หอหมื่นอักษร

ไม่ว่าข้าจะเป็นอ๋องปีศาจผู้โง่เง่าผู้นั้นหรือว่าเย่อู๋เฉินในตอนนี้ ข้าก็มีสถานะเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น นั่นก็คือสามีของเจ้า! คือสามีที่สามารถพยุงแผ่นฟ้าทั้งผืนเพื่อเจ้าได้!

ตอนที่ 32 ก่อนการประลอง

ชื่อตอน : ตอนที่ 32 ก่อนการประลอง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.7k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ต.ค. 2560 13:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 32 ก่อนการประลอง
แบบอักษร

ประเด็นร้อนแรงในเมืองเฟิงเฉิงตอนนี้คงไม่พ้นการประลองครั้งใหญ่ที่จัดขึ้นโดยสำนักเมฆเขียว และผู้ตัดสินเป็นถึงองค์รัชทายาทจิ่งอ๋อง โดยผู้ที่ได้ชัยชนะสามอันดับแรกอาจไม่แน่ว่าอาจเข้าตาผู้อาวุโสในสำนักเมฆเขียว ดังนั้นผู้คนมากมายจึงแห่มาเข้าร่วมการประลองในครั้งนี้

“ได้ยินว่า มู่หรูเยว่แห่งตระกูลมู่เองก็เข้าร่วมในการประลองครั้งนี้?”

“ว่าอย่างไรนะ? มู่หรูเยว่? คนไร้ค่าอันดับหนึ่งแห่งแคว้นจื่อเยว่ผู้นั้นน่ะหรือ? อย่ามาล้อข้าเล่น เหตุใดนางถึงเข้าร่วมล่ะ? อยากเป็นตัวตลกหรือ?”

“ข้าเดาว่านางคงอยากอับอายกระมัง ฮ่าฮ่า”

กลุ่มคนที่พากันเยาะเย้ยมู่หรูเยว่กันจนสนุกปากทำเอามู่ฉิงหน้าแดงจัดด้วยความโกรธ ‘เหตุใดนางถึงไม่หัดว่านอนสอนง่ายยอมอยู่แต่ในบ้าน แทนที่จะออกมาให้ผู้คนเยาะเย้ยข้างนอก? นางคิดหรือว่าจะเอาชนะมู่ถิงเอ๋อร์ได้?’’

ในเมื่อรายชื่อผู้เข้าประลองเพิ่งถูกประกาศในวันนี้ มู่ฉิงจึงเก็บตัวเงียบมาตลอด ไม่อย่างนั้นมีหรือที่เขาจะไม่พยายามห้ามนาง?

“ท่านพ่อ” มู่อี้เสวี่ยมองหาร่างของมู่หรูเยว่ ใบหน้างามเต็มไปด้วยความโกรธ นางเอ่ยต่อ “วันนี้สมควรเป็นวันของพี่ถิงเอ๋อร์ แต่นางคนไร้ค่านั่นดันเข้ามาแส่ จากความคิดของข้า ข้าว่านางกำลังอิจฉาพี่ถิงเอ๋อร์อยู่”

ถึงอย่างไร คนไร้ค่านั่นก็ยังเป็นคนของตระกูลมู่ ถ้านางถูกทำให้อับอายขายหน้า ก็เท่ากับตระกูลมู่ถูกลบหลู่ไปด้วย ‘หรือว่าที่ผ่านมานางยังอับอายไม่พอ? ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าพ่อแม่ให้กำเนิดคนไร้ค่าอย่างนางมาได้อย่างไร’

ในตอนนั้นเอง ไม่ใครสังเกตว่าภายในโรงเตี๊ยมใกล้ๆ มีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องฝูงชนด้วยความโกรธ

อู๋อวี๋กลืนเหล้าเข้าไปอึกใหญ่เพื่อข่มกลั้นความขัดเคืองในใจ

‘คนไร้ค่า? เจ้าโง่พวกนั้นกล้าด่าลูกศิษย์ข้าว่าคนไร้ค่าหรือ? ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง แล้วข้าเป็นใคร? อาจารย์ของคนไร้ค่า ไม่นับเป็นยิ่งกว่าคนไร้ค่าหรือ? ถ้าพรสวรรค์ของนางไร้ค่าล่ะก็ โลกนี้คงไม่มีผู้ใดมีพรสวรรค์อีกแล้ว’

“ตระกูลมู่?” อู๋อวี๋คลี่ยิ้มเย็นเยือก ขณะเลื่อนสายตาไปจับจ้องบิดาและบุตรสาวตระกูลมู่

จากการพบปะมู่หรูเยว่ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เขารับรู้มาว่ามู่หรูเยว่นั้นถูกวางยาพิษก่อนที่จะมีการทดสอบพรสวรรค์ ตอนนั้นนางอายุแค่ห้าขวบ ผลของยาพิษทำให้ชีพจรของนางถูกปิดไม่อาจฝึกฝนวิทยายุทธ์ได้ ถ้าไม่เพราะมีผู้อาวุโสท่านหนึ่งช่วยขจัดพิษในร่างให้ นางคงต้องเป็นคนไร้ค่าไปชั่วชีวิต

แน่นอน... อู๋อวี๋ไม่รู้ว่าผู้อาวุโสผู้นั้นคือมู่หรูเยว่เอง…

เมื่อคิดว่ายอดอัจฉริยะที่ควรจะถูกค้นพบเมื่อสิบปีก่อนเพิ่งมาถูกค้นพบเอาตอนนี้ อู๋อวี๋ก็รู้สึกปวดใจ เขานึกอยากฉีกกระชากตระกูลมู่ออกมาด้วยความชิงชัง

“นั่นไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสียทีเดียว ด้วยเหตุนั้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มู่หรูเยว่จึงได้เห็นธาตุแท้ของเจ้าเด็กชั่ว เย่เทียนเฟิง ไม่เช่นนั้นศิษย์รักของข้าจะไม่โดนเจ้าเด็กหน้าเหม็นหลอกเอาหรือ?”

เมื่อคิดอย่างถี่ถ้วน อู๋อวี๋ก็รู้สึกดีขึ้น ลูกศิษย์ของเขาโดดเด่นถึงเพียงนี้ บุคคลที่โดดเด่นทัดเทียมกันเท่านั้นจึงจะคู่ควรเป็นสามีของนาง

“ชายา”

ไม่ไกลนักจากลานประลอง น้ำเสียงรื่นหูดังขึ้นจากด้านหลังมู่หรูเยว่ ทันทีที่ได้ยินเสียงนั้นนางก็รู้ทันทีว่าเขาเป็นใคร

“เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?” มู่หรูเยว่หันมองเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหลัง เมื่อเห็นสีหน้าหม่นหมองของเขา น้ำเสียงนางก็อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว

เด็กหนุ่มคลี่ยิ้มสว่างไสว แสงแดดส่องกระทบรอยยิ้มและใบหน้าหล่อเหลางดงามราวกับไม่ใช่คนบนโลกมนุษย์ แม้แต่ชายหนุ่มที่ได้รับสมญานามเป็นชายงามอันดับหนึ่งอย่างเย่เทียนเฟิงก็ยังเทียบเคียงไม่ได้แม้เพียงครึ่ง เขาเพียงแค่ยืนอยู่เฉยๆ ผู้คนก็แทบลืมหายใจ…

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น