อักษรามณี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ย. 2560 15:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3
แบบอักษร

จิณณ์รู้สึกเหมือนเธอกลายเป็นลูกศิษย์เสียเองมากกว่าที่เธอจะมาเป็นครูสอนเขา เรือนร่างแข็งแกร่งและใหญ่โตของพายัพพลิ้วไหวยามเคลื่อนไปตามจังหวะที่ต่างคนต่างรู้กันว่าจะไปในทิศทางใด สักครู่ต่างก็หยุดการเต้นลงแทบจะพร้อมกัน หญิงสาวคิดว่าพายัพเต้นได้เข้าขากับเธอโดยที่ไม่ต้องสอนเขามากแม้นี่จะเป็นครั้งแรก

“ผมเต้นได้ดีขึ้นหรือเปล่า จีน?”

“นายกำลังจะเต้นได้เก่งกว่าฉันแล้วนะ ที่จริงฉันเหมือนจะเป็นลูกศิษย์ของนายมากกว่า พายัพ”

“แต่ผมก็ยังกำหนดจังหวะของเท้าได้ไม่ดีเท่าคุณนะจีน”

“แต่ว่า...นายก็...เก่งแล้วล่ะ”

หญิงสาวเผลอชมเขาด้วยเสียงหวานดังติด ๆ ขัด ๆ และทำให้ชายหนุ่มฉุกคิดได้ว่าเขากำลังยืนกอดครูสาวสอนเต้นของเขาไว้แน่น มือของเขาไม่ได้วางอบยู่บนแผ่นหลังบอบบางแต่กลับกลายเป็นท่อนแขนแกร่งที่โอบรัดเอวของจิณณ์ไว้แนบแน่นแทน

“นี่เป็นบทเรียนแรกใช่ไหม จีน?”

พายัพถามเสียงแผ่ว ๆ โดยที่เขายังไม่ยอมคลายวงแขนและกอบกุมมือของจิณณ์ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ครูสาวหรุบเปลือกตามองต่ำ ตั้งแต่สอนลีลาศมายังไม่เคยรู้สึกอะไรอย่างนี้มาก่อน มันวาบหวิวแปลก ๆ จนเธอประหลาดใจตัวเอง

“ก็...เอ้อ...ใช่”

“คุณต้องอยู่ที่นี่อีกหนึ่งอาทิตย์...ถ้ารู้สึกเบื่อจะให้คนของผมพาไปซื้อของในเมืองก็ได้นะจีน”

“ไม่เป็นไรหรอก...เพราะฉันมาอยู่ที่นี่แค่สัปดาห์เดียวเท่านั้น”

“ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ผมจะให้แม่บ้านจัดอาหารมื้อค่ำไว้ คุณชอบทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า?”

หญิงสาวเหลือบมองเขา พายัพยังไม่ยอมปล่อยเธอให้เป็นอิสระและยิ่งจะดันแผ่นหลังให้อกนุ่ม ๆ ของเธอเสียดสีกับหน้าอกของเขามากขึ้น ถึงจะเคยเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาก่อนแต่หญิงชายเวลาอยู่ใกล้ชิดกันไม่ใครก็ใครจะต้องรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างตามธรรมชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ฉันทานอะไรก็ได้...แล้วแต่นายจะจัดให้”

“หืมม์?...คุณพูดว่ายังไงนะ ผมได้ยินไม่ถนัดน่ะ”

พายัพโน้มใบหน้าลงมาใกล้ มันใกล้มากจนหญิงสาวรู้สึกถึงกระไอร้อนจากลมหายใจของเขาและทำให้เธอแทบยืนไม่ติดพื้น

“ฉันบอกว่าอะไรก็...”

ได้...คำสุดท้ายขาดหายไปเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นและทำให้ปลายจมูกเล็กชนกับปลายจมูกโด่งยาวของเขาพอดี ในช่วงเวลานั้นเองทำให้ต่างคนต่างชะงักงันและต่างจ้องมองตากันราวกับจะล้วงลึกเข้าไปถึงข้างในของกันและกันเลยกระนั้น แต่แล้วคนที่รีบดึงสติกลับมาก่อนคือจิณณ์ หญิงสาวเม้มปากเข้าหากันก่อนพูดขึ้น

“เอ้อ...แล้วนายจะให้ฉันพักห้องไหนล่ะ?”

พอเธอตั้งคำถามแขนแกร่งที่กอดรัดแน่นก็ค่อย ๆ คลายออก พายัพรู้สึกว่าตัวเขาเองกำลังเสียศูนย์ มีบางอย่างรุมเร้าอยู่ข้างในและทำให้หัวใจของเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ

“เดี๋ยวผมจะให้แม่บ้านพาคุณไปที่ห้อง แล้วคืนนี้ตอนหนึ่งทุ่มผมจะให้แม่บ้านเตรียมอาหารไว้ที่ห้องอาหาร”

“โอเค”

จิณณ์ตอบสั้น ๆ ก่อนจะรีบผละจากร่างสูงใหญ่ เธอเดินตามแม่บ้านที่พายัพเรียกกลับเข้ามาข้างในไปยังห้องนอนที่กว้างขวางและได้รับการตกแต่งภายในเหมือนห้องเจ้าหญิงนั่นเลยทีเดียว

หญิงสาวพึ่งได้อาบน้ำก็ตอนหัวค่ำก่อนจะออกไปทานอาหารมื้อค่ำกับ นายจ้าง ของเธอไม่ถึงชั่วโมง เพราะก่อนหน้านั้นเธอนั่งครุ่นคิดอะไรหลายอย่าง เธอกำลังคิดถึงท่าทีของพายัพ

เขาเปลี่ยนไปมากจนเธอคิดว่าเขาอาจลืมเรื่องขุ่นข้องหมองใจระหว่างเธอกับเขาสมัยเรียนมหาวิทยาลัยไปแล้วจริง ๆ เธอยังจำได้สมัยเป็นนักศึกษา เวลาเธอเดินผ่านหน้าคณะของเขาพายัพก็จะคอยแซวเธอบ่อย ๆ และทำให้เธอขายหน้าต่อหน้าเพื่อน ๆ เสมอ

แต่วันนี้ที่เธอพบเขาพายัพเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาสุขุมไม่ได้โหวกเหวกและชอบพูดให้เธอได้อายอย่างเมื่อก่อน อะไรก็คงไม่ทำให้หญิงสาวรู้สึกหวั่นอยู่ลึก ๆ ได้เท่ากับเมื่อได้ใกล้ชิดผู้ชายคนนั้นเธอได้สัมผัสกับเสน่ห์บางอย่างที่มันแผ่ออกมาจากตัวเขา

“เป็นยังไงบ้างจีน...บรรยากาศที่นี่โอเคสำหรับคุณมั้ย”

พายัพถามจิณณ์เป็นคำถามแรกเมื่อหญิงสาวออกจากห้องของเธอและเข้าไปในห้องอาหารที่เปิดโล่งมองออกไปเห็นบรรยากาศของท้องทะเลจากบนเนินเขาในยามค่ำคืน แสงไฟจากเรือประมงเห็นอยู่ไกลลิบ บนท้องฟ้าก็ระยิบระยับไปด้วยแสงดาว มันช่วยเติมเต็มบรรยากาศอันแสนรื่นรมย์อย่างที่หญิงสาวไม่เคยสัมผัสมาก่อน

“ก็โอเค”

จิณณ์พูดคำที่เธอชอบพูดจนติดปาก หญิงสาวในชุดกระโปรงเสื้อสายเดี่ยวอวดเนื้อขาวนวลบนไหล่บางกล่าวขณะนั่งบนเก้าอี้ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับชายหนุ่มบนโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยสำรับซึ่งแม่บ้านจัดไว้ให้

พายัพอยู่ในชุดลำลองสบาย ๆ ใบหน้าหล่อคมคร้ามใต้กรอบเรือนผมตัดสั้นสีน้ำตาลแกมทองแดงเข้มขับความงามสง่าให้เจ้าของร่างสูงใหญ่ ทำไมเธอถึงไม่เคยสังเกตเห็นว่าหนุ่มลูกครึ่งไทยฝรั่งเศสจะดูดีได้ขนาดนี้

“ผมให้แม่บ้านเตรียมอาหารทะเลไว้ให้คุณนะ คุณไม่แพ้อาหารทะเลใช่มั้ยจีน”

หญิงสาวส่ายหน้า “ฉันกินได้ทุกอย่าง”

แล้วเธอก็ลงมือทานอาหารที่เขาเตรียมไว้ให้และเป็นมื้อที่เธอรู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก

“อ้าว...อิ่มแล้วเหรอจีน ทำไมกินน้อยจังเลย”

พายัพทักขึ้นเมื่อเห็นว่าจิณณ์กินข้าวไปพียงไม่กี่คำก็วางช้อนลงบนจานที่ไม่มีอาหารเหลืออยู่ในนั้น

“ปกติฉันไม่กินหนักตอนกลางคืนน่ะ...แต่อาหารอร่อยมากนะ เอ้อ...นายคงไม่ว่าอะไรฉันใช่มั้ย”

“ผมไม่ว่าอะไรคุณอยู่แล้ว จีน”

เขาทอดน้ำเสียงนุ่มนวลจนหญิงสาวรู้สึกผิดขึ้นมาลึก ๆ เพราะคิดว่าเธออาจตอบรับไมตรีของเขาน้อยไป และหลังจากทานอาหารมื้อค่ำพายัพก็ชวนเธอกลับไปที่ห้องนั่งเล่นของเขาซึ่งเป็นห้องโล่ง ๆ ที่มีเก้าอี้นั่งเล่นกับโทรทัศน์ติดผนัง

“คุณมาไกลแบบนี้แฟนว่าอะไรบ้างมั้ยจีน?”

พายัพเอ่ยถามเมื่อเขาหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้พร้อม ๆ กับหญิงสาว จิณณ์ซึ่งอยู่ในชุดกระโปรงเสื้อสายเดี่ยวอวดผิวขาวราวหยวกเลิกคิ้วสูงก่อนตอบ

“ฉันยังไม่มีแฟน”

“หืมม์?”

“นายคิดว่าฉันโกหกอย่างนั้นหรือ”

“เปล่า...แต่ไม่น่าเชื่อ ก็คุณสวยขนาดนี้ แถมสมัยเรียนยังเป็นดาวมหาลัย มันเป็นไปไม่ได้เลยรู้มั้ยที่คุณจะยัง...ไม่มีแฟน”

“ฉันยังไม่เจอคนที่ใช่นี่...แล้วนายล่ะพายัพ แฟนของนายอยู่ที่นี่หรือเปล่า เขาจะว่าอะไรมั้ยที่ฉันมาพักอยู่บ้านนายแบบนี้”

“ผมก็ยังไม่มีแฟน”

จิณณ์มีอาการกระตุกเล็กน้อย หญิงสาวบอกไม่ได้ว่าทำไมเธอถึงได้รู้สึกอย่างนั้น พายัพยังไม่มีแฟน หน้าตาดีขนาดนี้แต่ยังเป็นโสด มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อ

“นายน่าจะมีแฟนแล้วนะ...นายโกหกฉันหรือเปล่า”

“ผมจะโกหกทำไม...สมัยเรียนคุณก็รู้ว่าผมน่ะ ชอบพูดเรื่อยเปื่อย ปากแบบนี้จะมีผู้หญิงที่ไหนมาชอบ”

“ผู้หญิงบางคนก็ชอบผู้ชายพูดมากนะ”

“แต่บางทีมันอาจจะน่าเบื่อสำหรับผู้หญิงบางคนก็ได้”

พายัพพูดแล้วจ้องหน้าคู่สนทนานิ่ง จิณณ์เริ่มรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาอีก มือไม้ของเธอก็ไม่รู้ว่าจะวางไว้ไหนดีเมื่อต้องมาอยู่ต่อหน้าเขาในบรรยากาศแบบนี้


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น