

หันไปถามคนข้าง ๆ ที่ใจดีให้เธอพิงไหล่ แม้จะมืดสลัว แต่เธอก็เห็นรอยยิ้มของเขา 

"ที่ไหนนั้นข้าไม่อาจรู้ได้หรอก รู้แต่เพียงตอนนี้ตีสามแล้ว" 

"ตีสามหรอคะ งั้นถ้าเช้าก็คงถึงแล้วล่ะค่ะ แต่เราต้องต่อรถอีกนะ คุณไหวมั้ย คุณจะหลับก็ได้นะ ฉันจะเฝ้าเอง" 

ถามอย่างเป็นห่วง เพราะไม่เห็นเขาหลับเลยตั้งแต่ขึ้นรถ ทั้ง ๆ ที่เธอหลับ ๆ ตื่น ๆ ตั้งหลายรอบแล้ว...ว่าแต่ว่า...เมื่อกี๊เธอฝันอะไรนะ คุ้นจัง รู้สึกว่าคุ้นมาก ๆ แต่จำอะไรไม่ได้เลย 

"ข้าไม่เป็นไร...เจ้ากลับบ้านแบบนี้ทุกครั้งเลยหรือ ไม่เหน็ดเหนื่อยหรือยังไงที่ต้องเดินทางยาวไกลขนาดนี้" 

"ค่ะ เหนื่อยหน่อย แต่ก็ไม่เป็นไร ฉันเป็นคนเลือกที่จะไปเองนี่นา ก็นะ...กว่าจะได้ทุนในมหาวิทยาลัยนั้นน่ะ ยากมากเลย แต่พอได้แล้วก็สบาย แม่ก็สบาย มหาลัยก็มีคุณภาพ แค่นี้น่ะ จิ๊บ ๆ" 

ดวงตาสีเข้มที่ส่องประกายในความมืดเหมือนแสงของพระจันทร์ กำลังจับจ้องมาที่เธออย่างค้นในคำตอบที่แท้จริง 

"เจ้าอยากเรียนที่นี่จริง ๆ น่ะหรอมุจลินท์" 

เธอหลุบตาก่อนมองออกไปนอกหน้าต่างที่ทีเพียงความมืดและความเงียบอีกครั้ง...ไม่รู้สิ...อาจจะอยากมั้ง 

เธอไม่รู้ว่าควรบอกเขารึเปล่า สุดท้ายเพราะรู้สึกว่าเขาไว้วางใจได้เธอจึงยอมบอกแต่โดยดี

"เพราะครอบครัวของฉันมักจะถูกมองข้าม พ่อกับแม่มักถูกเพิกเฉยเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือ ในเวลาที่ลำบาก พวกเขาก็หันหน้าหนี แต่พอได้ดีก็กลับมาดีด้วย ญาติ ๆ ของแม่กระหายในลาภยศ ชื่อเสียง และหน้าตาทางสังคม จนทอดทิ้งสายเลือดที่ไม่มีอะไรไว้ข้างหลัง ฉันไม่ได้ต้องการอะไรหรอก แค่อยากให้แม่อยู่ในสายตาพวกเขาบ้าง...ถ้าฉันเรียนจบและได้ทำงานที่ดี พวกเขาคงยอมรับครอบครัวเราบ้าง" 

มือหนาวางลงบนศีรษะของเธอ และรอยยิ้มของเขา มันช่างดูอบอุ่นและพึ่งพาได้ เธอเห็นได้จากเงาในกระจก แม้จะไม่เด่นชัดก็ตาม 

"เจ้าเข้มแข็งนะมุจลินท์...แต่นั่น...สิ่งที่คนพวกนั้นจะตอบแทนเจ้าจะใช่ความจริงใจหรือ หากมนุษย์พวกนั้นเข้าหาเจ้าและแม่ของเจ้า นั่นก็เพราะเจ้าพยายามดึงดูดพวกนั่นเข้ามาไม่ใช่หรือ...เจ้ารู้หรือไม่...มิตรแท้น่ะ มักจะอยู่เคียงข้างเราไม่ว่าร้ายหรือดี แล้วสิ่งที่เจ้ากำลังทำเจ้าภูมิใจหรือ" 

... 

นั่นสิ ภูมิใจมั้ยนะ...คงจะมีแค่คนที่หวังผลประโยชน์เท่านั้นแหละที่จะผ่านเข้ามา แต่ว่า... 

"ฉันไม่ได้ทำเพียงหวังแค่ให้พวกเขาสนใจ แต่ฉันเองก็อยากทำอะไรดี ๆ ให้แม่บ้าง ถึงพวกเขาจะสนใจหรือไม่สนใจก็ตาม หากฉันประสบความสำเร็จ แม่จะต้องภูมิใจอยู่แล้ว แค่นั้นก็พอแล้วล่ะ สิ่งดี ๆ คงจะตามมาเอง ฉันไม่ใช่คริสเตียน แต่ฉันเชื่อในพระเจ้านะ ว่าพระองค์ไม่ใจร้ายกับคนที่ทำดีหรอก" 

ซีเมลยิ้มเป็นของขวัญแก่ความงดงามในจิตใจของคู่ชะตา...นึกว่าจะดีแต่ปากเก่งซะอีก  

"ไม่จำเป็นต้องพึ่งพระเจ้าหรอก แค่มีข้า ไม่ว่าสิ่งใดที่เจ้าปรารถนาข้าจะทำให้มันเป็นจริงเอง" 

มุจลินท์ยิ้มออกมาอย่างขอบคุณ แม้จะไม่ชินกับซีเมลในแบบนี้ซักเท่าไหร่ แต่เขาก็น่ารักเสมอ 

"โอ๊ะ นี่คุณเองก็มีสาระเป็นเหมือนกันนี่ นึกว่าจะคิดได้แค่เรื่องลามกซะอีก" 

เกือบจะซึ้งแล้วเชียว...เด็กบ้านี่ 

"เห ความจริงเจ้ากำลังคิดเรื่องอย่างว่าสินะ แล้วมาทำเป็นโยนให้ข้า ไม่ชอบบนเตียงแต่ชอบบนรถอย่างงั้นสิ" 

น้ำเสียงเจ้าเล่ห์จากจากเมื่อกี๊ลิบลับและท่าทีคุกคามนั่นทำให้เธออยากกระโดดหนีลงจากรถเดี๋ยวนี้เลย 

"ถ้าคุณทำอะไรบ้า ๆ นะ ฉันจะ...จะ...จะโกรธคุณจริง ๆ ด้วย!" 

พูดน้ำเสียงขู่ฟ่อเบา ๆ ด้วยเกรงว่าจะทำให้คนบนรถต้องตื่นกันหมด แต่อีกฝ่ายดันหัวเราะอย่างชอบใจ

"ฮะๆ ถึงข้าอยากจะทำ แต่ในเมื่อเจ้าไม่ให้ความร่วมมือก็น่าเสียดาย" 

"ปีศาจโรคจิต!" 

"ขอบคุณที่ชม"

ไอ้...


เอามาฝากไว้ให้อ่านแก้คิดถึงปีศาจผู้น่ารักกันค่ะ

แต่แน่นอน มา​แปะไว้แบบนี้มีลางไรท์จะหายไป 555 ไม่ได้จะหายไปไหนค่าาา ก็เคลียร์งานตามเดิม 😂😂😂 ใครสนใจสมัครช่วยไรท์เคลียร์งานบ้าง 555 งานง่าย ๆ แค่แปลนิยายสั้นภาษาอังกฤษสองเล่มเอ๊งงง😅😅😅

ความคิดเห็น