หอหมื่นอักษร

ไม่ว่าข้าจะเป็นอ๋องปีศาจผู้โง่เง่าผู้นั้นหรือว่าเย่อู๋เฉินในตอนนี้ ข้าก็มีสถานะเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น นั่นก็คือสามีของเจ้า! คือสามีที่สามารถพยุงแผ่นฟ้าทั้งผืนเพื่อเจ้าได้!

ตอนที่ 29 คำนับอาจารย์ (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 29 คำนับอาจารย์ (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ต.ค. 2560 13:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 29 คำนับอาจารย์ (2)
แบบอักษร

ภายในห้อง บรรยากาศถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบ

อี้ซู่ช่วยรินน้ำชาให้คนทั้งสองก่อนจะเดินออกไปเงียบๆ อย่างรู้งาน

มู่หรูเยว่จิบน้ำชาแล้ววางลงกับโต๊ะ นางจ้องมองชายชราเบื้องหน้า รอให้เขาเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนา

“สาวน้อย ข้าอยากถามให้แน่ใจอีกครั้ง เจ้าคือผู้ที่หลอมยาฟื้นพลังเม็ดนี้ขึ้นมาหรือ?” อู๋อวี๋คลึงมือทั้งสองข้างของตน พลางจ้องมองมู่หรูเยว่ด้วยสายตายิ้มๆ

มู่หรูเยว่เลิกคิ้วขึ้น พลางเอ่ยตอบ “ถูกต้องแล้ว ข้าเป็นคนหลอมยาฟื้นพลังเม็ดนั้นขึ้นมาเอง ยาเม็ดนั้นมีปัญหาอะไรหรือ”

“ไม่ใช่ ยาเม็ดนี้จะมีปัญหาได้อย่างไร?” อู๋อวี๋นัยน์ตาเป็นประกาย นางคือเด็กสาวที่เขากำลังตามหา “แล้ว... เจ้านำสมุนไพรระดับห้าสิบปีที่เพิ่งซื้อไปมาขายคืนให้กับหอหุยชุนหรือ? สมุนไพรทุกต้นของทางร้านจะถูกทำสัญลักษณ์เอาไว้ เพียงมองปราดเดียวก็รู้ทันที”

เรื่องนี้นอกเหนือจากคาดคาดหมายของมู่หรูเยว่

นางนิ่งอึ้ง คาดไม่ถึงว่าหอหุยชุนจะทำสัญลักษณ์ไว้ที่ต้นสมุนไพร จึงได้ละเลยเรื่องนี้ไป…

“สาวน้อย ไม่ต้องกังวล ข้าจะไม่ป่าวประกาศหรือถามว่าเจ้าทำได้อย่างไร ข้าแค่อยากยืนยันให้แน่ใจเท่านั้น”

อู๋อวี๋คลี่ยิ้มราวกับจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ ‘เด็กสาวคนนี้มีพรสวรรค์ในการหลอมยาสูงส่ง ขอเพียงได้รับการส่งเสริมเพียงเล็กน้อย นางต้องกลายเป็นหมอยาที่โดดเด่น’

“เป็นเจ้า!”

ทันใดนั้น เสียงร้องก็ดังขึ้นอย่างตกใจ

ผู้อาวุโสจ้าวที่มัวแต่นิ่งเงียบ ครุ่นคิดว่าเหตุใดน้ำเสียงของเด็กสาวฟังดูคุ้นหูยิ่งนัก เมื่อพยายามคิดว่าเคยได้ยินเสียงของนางที่ไหนมาก่อน ภาพของเด็กสาวก็ปรากฏในความคิด

นับเป็นความโชคร้ายของมู่หรูเยว่ หากเป็นคนทั่วไปคงไม่สามารถแยกแยะตัวตนของนางเพียงแค่ฟังจากน้ำเสียงได้ แต่ผู้อาวุโสจ้าวมีหรือจะเป็นแค่คนธรรมดา?

ยิ่งไปกว่านั้น นับแต่เหตุการณ์ทดสอบพรสวรรค์เมื่อครั้งนั้น ผู้อาวุโสจ้าวก็แอบช่วยปรมาจารย์อู๋อวี๋สืบหาร่องรอยของนางอย่างลับๆ น้ำเสียงและรอยยิ้มของเด็กสาวผุดอยู่ในหัวของผู้อาวุโสจ้าวซ้ำแล้วซ้ำเล่ามีหรือที่เขาจะจำนางไม่ได้

“ผู้อาวุโสจ้าว ท่านพูดเรื่องอันใดกัน?” อู๋อวี๋รู้สึกไม่พอใจที่บทสนทนาของเขาถูกขัด ใบหน้าเขาจึงแสดงอารมณ์ไม่น่ามอง

“ปรมาจารย์อู๋อวี๋ยังจำยอดอัจฉริยะที่ข้าเคยเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้ได้หรือไม่? ยอดอัจฉริยะผู้ที่ไม่เพียงแต่มีพรสวรรค์ระดับไร้สี ทั้งยังมีพลังจิตที่แข็งแกร่งเสียจนหินทดสอบถูกทำลาย? นางคือคนผู้นั้น!”

“ว่าอย่างไรนะ?” ปรมาจารย์อู๋อวี๋ไม่อาจนิ่งเฉยได้อีก เขาผุดลุกขึ้น จ้องมองมู่หรูเยว่อย่างตกตะลึง ครู่หนึ่งความตกตะลึงก็เปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นจนยากระงับ

“สาวน้อย ข้าตามหาเจ้ามาหลายวัน คิดไม่ถึงว่าโชคของข้าจะดีถึงขนาดคนสองคนที่ข้าตามหากลับกลายเป็นเจ้า”

“ตามหาข้า?” มู่หรูเยว่เลิ่กคิ้ว “เหตุใดท่านถึงตามหาข้า?”

“หึหึ!” อู๋อวี๋คลี่ยิ้ม “สาวน้อย ข้าต้องการรับเจ้าเป็นศิษย์ของข้า”

มู่หรูเยว่ดื่มน้ำชาเข้าไปอึกใหญ่คลายความกระหาย นางตอบโดยไม่เงยหน้า “ข้าขอปฏิเสธ”

นางเอ่ยตอบโดยไม่เสียเวลาคิด สร้างความตกตะลึงให้คนที่อยู่ในห้อง ปรมาจารย์อู๋อวี๋เป็นใครกัน? เขาเป็นถึงหัวหน้าหมอยาแห่งสำนักเมฆเขียว กระทั่งเจ้าสำนักยังต้องเกรงใจเขา

บุคคลที่มีสถานะสูงส่งถึงเพียงนี้ต้องการรับศิษย์ แต่กลับถูกปฏิเสธ? หากพวกศิษย์ในสำนักเมฆเขียวบังเอิญได้ยินเข้า คงอยากบีบคอนางให้ตาย

“สาวน้อย อย่างน้อยเจ้าควรบอกเหตุผลที่ปฏิเสธคำเสนอของข้า” อู๋อวี๋ไม่คิดว่ามู่หรูเยว่จะตอบปฏิเสธ เขาจึงประหลาดใจไม่น้อย

“เป็นลูกศิษย์ของท่านไม่เห็นมีประโยชน์อันใด” มู่หรูเยว่เหลือบมองเขา และเอ่ยตอบอย่างไม่รีบร้อน

ทำไมต้องมาเสียเวลากับเรื่องที่ไร้ผลประโยชน์ด้วย...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น