ลีลาวดี ยามค่ำ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ไม่ขออะไรมากแค่กดถูกใจ แล้วก็คอมเม้นเล็กน้อยก็พอจ้าาาาา รักรีดเดอร์ทุกคน จุ๊ฟ

ตอนที่ 15 หนีความรู้สึก

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 หนีความรู้สึก

คำค้น : พระเอกเป็นปีศาจ,,นางเอกเป็นมนุษย์,อิโรติก,โรแมนติก แฟนตาซี,ลีลาวดี ยามค่ำ,ซีเมล,มุจลินท์

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ต.ค. 2560 19:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 หนีความรู้สึก
แบบอักษร

"ในโลกปีศาจ ดอกไม้นี่เรียกว่าราเวนเนีย เป็นดอกไม้ที่เหล่าปีศาจหลงใหลเพราะกลิ่นของมันหอมดึงดูด..."

ปีศาจหนุ่มนิ่งไปอีกครั้งเหมือนเพิ่งนึกได้

"กลิ่นของมัน...เหมือนกลิ่นของเจ้า"


"อย่าลืมล่ะมะรืนนี้มหาลัยเรารับเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขัน แม้เราจะมีการเปลี่ยนอธิการบดีและเจ้าของ แต่กำหนดการยังคงเหมือนเดิม ขอให้ทุกคนปฏิบัติตัวกันดี ๆ ด้วย" 

อาจารย์ประจำวิชาภาคบ่ายประจำวันอังคารเน้นย้ำเป็นรอบที่สามก่อนออกจากห้องเมื่อหมดเวลาของชั่วโมงเรียนแล้ว 

แม้มหาวิทยาลัยของเธอจะเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่แพงหูฉี่แต่ทว่าทั้งเจ้าของคนเก่าและ...เจ้าของคนใหม่ ก็ไม่ได้ทำตัวแปลกแยกจากมหาวิทยาลัยของรัฐ ดังนั้น ข้อตกลงที่จะให้ความร่วมมือกับภาครัฐก็ยังคงกำหนดการเดิม 

มุจลินท์มองไปที่กระเป๋าใบเล็กที่เคยนึกเสียดายว่าคงหายในป่าหรือตกเหวไปแล้ว แต่ทว่าตอนนี้มันกลับมาอยู่ในมือเธออีกครั้งอย่างไม่น่าเชื่อเลย 

หลังจากที่เขาพูดอะไรแปลก ๆ เรื่องดอกไม้เมื่อเช้า เขาก็คืนกระเป๋าใบนี้ให้เธอ ซ้ำยังพูดติดตลกอีกว่า เธอลืมไว้ในป่า 

บ้ารึไง เธอไม่ได้ลืมซักหน่อย มันหายต่างหาก  

บ่นในใจพลางเก็บของเตรียมกลับ คิดว่าวันนี้จะกลับไปที่หอพักเพราะไม่ได้กลับมาพักหนึ่งแล้ว มัวแต่ไปขลุกอยู่เพ้นเฮาส์ของเขาจนไม่ได้กระดิกไปไหน  อีกอย่าง อยู่ใกล้เขาทีไร คงไม่พ้นถูกแกล้งด้วยเรื่องลามกอีกแน่...ขืนยังเป็นแบบนี้เธอคงหัวใจวายตายซักวันแน่ 

สุดท้ายก็ต้องนั่งรถของมหาลัยออกจากมอเพราะรถของเธอตอนนี้จอดสนิทอยู่ที่หอ ไม่ได้ใช้งานเลยตั้งแต่ถูกลักพาตัว (?) ไปวันนั้น 

บางที การที่อยู่ห่างบ้างก็คงจะดี 

พอถึงห้องปุ๊บเธอก็ก็รีบชาร์ตแบตโทรศัพท์ทันที

 "ตายล่ะ!" 

ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ทันทีที่เปิดเครื่องก็พบว่ามารดาพยายามติดต่อเธอหลายครั้ง ความรู้สึกผิดโอบล้อมใจเธอจนแทบอยากจะร้องไห้ รู้สึกเหมือนตัวเองช่างเป็นลูกที่แย่จริง ๆ 

มุจลินท์ไม่รอช้ารีบกดโทร.หามารดาทันที เสียงสัณญาณดังขึ้นสองสามทีก่อนปลายสายจะกดรับ  ยังไม่ทันได้เอ่ยคำทักทายเสียงเข้มของมารดาก็ลอดออกมาตามสายแทบจะทันทีที่กดรับ 

'จำเบอร์แม่มันได้อยู่หรอ!...เป็นอะไร แม่โทร.หาก็ติดต่อไม่ได้ อยู่ดี ๆ ก็หายไปดื้อ ๆ แบบนี้อยากให้แม่มันหัวใจวายตายรึไง' 

ก็คิดไว้แล้วล่ะว่าคงต้องโดนแบบนี้แน่ ๆ  

"ขอโทษค่ะแม่ ช่วงนี้โทรศัพท์แบตเสื่อมชอบปิดเครื่องเอง หนูก็รีบเคลียร์งาน มะรืนนี้ลินจะกลับบ้านนี่นา ไม่อยากหอบไปหิ้วมา" 

เธอยกมือขึ้นไหว้จรดหน้าผากอย่างขอขมามารดาที่ต้องโกหก 

'อืม งั้นก็แล้วไป  แล้วจะกลับมายังไง' 

เสียงที่อ่อนลงบ่งบอกว่ามารดาคงสบายใจขึ้นแล้ว เธอจึงลอบถอนหายใจเบา ๆ อย่างโล่งอก 

"ก็คงต่อรถกลับเหมือนเดิมจ้ะแม่ ไม่ต้องห่วง ยังไงลินก็ถึงบ้านอย่างปลอดภัยแน่นอน" 

'งั้นก็ดี...แต่ว่าป้าน้อยแกทักแม่ตอนไปนวดว่าช่วงนี้แกจะมีโชคใหญ่ และจะมีเคราะห์เหมือนกัน ให้ระวัง จะมีคนมากหน้าหลายตาเข้าหา ไม่ควรไว้ใจคนง่าย คนที่ดีก็มาดี ที่มาร้ายก็ร้าย โดยเฉพาะผู้ชายให้ระวัง'

 ร่างบางสะดุ้งเฮือก 

"มะ ไม่มีหรอกจ้ะแม่ ป้าน้อยอาจแค่ล้อแม่เล่นก็ได้ แม่ก็รู้นี่จ้ะว่าไม่มีใครเคยดูดวงให้ลินได้เลยตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แม่ไม่ต้องคิดมากนะ เดี๋ยวมะรืนนี้ลินก็จะกลับไปเยี่ยม เอาไว้เราค่อยไปหาป้าน้อยด้วยกัน" 

'อืม เอาอย่างงั้นก็ได้ งั้นพรุ่งนี้ค่อยคุยกันนะ ตอนนี้แม่อยู่บ้านน้าสาน่ะกำลังนวด' 

"จ้ะแม่ เดี๋ยวพรุ่งนี้ลินจะโทร.หานะ" 

ป้าน้อยเป็นร่างทรงและหมอนวดประจำหมู่บ้าน แกเป็นคนที่ใจดีและเป็นเพื่อนของแม่ หลังจากที่พ่อเสียแม่ของเธอก็เลิกเป็นร่างทรง เขาว่ากันว่าหากครอบครัวไหนมีคนเป็นม้าทรง ลูกหลานก็จะต้องสืบทอด 

ซึ่งก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ ตั้งแต่บรรพบุรุษของเธอแล้วที่แต่ละรุ่นจะต้องมีคนที่ถูกเลือกให้เป็นม้าหรือร่างทรง อย่างมารดาของเธอก็ถูกเลือกใหเสืบทอดต่อจากยายตั้งแต่เป็นวัยรุ่า แต่แปลกที่เธอกลับไม่ถูกเลือกให้ทำหน้าที่นั้นต่อจากมารดา และที่น่าแปลกกว่าคือ ทุก ๆ ที่ที่เธอไปถามหรือตรวจดวงชะตาก็จะมีแต่คนบอกว่าดูให้เธอไม่ได้ 

ทว่าครั้งนี้น่าแปลกที่จู่ ๆ ป้าน้อยก็ทักขึ้นมา...แถมยังแม่นจนน่าขนลุกซะด้วยสิ 

ผู้ชายงั้นหรอ...คงจะเป็นใครไปไม่ได้หรอก นอกจาก... 

"คิดว่าเป็นข้างั้นสิ" 

"เฮ้ย! นี่ คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ฉัน ล็อกประตูแล้ว แล้วหน้าต่างก็ไม่ได้เปิด" 

มุจลินท์ลนลานตาโตเท่าไข่ห่านมองร่างสูงในชุดสูทสีดำเนคไทด์สีแดงตัดกันที่ตอนนี้นั่งไขว้ขาเอามือเท้าคางมองมาที่เธอแววตาไม่แสดงอารมณ์ 

"เจ้ามันทึ่มได้ใจข้าจริง ๆ ปีศาจอย่างข้าจำเป็นต้องเคาะประตูรอให้เจ้าเปิดหรือปีนหน้าต่างเข้าห้องเจ้าสาวตัวเองรึไง" เขายืนขึ้นช้า ๆ เต็มความสูงที่เธอประเมินจากสายตาว่าคงจะประมาณร้อยแปดสิบเจ็ด เพราะเวลาเธอยืนข้างเขาเธอเหมือนพุ่มใบชาพุ่มเล็ก ๆ กับต้นไม้ใหญ่ยังไงอย่างงั้น 

"เจ้าไม่รอข้า" 

ร่างสูงเดินมาหยุดยืนตรงหน้าเธอพูดน้ำเสียงตัดพ้อในระยะประชิด ก่อนยืนแขนทั้งสองกักเธอไว้ไม่ให้หนีได้ด้วยว่าจุดที่เธอยืนคือปลั๊กปลายเตียงเป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะหนีได้ ด้านหลังคือกำแพงหนา ข้างหน้าคือกำแพงมีชีวิตที่แสนจะอันตรายต่อหัวใจดวงน้อย ๆ ของเธอ 

ก็เขาน่ะ...ดูดีไม่มีที่ติ แม้จะอยู่ในคราบของมนุษย์หรือปีศาจ เขาก็สมบูรณ์แบบ เสน่ห์ของเขามันช่างสิ้นเปลืองสิ้นดี เพราะอย่างนี้ไง ใครจะไปรอให้ตัวเองโดนขย้ำกัน เอ่อ ไม่สิ คนอื่นอาจกระโดดเข้าขย้ำเขา แต่ไม่ใช่เธอ! 

"ฉัน รีบกลับมาชาร์ตแบต" 

"โกหก" 

"ปะ เปล่าซักหน่อย ฉันแค่อยากโทร.หาแม่" 

ยังคงใจแข็งแก้ตัว ทว่าทำไมเสียงเธอถึงได้สั่นแบบนี้เล่า น่ากัดลิ้นตัวเองให้ตายนัก 

"เจ้าจะหนีข้าหรือ"

ใบหน้าหล่อก้มลงแนบหน้าผากกับหน้าผากของเธอ แขนข้างหนึ่งของเขาเลื่อนลงโอบเอวออกแรงรั้งให้ร่างเธอแนบชิด...อันตราย อันตราย เสียงสัณญาณดังเตือนขึ้นในหัวเมื่อสัมผัสได้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นเป็นลำดับต่อไป 

"ฉะ...ฉันไม่ได้จะหนีคุณนะคะ" 

เสียงของเธออ่อนลงอย่างไม่น่าเชื่อ น้ำเสียงที่แสดงความน้อยใจของเขาทำให้เธออดจะรู้สึกผิดไม่ได้ ทั้งที่เธอไม่ได้หนีเขาแต่เธอแค่อยากให้หัวใจพักบ้างเท่านั้น อยู่ใกล้เขาทีไรใจเธอเต้นแรงทุกที แบบนี้เธอก็เหนื่อยนะ 

"เจ้าไม่รอข้า และเจ้าก็จะกลับโดยไม่บอกข้า" 

เขาย้ำเป็นครั้งที่สองที่เขาแสดงถึงความน้อยใจที่ขัดกับรูปลักษณ์ดุดัน...อ่า เขาเป็นปีศาจที่เธอโกรธเกลียดไม่ลงเลยให้ตาย 

"ก็ฉันคิดว่าคุณคงไม่ว่าง เลยอยากกลับมาดูหอหน่อย ไม่ได้กลับมาตั้งหลายวัน แล้วที่ฉันจะกลับ ก็ไม่ได้จะกลับพรุ่งนี้ซักหน่อย ถ้าคุณว่างก็ค่อยบอกก็ได้...ไม่ได้จะหนีซักหน่อย" 

ท้ายประโยคเธอพูดเสียงเบาคล้ายคนพึมพำ เพราะเธอก็ไม่อาจพูดได้เต็มปากนักว่าไม่ได้หนี...เธอแค่รู้สึกว่านับวันใจเธอยิ่งเปราะบางขึ้นทุกที ถ้ายิ่งใกล้เขาอย่างนี้ ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นปีศาจ เธอก็อาจตกหลุมรักเขาได้ในซักวัน

"ข้าจะไปกับเจ้า" 

"มะ ไม่ได้นะ! ไม่ได้เด็ดขาดเลย คนอื่นจะคิดยังไง ฉันเพิ่งเรียนปีสองเอง แต่พาผู้ชายเข้าบ้านแล้ว มันไม่ดี มันไม่งาม!" 

"ไม่ดีไม่งามยังไง ในเมื่อข้าตั้งใจจะไปพบท่านแม่ของเจ้าอยู่แล้ว มนุษย์คงต้องมีการแต่งงานสินะ เรื่องสินสอดข้ายินดีจ่าย...ทั้งหมดของข้า ข้าไม่เสียดายเลย เมื่อเทียบกับเจ้า เจ้าเป็นเหมือนสมบัติของข้าเพียงชิ้นเดียวที่ข้าต้องการ" 

คำพูดของเขาเหมือนมนต์สะกดให้เธอติดอยู่ในภวังค์ สิ่งที่เธอต้องการจะพูด สิ่งที่เธอต้องการจะแย้ง ถูกกลืนหายไปกับรสจูบของเขาไปจนหมด ความอบอุ่นที่แซรกซึมในความร้อนระอุกำลังค่อย ๆ หลอมละลายเธออย่างช้า ๆ  จะมีครั้งไหนที่เธอจะหนีปีศาจตนนี้ได้กันนะ...

เตียงขนาดสี่ฟุตดูแคบไปถนัดตาเมื่อมีร่างสูงใหญ่และร่างบอบบางกอดเกี่ยวกันไม่ห่าง แม้บทรักอันเร่าร้อนจะจบลงไปแล้วเมื่อหลายนาทีก่อน แต่ซีเมลก็ยังไม่ยอมปล่อยเธอให้ห่างจากอ้อมกอดอบอุ่นนี้ 

"คุณไม่กลับเพ้นเฮาส์คุณหรอคะ" 

เพราะที่นี่ทั้งแคบทั้งไม่สะดวกสะสบาย เธอเกรงว่าเขาจะอึดอัด แต่ปีศาจจอมคิดมากกลับคิดว่าเจ้าสาวตัวน้อยของเขาต้องการที่จะไล่...แล้วยังไง เขาไม่ไปเธอจะทำอะไรเขาได้ 

"ทำไมอยู่กับข้ามันทำให้เจ้าหายใจไม่ออกรึไง เหอะ ทำใจเสียเถอะเจ้าสาวข้า ต่อให้เจ้าอยากจะหนีจากข้า เจ้าก็ไม่มีทางทำได้ ถึงเจ้าจะฆ่าตัวตาย ไม่ว่าจะนรกหรือสวรรค์ ข้าก็จะไปพาเจ้ากลับมาอยู่เคียงข้างข้า" 

"จ้า ๆ ห้ามหนี ห้ามหาย ห้ามตายสินะ" 

แทนที่ควรจะกลัว กลับกลายเป็นว่าเธอต้องซุกใบหน้ากับหน้าอกแกร่งซ่อนรอยยิ้มเสียได้ 

ทำไมนะ เธอถึงรู้สึกว่าคำขู่ที่เขาใช้กับเธอมันชวนให้วาบหวามมากกว่าน่ากลัว เธอคงบ้าไปแล้วล่ะมั้ง

"ข้าพูดความจริงนะมุจลินท์ ไม่ได้พูดเล่น ๆ ถ้าหากไม่มีเจ้า ข้ารู้สึกไม่มีความสุขเอาเสียเลย" 

คนที่ซุกใบหน้ากับอกแกร่งดีดผึงลุกขึ้นมาทันที 

"แสดงว่าคุณมีความสุขเวลาอยู่กับฉันใช่มั้ยคะ" 

ดวงตากลมสวยกะพริบปริบ ๆ ถ้าเธอดูไม่ผิด เขากำลังหน้าแดงไม่ใช่หรอ 

"คุณเขิน? ว้าย!" 

แล้วคำตอบที่เธอได้กลับมาก็มีแค่จังหวะรักที่หนักหน่วง ดุดันเท่านั้น ให้ตายเถอะ เขาเขินเมื่อไหร่ต้องทำเรื่องหื่น ๆ กลบเกลื่อนตลอด



😭😭😭 เวลาพักมีน้อยนิดเหลือเกิน ขอโทษที่ไรท์ดองงานจนใกล้ deadline จริง ๆ

ชีวิตมหาลัยช่างโหดร้านสำหรับคนรักนิยายและการ์ตูนอย่างข้านัก😭😭😭

ไรท์จะรีบเคลียร์งานแล้วกลับมาต่อให้นะคะ อย่าพึ่งทิ้งกันนะ

ความคิดเห็น