หอหมื่นอักษร

ไม่ว่าข้าจะเป็นอ๋องปีศาจผู้โง่เง่าผู้นั้นหรือว่าเย่อู๋เฉินในตอนนี้ ข้าก็มีสถานะเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น นั่นก็คือสามีของเจ้า! คือสามีที่สามารถพยุงแผ่นฟ้าทั้งผืนเพื่อเจ้าได้!

ตอนที่ 60 มู่อี้เสวี่ยผู้น่าสงสาร

ชื่อตอน : ตอนที่ 60 มู่อี้เสวี่ยผู้น่าสงสาร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 21k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ต.ค. 2560 14:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 60 มู่อี้เสวี่ยผู้น่าสงสาร
แบบอักษร

ไม่มีผู้ใดในสำนักเมฆเขียวที่ไม่รู้จักนิสัยของชายชราผู้นี้ เขาไม่ใช่คนที่สามารถพูดคุยด้วยเหตุผล ผู้อื่นไม่หาเรื่องเขาก็แล้วไป แต่หากไปหาเรื่องเขา ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นใคร เขาก็ไม่มีทางใช้เหตุผลด้วย นอกจากนี้เขายังมีนิสัยชอบปกป้องคนที่เขาถูกชะตา...

มีครั้งหนึ่งที่ผู้ติดตามของเขาถูกลักพาตัวตอนที่ไปเก็บสมุนไพร ชายชราผู้นี้รีบร้อนบุกไปที่บ้าน ก่อนที่คนผู้นั้นจะได้ขอขมาก็ถูกเขาถูกทุบตีจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด นับจากนั้นเป็นต้นมา ถึงแม้จะเป็นแค่ผู้ติดตามแสนต่ำต้อยคนหนึ่ง หากมีสัญลักษณ์ของสำนักเมฆเขียวติดอยู่แล้วย่อมไม่มีผู้ใดกล้ายุ่งกับพวกเขา

"ท่านบังอาจเกินไปแล้ว!" มู่ฉิงขบกรามแน่น เอ่ยอย่างฉุนเฉียว "เมืองเฟิงเฉิงไม่ใช่ของท่าน อย่าลืมว่าช่วงนี้คนของสำนักเมฆเขียวยังอาศัยอยู่ในเมือง ข้ามีสัมพันธ์อันดีกับคนในสำนักเมฆเขียว หากท่านไม่ขอโทษบุตรสาวข้า ข้าจะให้คนจากสำนักเมฆเขียวเรียกร้องความเป็นธรรมให้ข้า!"

สำนักเมฆเขียว?

มู่หรูเยว่อดไม่ได้คลี่ยิ้มออกมา นี่ไม่เรียกว่ายกหินขึ้นมาแต่กลับหล่นทับขาตัวเองหรอกหรือ? ในสำนักเมฆเขียวมีผู้ใดบ้างที่กล้ามีเรื่องกับอู๋อวี๋เพื่อมู่ฉิง

"ฮ่าฮ่าฮ่า!" อู๋อวี๋เงยหน้าขึ้น หัวเราะเสียงดัง "เยี่ยม เยี่ยมมาก ข้าจะรอคนพวกนั้นมาจัดการข้าแทนเจ้า คนพวกนั้นก็แค่สวะจากสำนักเมฆเขียว ข้า อู๋อวี๋ มีหรือจะเกรงกลัวคนพวกนั้น?" 

เมื่อเปรียบเทียบกับอู๋อวี๋ คนอย่างเทียนหยวนมีค่าไม่ต่างจากสวะ เขาจึงไม่เคยนำเรื่องนั้นมาใส่ใจ ต่อให้เทียนหยวนมีความกล้ากว่านี้อีกสิบเท่า ก็ยังไม่กล้ามีปัญหากับเขา สุดท้ายแล้วเทียนหยวนก็ยังไม่ใช่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนักเมฆเขียว

"พวกเจ้า!" มู่ฉิงแค่นเสียงเย็นชา หันหน้าไปทางมู่อี้เสวี่ยพลางเอ่ย "เสวี่ยเอ๋อร์ พวกเรากลับ!"

เขาปฏิบัติตัวกับชายชราอย่างสุภาพ แต่ชายชรากลับไม่ไว้หน้าถึงกับทุบตีบุตรสาวต่อหน้าเขา นี่ไม่เท่ากับจงใจหาเรื่องกันหรือ? บางทีคนผู้นี้อาจจะแข็งแกร่งจริงๆ แต่จะเหนือไปกว่าความแข็งแกร่งของสำนักเมฆเขียวไปได้อย่างไร? หากเขาขอความช่วยเหลือจากปรมาจารย์เทียนหยวน มีหรือจะไม่มีปัญญาสั่งสอนคนผู้นี้?

ในตอนนี้ มู่ฉิงไม่รู้ว่าคนที่เขาได้ล่วงเกินไปนั้นเป็นคนที่แม้แต่เทียนหยวนก็ยังไม่กล้าล่วงเกิน ไม่เช่นนั้นต่อให้มู่ฉิงมีความกล้ากว่านี้อีกร้อยเท่า ก็ยังไม่กล้าทำตัวเหิมเกริมต่อหน้าชายชราถึงเพียงนี้

"ท่านพ่อ เราจะปล่อยไว้แบบนี้หรือ?" มู่อี้เสวี่ยเอ่ยถามอย่างโกรธจัด

"ปล่อยไว้? ปล่อยได้อย่างไร? ข้ารู้สึกได้ถึงพลังงานที่โคจรในร่างของชายชรา แต่ข้าไม่อาจรู้ได้ว่าอีกฝ่ายฝึกปรือถึงขั้นไหน เหตุผลเดียวที่เป็นไปได้คือคนผู้นี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าข้า ข้าไม่อาจล่วงเกินคนผู้นี้แต่ย่อมมีคนอื่นที่ทำได้ วางใจเถอะ! ข้าสาบานว่าจะหาทางล้างแค้นให้เราสองพ่อลูก!" 

มู่ฉิงยังคงนึกเสียใจที่พามู่อี้เสวี่ยตามมาด้วย หากไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ทำให้มู่หรูเยว่ขุ่นเคืองถึงเพียงนี้

ค่ำคืนนั้น แสงจันทร์ส่องผ่านกิ่งไม้ สาดลอดเข้ามาในห้องเป็นแสงสลัวๆ

เงาร่างสีเงินลอบเข้ามาจากทางหน้าต่าง แววตาชั่วร้ายจับจ้องเด็กสาวที่นอนหลับอย่างสงบอยู่บนเตียง ฉับพลันเด็กสาวคล้ายจะรู้สึกได้ถึงบางสิ่งจึงลืมตาขึ้น ในขณะเดียวกันผ้าฉุนกึกก็ถูกยื่นมาปิดปากของนาง ตามมาด้วยหมัดที่กระหน่ำลงมาราวพายุ...

วันต่อมาผู้คนทั่วทั้งร้านตลาดต่างก็พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...

"นี่ ได้ยินหรือเปล่า? เมื่อคืนคุณหนูสามตระกูลมู่ มู่อี้เสวี่ยถูกคนลอบทำร้าย จุ๊ จุ๊ จุ๊! ไม่รู้ว่านางไปล่วงเกินผู้ใดเข้าจึงถูกทุบตีจนสาหัส ใบหน้าบวมปูดอย่างกับหมูแน่ะ"

"คุณหนูสามตระกูลมู่ หยิ่งยโสอวดดี เอาแต่ใจมาตลอด นางล่วงเกินใครต่อใครมากมาย บางทีครั้งนี้นางอาจล่วงเกินบุคคลที่ไม่ควรล่วงเกินเข้า ถึงได้มีผลตามมาเช่นนี้ ฮ่าฮ่าฮ่า!"

"เกิดเป็นคนต้องรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตัว ไม่อย่างนั้นจะลงเอยอย่างคุณหนูสามตระกูลมู่ ล่วงเกินบุคคลที่ไม่ควรล่วงเกินเข้า..."

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น