rani

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กับดักรัก หมอสุดโหด บทที่ 1 (ReWrite)

ชื่อตอน : กับดักรัก หมอสุดโหด บทที่ 1 (ReWrite)

คำค้น : กับดักรัก หมอสุดโหด, กับดักรักหมอสุดโหด, ชลาธิป, ปัณ, yaoi, rani

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 33.9k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ย. 2559 21:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กับดักรัก หมอสุดโหด บทที่ 1 (ReWrite)
แบบอักษร

กับดักรัก หมอสุดโหด
   
โดย Rani

บทที่ 1 : เจอกันครั้งแรก

รถไฟจอดสงบนิ่งอยู่ที่สถานีเล็กๆ ไร้ผู้คนจนหากจะมองว่าเป็นสถานีร้างก็ไม่ผิด ปัณณทัต    ลงมาจากรถไฟขบวนนั้นแบบงงๆ      ก่อนจะหันไปมองรถไฟที่เพิ่งเคลื่อนออกจากชานชลาไปแบบงงๆ เหมือนกัน  เขามาโดยที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับที่นี่เลยสักนิด ไม่รู้จักใคร ไม่รู้จักสถานที่ ถึงแม้ว่าที่นี่จะอยู่ในจังหวัดใหญ่    แต่ก็ออกนอกเมืองมานานโขเกือบ จะ 300 กิโลเมตร  กระเป๋าเดินทางสองสามใบทำให้เขายิ่งงงหนักเข้าไปอีกเมื่อมองซ้าย มองขวาแล้ว   ไม่เห็นรถที่จะพาเขาไปยังสถานที่ที่
ต้องการได้เลยสักคัน
            “ขอโทษครับแถวนี้พอจะมีรถรับจ้างไหมครับ”  ชายหนุ่มถามเจ้าหน้าที่สถานีที่กำลังจะเก็บธงสีเขียว-แดงที่อยู่ในมือ

            “คุณคงต้องรอหน่อยล่ะครับ      เพราะสามล้อคันสุดท้ายเพิ่งออกไปเมื่อกี้    คันอื่นๆเย็นป่านนี้เขากลับบ้านไปหมดแล้วครับ     ที่นี่รถน้อย   เพราะสถานีเล็กน่ะครับ” เจ้าหน้าที่อธิบาย       ปัณณทัตได้แต่ยิ้มแหยๆ จะโทษสถานที่  โทษคนอื่น โทษใครๆก็ไม่ได้ก็เขาเลือกที่จะมาอยู่ห่างไกลผู้คนอย่างนี้เองนี่
            “คุณจะไปไหนล่ะครับ  เผื่อผมจะโทรไปเร่งเจ้าคนขับสามล้อให้ ถ้าคุณไปไกลจะได้ไม่ค่ำมากที่นี่กลางคืนถนนไม่มีไฟครับลำบาก”
            “ผมจะไปบ้านคุณหมอชลาธิปครับ”
            “อ๋อ คุณหมอธิป ถ้างั้นสบายใจเถอะครับ เดี๋ยวคุณหมอคงมารับ” เจ้าหน้าที่รถไฟยิ้มกว้างทันที ทำให้ปัณณทัตใจชื้นขึ้นไม่น้อย
            “คุณลุงรู้จักเหรอครับ”
            “รู้จักครับ คุณหมอใจดีมาก ประจำอยู่ที่โรงพยาบาลในเมืองโน่น แต่ว่าก็รักษาคนแถวนี้ซะทุกคน แบบไม่เอาเงินเลยนะครับ”     ปัณณทัตค่อยๆเก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ
            เขาตัดสินใจลาออกจากการเป็นผู้จัดการแผนกแม่บ้าน   ของโรงแรมใหญ่แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ    หลังจากที่พ่อกับแม่ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตได้ไม่นาน     ด้วยไม่อยากจะเป็นตัวปัญหาในการแบ่งทรัพย์สมบัติ เพราะตัวเขาเองเป็นเพียงลูกเลี้ยงเท่านั้น แท้จริงแล้วในบ้านก็ไม่ได้มีใครคิดว่าเขาเป็นตัวปัญหา เพียงแต่ปัณณทัตรู้สึกเองว่า ที่ผ่านมาเขาได้อะไรจากครอบครัวนี้เยอะมากแล้ว ทั้ง ความรัก ความอบอุ่น ความรู้ และสิ่งภายนอกต่างๆที่พ่อแม่   และพี่น้องอีกสามคนมอบให้   ตอนที่จะมาที่นี่ยัยแจ๋วแหวว   น้องสาวคนเล็กและคนเดียวของบ้านก็โวยวายใหญ่ ไม่ได้อยากให้เขาออกมาอยู่ไกลๆ ทว่าก็รักเขามากพอที่จะให้เขาเลือกทางชีวิตด้วยตนเอง
            “เอาน่า อย่างอแงสิ เดี๋ยวพี่จะกลับมาเยี่ยมบ่อยๆนะ”  เขาบอกหญิงสาวเมื่อวานช่วงเย็น    พร้อมเอามือลูบหัวเด็กสาวบัณฑิตหมาดๆที่กำลังทำปากยู่แสนงอนอยู่ตรงหน้า
          “แหววไม่เข้าใจเลย อยู่บ้านเราเป็นถึงผู้จัดการ นี่กลับจะไปเป็นพ่อบ้านที่ต่างจังหวัดซะอย่างนั้น นี่เดี๋ยวแหววจะไปจัดการคุณป้ามณี” เด็กสาวโวยวายไปถึงคุณป้ามณี  หญิงสูงวัยที่ปัณณทัตฝากให้หางานให้หน่อย และขอให้เรื่องนี้เป็นความลับจนกว่าจะสำเร็จ
          “ไม่เอาน่าน้องแหวว  อย่าไปว่าคุณป้าเลย ก็พี่เป็นคนขอร้องคุณป้าให้หางานให้พี่เอง คุณป้าก็ไม่ได้เต็มใจเท่าไรหรอก”
          “ไม่รู้ล่ะ พี่ปัณสัญญากับแหววมาเลยนะคะว่าถ้าคุณหมออะไรนั่น มันงี่เง่าหรือทำตัวหื่นกาม พี่ปัณต้องรีบกลับมาบ้านเราเลยนะ”
          “โธ่ น้องแหวว หมอเป็นผู้ชาย  พี่ก็เป็นผู้ชาย   เขาจะมาหื่นกามใส่พี่ทำไมล่ะ” เขาตอบน้องสาวพลางหัวเราอย่างเห็นขำ
          “ทำยังกะพี่ปัณหน้าเหมือนผู้ชายนักเหอะ”   แจ๋วแหววบอก ค้อนเขาขวับๆ เพราะนอกจากจะไม่เหมือนผู้ชายแล้ว ตัวปัณณทัตเองยังมีแฟนเป็นผู้ชายไปแล้วด้วย
            ยิ่งคิดถึงก็ยิ่งมีความสุข ปัณณทัตเผลอยิ้มกว้างเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่แสดงความรักของคนบ้านนั้น ก่อนจะไปสนใจรถที่มาจอดที่หน้าสถานีตรงที่เขายืนอยู่พอดี  ลุงนายสถานียิ้มกว้าง
            “คุณหมอมาพอดี คงจะมารับคุณนั่นแหละ” ลุงรีบกุลีกุจอออกไปรับที่ด้านข้างรถ ชายหนุ่มร่างสูง ผิวค่อนข้างคล้ำ เปิดประตูรถออกมา รับไหว้นายสถานีที่ไหว้ทักเขาไปก่อนแล้ว
            “คุณหมอมารับใครหรือเปล่า  ถ้าใช่ล่ะก็  เขามารอแล้วนะ” ชายหนุ่มคนนั้นมองไปตามปากยื่นๆของนายสถานี ก่อนจะทำหน้าสงสัย
            “เอ่อ คุณปัณณทัต?”
            “ครับ ผมเอง” ปัณณทัตตอบ พร้อมยกมือไหว้ พลางคิดในใจว่า ทุกอย่างไม่ได้เหมือนที่ยัยแจ๋วแหววคาดไว้ซะแล้ว ก็คุณหมอไม่ใช่ “ลุง”   อย่างที่ยัยเด็กนั่นนึกไว้ซะหน่อย   เฮ้อ ... คิดแล้วก็ถอนหายใจ ปัณณทัตอยากใช้ชีวิตช้าๆอยู่กับคนแก่มากกว่า เขาเบื่อความวุ่นวายที่มาจากคนวัยนี้เต็มทนแล้ว ...นี่หนีเสียปะจระเข้หรือเปล่านะ
            “สวัสดีครับ  ผมชลาธิป  คุณเรียกหมอธิปก็ได้”   เขาพูดเป็นพิธีรีตอง แต่ใบหน้าก็ยังฉายแววเป็นมิตร  “ขอโทษที่มาช้าครับ” เขาพูดพร้อมออกแรงยกกระเป๋าของปัณณทัตไปไว้ที่ท้ายรถ พอปัณณทัตยกอีกใบที่เหลือ เขาก็ย้อนกลับมาแย่งไปจากมืออีก การทำงานของเขาดูรวดเร็ว  แข็งแรง  ว่องไว  จนปัณณทัตรู้สึกเขินๆ  แต่ก็ปนความรู้สึกไม่พอใจคล้ายๆอิจฉาเล็กน้อย ก็ทุกครั้งที่หมอธิปออกแรงยกกระเป๋า กล้ามแขนมันก็โชว์ขึ้นมาให้เห็นแม้ว่าจะใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวแล้วก็ตาม แต่ของปัณณทัตเองกลับทำอะไรให้กล้ามแขน หรือกล้ามส่วนใดของร่างกายมันโตขึ้นมาไม่ได้เลย
            “เชิญครับ” เขาเปิดประตูด้านหน้าให้ ปัณณทัตก็เดินเข้าไปนั่งที่เบาะอย่างงงๆ  นี่มันฉากในละครชัดๆ  พระเอกเปิดประตูรถให้นางเอกนั่ง  แต่เขาเป็นผู้ชายนะ  คิดแล้วก็ก้มลงมองการแต่งตัวของตัวเอง เสื้อยืดสีขาว กับ กางเกงยีนส์ เอ..หรือเขาจะเข้าใจผิดนะ
            ปัณณทัตแอบมองคนที่ตอนนี้ขับรถอยู่   ใบหน้าของเขาคมเข้ม คิดว่าน่าจะมาจากแดดชนบทและการไม่ได้ดูแลตัวเองมากกว่า คิ้วของเขาหนาดกดำ ปากก็อวบอิ่ม จมูกเป็นสัน
            บ้าเอ๊ย
!!! ... นี่จะสู้อะไรตาหมอนี่ไม่ได้สักอย่างเลยหรือไงนะ ปัณณทัตคิดแล้วก็หงุดหงิด นี่มันเป็นรูปลักษณ์ที่เขาไฝ่ฝันอยากจะมีตั้งแต่เด็กๆเลย เขาไม่ได้อยากผิวขาวซีด และปากสีชมพูจนโดนล้อมาตลอดอย่างนี้สักหน่อย  ...  กล้ามเกลิ้มก็ไม่มี ไอ้ปัณเอ๊ยยยยย ไอ้แห้ง ไอ้ไม่มีอะไรจะกิน ฮึ!
            “ครับ?” คนขับหันมามองอย่างงงๆ หลังจากที่ได้ยินเสียงปัณณทัตถอนหายใจอย่างแรง
            “อ๋อ ไม่มีอะไรครับ” ปัณณทัตเพิ่งรู้ตัวว่าคุยกับตัวเองนานเกินไปแล้ว “เอ่อ...แล้วก็ขอบคุณที่มารับนะครับ”
            “ไม่เป็นไรครับ ผมต้องขอบคุณที่มาทำงานให้ผมมากกว่า” ปัณณทัตยิ้มให้
  ก่อนจะนึกไปถึงเรื่องที่ป้ามณีเคยเล่าให้ฟังว่า  แม้หมอจะเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย แต่หมอธิปคนนี้ก็ค่อนข้างเจ้าระเบียบและรักความสะอาดมาก ส่วนใหญ่คนที่อยู่ไม่ได้มักจะพบปัญหากับสองเรื่องนี้ จนโดน “ขอร้อง” ให้ออกไปก็ตั้งหลายราย
            ปัณณทัตมัวแต่คิดนั่นคิดนี่จนกระทั่งรถมาจอดอยู่ที่ด้านหน้าของบ้านขนาดใหญ่หลังหนึ่ง  เป็นบ้านปูนสองชั้น  ตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้ จนคล้ายบ้านที่อยู่กลางป่า  เพราะเขาจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่า กว่าจะมาถึงที่หน้าบ้านก็ต้องเลี้ยวมาตามถนนเล็กๆนานเลยทีเดียว
            เอาเป็นว่า  ถึงจะทายอายุคุณหมอผิด  แต่ปัณณทัตก็สมหวังกับบ้านนี้ก็แล้วกัน เขาชอบจริงๆบ้านที่ร่มรื่นและเงียบๆแบบนี้ เขาอดคิดถึงที่โรงแรมไม่ได้ คุณใหญ่พี่ชายคนโตถึงขนาดทำสวนหย่อมเล็กๆที่โรงแรมให้เพราะรู้ว่าเขาชอบบรรยากาศแบบนี้
            “ถึงแล้วครับ ที่นี่แหละบ้านผม”
            “บ้านคุณหมอสวยดีนะครับ”
            “ตอนนี้โทรมหน่อย ตั้งแต่พี่สาวผมเสียก็ไม่มีใครดูแลน่ะครับ มีเด็กแถวนี้มาช่วยงานคนหนึ่ง  ก็เป็นเด็กผู้ชาย  ช่วยได้ตามคำบอก คือสั่งอะไรให้ทำก็ทำน่ะครับ แต่ก็เป็นเด็กดี ผมว่าคุณปัณณทัตน่าจะสอนได้”
            “อ่อ ครับ” ปัณณทัตยิ้มให้เขาเล็กน้อย “เอ่อ คุณหมอเรียกผมว่า ปัณ ก็ได้นะครับ”
            “ครับคุณปัณ” หมอหนุ่มยิ้มให้เขา แล้วรีบลงจากรถมาเปิดประตูให้ปัณณทัต
  คราวนี้ปัณณทัตถึงกับหน้าออกสีแดงเรื่อ  เพราะรอยยิ้มระหว่างที่ถูกมองตอนเปิดประตู ... ทำไมใจสั่นอย่างนี้นะปัณณทัต
            “เดี๋ยวผมคงต้องรีบไปก่อน เพราะเดี๋ยวต้องไปผ่าตัดคนไข้ที่โรงพยาบาลช่วงบ่ายนี้”   ชลาธิปอธิบายพร้อมยกกระเป๋าของชายอีกคนเข้าไปในบ้าน ปัณณทัตพยายามจะช่วย แต่กลับได้รับการปฏิเสธ
            เด็กผู้ชายคนหนึ่งวิ่งหน้าตื่นออกมาจากประตูบ้าน จะว่าเด็กก็ไม่ใช่  ปัณคาดว่านี่คงจะเป็น  “เด็กแถวนี้”  อย่างที่ชลาธิปเล่าให้ฟังเมื่อครู่ เด็กคนนี้คงเป็นเพิ่งเป็นวัยรุ่นได้ไม่นาน หน้าตาก็น่ารักมากกว่าหล่อเหลา
            “อ้าว วันนี้ไม่ไปโรงเรียนหรือไงเรา?”
            “วันนี้คุณครูที่โรงเรียนไปสัมมนาครับ เห็นว่าไปกันทั้งจังหวัด ผมก็เลยได้หยุดติดกันไปเลยสามวัน” เด็กหนุ่มปากแดงอธิบาย ทำให้ผู้ใหญ่อีกสองคนที่อยู่ข้างๆนึกขึ้นได้ว่า นี่มันวันศุกร์แล้ว  คุณหมอคงไม่เท่าไร  แต่ปัณณทัตเลือกเดินทางวันนี้เพราะชอบคำว่า  ศุกร์  ทำอะไรจะได้สุขๆ
            “ต้นน้ำ  นี่คุณปัณคนที่จะมาดูแลบ้านให้เรา  คุณปัณครับ นี่ต้นน้ำครับ   เด็กที่ผมเล่าให้ฟังเมื่อครู่”   พูดจบเขาก็จัดแจงจะมาขนกระเป๋าที่เหลือ แต่ดูเหมือนต้นน้ำจะไวกว่า ปัณณทัตจึงได้เห็นภาพผู้ชายสองคนที่รูปร่างต่างกันมากกำลังแย่งยื้อกระเป๋าของเขาอย่างชุลมุน
            “ไหวแน่นะ?”
            “ครับ” เด็กหนุ่มตอบเสียงดังฟังชัด
            “งั้นผมคงต้องไปก่อนนะครับ นี่ก็จะไม่ทันเวลาแล้ว” เขาหันมาพูดกับปัณณทัต
            “เชิญเถอะครับ  เดี๋ยวผมดูแลทางนี้ให้”   ปัณณทัตยิ้มตอบ มองคนที่ค่อยๆขับรถออกไปช้าๆ เช่นเดียวกับที่หมอชลาธิปเองก็มองพ่อบ้านคนใหม่อยู่ ปป

            ตอนที่ป้ามณี หญิงสูงวัยที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนทั้งหมู่บ้าน  บอกว่า  มีคนสนใจงานดูแลบ้านนั้นหมอชลาธิปดีใจมาก  บ้านของเขาเรียกได้ว่า     โทรมที่สุดแล้วเพราะนับตั้งแต่พี่จันทร์พี่สาวของชลาธิปเสียชีวิตลงก็ไม่มีใครดูแลให้อีก  แม้จะมีแม่บ้านผ่านเข้ามาเรื่อยๆ แต่ก็ลาออกกันไปซะหมด โดยที่ชลาธิปเองไม่ทราบสาเหตุ หรือหากมีก็เป็นสาเหตุบ้าๆอย่าง เหตุที่ป้าศรี แม่บ้านคนก่อน หนีเขาไป ที่อยู่ทนที่สุดก็เห็นจะเป็น ต้นน้ำนี่แหละ
            แต่การที่รู้ว่าคนที่สนใจดูแลบ้านให้เป็นผู้ชาย ก็ทำให้ชลาธิปแปลกใจไม่น้อย  ไม่คิดว่างานแบบนี้ผู้ชายจะทำ   จะเรียบร้อยดีไหม? การดูแลบ้านแบบผู้ชายๆเป็นยังไงก็คิดไม่ออกเลย แต่พอชลาธิป เห็นปัณณทัตเมื่อสักครู่ยิ่งแปลกใจ  ไม่ได้แปลกใจที่เขาเป็นผู้ชายที่ น่าจะ ทำงานบ้านได้ แต่แปลกใจที่เขาเป็นผู้ชายในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
            วันนี้ชลาธิปเผลอมองริมฝีปากแดงๆนั่นหลายครั้ง ดีที่ปัณณทัตไม่ทันรู้ตัว ยิ่งรอยยิ้มน้อยๆนั่นยิ่งทำให้หมอหนุ่มใจสั่น เฮ้อ... ถ้าพี่จันทร์รู้จะเป็นยังไงนะ ที่น้องชายของพี่กำลังหลงไหลผู้ชายด้วยกัน
            บ้าน่า... ไม่จริงหรอก

 

 

---------------------------------------------------  

Rewrite นะคะ
ถ้ายังเจอคำผิด แจ้งได้นะคะ
ขอบคุณน้าาาาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น