Ranichat

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 19 : พี่ขอ

ชื่อตอน : บทที่ 19 : พี่ขอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.7k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ต.ค. 2560 10:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 19 : พี่ขอ
แบบอักษร


แสงที่สาดผ่านม่านเข้ามากระทบไรผมสีน้ำตาลเข้มทำให้หญิงที่นอนหลับตาพริ้มนั้นดูสวยยิ่งนัก ปากอมชมพูที่น่าจุ๊บ แก้มสีขาวๆที่มีเลือดฝาดของคนดูแลเอาใจใส่ผิว เครื่องปรับอากาศที่ให้ความเย็นนั้นทำให้คนที่กำลังหลับใหลกระชับผ้าห่ม กวินทร์ยืนมองดูภาพนั้นสักพักก็นั่งลงบนเตียงของหญิงสาว จูมพิษลงที่ปากนั้นเป็นการมอนิ่งคิส

“ตื่นได้แล้วค่ะคนดี” กวินทร์ปลุกคนที่กำลังหลับ

“หนูเกลขา วันนี้มีนัดกับพี่นะ เลิกขี้เซาได้แล้วค่ะ” กวินทร์เอื้อมมือไปประคองหน้าเกลินแล้วใช้นิ้วโป้งเขี่ยไปมาที่แก้ม คนหลับรู้สึกว่ามีอะไรมาสัมผัสที่หน้าของตนก็ค่อยๆลืมตาขึ้น

“อ้าว พี่กวินทร์ตื่นแล้วหรอคะ แล้วนี้ก็โมงแล้ว” คนขี้เซาถามด้วยเสียงที่ไม่ค่อยเต็มนัก

“เจ็ดโมงกว่าแล้วค่ะ ไปอาบน้ำเถอะค่ะ วันนี้หนูเกลต้องไปกรุงเทพกับพี่นะคะ” กวินทร์เตือนสติคนที่ยังงัวเงียอยู่

“พี่กวินทร์ดึงขึ้นหน่อยสิคะ หนูเกลลุกไม่ไหว” เกลินเอื้อมมือมากุมทับมือชายหนุ่มที่กำลังคลอเคลียกับแก้มของตน

“มาค่ะ เดี๋ยวพี่ช่วย” เปลี่ยนจากการกุมใบหน้าสวยมาเป็นการจับมือของหญิงสาวแทน ยืนขึ้นแล้วออกแรงดึงเล็กน้อย ร่างบางลุกขึ้นตามแรงที่ถูกดึง

“ไปอาบน้ำซะนะคนดี พี่จะรอทานข้าวอยู่ข้างล่างนะคะ” ว่าแล้วก็จูบเบาๆที่หน้าผากของเกลินแล้วเดินออกไปจากห้อง

“ถ้าก่อนนอนก็เจอพี่กวินทร์ ตื่นมาก็เจอพี่กวินทร์เป็นคนแรกแบบนี้ทุกวัน หนูเกลคงมีความสุขน่าดูนะคะ” รอยยิ้มน้อยๆผุดขึ้นที่ริมฝีปากบางได้รูปอย่างไม่อาจปิดบัง


กวินทร์และเกลินออกมาจากไร่พร้อมไข่ต้มและแสบ เพื่อให้ทั้งสองเอารถกลับที่ไร่ เที่ยวบินของชายหนุ่มและหญิงสาวออกประมาณเที่ยงครึ่ง ถึงที่นู่นคงบ่ายโมงกว่าๆ ส่วนที่พักนั้น เขามีคอนโดอยู่ที่กรุงเทพ เขาจำเป็นต้องซื้อมันไว้เพราะเดินทางมาทำธุระที่นี่บ่อย ตอนเด็กๆอาศัยอยู่กรุงเทพ แต่ตั้งแต่ปู่เขาเสีย เขาก็ได้ย้ายไปที่เชียงใหม่แล้วขายบ้านที่กรุงเทพทิ้ง ตั้งหลักปลักฐานอยู่ที่นั่นเสียเลย ได้เข้ามากรุงเทพบ่อยก็ช่วงที่รับดูแลไร่ชาแทนพ่อเขาอย่างเต็มตัว

วันนี้เกลินสวมเสื้อคอเต่าสีดำแขนยาวเข้ารูปอวดทรวดทรงองเอวของตน พร้อมเสื้อคลุมยีนและกางเกงยีนสีเข้ากัน ผมที่ถูกปล่อยอย่างไม่สนใจนัก และบนใบหน้าที่มีแว่นตาสีชาอยู่ เพียงเท่านี้ก็ดึงดูดทุกสายตาที่ผ่านไปผ่านมาในสนามบิน จนบางครั้งชายหนุ่มที่เดินอยู่ข้างกายก็เผลอส่งสายตาดุๆกลับไปว่าอย่ามองให้มาก เขาหวง ส่วนชายหนุ่มนั้นใส่เสื้อยืดสีขาวสวมทับตัวเสื้อยีน กางเกงสีดำ ตอนแรกไม่ได้แต่งตัวเช่นนี้ แต่เมื่อเห็นชุดของเกลินแล้วจึงขึ้นไปเปลี่ยนโดยให้เหตุผลว่า ‘เค้าจะได้รู้ว่าเรามาด้วยกัน’

เมื่อทั้งคู่มาถึงที่กรุงเทพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็นั่งแท็กซี่ไปที่คอนโดของเขา ขนข้าวของขึ้นไปไว้บนห้อง แล้วลงมาเอารถสปอร์ตคันหรูที่มีกวินทร์เป็นเจ้าของขับออกไปหาอะไรทานกันทันที หลังจากท้องอิ่มกันเสร็จแล้วก็เข้าไปที่ร้านชุดแต่งงานของเพื่อนชายหนุ่มเลย

“อ้าว ไอ้กวินทร์ แกมาทำอะไรที่นี่” สาวเจ้าของร้านที่กำลังจัดการใส่ชุดให้หุ่นโชว์ถามเมื่อเห็นกวินทร์ปรากฎตัวตรงหน้าพร้อมมีหญิงสาวที่ไม่คุ้นหน้ายืนอยู่ข้างกาย

“ว่าไงไอ้แพรว ฉันมาหาแกเพราะจะมาตัดชุด” เอ่ยทักทายแพรววา สาวเจ้าของร้านชุดแต่งงานที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง

“ห้ะ! นี่แกจะแต่งงานแล้วหรอ เดี๋ยวนะ! แล้วไปคบกันตอนไหน” แพรววาตกใจ ก็รู้แหละว่าชายหนุ่มเพิ่งเลิกลากับแฟนเก่าไปได้เกือบปีกว่าแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะหาได้เร็วขนาดนี้

“น้อยๆหน่อยไอ้แพรว ฉันพาหนูเกลมาตัดชุดเอาไปประกวด” กวินทร์อธิบายให้สาวที่สนิทกันมาสมัยมัธยมเพราะอยู่กลุ่มเดียวกัน

“ก็แล้วไป ตกใจหมด” ถอนหายใจเป็นพลืด

“สวัสดีค่ะ หนูเกลมาตัดชุดไปประกวดค่ะ ไม่ได้จะแต่งงาน” เกลินยกมือไหว้ ส่งยิ้มให้หญิงสาวผมสั้นสีออกส้มๆน้ำตาลๆที่ถูกซอย บุคลิกฮ้าวๆตรงหน้า แต่ดันมาเปิดร้านขายชุดแต่งกายซะอย่างนั้น

“จ่ะ หนูเกลอยากได้แนวไหนจ้ะ เน้นทางหวาน เรียบร้อยหรือเซ็กซี่ดีจ้ะ” แพรววารับไหว้ แล้วถามต่อทันที

“เซ๊กซี่ค่ะ/หวาน” เกลินพูดพร้อมกวินทร์

“ไม่เอา! พี่ไม่ยอม” กวินทร์ค้านทันที

“พี่กวินทร์ หนูเกลใส่นะ ตามใจหนูเกลสิ” เรื่องอะไรจะไปฟังกวินทร์

“ไม่! นี่แพรว แกเพื่อนฉัน ฟังฉัน” ประโยคหลังหันไปพูดกับเพื่อนตน

“พี่แพรวคะ แต่หนูเกลใส่นะ” เกลินรีบแย้ง

“หนูเกล!”

“พี่กวินทร์!”

“โอ้ย! พอๆ ทั้งสองคน เดี๋ยวพี่จัดการให้เอง” แพรววาพอจะรู้แล้วว่าแบบไหนถึงจะพอใจทั้งสองฝ่าย

แพรววาจัดการเตรียมชุดให้ทั้งสองจนทั้งสองรู้สึกพอใจ โดยจะจัดส่งชุดให้ถึงที่ไร่ก่อนวันงาน กวินทร์ไม่อยากให้หญิงสาวใส่อะไรที่มันดูโป๊มากเกินไป เขาหวง ส่วนเกลินก็คิดว่าเธอออกจะหุ่นดีขนาดนี้ก็ต้องขอโชว์บ้างหน่อย ไม่ใช่จะเก็บไว้อยู่กับตัว วันใดแก่ไปแล้วตนจะเสียใจ กวินทร์และเกลินขอตัวกลับก่อน เพราะนี่ก็เย็นมากแล้ว ชายหนุ่มรับรู้ถึงความเมื่อยล้าที่เกลินมี

เปิดประตูออกจากร้านก็มีเสียงหนึ่งร้องทักขึ้นทันที

“หนูเกล! หนูเกลใช่ไหม” เสียงสาวคนหนึ่งร้องทัก เกลินหันควบไปหาทันที

“อ้าว! เพชร” เกลินขานตอบ

“ดีใจจังที่ได้เจอ กลับมาเมื่อไหร่ทำไมไม่บอก” ชมพูเพรชเดินจนแทบจะวิ่งเข้ามากอด

“ขอโทษน้า พอดีหนูเกลยุ่งๆ” ทั้งผละออกจากกัน

“แล้วนี่” ชมพูเพชรมองไปยังกวินทร์ ชายหนุ่มรูปงามที่ยืนข้างๆเกลิน

“อ๋อ นี่พี่กวินทร์ พี่กวินทร์คะ นี่ชมพูเพชร เพื่อนหนูเกลเองค่ะ” เกลินแนะนำทั้งคู่ให้รู้จักกัน

“สวัสดีครับคุณชมพูเพชร” กวินทร์ทักทายส่งยิ้มให้บางๆ

“เรียกเพชรเฉยๆก็ได้ค่ะ” ส่งยิ้มกลับ

“เป็นแฟนหนูเกลหรอ แล้วนี่! แกมาที่นี่ทำไม! หนูเกลจะแต่งงานแล้วหรอ” ชมพูเพชรถึงกับร้องเสียงหลง

“จะบ้าหรอเพชร! หนูเกลมาตัดชุดไปประกวด” ไม่ได้ตอบออกไปว่ากวินทร์เป็นแฟนหรือไม่

“ห้ะ ประกวด! อย่างแกเนี่ยนะประกวด” ชมพูเพชรตกใจยิ่งกว่าเกลินจะแต่งงานเสียอีก

“ก็ใช่น่ะสิ อย่ามาเวอร์นะเพชร ว่าแต่แกเหอะ มาทำอะไรแถวนี้” ยังไม่ทันที่ชมพูเพชรจะตอบ เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น

“แปปนึงนะแก” ชมพูเพชรหยิบโทรศัพท์ตนขึ้นมาแนบหู

“ใช่ๆ จริงๆมันควรได้ก่อนหน้านั้น แกรู้ไหมฉันอยู่กับใคร ตอนนี้อยู่กับหนูเกล จริง! ได้ๆ ชวนเลยใช่มะ ได้ๆ งั้นสั่งเพิ่มเลย งั้นแค่นี้แหละ เจอกันพรุ่งนี้จ้า” เสร็จแล้วก็เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าถือของตน

“หนูเกล แกรู้หรือยัง” ชมพูเพชรเกริ่น

“รู้ว่า” เกลินถาม

“เค้กมันจะแต่งงานแล้ววว” น้ำเสียงเซอร์ไพร์ทที่ชมพูเพชรเปล่งออกมา

“จริงหรอ! ไหนนน ใครที่บอกว่าเค้กจะขายไม่ออก เลี้ยงเลยน้าา ฮ่าๆ” เกลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงดีใจ

“มันจะโทรมาบอกเรื่องชุดเพื่อนเจ้าสาว แต่แกอยู่กับฉันพอดี มันก็เลยให้ชวนแกไปงานแต่งมันพรุ่งนี้”

“พรุ่งนี้หรอ” เกลินหันขึ้นไปมองหน้าคนที่ยืนฟังบทสนาเงียบๆอย่างขออนุญาต กวินทณ์ผนักหน้าเบาๆเป็นการอนุญาต

“พี่กวินทร์ไปด้วยกันนะคะ” ชมพูเพชรชวน เธอรู้ว่าสายตาที่กวินทร์มองเกลินมันไม่ใช่แค่พี่ชาย มันมีมากกว่านั้น อย่างนี้ต้องเปิดตัวให้เพื่อนรู้

“มันจะดีหรอหรอเพชร พี่กวินทร์เค้าจะเหนื่อยเปล่าๆ” เกรงใจชายหนุ่มที่ต้องไปงานเพื่อนของตนทั้งๆที่ไม่รู้จัก

“ดีสิ งานนี้พลไปด้วย ไปนะคะพี่กวินทร์” ชมพูเพชรคาดว่ากวินทร์จะต้องรู้ความสัมพันธ์ของพละพลกับเกลิน

“ตกลงครับ” พอได้ยินว่าพละพลจะไปด้วย ชายหนุ่มรีบตอบตกลงทันที อย่างน้อยเค้าก็ต้องไปคุมไม่ให้ถ่านไฟเก่ามันครุ

“ตามนั้นนะแก พรุ่งนี้ตอนสิบโมง แกไปที่บ้านฉัน ฉันจะเตรียมชุดไว้ให้ งานนี้มีตรีมให้เพื่อนเจ้าสาวค่ะ”

“ได้ๆ” เกลิพยักหน้าหงึกๆ

“เสียดายจังเนอะสิตาไม่ได้มาด้วย นี่ถ้าอยู่ไทยจะชวนมาด้วย งั้นฉันไปทำธุระก่อนนะ” ชมพูเพชรโบกมือลาเกลิน


ใกล้จะถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว ทั้งคู่ตกลงกันว่าวันนี้จะทำอาหารทานกันเองที่คอนโด โดยเมนูในวันนี้คือเสต็กปลาดอลลี่ ดังนั้นก่อนจะกลับคอนโดจึงได้แวะซุปเปอร์มาร์เก็ตก่อน

กวินทร์เดินนำเปิดประตูเข้ามาในห้องในมือก็ถือถุงข้าวของที่จะมาใช้ในการทำอาหารเย็นนี้ ห้องนี้เป็นห้องขนาดใหญ่ มี 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ถูกตกแต่งด้วยสไตล์วินเทจ มีห้องครัวขนาดย่อมๆที่ไม่เล็กแต่ก็ไม่ได้ใหญ่จนเกินไป เครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน มีระเบียบที่ยื่นออกไปจาห้องนั่งเล่น เป็นห้องที่จัดว่าวิวดีที่สุดของคอนโดนี้ และยังเป็นคอนโดที่แพงที่สุดในย่านนี้อีกด้วย ราคารวมๆเกือบหน้าสิบล้าน

“สาวไฮโซ อักษรย่อ กล ย่องเบาขึ้นคอนโดกับชายหนุ่มเจ้าของไร่ชาที่ติดอันดับ ฮ่าๆ” เกลินที่เดินตามเข้ามามองสำรวจห้องพร้อมพูดประโยคสุดขำนั้น

“หืม ขึ้นคอนโดพี่ถึงกับเป็นข่าวเลยหรอคะ” กวินทร์เดินเข้าไปวางของในห้องครัวเดินออกมาก็เห็นสาวสวยเดินสำรวจไปรอบๆห้อง

“พี่กวินทร์ไม่รู้อะไร หนูเกลนี่นะ ตอนก่อนไปอยู่อังกฤษระดับเซเลปเลยนะคะ” หันมาพูดกับกวินทร์ด้วยใบหน้าแห่งความภาคภูมิใจ

“หนูเกลทำไมไม่บอกไปคะ ว่าเป็นอะไรกับพี่” กวินทร์เดินเข้ามาประชิดตัวของเกลิน เอื้อมไปกุมในหน้าของเกลินข้างหนึ่ง

“ก็หนูเกลไม่แน่ใจว่าพี่กวินทร์อยากจะเป็นแฟนกับหนูเกลไหม” เกลินว่าพลางก้มหน้าต่ำลง กวินทร์จึงจับคางเกลินในเชิดหน้าขึ้นมองที่ตาของเขา

“แค่นี้ยังไม่ชัดเจนอีกหรอคะ พี่ต้องเป็นฝ่ายถามหนูเกลมากกว่า ว่าอยากเป็นแฟนกับพี่ไหม” กวินทร์จ้องลงไปในตาของหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่ปิดบังความรู้สึก

“ให้พี่ได้ดูแลหนูเกลนะ เป็นแฟนกันนะคะ” ว่าดังนั้นก็ก้มลงไปจะจูบปากหญิงสาวแต่มีนิ้วชี้ของหญิงสาวมาเบรคเขาไว้เสียก่อน กวินทร์ทำหน้าเป็นเชิงว่าไม่ตกลงหรอ

“หนูเกลยังไม่ได้ตอบตกลงเลย” เกลินอมยิ้ม

“งั้นที่พี่เคยขอว่าอยากได้อะไร พี่อยากให้หนูเกลมาเป็นแฟนพี่” ชายหนุ่มว่าอย่างคนเอาแต่ใจ

“ง่ายๆอย่างนี้เลยหรอพี่กวินทร์ หนูเกลเสียเปรียบแย่เลย”

“ตอบพี่มาค่ะ ว่าตกลงไหม” คนเอาแต่ใจเร่งคำตอบจากหญิงสาว

“ตกลงดีไหมน้า” เกลินยียวน

“เป็นแฟนกันนะ ลองคบกันดูแล้วจะรู้ว่าพี่จริงใจ”

“แล้วไหนตอนแรกบอกว่าไม่มีทางจีบติดน้า”

“ตอนนี้ยอมแพ้แล้วค่ะ จีบติดเต็มๆเลย”

“จริงหรอคะ”

“จริงค่ะ หนูเกลลองคบกับพี่กวินทร์ดูนะคะ” ถามหญิงสาวย้ำอีกรอบ

“ตกลงค่ะ” ยังไม่ทันที่กวินทร์จะก้มลงไปจูบ แต่เกลินกลับดึงหน้าของชายหนุ่มลงมาจูบเสียเอง เป็นจูบที่ไม่เร้าร้อน เป็นจูบที่ไม่ดูดดื่ม แต่กลับไปจูบที่หนาวชื่นชนิดที่ว่าน้ำตาลหรือสารให้ความหวานใดๆในโลกยังอาย เวลาล่วงผ่านไปนานเท่าใดทั้งสองคนไม่รู้ แต่ที่รู้ๆคืออยากที่จะรักษาจูบของกันและกันไว้อย่างนี้ไปนานๆ และแล้วเกลินก็เป็นฝ่ายผละตัวออกจากชายหนุ่ม

“พอได้แล้วค่ะ หนูเกลหิวนะ”

“นี่ไงคะ พี่จะให้หนูเกลกินพี่แทนไง” ชายหนุ่มยอมผละออกแต่โดยดี

“คนบ้า! พูดอะไรไม่รู้” เกลินฟาดมือลงบนอกแกร่งนั้นไม่ได้ตั้งใจนัก

“โอ้ย! เจ็บนะคะ” หน้าคนถูกฟาดแสดงอาการเจ็บอย่างสาหัส

“พี่กวินทร์ หนูเกลขอโทษค่ะ เจ็บมากไหม” เกลินเอื้อมมือไปจับที่อกข้างซ้ายที่ตีชายหนุ่มทันที ไม่รอช้าชายหนุ่มก็มันทาบมือทับมือของเกลินค้างไว้

“เป็นห่วงพี่หรอคะ” กวินทร์ว่าอย่ายิ้มๆ

“ก็ใช่น่ะสิคะ ตกใจหมดเลย เล่นอะไรไม่รู้” พอรู้ว่าคนตรงหน้าแกล้งเจ็บก็อยากจะฟาดอีกสักทีสองที

“หนูเกลลองดูสิคะ ว่าเวลาพี่อยู่กับหนูเกล พี่ควบคุมจังหวะหัวใจตัวเองไม่อยู่เลยนะ” เกลินเงียบ มือที่อยู่บนอกเขาตอนนี้สัมผัสได้ว่ามีก้อนเนื้อที่อยู่ภายในเต้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น และมันแรงแค่ไหน

“ให้พี่ได้ดูแลหนูเกลนะคะ” กวินทร์ถามอีกครั้ง

“ค่ะ” หญิงสาวตอบตกลงด้วยแก้มที่แดงเพราะเขิน ปากสวยได้รูปคลี่ยิ้มให้กับคนตรงหน้าอย่างสุขใจ


อะไรกันนนนน ก่อนหน้านี้การกระทำก็นึกว่าเป็นแฟนกัน

ที่ไหนได้พึ่งมาขอเป็นแฟน สองคนนี้ชักจะยังไงๆละนะ5555


มาแล้วค่าาา ขอบคุณที่คนที่เข้ามาอ่านนะคะ 💚💚






แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น