by.. ฟาง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

56/ เหนือกว่ารัก (แก้ไขคำผิด)

ชื่อตอน : 56/ เหนือกว่ารัก (แก้ไขคำผิด)

คำค้น : ตอนที่56

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 44.2k

ความคิดเห็น : 272

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ต.ค. 2560 17:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,100
× 0
× 0
แชร์ :
56/ เหนือกว่ารัก (แก้ไขคำผิด)
แบบอักษร

โปรดP...

"ฮึก เธอเป็นมากกว่ารัก เพราะเธอนั้นคือครึ่งชีวิต ฉันใช้เวลาทั้งชีวิต เพื่อตามหาและรอคอยเธอมาแสนนาน ฮึกก ไอ้เอ๋อของกู  ฮืออ กูใจจะขาดอยู่แล้ว ตอนนี้พระอาทิตย์กำลังจะแตกสลายไปตลอดกาลแล้วครับแมงปอ"

"วันที่xx/xx/xx ผมรู้สึกว่าปีกของผมมันคงบอบบางมากเกินไปจริงๆ ทั้งที่เคยเตรียมใจไว้แล้วนะ ว่าสักวันคงต้องเห็นภาพนี้ ภาพที่เขากอดจูบกัน ภาพที่พี่โปรดแสดงความรักกับคนที่พี่เขารู้สึกด้วย ฮึกก แต่มานั่งคร่อมจูบกันให้เห็นตำตาแบบนี้ มันโหดร้ายกับความรู้สึกของปอเกินไปมั้ยโปรดปราณ ฮึกก แถมยังตบหน้าปอแล้วจับปอโยนไปหาความตายแบบนั้นอีก จะโทษโปรดปราณก็ไม่ได้เนอะ เพราะโปรดปราณไม่รู้ว่าปอรักว่ายน้ำไม่เป็นนี่นา ในวินาทีระหว่างความเป็นกับความตาย ปอขอแค่ให้ปาฏิหาริย์มันมีอยู่จริง ขอให้พระอาทิตย์เหลียวมองแมงปอเพียงซักครั้ง แค่หันมามองกันบ้างครั้งเดียวก็ยังดี" 

แขนขาของผมอ่อนแรงจนทิ้งตัวนอนบนผืนทราย ปากก็พร่ำร้องเพลงที่ครั้งหนึ่งมีคนร้องให้ฟัง แต่ผมกลับมองผ่านคนนั้นไป เสียงที่กำลังจะหมดแรงของตัวเอง ก็ยังพร่ำถึงข้อความในไดอารี่เล่มเดิมที่ผ่านตาเพียงครั้งเดียว ผมก็จดจำทุกรายละเอียดทุกตัวอักษรในนั้นได้จนขึ้นใจ จำได้แม้กระทั่งหน้าสุดท้าย คือวันที่ผมเอาไอ้พีไปจูบถึงบนห้องต่อหน้าเจ้าของไดอารี่เล่มนี้ และเป็นวันเดียวกันกับที่มือคู่นี้ที่เคยสัญญาว่าจะปกป้อง แต่ผมกลับใช้มันทำร้ายเขาอย่างเลือดเย็น

"ปอรักครับ กูขอโทษ ขอโทษที่มือคู่นี้เคยใช้ตบตีมึง ขอโทษที่ริมฝีปากนี้เคยกดจูบกับคนอื่นต่อหน้ามึงมาหลายต่อหลายครั้ง ขอโทษที่สายตาของกูเมินหนีสายตาอ้อนวอนของมึงมาตลอด ขอโทษจริงๆ ฮึกก ฮือ พี่ขอโทษนะขี้ดื้อ พี่รักไอ้เอ๋อขี้ดื้อ ฮืออ รักมากจริงๆ" หยดน้ำตาที่ไหลรินของผมมันคงไม่เทียบเท่ากับที่เขาเคยมี ความรู้สึกทุกข์ทรมานในตอนนี้มันก็คงไม่เทียบเท่ากับที่เขาเคยเผชิญ ปอรัก สุรดิษ หลงรัก เตชะนันท์ ความรักเพียงหนึ่งเดียวที่ผมไม่อาจได้ครอบครองอีกแล้ว ไม่มีอีกแล้วแมงปอของพระอาทิตย์ 

ไม่รู้ว่าขาของตัวเองพาร่างกายให้เดินไปแตะความเค็มของน้ำทะเลตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้สึกถึงแม้กระทั่งความเย็นจัดและแรงซัดสาดของเกลียวคลื่น ตอนนี้ผมรู้แค่ว่าดวงตะวันต้องถึงวันดับแสงตัวเองลงสักที เพราะแสงสุริยานี้มันร้อนแรงมากเกินไป มากจนทำร้ายหัวใจของเจ้าแห่งจักรวาลให้บอบช้ำไปเสียเอง และความยิ่งใหญ่นี้มันจะมีไว้ทำไม..ถ้าข้างกายไม่มีความรักของคนนั้นอีกแล้ว

"หลงรัก กูขอคืนคำสัญญาที่มึงมีให้กับกูนะ ถ้ากูตายมึงไม่ต้องมาตายพร้อมกับกูหรอกที่รัก ขอให้ดวงตะวันดวงนี้ ได้อยู่เพื่อให้ความอบอุ่นมึงไปทั่วทุกแห่งหนก็พอแล้ว" ในระดับความลึกที่เท้าผมเหยียบเกือบไม่ถึงผืนแผ่นดิน ในความเย็นเยียบของผืนทะเล ในความกวัดแกว่งของแขนที่ปล่อยไปตามแรงของคลื่นลูกแล้วลูกเล่า แต่เสียงดุโหวกเหวกโวยวายเมื่อครั้งที่ผมยังเด็ก และอีกเสียงที่แฝงไปด้วยความเมตตาปรานี ของผู้ที่ดำรงอยู่ในแสงแห่งธรรม ก็ดังแว่วมาให้ผมได้ระลึกถึงความมีสติเสียก่อน

"ไอ้โปรด! พ่อบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปจับแมงปอมาสต๊าฟไว้ มันตายเลยเห็นมั้ยเนี่ย บาปนะไอ้ลูกดื้อ"

"หนูรักแมงปอไงพ่อ แต่แมงปอมันมีปีกถ้าไม่เอาหนังสือทับไว้ เดี๋ยวจะบินหนีหนูอีก"

"เมื่อความทุกข์ผ่านเข้ามา โยมโปรดจงให้เวลากับเวลา เพราะไม่ว่าจะทุกข์หนักเพียงไหน ไม่นานมันก็จะกลายเป็นเพียงอดีตเท่านั้น จงใช้สติให้มากกว่าอารมณ์ เพราะอารมณ์เพียงชั่ววูบอาจทำให้นักล่าที่ขาดสติ ต้องสูญเสียสิ่งที่มีค่าไปโดยไม่มีโอกาสแก้ตัวอีกเลย"

"คุณโปรดจำคำของหลงไว้นะจ๊ะ หลงจะไม่มีวันเกลียดคุณโปรด แม้แต่วันสุดท้ายของชีวิต หลงก็จะไม่มีวันหันหลังให้คุณโปรดเด็ดขาด เพราะงั้นต่อไปถ้าหลงดื้อมากๆ ทำให้คุณโปรดร้องแงๆ คุณโปรดก็ต้องอึ๊บไว้ห้ามงอแงนะ ต้องเข้มแข็งให้ถึงที่สุด เพราะคุณโปรดเป็นคนที่หลงอยากฝากชีวิตไว้ในมืออุ่นๆคู่นี้"

วาจาออดอ้อนที่ครั้งหนึ่งหลงรักเคยเอ่ยกระซิบ ภายใต้สายลมบางเบาของทะเล ทำให้ผมใช้แรงทั้งหมดที่มีอยู่ตะเกียกตะกายตัวเองให้พ้นจากเงาของมัจจุราช ระหว่างทางบนเส้นก้ำกึ่งของความเป็นกับความตาย ภาพเรื่องราวระหว่างผมกับปอรัก ไอ้พี ไอ้ชิน จนมาถึงหลงรัก เหตุการณ์โศกนาฏกรรมระหว่างเราสี่คนก็ผุดขึ้นมาจากความทรงจำ ทุกเรื่องมันทำให้สำนึกถึงคำว่าผมต้องชดใช้ และก็ได้แต่บอกตัวเองว่า ความเข้มแข็งถ้าใช้ให้ถูกวิธีมันจะเป็นการปกป้องในสิ่งที่รัก แต่ถ้าเลือกใช้อย่างผิดๆ มันจะเป็นอาวุธร้ายทำลายหลายสิ่งหลายอย่างจนใจหาย 

ทันทีที่เท้าทั้งสองยืนหยัดได้อย่างมั่นคงสักที หางตาตัวเองก็เหลือบไปเห็นบนฝั่งผืนทราย คนกลุ่มใหญ่กำลังยืนรอผมอยู่ตรงนั้น ในทุกก้าวย่างที่เดินเข้าไปใกล้พวกเขา ความกลัว ความหวาดหวั่น ความอคติ และความขี้ขลาดต่อหลากหลายเรื่องราว ก็ถูกความแข็งแกร่งของตัวเอง และความอบอุ่นของคนกลุ่มใหญ่นั้น ปลดเปลื้องมันไปในทุกระยะของความใกล้ชิดที่เพิ่มเข้ามา ในระดับสายตาเวลาเดียวกัน ใครบางคนที่ผมคิดถึงเขาในวินาทีที่ต้องการดับลมหายใจตัวเอง เขาคนนั้นก็กำลังหันหลังเดินจากไปเพียงลำพัง

"ไง อยากเล่นน้ำทะเลตอนดึกๆ ทำไมไม่ชวนกันมั่งวะ" ไอ้ตุลย์เป็นคนแรกที่เดินมาหา ทั้งที่ผมยังยืนอยู่ในระดับน้ำทะเลเทียบถึงสะโพก แขนแข็งแรงของมันเกี่ยวตวัดรัดตัวหนาๆ ไม่แพ้กันของผม ให้เข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของมัน น้ำตาที่เหือดแห้งไปมันกลับไหลลงมาช้าๆ เมื่ออยู่ใกล้กับความคุ้นเคยอีกครั้ง

"อดทนไว้นะโปรด เรื่องบางเรื่องต้องใช้เวลานะเพื่อน"

"ผมก็เตือนแล้วว่าเล่นเบาๆระวังจะพังคามือ เฮ้อ ปัญหามันจะเข้ามาเพื่อพิสูจน์ความเข้มแข็งในตัวเรา ถ้ามันผ่านไปได้แสดงว่าพี่เข้มแข็งมาก" ไอ้นัทกับไอ้ดิวเดินเข้ามาโอบกอดผมไว้ ท่ามกลางเกลียวคลื่นที่ลดความรุนแรงในพลังของสายน้ำนั้น

"กูกำลังคิดอยู่ว่าจะเป็นเจ้าภาพคืนไหนดี เฮ้อ ไปกันเถอะไอ้น้องชาย น้าเขยกำลังจะเช็คบิลพวกกูเป็นรายหัวละ" ผมเงยหน้าจากไหล่ไอ้นัท ก็เจอเข้ากับไอ้พี่ชายที่ผมจะเนรเทศมันออกจากสถานะนี้ แม่งไอ้แมงสล็อต ไอ้ขี้แย่งเมียชาวบ้าน!

"มองแบบนี้เดี๋ยวกูก็โบกหัวทิ่มเลยหนิ อย่ามาจิกตาใส่กูไอ้โปรด ตอนเด็กมึงก็แย่งน้องบาร์บี้กูไปเหมือนกันล่ะว้า"

"ไอ้เหี้ย!" ผมจับหัวมันกดให้จมลงไปกับสายน้ำ แดกน้ำทะเลไปเถอะมึง! ก่อนจะรีบจิกหัวมันขึ้นมา ตอนที่ได้ยินยัยชมพู่ตะโกนเตือนเสียงดังนั่นแหละ แต่ว่า..

ผัวะ!! "เดี๋ยวมึงจะโดนทั้งคู่นะ!"

"ก็มันมาพูดถึงน้องบาร์บี้ของหนูทำไมล่ะพ่อ" โดยไม่ทันยั้งปากผมก็แว้ดคืนทันที ที่ฝ่ามือหนักตบเข้าเต็มหลังหัวของตัวเองกับไอ้แมงสล็อตขี้แย่ง ยัยชมพู่ทำไมปากช้าเตือนช้านักวะ แล้วคุณอรรคนี่ห้าสิบกว่าจริงๆ? จะมาไวเกินไปสำหรับสังขารไหมครับลุง

"แค่กๆๆ ไอ้สัสโปรด กูเค็มนะไอ้เหี้ย! น้าเขย ไอ้โปรดมันแย่งน้องบาร์บี้ของชินไป แล้วยังมาจิกตาแถมกดหัวชินจนเกือบจมน้ำตายอีก เด็กอะไรป่าเถื่อนชะมัด"

"พ่อ ไอ้สัสชินมันแย่งน้องบาร์บี้น้อยของหนูไปก่อนนะ หนูแค่ให้มันยืมเฉยๆ แม่งไอ้ขี้ขโมย นั่นของกูหรอก" ก่อนที่ผมไอ้ชินจะมีมวยทะเลเกิดขึ้น คุณอรรคก็แสดงอภินิหารปราบมาร ด้วยการบิดหูผมกับไอ้ชินคนละข้าง แล้วลากขึ้นฝั่งพร้อมกับเสียงโอดโอยของเราทั้งคู่ ผมกับมันต้องเร่งฝีเท้าเดินตามให้ทัน ไม่งั้นหูได้ขาดแน่ๆ

"กูเพิ่งรู้ว่ามึงชอบทำตัวเป็นพระเอกมิวสิค อกหักนิดหน่อยทำเป็นไปลอยคออยู่กลางทะเล เน่าไปนะไอ้หมาโปรด" ไอ้ยิ้มกับไอ้เดียร์เดินเข้ามาแขวะ แถมไอ้โยยังวิ่งเข้ามาตบตีผมใหญ่ แล้วผมจะป้องกันตัวยังไงวะไหนจะติดที่หูถูกบิดจนจะขาดอยู่แล้วเนี่ย

"กูเจ็บนะโย มึงไปตีไอ้ชินเลย นี่กูเพื่อนมึงนะ!"

"ก็เพราะมึงเป็นเพื่อนไงกูถึงตีไอ้เหี้ย!" เห็นดวงตาแดงก่ำ ลมหายใจหอบแรงๆของมัน ผมต้องรีบสะกิดให้คุณอรรคปล่อย แล้วคว้าตัวไอ้โยมากอดไว้ก่อนที่มันจะเล่นใหญ่ไปกว่านี้

"ห้ามร้องนะ ถ้าร้องกูจะหาเมียน้อยให้ผัวเด็กของมึง"

"ฮึก ไอ้เหี้ย! แม่งอยากตายนักทำไมมึงไม่บอกกู เดี๋ยวกูเอาปืนมากรอกปากให้ก็ได้ จะได้ไม่ต้องตายทรมาน ฮืออ"

"ถ้าพี่ชายไม่ขึ้นมา น้องคงเป็นคนแรกที่ต้องเป็นอาหารของฉลาม คิดเสียว่าอย่างน้อยเมื่อวานก็คือบทเรียนของวันพรุ่งนี้ การที่เราเคยสูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดไป น้องเชื่อว่าเราจะพยายามแก้ไขต้นเหตุที่ทำให้เกิดการสูญเสียในครั้งนั้น" น้ำใสๆ จวนเจียนจะไหลออกจากดวงตาคมคู่ที่ถอดแบบมาเหมือนผมยังกับแฝด ร่างโปร่งบางของน้องสาวคนเดียวโผเข้ามากอดจนไอ้โยจิ๊ปากใส่ แล้วสะบัดหน้าเดินไปให้ผัวเด็กของมันโอ๋ต่อ

"มินเชื่อว่าพี่โปรดจะไม่หายไป ไม่ใช่แค่มินที่เชื่อ แต่ครอบครัวเราเชื่อมั่นในตัวของพี่โปรดทุกคน ชีวิตมีสองด้านเสมอ วันนี้พี่โปรดอาจคิดว่ามันเป็นวันที่ใจของพี่อ่อนแอเหลือเกิน แต่พี่ก็ก้าวข้ามความอ่อนแอนั้นมาได้ด้วยตัวเอง พรุ่งนี้ใจที่แข็งแรงกำลังรอพี่ชายของมินอยู่นะครับ ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น เราจะจับมือกันและก้าวข้ามคืนนี้ไปพร้อมกันครับ" และมินก็ยังเป็นมินที่สามารถทำให้คนรอบกายอบอุ่นได้เสมอ มินที่ยิ้มรับกับทุกเหตุการณ์เลวร้ายมามากมายกว่าผม ไหนจะเด็กน้อยตัวอ้วนขาวที่ยืนกำมือเม้มปากแน่นตาโตใสแจ๋ว กำลังพยายามบังคับไม่ให้น้ำตาตัวเองไหลออกมา เด็กชายที่ผมประคบประหงมมาตั้งแต่อยู่ในท้องของมิน เด็กชายที่ต่อสู้กับความเป็นความตายมาพร้อมกับมิน เด็กชายที่พูดอยู่เสมอว่าถ้าโตขึ้นจะเก่งแบบผม ขาสั้นๆ วิ่งซอยเท้าเข้ามาอย่างไม่คิดชีวิต

"ฮึก ถ้าไปแอบเล่นน้ำคนเดียวอีก หลานจะไม่รักลุงแล้ว ฮึกก รู้มั้ยว่าน้อง"

"น้องติณฑ์ครับ มาโอ๋ลุงโยพ่อทูนหัวของน้องติณฑ์ให้ลุงดิวหน่อย ร้องไห้ไม่อายน้องติณฑ์แล้วเนี่ย" ยังไม่ทันที่ไอ้แมงจะเล่นใหญ่เป็นรายต่อไป ไอ้ดิวก็เดินมาหิ้วคอไอ้แมงแล้วโยนให้ไปโอ๋เมียของมัน แม่งผลักภาระให้หลานกูชัดๆ

"ไอ้เสือมึงมานั่งนี่มา พ่อจะบอกอะไรให้ฟัง เราไม่ได้เกิดมาเพื่อทำทุกสิ่งให้ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็น แต่เราเกิดมาเพื่อทำทุกอย่างให้ดีที่สุด และทำให้เกิดข้อผิดพลาดในชีวิตน้อยที่สุด แต่ละวันคนเรามันต้องเจอบททดสอบมากมาย อ่อนแอก็แพ้ไปให้คนที่สู้ไหวเขาได้เดินต่อ อยู่ที่ว่าไอ้เสือจะเลือกแบบไหน เป็นลูกเสือก็ไว้ลายเสือแบบพ่อมั่งสิวะ เปลี่ยนจุดอ่อนให้เป็นจุดแข็งเถอะลูก แต่ตอนนี้ถ้าแกจะร้องไห้ก็ร้องไปเถอะ ร้องซะให้พอ ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน เวลาเสียใจมันก็ร้องไห้กันทุกคน นั่นคือสัจธรรม และพ่อรู้ว่าซักวันหนึ่ง แกจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างสง่างามได้นะเด็กชายโปรดปราณ" 

ผมทิ้งตัวลงนอนกับผืนทรายกว้างใหญ่ผืนนี้ ให้มันเป็นที่รองรับร่างกายอันอ่อนล้าของตัวเอง โดยที่ข้างกายก็มีครอบครัวขนาดใหญ่ของผมนอนเรียงรายอยู่บนพื้นทรายเดียวกัน น้ำตาก็ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ ยิ่งมองไปทางบ้านพัก ไฟบนห้องนอนที่เปิดอยู่เพียงดวงเดียว ท่ามกลางแสงสีนวลสลัวนั้นมันช่างดูเงียบเหงาจนน่าใจหาย คนที่อยู่ในห้องนั้นตามลำพังเขาก็คงอ้างว้าง อยู่อย่างโดดเดี่ยวตัวคนเดียวอีกแล้วสินะ แมงปอตัวน้อยๆ สักวันหนึ่งหวังว่าภายใต้สายลมเย็นสบายในวันที่แสงแดดอบอุ่น แมงปอตัวนี้จะยังกลับมากางปีกบินเคียงคู่อยู่กับแสงตะวัน เหมือนดั่งเช่นเคยนะครับหลงรัก

หลงรักP...

ก๊อกๆๆ "พี่มิน" ผมก้มหน้าหลบสายตาที่มองมาอย่างเคลือบแคลงใจของพี่มิน แล้วเบี่ยงตัวถอยมาจากประตู เพื่อเปิดทางให้คนที่พักหลังมานี้ผมพยายามหลีกเลี่ยงตลอด แม้กระทั่งการมากรุงเทพฯครั้งนี้ ส่วนหนึ่งก็เพื่อต้องการหลบหน้าจากสายตาจับผิดของพี่มินนี่แหละ

"ตื่นนานรึยังครับน้องหลง หรือว่ายังไม่ได้นอนเนี่ย ดูสิตาคล้ำหมดแล้ว" มืออบอุ่นนั้นเอื้อมมาลูบเปลือกตาให้อย่างแผ่วเบา ทำให้ผมต้องพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ จนรู้สึกร้อนไปทั้งเปลือกตาตัวเอง

"หลงเพิ่งตื่นน่ะครับ พี่ติณฑ์ล่ะตื่นรึยัง หลงอยากเล่นกับพี่ติณฑ์แล้ว หลง..คิดถึง"

"อยากร้องไห้มั้ยน้องหลง จะร้องก็ได้นะพี่มินไม่พูดให้ใครฟังหรอก คนบางคนที่ร้องไห้ไม่ใช่เพราะว่าเขาอ่อนแอ แต่เป็นเพราะว่าเขาทนเข้มแข็งมานานเกินไปแล้วต่างหากล่ะ พี่มินเป็นห่วงนะเวลาที่เห็นน้องหลงทำสีหน้าเหนื่อยล้าแบบนี้"

ก๊อก"อ่าว มาอยู่นี่เองเหรอน้องมินสุดที่รัก จะมาก็ไม่ชวนกันเลยนะเนี่ย แล้วนินทาอะไรกันอยู่ นินทาด้วยคนดิ" น้ำตาผมที่กำลังเอ่อคลอจวนเจียนจะไหลเต็มที แต่เหมือนโชคยังเข้าข้าง ทำให้พี่โยคนดีคู่แฝดพ่ออรรคคนดีเคาะประตูก๊อกเดียว แล้วเปิดผัวะปรี่เข้ามานั่งเบียดผมกับพี่มินบนเตียงซะก่อน

"มินนินทาไม่เก่งเหมือนพี่โยกับน้องหลง น้องติณฑ์หรอกครับ แล้วนี่ดิวกับชมพู่กลับมากันรึยังน่ะ" พี่โยกระโจนตัวไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงพี่มินทันทีที่คำพูดสุดท้ายหลุดออกมา เสียงหัวเราะของพี่ชายทั้งสองคนทำให้ผมอดยิ้มไม่ได้ ความสบายใจที่เคยมีมันไม่ได้หายไปไหน มันแค่หนีเที่ยวเพียงชั่วคราว สุดท้ายมันก็จะกลับมาที่เดิมเสมอ แต่เอ..พี่ดิวกับพี่ชมพู่ไปไหนกันนะ ไม่เห็นบอกอะไรไว้เลยนี่นา

"แฮ่กๆ เหนื่อยเว้ย! นี่มินถามจริงเถอะ ออกกำลังกายบนเตียงกับไอ้ตุลย์บ่อยๆ อย่างที่เขาว่ากันใช่ปะ ถึงไม่ดูเหนื่อยอะไรเลยเนี่ย"

"ดิวบอกว่าพี่โยเองก็ล่อลวงดิวทุกคืนไม่ใช่เหรอครับ แล้วทำไมเหนื่อยไวล่ะ แบบนี้มินว่าไม่ได้อยู่ที่เรื่องออกกำลังกายละมั้ง คงจะอยู่ที่สังขารมากกว่า ฮ่าๆๆ"

"เมียไอ้ตุลย์โดนแน่ๆ ฮึ่มๆ อดใจไว้ก่อนกีรติ เดี๋ยวทำภารกิจกล่อมเมียไอ้โปรดให้เสร็จก่อน แล้วแม่ไอ้ลูกหมาจะโดนหมอหล่อปล้ำทำเมียแน่ ชิ กล่อมน้องหลงดีกว่า น้องหลงสุดที่รัก ถึงขนาดนี้แล้วจะยังใจแข็งกับเพื่อนพี่อีกเหรอ เมื่อคืนก็เห็นอยู่ว่ามันเกือบสมองน้อยไปเป็นผีเฝ้าท้องทะเลแล้วนะ ไอ้โปรดน่ะถึงมันจะเก่งจะเข้มแข็งจะฉลาดกับทุกเรื่อง แต่บางเรื่องมันก็โง่ยิ่งกว่าติดลบซะอีก เอ๊ะ! จะว่าโง่ก็ไม่เชิง พี่ว่ามันอีโก้สูง ปากแข็ง ขี้กลัวมากกว่า ก็ดูนี่สิ หลักฐานมีให้เห็นอยู่ตำตาว่ามันรักน้องหลงมานานแล้ว และรักมากแค่ไหนแต่แม่งซึนไงล่ะ อ่ะดูๆ" พี่โยกดนั่นนี่แป๊บเดียวก็ยัดโทรศัพท์ยี่ห้อเดียวกัน กับที่ผมเคยได้รับจากใครบางคนเมื่อหลายปีก่อนมาใส่มือให้ ผมก้มดูเสียงและภาพในจอสี่เหลี่ยม ความทรงจำของวันนั้นมันหวนคืนมาอีกเรื่องแล้วสินะ 

"แมงปอ ปอจูบกูหน่อยดิ๊ มาจูบผัวที"

"แมงปอครับมาจูบผัวที อยู่ไหนวะเมียกู" คลิปสั้นๆ ไม่กี่นาทีที่ผมกดดูครั้งแล้วครั้งเล่า สายตาและน้ำเสียงของเขาในวันนั้น มันยังเป็นความทรงจำ ที่ก้ำกึ่งระหว่างความหอมหวานและความหน่วงสำหรับผมเสมอ

"หลงรักฟังหมอกีรตินะครับ คนที่ทำให้เราร้องไห้น่ะ อย่าลืมว่าเขาก็ทำให้เรายิ้มได้ หัวเราะได้ มีความสุขได้เหมือนกัน ทุกความเจ็บมันจะมีวันหาย ถ้าเรายินยอมพร้อมให้ใจทำงานคู่ไปกับสมอง ถึงแม้ว่าคนเราควรมีจุดยืนเป็นของตัวเอง แต่ก็ควรจะมีจุดนั่งด้วย เพราะยืนนานๆมันเมื่อย อะไรที่ทำให้เมื่อยทำให้เหนื่อยก็ไม่ต้องไปบังคับให้ใจทำ ไม่งั้นมันจะทุกข์คูณสองนะครับ เชื่อหมอกีรติเถอะ ปฐพีนี้หมอเก่งรองจากลุงสิงห์เลยนะเว้ย พูดถึงลุงสิงห์ เมื่อกี้ที่ปากซอยเห็นหลังใครเดินขึ้นรถตู้ไปไวๆวะ เหมือนลุงสันต์กับพ่อผัวของเรานะน้องมินสุดที่รัก"

"เหรอครับ ไม่รู้สิมินไม่เห็นนะ เรื่องนี้พี่โยน่าจะถามดิวกับชมพู่ดูนะครับ สองคนนั้นอาสาออกไปซื้อของให้พี่โปรดไม่ใช่เหรอ ถ้าพ่อสิงห์อยู่แถวนี้พวกเขาก็คงเจอมั้ง หรือถามพี่ชินก็ได้นะ ใช่มั้ยน้องหลง"

"หลงว่า บางคนที่เขาเซฟความรู้สึกของตัวเองไม่ให้พังมากไปกว่านี้ นั่นเป็นเพราะเขาสงสารหัวใจมากกว่า เดี๋ยวหลงเปลี่ยนเสื้อก่อนนะครับ"

"ตอบไม่ตรงซักคำถามเลยนะน้องหลง เปลี่ยนเสื้อเถอะจะได้ลงไปข้างล่าง น้องชายของพี่มินควรเผชิญหน้ากับความจริงซักที ทุกการตัดสินใจของน้องหลง จะมีพี่มินยืนเคียงข้างเสมอพี่สัญญาครับ กำลังใจจากคนรอบข้างเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมันจะทำให้เราก้าวผ่านไปได้ทุกเรื่อง น้องหลงคงคิดแบบนี้เหมือนกันใช่มั้ย เมื่อคืนถึงได้ขอเวลาอยู่คนเดียว ยอมที่จะอ้างว้างเพื่อให้ใครบางคนไม่ต้องโดดเดี่ยว และเพื่อให้เขามีผู้คนอยู่รอบกายนี่เนอะ"

รอยยิ้มอ่อนโยนของพี่มินยังคงอบอุ่นใจเหมือนทุกครั้งที่ผมเคว้งคว้างเสมอ ถึงแม้ว่าเมื่อคืนสายตาพี่มิน พี่ตุลย์ พี่นัท พี่ไท พี่เดียร์จะมองไปที่มุมมืดบางมุมอย่างเอือมๆก็เถอะ คงจะเหมือนกับรอยยิ้มกว้างของพี่โย ที่นำมาแต่ความสดใสสู่คนที่อยู่ข้างกายได้ทุกครั้ง ความทุกข์บางอย่างถ้าเราหนีมันไม่พ้น ก็ควรเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันให้เป็น ใจจะได้ไม่เป็นทุกข์อีกต่อไป แต่อืม..สงสารพี่โยจัง ทำไมคนนั้นถึงย้ำว่าให้พี่ชายคนนี้ของผมรู้เป็นคนสุดท้ายน้า ก็นะ..ขนาดพ่ออรรคคนดียังเกือบรั้งท้ายเหมือนกันหนิ คู่ชีวิตนี่ใจร้ายกันเสียจริงแฮะ

"ลูกหลงคนน่ารัก มานั่งนี่กับพ่อมา" ผมชะงักเท้าที่กำลังเดินไปนั่งกับพ่ออรรค เมื่อเห็นใครอีกคนเดินมาจากทางห้องครัว และเขาเองก็ชะงักไปเหมือนกัน

"หลงกินนมก่อน เมื่อคืนนอนดึกหรือไง ตาจะเป็นแพนด้าอยู่แล้ว"

เพี้ยะ! "อื้อ หลงเจ็บ! ไอ้พี่ชินนี่" ผมตีมือพี่ชินทันทีที่เอามือหนามาขยี้ตาผม จิ๊! คนยิ่งแสบตาอยู่ยังจะมาขยี้อีก

"อ่ะแฮ่ม กินข้าวกันก่อนมั้ย ค่อยเล่นกันทีหลัง" ในขณะที่มือไม้กำลังอิรุงตุงนังปัดป่ายตีกับพี่ชินอยู่ เสียงราบเรียบของพี่ตุลย์ก็เอ่ยทักขึ้นมา ยิ่งสีหน้านิ่งเฉยของพี่ตุลย์ ยิ่งทำให้ผมขยับตัวไปชิดหลบอยู่ด้านหลังพี่ชินมากขึ้นอีก ก็พี่ตุลย์หน้าดุจังเลยนี่

"ไปกินข้าวกันครับน้องหลง พี่มินทำข้าวต้มไว้แล้ว"

"ลุงโปรด กินข้าวกับหลานก็ได้ครับลุง" พี่ติณฑ์วิ่งผ่านหน้าผมไปดึงมืออีกคนให้เดินกลับไปในห้องครัว พี่มินเองก็จูงมือผมให้เดินตามไปนั่งเก้าอี้ตรงข้ามลุงหลานคู่นั้นซะอีก

"กินข้าวต้มนะคะลูกหลง"

"เมื่อคืนร้องไห้เหรอวะ แม่ง! แอบเป็นไอ้ขี้แยนี่เอง จะไปนั่งฝั่งนู้นมั้ยล่ะ"

"กูนั่งด้วย มึงขยับไปเลยไอ้ชินเกะกะอยู่ได้ ดิวมึงมานั่งประกบไอ้ชินไว้กูหมั่นไส้มัน" พี่โยรีบดึงแขนพี่ดิววิ่งเข้ามา พร้อมลากเก้าอี้มาแทรกกลางระหว่างผมกับพี่ชิน ที่กำลังกระซิบกัดกันเบาๆ

"หลงเปล่านะพี่ชิน คงไม่มีใครอยากมีแผลเพิ่มขึ้นหรอก ทั้งที่แผลเก่ามันยังไม่หายน่ะ" คิดว่าคำพูดของตัวเองมันน่าจะดังพอสมควร เพราะเสียงขยับเก้าอี้จากฝั่งตรงข้ามดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของใครคนนั้นก็เดินออกจากห้องครัวไปเงียบๆ เหลือทิ้งไว้แค่ความอึมครึมที่ปกคลุมไปทั่วพื้นที่แค่นั้น

"ลูกหลงอย่าเพิ่งขึ้นไปสิมานั่งกับพ่อก่อน ยังไม่ได้คุยกันเลย ไม่คิดถึงพ่ออรรคคนดีแล้วเหรอลูก" ถ้อยคำรำพึงรำพันตัดพ้อต่อว่านั้นทำให้ผมอดยิ้มให้ไม่ได้ พ่ออรรคน่ารักจริงๆ มิน่าล่ะ...

"คิดถึงสิครับ ไหนมาจุ๊บแก้มคนขี้งอนหน่อย จุ๊บ คิดถึงจังเลยน้า" พูดไปด้วยหางตาของผมก็เหลือบไปมองน้องชายตัวอ้วน ที่นั่งหน้าหงิกกอดอกไปด้วย สงสัยจะงอนจริงจังแล้วมั้งเนี่ย นั่งคุยเล่นกับพ่ออรรคไม่ถึงสิบนาที พี่ๆที่อยู่ข้างบนกับข้างนอกต่างก็พากันทยอยเข้ามานั่งขัดสมาธิอยู่กลางบ้าน เอ..สีหน้าท่าทางแต่ละคนดูจริงจังแฮะ ไม่เว้นกระทั่งสามคนสุดท้ายที่เดินออกมาจากห้องครัว ก็ยังมีท่าทางที่สงบนิ่งจนผมชักจะไม่อยากนั่งอยู่ตรงนี้แล้วเหมือนกัน

"มีอะไรกันเด็กๆ" ในที่สุดพ่ออรรคก็เป็นคนเอ่ยปากทำลายความเงียบ แต่คนที่ถือพานธูปเทียนแพเดินเข้ามาต่างหากล่ะ ทำให้มือของผมมันกำแน่นขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

"อะ..ไอ้เสือ นี่มันอะไรวะ มึงจะทำอะไรอีก แค่นี้กูก็ใจระทึกกับเรื่องของมึงทุกวันแล้วนะลูก" ร่างสูงใหญ่ในชุดขาว คลานเข่าเข้ามาหาพ่ออรรค มือแข็งแรงคอยประคองพานสีทองไว้ด้วยแววตามุ่งมั่น ผมเองก็เพิ่งเคยเห็นแววตาแบบนี้จากคนนี้เป็นครั้งแรก

"พ่อครับ กรรมใดที่ผมได้เคยล่วงเกินต่อพ่อ ด้วยกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ด้วยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม ขอได้โปรด ให้อโหสิกรรมนั้นแก่ผมด้วยเถอะครับ ลูกคนนี้มากราบขอขมาเพื่อลาบวช หวังว่าพ่อจะเห็นชอบด้วยนะครับ"

ผมก้มหน้านิ่งไม่ยอมเงยหน้าไปมองความเงียบของทั่วทั้งห้อง แต่เสียงสั่นๆของพ่ออรรค เป็นเหตุให้ผมต้องเหลือบตามองเหตุการณ์เบื้องหน้าอย่างอดไม่ได้ คำว่าภาพบางภาพมันอธิบายได้ดีกว่าหลายล้านคำพูด คงเป็นแบบนี้นี่เอง เมื่อพ่ออรรคเอื้อมมือไปลูบหัวลูกชายที่ก้มกราบเท้าตัวเองอยู่ น้ำตาใสๆของคนเป็นพ่อ คงไม่แตกต่างอะไรจากน้ำตาของคนเป็นลูกที่ไหล่กว้างนั้น มีแรงสั่นสะเทือนพร้อมกับเสียงสะอื้นลอดออกมาบางเบา

"พ่ออโหสิกรรมทุกสิ่งทุกอย่างให้ไอ้เสือนะลูก บาปกรรมทั้งหลายที่ลูกได้ทำลงไป ถึงมันจะไม่เบาบางลง แต่ก็ขอให้บุญกุศลในครั้งนี้ มันช่วยค้ำจุนให้ลูกของพ่อครองจีวรผ้าเหลืองอย่างสงบสุข ชีวิตคือการเรียนรู้ เมื่อล้มได้ก็ต้องลุกได้นะลูก" ผมเบือนหน้าหนีจากเสียงสะอื้นที่ดังแรงขึ้นเรื่อยๆของพ่ออรรค จนรู้สึกถึงความเงียบเกินไปนั่นแหละทำให้ต้องหันมาหาพ่อลูกคู่นั้นอีกครั้ง 

แต่มือและเท้าผมต้องชาไปทั้งตัวรวมถึงหัวใจก็สั่นรัวอย่างรุนแรง เมื่อร่างสูงใหญ่มานั่งคุกเข่ายื่นพานธูปเทียนแพอีกชุดที่พี่ชมพู่ถืออยู่ แล้วส่งพานสีเงินนั้นมาให้ ไม่รู้ว่าผมชักช้าหรือยังไงเขาถึงวางพานไว้ข้างๆ และโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว สองมือใหญ่ที่เคยใช้ตบตีแต่มือคู่เดียวกันนั้นก็ใช้เช็ดน้ำตาและโอบกอดผมเสมอ ตอนนี้มือคู่นั้นได้พนมก้มกราบเท้าผมเช่นกัน

"กรรมใดก็ตามที่พี่ได้เคยทำกับปอรักเอาไว้ ไม่ว่าจะเจตนาหรือพลาดพลั้ง พี่ขอให้ปอรักอโหสิกรรมให้พี่ด้วยนะครับ ปอรัก ฮึก พี่ขอโทษครับ" เท้าผมสัมผัสถึงหยดน้ำตาจากเขา จากผู้ชายที่อยู่เหนือหลายชีวิตบนโลกนี้ ผู้ชายที่ทำร้ายผมจนปางตาย และมอบความหอมหวานให้ผมอย่างสุดใจเช่นกัน เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างวิงวอนสองมือก็ยังกราบแทบเท้าอยู่แบบนั้น เขากำลังร้องไห้ เขากำลังเสียใจกับเรื่องที่อยู่ในความทรงจำระหว่างเราสองคน บทเรียนราคาแพงที่เราทั้งคู่ใช้ทั้งเวลาน้ำตา และความเจ็บปวดเพื่อเรียนรู้ที่จะเดินไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่ง

มือสั่นๆของผมทำได้แค่ประคองแก้มชุ่มน้ำตานั้นขึ้นมา แล้วใช้ชายเสื้อขาวของตัวเองเช็ดน้ำตาให้คนตัวโตขี้แย ที่งอแงร้องไห้ขี้มูกโป่งไม่หยุดสักที ผมไม่ได้ต้องการเห็นน้ำตาของเขาเลยสักนิด ไม่ได้ต้องการอยากเอาชนะเขา ไม่ได้ต้องการให้เขามาก้มกราบแทบเท้าแบบนี้ แต่ที่ผมต้องการก็แค่คนที่มีความรักให้กันอย่างมีสติ ปกป้องอย่างถูกวิธี กล้าที่จะก้าวผ่านทุกความกลัว และกล้าที่จะเผชิญหน้ายอมรับกับความเสียใจความเจ็บปวดอย่างเข้มแข็ง ผมว่าพี่โปรดคงได้รับบทเรียนของการใช้อารมณ์เพียงชั่ววูบ ความวู่วาม ความเลือดร้อน ยอมให้มันมีอิทธิพลเหนือกว่าสติและเหตุผลแล้วล่ะ ถึงแม้วันข้างหน้าจะเป็นยังไงก็ตามผมเชื่อมั่นว่า เขาจะไม่มีวันสติแตกและทำร้ายผมเหมือนเหตุการณ์ในวันนั้นอีกเด็ดขาด

"แค่กๆๆ" ผมเมินเฉยต่อเสียงกระแอมกระไอสองสามเสียง ที่นั่งเบียดจนแทบจะสิงกันในมุมมืดมนติดผนังบ้าน อืม..ทุกคนต่างก็รักตัวเองทั้งนั้น งั้นผมเองก็คงไม่ผิดถ้าจะรักตัวเอง ด้วยการรักความรักของตัวเองสินะ ที่สำคัญถ้ามีการขุดมีการรื้อขึ้นมา โทษของผมคงไม่หนักมากล่ะมั้ง ขอให้สหายร่วมรบอีกหกคนของผมจงโชคดีก็แล้วกัน ลาก่อนเหล่าอัศวินและมือที่มองไม่เห็นของผม คิดหาทางลงกันเอาเองนะครับ บ๊ายบาย..

**"เราไม่ได้เกิดมาเพื่อทำทุกสิ่งให้ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็น แต่เราเกิดมาเพื่อทำทุกอย่างให้ดีที่สุด และผิดพลาดน้อยที่สุด"

แอบเปลี่ยนชื่อตอนไม่อยากให้มันดราม่ามากเน้อ ชื่อตอนสามารถใช้ได้กับทุกเรื่องในตอนนี้ ใช้ได้ทั้งคุณโปรดและนุ้งหลง ต้องรักมากแค่ไหนคนใจร้อนวู่วามเป็นนิจ ถึงจะหยุดและใช้สติมากกว่าอารมณ์และคิดได้ ต้องรักมากแค่ไหนคนที่โดนทำร้ายจนวินาทีสุดท้ายก็ยังรัก ถึงอดทนยืนดูความรักกำลังต่อสู้เอาชนะด้วยตัวของเขาเองแบบนั้น และต้องรักมากแค่ไหน ใครบางคนถึงยอมไม่เหลือใคร เพื่อให้ใครอีกคนได้มีผู้คนอยู่รอบๆตัว ใดๆก็ตามสงสารผู้โยมากที่สุด ทำไมต้องมารู้อะไรๆหลังชาวบ้านเขาทุกครั้งนะ นี่ต้องรักเพื่อนมากแค่ไหนถึงไม่ยอมเอะใจในความนิ่งเกินไปของแต่ละคนเมื่อคืน แล้วปรี่มากล่อมเมียเพื่อนให้แต่เช้า น่าเอ็นดูนางแท้เนอะ เดี๋ยวฟางกลับมาแก้คำผิดคำหล่นนะคะ

**แจ้งข่าวกิจกรรมในเพจนะคะ ชื่อเพจ ฟาง นิยายวาย36 >>

-สำหรับท่านเจ้าของหนังสือ ก็แค่ตัวแทน*รอบ2 กับ หลงลืมรัก ที่ขนสินสอดมากองให้แล้ว **และที่ยังไม่ขนมากองแต่มั่นใจตั้งใจว่าจะมาขอแน่ๆนะคะ พรุ่งนี้ช่วงสาย9-10โมง ฟางจะแจกกระเป๋าน้อยหรืออื่นๆสำหรับ*95ท่านแรก*ที่แปะชื่อใต้โพสวันพรุ่งนี้นะคะ ย้ำมากมายว่าขออนุญาตให้เฉพาะท่านที่ฟางจะส่งหนังสือให้ เพราะของมันไม่ได้แพงแต่ฟางอาศัยแบ่งให้จำนวนหลายๆท่าน เลยจะแนบไปพร้อมกับกล่องหนังสือ ถ้าจะส่งให้ท่านที่ไม่ได้สั่งหนังสือด้วยเกรงว่าค่าส่งจะแพงกว่าค่าของและฟางจะกินแกลบเน้อ 

-พวงกุญแจแมงกายหยาบ5ท่าน สำหรับเจ้าของหนังสือ"หลงลืมรัก" เพราะพวงกุญแจจะได้ช่วงเดียวกับหนังสือหลงลืมรักถึงเจาะจงให้แต่เจ้าของนุ้งหลง ฟางจะแนบใส่ไปพร้อมกล่องหนังสือ แต่มีกติกานะคะโปรดไปอ่านที่เพจพรุ้งนี้นะคะ

-และผ้าเช็ดตัวนาโน2ท่าน สำหรับคนอ่านที่จะสั่งหรือไม่สั่งหนังสือก็ได้ อันนี้จะส่งรอบเดียวกับส่งหนังสือ ก็แค่ตัวแทน (15-21พย.) มันเป็นผ้าเช็ดตัวลายผึ้งแต่มันเหมือนแมงปอจริงๆนะฟางดูเป็นแมงปออ่าา555 แต่มีกติกาไม่ใช่ว่าแปะมาได้เลยไปอ่านที่เพจเน้อ

ขอบคุณทุกๆกำลังใจ ทุกๆการรอคอย ทุกๆการติดตาม จบการแจกมาม่าแต่เพียงเท่านี้นะคะ ด้วยว่ามันก็ผ่านเรื่องราวพอสมควรแล้ว อีกอย่างเหลืออีกแค่4ตอนจะปิดเรื่องนี้แล้ว ควรแบ่งตอนต่อไปดำเนินเรื่องอื่นๆบ้างเนอะ ทุกๆข้อสงสัยมันจะมีพูดถึงในตอนต่อไป แต่ถ้าตามในเพจหลายท่านคงพอจะเดาออกแล้วว่าเอ1-7มีใครบ้าง กิจกรรมในเพจมีคนได้รางวัลจากเอ1-7แล้วเน้อจ้าว เดี๋ยวฟางแจ้งพร้อมรางวัลอื่นที่จะมีกิจกรรมในพรุ่งนี้ที่เพจเน้อ  เพื่อร่วมไว้อาลัย ฟางจะงดลงหลงลืมรักในวันที่20-29ตค. เราจะพบกับตอนที่57ในวันจันทร์ที่30ตค.นะคะ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆได้ที่เพจ คู่ดิวโยจะเปิดอิมเมจที่เพจในวันหยุดยาวนี้จ้าว (และฟางจะปิ๊กแป้ในวันหยุดยาวไปส่งกำลังใจให้คุณนายแม่ด้วยจ้าว นางจะผ่าเข่าวันที่1พยนี้แล้วว)

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย จำได้ว่าแอบใส่ไปหลายตอนตอนละเล็กละน้อย แต่ลืมว่าตอนไหนมั่ง ตอน56มีเยอะมาก ฟางยกมาบางคำเน้อจ้าว 

ยกมาจากตอน28สูญสลาย "เก็บนี่เอาไว้ห้ามให้ใคร ถ้าให้ต้องเป็นคนที่ทำให้แมงปอหัวเราะเท่านั้นเข้าใจมั้ย"(เช็ค10ล้านที่โปรดยัดใส่กระเป๋าปอรักและย้ำบอกปอรักให้เฉพาะคนที่ทำให้หัวเราะเท่านั้น)

ตอนที่53ในความเข้มเข็งของพระอาทิตย์ "หลงฝากนี่คืนให้เพื่อนของพี่ตุลย์ด้วยนะครับ เงินมันเยอะไปหลงรับไว้ไม่ไหวหรอก"(หลงคืนเงินให้โปรด>>หลงทำตามที่โปรดย้ำว่า>>คนที่ทำให้หัวเราะเท่านั้นในตอนที่28)

ตอนที่53ในความเข้มแข็งของพระอาทิตย์ "โปรด กูว่าคำพูดนี้*กูน่าจะเป็นคนได้พูด*มากกว่า

ตอน44แฟนคนที่สอง หมอนุ่นหรือเพื่อนสะใภ้เมียของไอ้เดียร์ไม่รู้ไปยังไงมายังไงถึงมาประจำอยู่ที่นี่>>และโชคดีที่เธอกำลังจะมีแผนเรียนต่อด้านจิตแพทย์ "นุ่นว่าคงไม่ใช่แค่น้องหลงแล้วที่มีอาการป่วยทางใจพี่โปรดเองก็คงไม่น้อยกว่าน้องไปเท่าไหร่เพียงแต่น้องหลงค่อนข้างอยู่ในสภาวะบวกต่างจากพี่นะคะ"

ตอนที่54พระอาทิตย์กำลังอ่อนแรง "**ต้นไม้ที่ตายไปแล้วต่อให้รดน้ำยังไงก็ไม่โตขึ้นเหมือนเรื่องที่จบไปแล้ว =โปรดปราณปอรัก "**เอาเวลาที่เสียไป*มาเพาะต้นใหม่ไม่ดีกว่าเหรอ*" =คุณโปรดหลงรัก>>เพราะเคยผ่านการร้องไห้มาเยอะผมทำใจได้ว่า*ความรักที่ผ่านมาถ้าปล่อยไปก็ทำให้ใจสบายขึ้น*=โปรดปราณปอรัก

ตอนที่55ดับดวงตะวัน "*เค้าไม่ได้รักตัวเองที่ร้อนแรงแบบนั้น*แล้วจริงๆ.."อย่าเอา*ความร้อนแรงแบบตอนนั้นมาแผดเผา*เค้าอีกเลย "อย่าทำตัวอ่อนแอเพราะแมงปอ***ที่ไร้ค่าคนนั้นอีกเลย >>แบบนั้น แบบตอนนั้น =โปรดปราณปอรัก

****ตอนที่56เหนือกว่ารัก ..ผมทิ้งตัวลงนอนกับผืนทรายกว้างใหญ่ผืนนี้ ให้มันเป็นที่รองรับร่างกายอันอ่อนล้าของตัวเอง โดยที่ข้างกายก็มีครอบครัวขนาดใหญ่ของผมนอนเรียงรายอยู่บนพื้นทรายเดียวกัน น้ำตาก็ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ ยิ่งมองไปทางบ้านพักไฟบนห้องนอนที่เปิดอยู่เพียงดวงเดียวท่ามกลางแสงสีนวลสลัวนั้น มันช่างดูเงียบเหงาจนน่าใจหาย คนที่อยู่ในห้องนั้นตามลำพังเขาก็คงอ้างว้าง อยู่อย่างโดดเดี่ยวตัวคนเดียวอีกแล้วสิ​นะ >>"กำลังใจจากคนข้างๆเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมันจะทำให้เราก้าวผ่านไปได้ทุกเรื่อง น้องหลงคงคิดแบบนี้เหมือนกันใช่มั้ย เมื่อคืนถึงได้ขอเวลาอยู่คนเดียวยอมที่จะอ้างว้าง เพื่อให้ใครบางไม่ต้องเคว้างคว้าง และเพื่อให้เขามีผู้คนอยู่รอบกายนี่เนอะ​"

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น