หอหมื่นอักษร

ไม่ว่าข้าจะเป็นอ๋องปีศาจผู้โง่เง่าผู้นั้นหรือว่าเย่อู๋เฉินในตอนนี้ ข้าก็มีสถานะเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น นั่นก็คือสามีของเจ้า! คือสามีที่สามารถพยุงแผ่นฟ้าทั้งผืนเพื่อเจ้าได้!

ตอนที่ 12 ยอดอัจฉริยะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 ยอดอัจฉริยะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.6k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ต.ค. 2560 12:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 ยอดอัจฉริยะ
แบบอักษร

ไร้สี

ระดับพรสวรรค์ที่มีอยู่แค่ในตำนานเท่านั้น

นานเท่าไหร่แล้วนะ? นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่มีผู้ที่มีพรสวรรค์เช่นนี้ปรากฏตัวออกมา? น่าจะประมาณพันปีได้แล้ว แต่ว่าตอนนี้ เขากลับเป็นผู้ค้นพบผู้ที่มีพลังสวรรค์ไร้สีหนึ่งคน

ชายแก่หายใจเร็วถี่ขึ้น ดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดจ้องมองมู่หรูเยว่ราวกับหมาป่าที่ไม่ได้พบเหยื่ออันโอชะมาเป็นเวลานาน ปรารถนาอยากจะกระโจนเข้าใส่นางเต็มที

มู่หรูเยว่พลันหยุดมือลง เมื่อเห็นท่าทางของชายแก่ผู้นั้น นางก็ตกใจขึ้นมาทันที

“ข้าทดสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขอตัวลาก่อน”

จากความทรงจำของเจ้าของร่างคนเดิม มู่หรูเยว่ก็รู้ได้ว่าพลังสวรรค์สีม่วงถือเป็นขั้นสูงสุด ถึงแม้ว่านางได้รับรู้ผลที่เป็นที่น่าพอใจแล้ว แต่ก็ไม่มีเหตุจำเป็นใดที่ต้องอยู่ที่นี่ต่อ

“ช้าก่อน!”

ชายแก่รีบเรียกขึ้นอย่างร้อนรน น่าขันนัก เขาจะปล่อยให้ผู้ที่มีพรสวรรค์เยี่ยมยอดผู้นี้ให้หลุดมือไปได้อย่างไรกันเล่า?

“ฮะฮะ” ชายแก่ลูบฝ่ามือของตนเอง หัวเราะอย่างใจดีและพูดขึ้นว่า “เด็กน้อย ข้าคือผู้อาวุโสแห่งสำนักเมฆเขียว เจ้าจะเรียกข้าว่าผู้อาวุโสจ้าวก็ได้ ไม่รู้ว่าเจ้าจะรู้หรือไม่ว่าผลการทดสอบของเจ้าเป็นเช่นไร?”

มู่หรูเยว่ขมวดคิ้ว แล้วพูดว่า “ไม่ใช่สีม่วงหรือ?”

“สีม่วง?” รอยยิ้มยากปรากฏขึ้นที่มุมปากของผู้เฒ่าจ้าวทันที “ถ้าหากผลทดสอบของเจ้าออกมาเป็นสีม่วงก็ดีน่ะสิ”             เสียงใจเต้นตึกตักดังขึ้นทันที ใบหน้าของมู่หรูเยว่ค่อยๆ เรียบเฉยลง หรือว่าที่จริงแล้วผลการทดสอบของนางจะออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจนัก?

ตอนนั้นเอง นางก็นึกถึงตอนที่อยู่ๆ แสงสีม่วงที่ค่อยๆ เลือนรางหายไป ในใจก็ยิ่งชาวาบขึ้นมา

“ไร้สี เจ้ารู้ไหมว่าอะไรถึงเรียกว่าไร้สี?” ผู้อาวุโสจ้าวทำไมถึงจะไม่รู้ความคิดของสาวน้อยผู้นี้ ทันใดนั้นก็จ้องมองนางแวบหนึ่ง “สูงสุดของการฝึกวิทยายุทธ์คือไร้สรรพสิ่ง ยิ่งไปกว่านั้นยอดอัจฉริยะระดับไร้สีนั้นแข็งแกร่งกว่าระดับสีม่วงเป็นเท่าตัว นั่นก็เพราะพันกว่าปีมานี้ที่ไม่เคยมีผู้ใดได้บรรลุถึงระดับนี้ ไม่เคยมีศิษย์คนใดที่อยู่ในตำแหน่งนี้มาก่อน? เช่นนี้พรสวรรค์สีม่วงยังจะเปรียบกับพลังสวรรค์ไร้สีได้อีกหรือไม่?”

พรสวรรค์ไร้สีนี้ มู่หรูเยว่เพิ่งจะเคยได้ยินเป็นครั้งแรก อดที่จะขมวดคิ้วแน่นไม่ได้

“จริงสิ สาวน้อย อย่างนั้นเจ้าลองทดสอบพลังจิตเสียหน่อยเถอะ ปกติแล้วแล้วข้าไม่เคยทดสอบพลังจิตให้กับผู้ใด แต่วันนี้เจ้าเป็นข้อยกเว้น”

เมื่อพูดจบ ผู้อาวุโสจ้าวก็รีบร้อนนำหินที่ใช้ทดสอบพลังจิตออกมา วางไว้ข้างหินทดสอบพลังปราณ

“การทดสอบพลังจิตก็ง่ายดายเช่นเดียวกัน เจ้าเพียงแค่ใช้พลังจิตทั้งหมดที่มีกดไว้บนหินก้อนนี้  หินก้อนนี้จะดูดกลืนพลังจิตของคนเอาไว้ ถ้ามันขยายใหญ่เพียงใดก็แปลว่าพลังจิตของเจ้าก็แข็งแกร่งมากเพียงนั้น”

ใบหน้าของผู้อาวุโสจ้าวแสดงออกถึงความตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด แท้จริงแล้วเขาอยากจะรู้ว่าสาวน้อยผู้นี้จะทำให้เขาตกใจได้ถึงเพียงไหนกัน

ตูม!

พลังจิตอันแกร่งกล้าไหลทะลักออกมาภายในห้องทันที แม้กระทั่งผู้อาวุโสจ้าวก็รู้สึกได้ถึงพลังที่เต็มไปด้วยพละกำลังมากมายนี้ อาการของเขานิ่งชะงักในทันที สายตาจ้องมองไปที่หินที่อยู่ตรงหน้ามู่หรูเยว่อย่างตาไม่กระพริบแม้แต่น้อย

พลังจิตเมื่อกดลงไปบนหินอย่างแน่นหนา เพียงชั่วพริบตาเดียว หินก้อนนั้นที่ซึบซับพลังจิตเอาไว้ก็เริ่มที่ขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว แข็งแกร่ง ราวกับว่าจะไม่สามารถดูดซับพลังได้อีก

ท่าทีของผู้เฒ่าจ้าวนิ่งงัน ท่าทางราวกับว่าเห็นผีก็ไม่ปาน ต้องใช้พลังมากเท่าใดกันถึงจะทำได้ขนาดนี้?  

แน่นอนว่า ผู้อาวุโสจ้าวไม่รู้ ที่มู่หรูเยว่มีพลังจิตที่เข้มข้นเพียงนี้เป็นเพราะว่าเกี่ยวข้องกับพันธะสัญญากับตำราโอสถเล่มนั้น

และจะเป็นสิ่งที่ผู้อาวุโสจ้าวจะไม่มีวันได้ล่วงรู้ตลอดกาล

เนื่องจากประกายแสงที่มีพลังอำนาจยิ่งใหญ่นั้น ทำให้ปากของผู้อาวุโสจ้าวไม่สามารถที่จะหุบลงได้ แต่ในขณะที่เขายังไม่สามารถนำสติกลับคืนมาได้นั้น ก็ปรากฏเสียง ตูม! เสียงหนึ่งดังขึ้นมา หินก้อนนั้นระเบิดออกเป็นผุยผงทันที

ทั่วทั้งบริเวณห้องโถงกลับมาเงียบสงบเช่นเดิม

แต่สิ่งที่ไม่สงบลงเลยกลับเป็นจิตใจ...

หินทดสอบแข็งแกร่งเพียงใดคนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่ผู้อาวุโสจ้าวไม่มีทางที่จะไม่รู้ ต่อให้ใช้กำลังทั้งหมดของผู้ยอดยุทธ์ชั้นก่อกำเนิดก็ยังสามารถที่จะทำลายหินนี้ได้เพียงเสี้ยวเดียว

แต่ตอนนี้ หินก้อนนั้นกลับแหลกละเอียดต่อหน้าต่อตาเขา

หรืออาจจะพูดได้ว่า ระดับพลังจิตอันไร้ขอบเขตของนางมากเกินขีดจำกัดของหินทดสอบที่จะรับได้

สาวน้อยผู้นี้แท้จริงแล้วมีพรสวรรค์มากเพียงใดกันแน่นะ

ใบหน้าของผู้อาวุโสจ้าวแข็งค้าง  เห็นได้ชัดว่าเขาไม่สามารถที่จะเรียกสติของตนเองให้กลับคืนมาได้

หากยึดตามผลการทดสอบของนางนั้น นอกจากนางจะสามารถเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพรสวรรค์เป็นยอดแล้ว ในขณะเดียวกันก็ไม่มีใครที่สามารถเหมาะสมกับตำแหน่งหมอยาอันดับหนึ่งได้เท่ากับกับนางอีกแล้ว!

หมอยาสวรรค์ประทาน ผู้ที่อยู่ระดับสูงสุดของดินแดนแห่งนี้ สำหรับนางแล้วไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นไปไม่ได้......

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น