Ranichat

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 18 : มีอย่างอื่นที่แข็งกว่า

ชื่อตอน : บทที่ 18 : มีอย่างอื่นที่แข็งกว่า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มิ.ย. 2562 02:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 18 : มีอย่างอื่นที่แข็งกว่า
แบบอักษร

เย็นมาเกลินรีบกลับมาที่เรือนเพื่อจัดกระเป๋าเดินทาง ตอนอยู่บนรถก็ลืมคุยเรื่องรายละเอียดกัน จนตอนเลิกงาน กวินทร์โทรมาบอกว่าจะไปสองวัน ให้แสบจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินให้แล้ว ให้เกลินเตรียมกระเป๋าได้เลย ดีนะที่ตนเอากระเป๋าเป้เล็กๆติดไม้ติดมือมาด้วย ไม่งั้นไปแค่สองวัน ขนกระเป๋าอย่างกับไปสองเดือน ได้โดยไข่ต้มล้อแน่ๆ หลังจากจัดกระเป๋าเสร็จเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวจัดการอาบน้ำอาบท่าจนตัวหอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นครีมอาบน้ำและกลิ่นครีมบำรุงผิวของตน แต่ไม่วายนึกถึงเพื่อนรัก เวลานี้คงเป็นเวลาที่ควรโทรไปหาสิตา เพื่อนสาวที่อยู่อังกฤษเป็นที่สุด

“สิตา หนูเกลเองน้า” เกลินเอ่ยทักทาย

“เอออ ฉันรู้แล้ว มีตาให้อ่านชื่อแกที่โชว์หลาอยู่จอโทรศัพท์ฉันอยู่หน่าา” สิตาสาวมั่นนึกตลกเพื่อนตัวเอง

“ย่ะ แม่สิตาคนสวย” เบ้ปากให้กับเพื่อนตัวเองทีนึง

“โทรมาจะรายงานความพินาศของตัวเองหรอยะ” สิตาก็เป็นคนแบบนี้ ที่พูดไปไม่ได้ด่าหรืออะไร เกลินรู้ดีว่าสนิทกันมากจนใช้คำรุนแรงไปนิดนึง

“โหยยย ไม่เชื่อใจเพื่อนเลย นี่ใคร ระดับหนูเกล”

“ลูกพ่อธนากรกับแม่เดือนแข” เกลินพูดจบปุ๊บ สิตาพูดขึ้นปั๊บ

“น้อยๆหน่อยย่ะ ไม่มีต่อท้าย จบแค่ประโยคฉัน” นึกเอ็ดคนปลายสายที่ต่อคำพูดของหล่อน

“เข้าเรื่องๆ เป็นไง สรุปตกหลุมรักยัง” สิตาโยงเข้าเรื่องที่คุยค้างกันไว้

“ก็ระดับนึง” เกลินตอบโดยมีรอยยิ้มน้อยๆผุดขึ้นที่ปากบางสีชมพูอ่อนๆ

“หมายถึงแกหรือคุณคนนั้น” สิตาแหย่

“บ้า! เค้าสิ จะเป็นฉันได้ยังไง” ถึงกับร้องเสียงหลง

“เอาแล้วววววว แกหวั่นไหวเองใช่มะ เสียงหลงแบบนี้” สิตาจับผิด

“ไม่ใช่ย่ะ! ฉันนี่นะจะไปชอบตานั้น เข้าใจอะไรผิด เข้าใจให้ใหม่เสียด้วยนะ” รีบค้านทันที เกลินพูดไว้ซะดิบดีว่าตนไม่มีทางที่จะไปรักหรือชอบกวินทร์เด็ดขาด

“จ้าาาา ฉันเชื่อแกมากเลยจัาาา” สาวมั่นปลายสายลากเสียงยาวเป็นการประชด

“สิตา! หยุดเลยนะ แกเพื่อนฉัน เชื่อฉันสิ”

“แกมันเกลินคนกะล่อน สร้างไปกี่ภาพแล้วหล่ะ” สิตาเป็นคนเดียวที่รู้ว่าหญิงสาวมาที่นี่เพราะมีแผน ไม่ได้จะมาใช้หนี้เฉยๆ

“อะไร! ฉันไม่ใช่ประเภทที่จะมาสร้างภาพหลอกคนนี้ หลอกคนนู่นนะ ฉันเนี่ย เป็นถึงหนูเกลผู้น่ารักของไร่ชากวินทร์เลยนะ พูดให้มันดีๆหน่อย”

“ร่ายยาวมาซะขนาดนี้ แกก็เป็นคนดีที่สุดแล้วแหละ” สิตาว่าอย่างประชด

“สิตาา คิดถึง กลับมาเยี่ยมฉันบ้างสิ” เกลินทำเสียงออดอ้อนเปลี่ยนเรื่องทันที

“หยุดเลย ไปอ้อนคุณคนนู่นของเธอนู่น เพื่อนไม่ได้มีไว้มาทำตัวแบ๊วใส่”

“แรงอ่า นี่แกแรงขนาดนี้เลยหรอเนี่ย แกเปลี่ยนไปอ่ะสิตา ฉันคบกับแกได้ไง” เกลินเริ่มสงสัยว่าที่ผ่านมาสนิทกันได้อย่างไร

“ชะนี ตื่น! ใครกันแน่ที่เปลี่ยน แกนั่นแหละ แต่ก่อนแกก็พูดแบบนี้ แหมมมม ไปอยู่เขาอยู่ดอยแล้วแบ๊วเชียว”

“จริงหรอ ฉันดูแบ๊วขึ้นหรอ” เกลินถึงกับตกใจในสิ่งที่เพื่อนบอก

“ก็เออดิวะ อยู่อังกฤษอย่างแซ่บ กลับไปไทยละอากาศมันร้อนจนแกสติฟั่นเฟือนหรอ” สิตาสังเกตุได้ ครั้งที่แล้วก็ไม่ได้ดูแบ๊วขนาดนี้

“จริงอ่ะ จริงดิ” เกลินรีบวิ่งไปที่หน้ากระจก มองคนที่เห็นตรงหน้า

“อ้าว ไอ้นี่ ฉันจะไปโกหกแกทำไม”

“ฮือ จริงด้วย ตอนนี้ฉันดูจื๊ดจืด มันดูเป็นคุณหนูผู้น่ารักยังไงไม่รู้” ตอนอยู่อังกฤษนั่นเป็นคนลุยๆ แซ่บๆ ไปไหนไปกัน เที่ยวจนเช้าก็มีมาแล้ว

“แกชอบหรือไม่ชอบ” สิตาถาม

“ก็รู้สึกแค่ว่าสบายดี ไม่ต้องทำตัวให้สวยเพื่อหาคนใหม่” นึกถึงมาได้ตรงนี้ก็เริ่มจะยิ้มออก

“ก็ตามนั้นแหละแก แกรู้สึกสบายใจก็ทำต่อไปเถอะ อย่าไปแคร์คนอื่นให้มันมาก” สิตาว่า

“ฉันไม่ได้แคร์คนอื่น ฉันกลัวแกรับไม่ได้” เกลินกลัวว่าเพื่อนตนเองจะไม่ชอบ

“อะไรกัน ฉันเป็นเพื่อนแกมาตั้งแต่อนุบาล แค่นี้ไม่เป็นไร” สิตายอมรับในสิ่งที่เกลินเป็นได้เสมอ

“เออ แล้วนี่ที่ร้านเป็นยังไงบ้าง” เกลินลืมไปซะสนิทเลย

“มันเริ่มอยู่ตัวแล้วอ่ะแก ว่าจะโทรมาบอกอยู่ แต่ฉันยุ่งจนลืมไปเลย เหมือนมันรอแกกลับมานะหนูเกล” ตอนนี้เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาบ้างแล้ว เริ่มที่จะมีลูกค้าประจำให้ขายแล้วด้วย

“จริงหรอ! ฉันคิดถึงอังกฤษม๊ากมาก อยากกลับไปใจจะขาดแล้ว” เสียงตื่นเต้นขึ้นมาทันที

“จริงสิ งั้นเอาไว้แค่นี้นะ ฉันต้องรับลูกค้า คิดถึงแกนะ”

“ฉันก็คิดถึงแก” จบประโยคเกลินก็วางสาย รู้สึกใจหาย คิดถึงก็คิดถึง แต่ที่นี่ก็เหมือนเป็นบ้านอย่างไรไม่รู้ นี่ก็อยู่มาได้จะสองเดือนกว่าๆแล้ว

ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูทำให้หญิงสาวในห้องหลุดออกจากผวังค์

“หนูเกลคะหนูเกล นอนหรือยังคะ มาช่วยป้าเอาพ่อเลี้ยงขึ้นมาด้านบนด้วยค่ะ” เสียงสาธรเรียก

“พี่กวินทร์เป็นอะไรคะป้าสาธร” เกลินเปิดประตูออกมาถาม

“เมาค่ะ ป้าว่าจะออกมาดื่มน้ำในครัว เห็นพ่อเลี้ยงนอนหลับอยู่ตรงโซฟาห้องรับแขก” ตอนที่สาธรออกมาดื่มน้ำ ก็เห็นกวินทร์นอนหลับสะลึมสะลือเหมือนคนเมาหนัก

“ตายจริง! ไปค่ะ” เกลินเป็นห่วงคนที่ว่าเมาขึ้นมาทันที

ทั้งสองหิ้วปีกชายหนุ่มที่ไม่ได้สติขึ้นมาอย่างทุลักทุเลเข้ามาในห้องนอนของเจ้าตัว หญิงสาวบอกสาธรว่าจะดูแลกวินทร์เอง ไม่ต้องเป็นห่วง

“พี่กวินทร์นะพี่กวินทร์ พรุ่งนี้เดินทาง ยังจะเมาอีก ละดูสิ กลิ่นเหล้าเหม็นหึ่งเลย” ยืนกอดอกมองคนเมาไม่ได้สติอยู่ตรงหน้า

‘แต่จริงๆตัวพี่หอมนะ ลองดมดูไหม’ กวินทร์ตอบกลับเกลินในใจในขณะที่ตายังหลับพริ้มอยู่

“เอาไงดี พี่วิทย์กับพี่ตฤณก็ไม่เคยเมาขนาดนี้ เคยดูแลแต่สิตา เอาไงดีหนูเกล” เกาหัวตัวเองแกรกๆอย่างจนปัญญา

‘เอายังไงดีน้าา หนูเกลของพี่จะทำอย่างไรดีน้า’

“โอเค เริ่มจากเปลี่ยนเสื้อแล้วกัน คงไม่มีอะไรเท่าไหร่หรอกมั้ง” เกลินว่าพลางนั่งลงข้างๆชายหนุ่ม มือเริ่มบรรจงแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่มีกลิ่นเหล้าติดเต็มไปหมด บรรจงแกะทีละเม็ด ยิ่งต่ำ ยิ่งใจเต้นแรง เหงื่อเริ่มแตกพลักๆ

‘ไม่มีอะไรแน่หรอคะ’ กวินทร์นึกอยากจะลืมตามาถาม

“โอ้ย หนูเกล แค่เปลี่ยนเสื้อ ทำได้เถอะทำได้” เกลินทำงานด้านการออกแบบเสื้อผ้า รู้ดีว่าขนาดรอบอกรอบเอวของกวินทร์นั้นมันเซ็กซี่แค่ไหน แผงอกและแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเป็นมัดๆที่บ่งบอกถึงการเป็นคนที่เอาใจใส่หุ่นของตน ที่สำคัญ หัวนมสีชมพูนั่นมันทำให้เกลินถึงกับกลืนน้ำลาย หน้าแดงขึ้นมาด้วยความเขินอาย

“ตายๆ หนูเกล หยุดเลย พี่ตฤณ พี่วิทย์ พล ก็เคยเห็นมาแล้ว” อุณภูมิในร่างกายกับอัตราการเต้นของหัวใจมันสูงขึ้นเรื่อยๆ

‘อะไรนะ! ไอ้วิทย์กับเจ้าตฤณยังพอทน ไอ้พละพลนั่นไปเห็นได้ไง เดี๋ยวเถอะ โดนพี่สอบปากคำแน่’ นึกโกรธทั้งๆที่เกลินก็คบกับพละพลก่อนเขาอีก แต่เอ๊ะ จริงๆเขากับเกลินก็ยังไม่ถึงขั้นนั้น

หลังจากถอดเสื้อเชิ้ตของกวินทร์มาได้ด้วยความยากลำบากก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าของชายหนุ่ม เปิดออกมาถึงกับแปลกใจ ไม่คิดว่าคนที่นอนไม่ได้สติแบบหลอกๆจะเป็นคนเนี้ยบได้ขนาดนี้ ชุดที่ถูกแขวนอย่างเป็นระเบียบเต็มตู้เสื้อผ้า ไล่โทนจากอ่อนไปเข้ม แยกประเภทของชุดอย่างดิบดี


“เรียบร้อยเหมือนกันนะพี่กวินทร์ เสื้อผ้านี่หลากหลายใช้ได้” พูดขึ้นอย่างไม่ได้สนใจ หยิบเสื้อยืดเนื้อดีสีขาวขึ้นมา แล้วเดินไปหาคนที่ท่อนบนเปล่าเปือย

‘ถ้ามีของหนูเกลด้วยคงต้องสร้างห้องเพิ่มสำหรับเสื้อผ้าของหนูเกลคนเดียวแน่ๆเลยค่ะ’ เค้าคิดไกลถึงขนาดนั้น

“ขอโทษที่แตะเนื้อต้องตัวนะค่า” ว่าแล้วก็กำลังจะเอื้อมมือทั้งสองข้างไปสวมเสื้อให้ชายหนุ่มแต่มือของชายหนุ่มกลับดึงมือของเกลินจนตัวของหญิงสาวเสียหลักล้มลงไปทับร่างหนาเปล่าเปือยที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม

“โอ้ย! พี่กวินทร์ดึงลงมาได้ หนูเกลตกใจหมด” มือของกวินทร์กระชับอ้อมแขนที่กอดหญิงสาว

‘ไหน ขอกอดหน่อยนะ’ มือโอบกอดไม่พอ ยังสูดดมกลิ่นหอมจากซอกคอขาวของหญิงสาว

“ดูๆแล้ว พี่กวินทร์นี่เป็นดาราได้สบายเลยนะ แต่เป็นไม่ได้หรอก เค้าจะว่าเอาหินมาแสดงละคร ฮ่าๆ” พูดคนเดียวหัวเราะคนเดียว มือเอื้อมไปลูบที่สันจมูก ต่อมาก็ที่ริมฝีปากสุขภาพดีของคนที่นอนทับอยู่วนไปมา

‘ว่าพี่แข็งหรอ ที่แข็งน่าจะเป็นอย่างอื่นมากกว่านะ’

“หนูเกลไม่อยากกลับอังกฤษเลยค่ะ กลัวคิดถึงที่นี่จัง” เสียงที่เปล่งออกมาเศร้ากว่าเดิมเรื่อยๆ แขนที่โอบกอดเริ่มคลายออกเรื่อยๆ เกลินรีบลุกออก จัดการเปลี่ยนเสื้อให้ชายหนุ่ม และเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ กลับมาด้วยมือที่ถือกะละมังใบเล็กๆกับผ้าขนหนู

“หนูเกลจะเช็ดตัวให้นะคะ” พูดเหมือนเป็นการขออนุญาต แล้วนั่งลงข้างๆค่อยๆเอาผ้าซับไปตามหน้าเข้มที่กำลังหลับใหลไม่ได้สติ

“ถ้าวันนึงเราเกิดทะเลาะกัน พี่กวินทร์จะพร้อมฟังเหตุผลของหนูเกลไหม” ว่าด้วยความเศร้า

‘ที่หนูเกลพูดหมายความว่ายังไงกัน’ คนที่หลับตาอยู่นึกสงสัย

“ถ้าวันนึงหนูเกลต้องไป พี่กวินทร์จะยังมีความรู้สึกดีๆให้หนูเกลไหม” เกลินเช็ดเพียงแค่หน้า คอ และแขนเท่านั้นก็เก็บกะละมังและนำผ้าขนหนูไปตากไว้ในห้องน้ำ กลับมาห่มผ้าให้กวินทร์แล้วปรับแอร์ให้อุณหภูมิสูงขึ้น

“ฝันดีนะคะ…พี่กวินทร์” เกลินก้มลงไปจูบที่หน้าผากของชายหนุ่มหนึ่งครั้งแล้วเดินออกมาจากห้องทันที

ตาที่แกล้งปิดมานานค่อยๆลืมขึ้น ใช่ เขาไม่ได้เมา วันนี้เขาไม่ได้ดื่มด้วยซ้ำ ที่มีกลิ่นเหล้าติดตามตัวเพราะหลังจากที่เค้าไปคุยงานเสร็จก็ถูกชวนให้ไปสังสรรค์ต่อ แต่ด้วยความที่วันพรุ่งนี้ต้องเดินทางกับหญิงสาว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้จึงไปด้วยเฉยๆ แต่ไม่มีแอลกอฮอล์สักหมดเลยที่เค้าดื่มเข้าไป เพียงแต่ก่อนออกมาเกิดเดินชนเข้ากับผู้ชายคนนึงที่เมาและเริ่มโซเซ ทำให้เหล้าในมือของชายคนนั้นหกใส่เสื้อเชิ้ตของเขา ตอนกลับมาก็แค่มานั่งคุยโทรศัพท์กับมนตรี คนเป็นพ่อที่โทรทางไกลมาจากต่างประเทศ หลังจากคุยเสร็จ ด้วยความเหนื่อยล้าจึงแค่ฟุบหลับที่โซฟา ไม่คิดว่าสาธรจะตามเกลินมาช่วยพาเขาขึ้นไปที่ห้อง แต่ด้วยความอยากจะแกล้งเกลิน อยากรู้ว่าหญิงสาวจะทำอย่างไรหากเขามีสภาพเป็นเช่นนี้ มันทำให้เขาได้ยินทุกประโยคที่เกลินเอ่ย โดยเฉพาะประโยคท้ายๆนั่น

“มันหมายความว่ายังไงกันหนูเกล หนูเกลจะไม่ทิ้งพี่ไปใช่ไหม”





เดี๋ยวววววว!!!! อะไรแข็ง555555 กล้ามแข็งไง เอ้ คิดอะไร555555


ขอบคุณทุกคนที่คอยติดตามนะคะ จะทำให้ดีที่สุดค่า 💚💚

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น