ลาเต้ใส่นม

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

15.ปิ๊กxเฟรม ก็ใจมันยังรัก

ชื่อตอน : 15.ปิ๊กxเฟรม ก็ใจมันยังรัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.1k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2560 16:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
15.ปิ๊กxเฟรม ก็ใจมันยังรัก
แบบอักษร

[ปิ๊ก]


ผมนั่งพิงต้นไม้ต้นใหญ่อยู่ ส่วนเฟรมนอนคุดคู้หนุนตักผมอยู่ ตอนนี้ก็ทุ่มกว่าแล้วสินะ เราสองคนหลงทาง ทำให้ต้องนอนกันที่นี่ เป็นอย่างที่ไอ้แคลบอกไว้จริงๆด้วย ไม่มีใครตามไล่ล่าเฟรม แต่กว่าผมจะวิ่งตามหาคนตัวเล็กได้ก็ทำเอาผมหอบเอาเหมือนกัน


“เฟรม อย่าหลับนะ”


“ผมไม่ไหว ผมง่วง พี่ปิ๊ก ผมง่วงจริงๆ” เฟรมบอก ผมมองไปที่ขาของเฟรมที่มีผ้าเช็ดหน้าผมพันอยู่ตรงน่อง และฝนก็กำลังจะตกแล้วด้วย


_____________________________________________


ก่อนหน้านี้ เวลา 15.35 น.


“เฟรม เฟรม ได้ยินพี่มั้ย เฟรม” ผมตะโกนเรียกหาเฟรม หลังจากแยกกับไอ้แคล มันไปตามหาน้องคริส ส่วนผมต้องมาตามหาเฟรม


“เฟรม” ผมเรียกอีก ตามเข้ามาลึกขนาดนี้แล้ว แต่ทำไมยังไม่เจอคนตัวเล็กอีกนะ


จู่ๆ ผมก็รู้สึกเหมือนใครกำลังย่องเข้ามาทางด้านหลัง มันค่อยๆย่องมาเรื่อยๆ ผมเลยหันหน้าไป เห็นเฟรมกำลังเงื้อท่อนไม้กำลังจะตีหัวผมพอดี ผมเลยจับมือคนตัวเล็กเอาไว้ทัน


“พี่ปิ๊ก”


“ก็พี่สิ นี่อุตส่าห์มาช่วย จะฆ่ากันเหรอไง” ผมว่า เฟรมทิ้งไม้ลงแล้วเข้ามาสวมกอดผมทันที


“ฮือ พี่ปิ๊ก ผมกลัว ผมหาทางออกไม่ได้” เฟรมร้องไห้ ผมกอดปลอบแล้วลูบหัวคนตัวเล็กเบาๆ


“ไม่ต้องร้องไห้นะ พี่อยู่ตรงนี้แล้ว” ผมบอก จู่ๆเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด สงสัยไอ้แคลคงจะเจอเข้าแล้ว ป่านนี้จะเป็นไงบ้างก็ไม่รู้


“เสียงปืนนี่ คริสจะเป็นอะไรมั้ย”


“ไม่หรอก ไอ้แคลตามไปแล้ว คงไม่เป็นอะไรหรอก เรารีบออกจากนี่ก่อนมืดเถอะ” ผมบอกก่อนจะเดินนำเฟรม แต่ว่าผมเองก็จำไม่ได้นี่สิว่าตอนมาผมมาทางไหน


“พี่ไม่พาผมหลงแน่นะ” 


เฟรมว่า หลังจากที่เราเดินกันมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะออกไปได้เลย ฟ้าก็เริ่มจะมืดแล้วด้วย พวกนกก็เริ่มร้องกันระงมทำให้บรรยากาศมันดูวังเวง


“ไม่หลงหรอกน่ะ ถ้าหลงให้ถีบ”


“งั้นถีบก่อนได้มั้ย ผมว่าพี่ต้องพาผมหลงแน่ๆ นี่เดินมาตั้งนานแล้ว ผมปวดข้อเท้า” เฟรมบอกก่อนจะนั่งลงบนรากไม้


“ให้พี่ดูหน่อยสิ”


“ไม่เป็นไร” เฟรมบอกเสียงแข็ง


“อย่าดื้อได้มั้ยเฟรม ทำไมถึงชอบดื้อหา พี่บอกว่าจะดูให้ไง พี่เป็นห่วงนะ” ผมเอ็ดคนตัวเล็ก แล้วคุกเข่าลงข้างหน้าก่อนจะถอดรองเท้าของเฟรมออกแล้วพลิกข้อเท้าคนตัวเล็กไปมา


“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็คงหายแหละ เราไปต่อกันขี่หลังพี่มา” ผมว่าแล้วหันหลังให้คนตัวเล็กขี่


“ไม่เอา เดินเองได้”


“เฟรม จะขี่หลังดีๆหรือจะให้พี่อุ้มไป” ผมบอก เฟรมทำหน้าฟึดฟัดแล้วขึ้นขี่หลังผม ผมพาเฟรมเดินมาตามทางเรื่อยๆแต่ก็หาทางออกไม่ได้สักที


“ตัวหนักกว่าเมื่อก่อนอีกนะเนี่ยยังชอบกินทาร์ตเหมือนเมื่อก่อนหรือเปล่า” ผมถามเพื่อทำลายความเงียบ


“หึ พี่จำได้ด้วยเหรอว่าผมเคยชอบอะไร ไม่สิ ต้องถามว่าพี่เคยใส่ใจเรื่องของผมด้วยเหรอ” เฟรมว่าก่อนจะเงียบไป


“พี่คิดถึงเฟรมนะ” จู่ๆผมก็พูดไป ไม่รู้ทำไมมันถึงทำให้ผมบอกเฟรมไปแบบนั้น ตลอดเวลาสองปีถึงผมจะมีคนอื่นแต่ไม่เคยมีใครสักคนที่เข้ามาแทนที่เฟรมได้ 



[เฟรม]


“พี่คิดถึงเฟรมนะ” พี่ปิ๊กบอก มาบอกทำไมวะ ไม่เข้าใจ ผมพยายามลืมพี่อยู่นะเว้ย คิดว่าผมจะหลงกลคำพูดโกหกของพี่อีกเหรอ


“แล้วพี่มาบอกผมทำไม”


“พี่ก็แค่อยากจะ” พี่ปิ๊กพูด แต่ไม่ทันจบ ผมเลยบอกให้พี่ปิ๊กหยุดเดินแล้วก็ลงจากหลังพี่ปิ๊กทั้งที่ยังเจ็บข้อเท้าอยู่


“หยุดสักทีเถอะ ผมไม่รู้ว่าพี่ต้องการอะไรจากผมอีก แต่ผมจะไม่มีวันกลับไปเชื่อคำพูดหลอกลวงของพี่อีกแล้วพี่ปิ๊ก พี่นั่นแหละที่ทำทุกอย่างพัง เพราะพี่มันไม่รู้จักพอ” ผมว่าแล้วเดินกะเผลกออกไปจากตรงนั้น


“เฟรม รอพี่ก่อนสิ”


“ปล่อยผมน่า ผมเดินเองได้ ไม่ต้องลำบากพี่หรอกครับ แต่ก็ขอบคุณนะครับที่พี่อุตส่าห์ลำบากเข้ามาตามหาผม” ผมหันไปบอก จริงๆแล้วผมกลัวมากกว่า กลัวว่าผมจะใจอ่อนยอมพี่ปิ๊กอีก เพราะผมเองก็ยังไม่ลืมพี่เค้า


“เฟรม อยู่นิ่งๆแล้วค่อยๆเดินมาหาพี่นะ” พี่ปิ๊กพูดขึ้น คราวนี้จะอะไรอีกล่ะ คิดว่าผมจะกลัวเหรอไง


“ไม่”


“เฟรม อย่าดื้อ บอกให้เดินมาไง”


 พี่ปิ๊กทำหน้าจริงจัง แต่ผมกลับดื้อที่จะเดินต่อ ผมถอยหลังไปแต่จู่ๆก็รู้สึกเจ็บแปลบตรงน่อง ผมล้มลงก่อนจะหันไปเห็นงูตัวใหญ่เลื้อยหนีไป


“เฟรม พี่บอกแล้วไงว่าให้อยู่นิ่งๆ เป็นไงบ้าง” 


พี่ปิ๊กว่าก่อนจะเอาผ้าเช็ดหน้ามาพันขาให้ผมแล้วก้มลงดูดพิษออก ผมน้ำตาคลอมองหน้าพี่ปิ๊ก ทำไมพี่ปิ๊กต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย ถ้าเกิดพลาดกลืนพิษเข้าไปอันตรายแย่


“โอ๊ย”


“อดทนหน่อยนะ พี่จะไม่ยอมให้เฟรมเป็นอะไรหรอก” พี่ปิ๊กบอก “เราต้องรีบหาทางออกไป ปล่อยไว้แบบนี้เฟรมแย่แน่” พี่ปิ๊กอุ้มผมขึ้นแล้วพาเดินไปตามทาง ผมไม่ได้พูดอะไรได้แต่มองการกระทำของพี่ปิ๊กไป 


______________________________


ปัจจุบัน


จนตอนนี้ผมกับพี่ปิ๊กก็ยังออกจากป่ากันไม่ได้ พี่เค้าพาผมมานอนใต้ต้นไม้ใหญ่ ผมเองก็เริ่มจะไม่ไหว แต่พี่ปิ๊กก็เอาแต่ชวนคุยเพื่อไม่ให้ผมหลับ ท่าทางเป็นห่วงของพี่เค้าทำให้ผมใจเต้นรัวทุกครั้ง หรือว่าพี่ปิ๊กจะรักผมจริงๆ


“เฟรม ไม่ต้องกลัวนะ พี่จะหาทางพาเฟรมออกไป” พี่ปิ๊กว่าแล้วลูบหัวผมเบาๆ


“พี่ปิ๊ก ผมขอโทษ”


“ขอโทษพี่เรื่องอะไรครับ”


“ก็เรื่องที่ผมว่าพี่เมื่อกี้ไง ยกโทษให้ผมนะ” ผมว่า


“ครับ แต่ตอนนี้เฟรมอย่าเพิ่งหลับ เข้าใจมั้ย” พี่ปิ๊กว่า ผมไม่ได้ยินอะไรแล้วล่ะ ก็หลังจากที่ผมถามจบผมก็หลับแล้ว



[ปิ๊ก]


ผมหันไปหาคนตัวเล็กแต่ว่ากลับเห็นเฟรมหลับไปแล้ว ผมตกใจมากรีบเขย่าตัวแรงๆหวังว่าเฟรมจะตื่นขึ้นมา แต่ก็ไม่ยอมตื่น 


“เฟรม ได้ยินมั้ย อย่าหลับสิ เฟรม” ผมเรียก จู่ๆผมก็เห็นแสงไฟที่น่าจะมาจากไฟฉายหลายดวงเลยล่ะ 


“เฟรม ไอ้ปิ๊ก พี่ปิ๊ก ไอ้เฟรม ไอ้แคล น้องคริส” เสียงคนหลายคนเรียกชื่อพวกเรา ผมยิ้มดีใจคิดว่าคงจะรอดแล้ว ฝนเองก็เริ่มลงเม็ดแล้วด้วย


“พวกมึง กูกับเฟรมอยู่นี่” ผมตะโกนตอบ พวกเพื่อนผมกับเพื่อนเฟรมวิ่งเข้ามาพร้อมทั้งตำรวจแล้วก็เจ้าหน้าที่


“ไอ้แคลกับน้องคริสล่ะ” เพื่อนผมถาม


“หลงไปอีกทาง แล้วนี่มึงพาพวกนี้มาทำไมวะ ไอ้แคลสั่งแล้วไงว่าให้พาเด็กพวกนี้กลับไปก่อน” ผมว่า


“ผมขอพี่เค้าอยู่เองครับ พวกผมเป็นห่วงเพื่อน” 


“แล้วไอ้เฟรมเป็นอะไรครับพี่”


“เฟรมโดนงูกัด” ผมว่า ก่อนจะอุ้มเฟรมขึ้นมา


“พาน้องเค้าออกจากป่าก่อนเถอะ ส่วนไอ้แคลกับน้องคริสไว้ค่อยออกมาหาพรุ่งนี้ ตอนนี้ฝนเริ่มจะตกแล้ว มันอันตราย” เพื่อนผมบอก เจ้าหน้าที่เองก็เห็นด้วย พวกเราเลยพากันออกไปจากป่า


ตอนนี้ต้องช่วยชีวิตเฟรมก่อน ส่วนไอ้แคลมันคงเจอน้องคริสแล้ว อีกอย่างมันก็น่าจะเอาตัวรอดได้ เห็นมันกวนส้นตีนแบบนั้นมันน่ะเทควันโดสายดำนะครับ ส่วนผมก็พอเป็นบ้างแต่แพ้มันตลอด


“เฟรม อย่าเป็นอะไรนะครับ”


___________________________________________________

น้องเฟรมมมม อย่าตายนะ555 เดี๋ยวหาอิมเมจพี่ปิ๊กกับน้องเฟรมมาให้นะครับ หาคุณหมอน่ารักๆมาจีบน้องเฟรมสักคน มีคนถามว่าพี่เเคลเป็นเเวมมั้ย พี่เเคลไม่ได้เป็นเเวมไพร์นะครับ 

เม้นบ้างครับ อ่านฟรีล่ะเนี่ย T_T




ความคิดเห็น