หอหมื่นอักษร

ไม่ว่าข้าจะเป็นอ๋องปีศาจผู้โง่เง่าผู้นั้นหรือว่าเย่อู๋เฉินในตอนนี้ ข้าก็มีสถานะเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น นั่นก็คือสามีของเจ้า! คือสามีที่สามารถพยุงแผ่นฟ้าทั้งผืนเพื่อเจ้าได้!

ตอนที่ 13 จอมยาแห่งสำนักเมฆเขียว

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 จอมยาแห่งสำนักเมฆเขียว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 21.6k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ต.ค. 2560 12:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 จอมยาแห่งสำนักเมฆเขียว
แบบอักษร

“พวกเจ้าลองทายสิว่า ผลการทดสอบของมู่หรูเยว่จากตระกูลมู่ผู้นั้นจะออกมาเป็นเช่นไร?”         

“ยังต้องให้ทายอีกหรือ? ไม่ต้องพูดก็รู้ว่าไม่ได้แน่นอน”

“ฮ่าฮ่า รออีกสักพักนางก็คงออกมาแล้ว เมื่อถึงตอนนั้นสีหน้าของนางก็คงจะบอกพวกเราเอง”

ไม่ทันสิ้นคำพูด ร่างในชุดสีขาวเรียบก็ปรากฏสู่สายตาของทุกคน

ท่าทางของหญิงสาวในตอนนั้นเยียบเย็นราวกับน้ำแข็ง แววตาไม่แฝงไว้แม้แต่ความรู้สึกใดใด อีกทั้งไม่มีแม้แต่อาการตื่นเต้นดีใจ เมื่อตอนก่อนเข้าไปนางเป็นอย่างไรตอนนี้ก็เป็นเช่นนั้นไม่ผิดเพี้ยน

ดูท่าทางของนางแล้ว ผู้คนต่างก็พากันแน่ใจในความคิดของตนเอง

ไร้ค่าอย่างไรก็ไร้ค่าอย่างนั้น ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ยังคงไร้ค่าเช่นเดิมไม่เคยเปลี่ยน

เพราะว่าสายตาของผู้คนทั้งหลายต่างจับจ้องอยู่ที่มู่หรูเยว่แต่เพียงผู้เดียว ทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็นผู้ที่ใบหน้าที่ยังคงไว้ซึ่งความตกใจไม่หาย

เมื่อมองส่งมู่หรูเยว่จนลับสายตาแล้ว เขาจึงค่อยๆ ละสายตากลับมา พูดด้วยเสียงเย็นชาว่า “ทุกท่าน วันนี้ท่านผู้อาวุโสจ้าวนึกขึ้นได้ว่ายังมีเรื่องอื่นที่จำเป็นต้องจัดการ การทดสอบขอให้หยุดลงเพียงเท่านี้ก่อน ปีหน้าเวลาเดิมขอให้ทุกท่านมารับการทดสอบใหม่”

สิ้นเสียงประกาศ เขาก็หันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องโถงอันโอ่อ่าทันที

“ท่านผู้อาวุโสจ้าว” ผู้ดูแลยกมือกุมค้อมคำนับอย่างนับถือ พลางพูดว่า “ข้าบอกให้ทุกคนกลับไปแล้วขอรับ”

“อืม” ผู้อาวุโสจ้าวพยักหน้าเป็นเชิงตอบรับ เขากำลังคิดถึงผลการทดสอบที่ผ่านมาเมื่อสักครู่ ดวงตาแฝงแววตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิดเอาไว้ “เรื่องนี้เจ้าทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเสีย ข้าไม่อนุญาตให้บอกใครทั้งนั้น เข้าใจหรือไม่?”

สีหน้าของผู้อาวุโสจ้าวปรากฏแววจริงจังอย่างที่เห็นไม่บ่อยนัก ผู้ดูแลรับคำอย่างแข็งขัน “ท่านผู้เฒ่าไม่ต้องเป็นห่วงขอรับ อย่างไรข้าก็ไม่มีวันพูดออกไปแน่”

"ดี ถ้าเช่นนั้นเรื่องนี้เจ้าจัดการเสีย ข้าจะไปพบปรมาจารย์อู๋อวี๋เสียหน่อย”

พลังสวรรค์ของเด็กสาวผู้นั้นทำให้ข้าตกใจมากเกินไปแล้ว หากมีผู้อื่นรู้เรื่องนี้เข้า แน่นอนว่าจะเกิดการแย่งชิงตัวนางไปอย่างไม่ลังเลแน่  เพราะเช่นนั้นการทดสอบครั้งนี้จึงต้องเก็บเป็นความลับ ไม่ให้ผู้อื่นล่วงรู้เป็นอันขาด       

เมื่อคิดได้ว่าคนเช่นนี้ได้ถูกท่านผู้อาวุโสจ้าวพบเจอเข้าแล้ว ในใจของเขาก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างมาก 

เพราะว่าโลกแห่งนี้ต่างวัดกันที่พรสวรรค์ ระยะเวลาที่ผ่านมานี้คนที่มีพรสวรรค์ของสำนักเมฆเขียวจะถูกพบเจอภายในเมืองเฟิงเฉิง การทดสอบพรสวรรค์จึงจัดขึ้นเพื่อที่จะต้องการเฟ้นหาผู้มีพรสวรรค์ แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่มีพรสวรรค์ธรรมดาๆ จะไม่สามารถบรรลุไปสู่จุดนั้นได้ด้วยความเพียรพยายาม

ด้วยเหตุนั้นงานประลองเพลงยุทธ์จึงเกิดขึ้น


ภายในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ปรากฏร่างผู้อาวุโสสองคนที่กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

ชายผู้หนึ่งในสองคนนั้นสวมเสื้อด้วยผ้าริ้วพริ้มไสวสีเหลือง ช่วงล่างสวมใส่ด้วยผ้าสีเขียว ใบหน้าปรากฏสีหน้าเจ้าเล่ห์ฉลาดเฉลียว ส่วนชายอีกคนหนึ่งสวมใส่เสื้อผ้าฝ้ายด้านในสีขาวออกเทา คลุมทับด้วยเสื้อตัวนอกสีแดง ดูแล้วไม่ค่อยเข้ากันเท่าไรนัก

“ฮ่าฮ่า เทียนหยวน ข้าได้ยินมาว่าศิษย์ของเจ้าที่ชื่อว่าเย่เทียนเฟิงได้เป็นถึงองค์รัชทายาทจิ่งอ๋องแห่งเมืองจื่อเยว่แห่งนี้ไม่ใช่หรือ?” อู๋อวี๋หัวเราะอย่างมีเลศนัย สายตามองไปยังชายที่อยู่ในชุดผ้าริ้วสีเหลือง พลางพูดขึ้นด้วยความตลกขบขันว่า

“ฮะฮะๆ องค์รัชทายาทจิ่งอ๋องผู้นี้นับว่าเป็นชายหนุ่มรูปงามมีความสามารถยิ่งนัก เทียนหยวนเจ้าช่างโชคดีเสียจริง”

“อาจารย์อู๋อวี๋ ที่ท่านกล่าวช่างน่าขันเสียจริง” เทียนหยวนพูดขึ้นอย่างมีนัยยะพลางหัวเราะ “ถ้าหากว่าปรมาจารย์อู๋อวี๋ต้องการที่จะรับศิษย์จริง ไม่รู้ว่าจะมีผู้ที่มีพรสวรรค์มากน้อยเท่าไหร่ที่จะแย่งกันฝากตัวเป็นศิษย์ของท่าน ด้วยชื่อเสียงจ้าวแห่งหมอยาของสำนักเมฆเขียวแล้ว เป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ดียิ่งนัก ตัวข้าจะไปเปรียบกับอาจารย์อู๋อวี๋ได้อย่างไรกัน? เพียงแต่สายตาของอาจารย์อู๋อวี๋สูงส่งมากนัก ยากที่จะมีใครสักคนที่จะเข้าตาท่านได้ แต่ว่าพรสวรรค์ของเฟิงเอ๋อร์ก็นับได้ว่าไม่เลวนัก ถือได้ว่าเป็นผู้ที่จะสืบทอดตำแหน่งหมอยาที่สมบูรณ์แบบผู้หนึ่ง ตอนนี้ข้าก็เริ่มที่จะถ่ายทอดวิชาโอสถให้เขาบ้างแล้ว”

อู๋อวี๋ทำเพียงลูบเคราของตนเองแผ่วเบา ใบหน้าปรากฏเพียงรอยยิ้มบางๆ ไม่ได้เอ่ยวาจาใด

เมื่อครู่เขาก็เพียงแค่คุยเล่นแก้เบื่อเท่านั้น

และถ้าพูดกันตามตรงแล้ว พรสวรรค์เช่นเย่เทียนเฟิงนั้น ไม่ได้อยู่ในสายตาเข้าแม้แต่น้อย

ในตอนนั้นเอง เสียงเคาะประตูจากทางด้านนอกก็ดังขึ้น ปรากฏร่างของผู้อาวุโสจ้าวที่เดินเข้ามา สายตาของเขามองมาที่ผู้อาวุโสสองท่านที่กำลังหัวเราะพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เขากดเก็บความตื่นเต้นดีใจเอาไว้ พลางสูดหายใจเข้าลึกๆ พลางเอ่ย “ปรมาจารย์อู๋อวี๋ ปรมาจารย์เทียนหยวน”

"ว่าอย่างไรผู้อาวุโสจ้าว? การทดสอบเสร็จสิ้นแล้วหรือ?” อู๋อวี๋เผยรอยยิ้มบางๆ สายตามองที่ผู้อาวุโสจ้าวที่ใบหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น เอ่ยถามขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“ยังมิได้ พอดีข้ามีเรื่องจะมารายงานท่านทั้งสอง จึงต้องยุติการทดสอบลงเสียกลางคัน”

“หืม? เป็นเรื่องอันใดกัน ถึงทำให้เจ้าต้องยุติการประลองลงเพื่อมารายงานพวกเราทั้งสองได้?”

“เป็นเช่นนี้ปรมาจารย์อู๋อวี๋” เมื่อนึกถึงการทดสอบที่เพิ่งผ่านไป ใบหน้าของผู้อาวุโสจ้าวก็แสดงถึงความตื่นเต้นอย่างมาก “เมื่อสักครู่นี้ในห้องทดสอบ ข้าได้พบเข้ากับผู้ที่มีพรสวรรค์อันยอดเยี่ยม เป็นผู้ที่มีพรสวรรค์อย่างแท้จริง เกรงว่าศิษย์ของปรมาจารย์เทียนหยวน เย่เทียนเฟิง ก็ไม่สามารถเทียบเทียมผู้ที่มีพรสวรรค์ผู้นั้นได้แม้แต่น้อย”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น