แสงแข

ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ :)

ชื่อตอน : ตอนที่ 15

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ม.ค. 2558 22:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15
แบบอักษร

ตอนที่ 15

จิตตรีกรี๊ดลั่นบ้านเมื่อเห็นข่าวก๊อซซิบในหน้าหนังสือพิมพ์

“กรี๊ด! อีนังพิมพิรากับคุณพี่อีกแล้ว” หล่อนฉีกขย้ำหนังสือพิมพ์ในมือจนเป็นเศษเล็กเศษน้อย

“หนอย! เมื่อวานอุตส่าห์ไปหาคุณพี่ที่บ้านตั้งแต่เช้าก็ไม่เจอ ที่แท้ก็ไปเดินห้างกับอีนังพิมพิรานี่เอง คุณพี่นะคุณพี่! แล้วนี่กูจะทำยังไงดีถึงจะเขี่ยอีนังนี่ไปให้พ้นๆซักทีนะ”

จิตตรีนั่งหน้าหงิกอารมณ์เสียอยู่นาน หล่อนครุ่นคิดหาวิธีที่จะจัดการกับพิมพิราให้ได้แต่ก็ยังไม่เห็นหนทางเลย หล่อนจึงใช้วิธีการเดิมๆ นั่นก็คือโทรไปหาหลานชาย เพื่อให้ปฐวีทนฟังไม่ไหวต้องรีบแจ้นกลับมาจัดการกับพิมพิรา

“หวัดดีจ้ะตาวี”

“สวัสดีครับคุณน้า” ปฐวีรับสายขณะกำลังจะอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน

“ตาวี หลานรู้รึยังว่าหนังสือพิมพ์เขาลงข่าวว่า เมื่อวานนี้คุณพ่อเราพาแม่พิมพิราไปกินข้าวไปเดินช้อปปิ้งกันจี๋จ๋าเชียวล่ะ”

“ยังไม่รู้ครับคุณน้า” ปฐวีปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเฉยชา เฮ้อ...พ่อจะไปไหนกับใครแล้วเกี่ยวกับเราตรงไหนน้อ

จิตตรีรีบใส่ไฟทันที

“ยังไม่รู้ งั้นก็รู้ไว้นะจ๊ะ วีจ๊ะน้าล่ะไม่อยากจะพูดเลย วันก่อนนะ น้าเห็นแม่พิมพิราส่งเงินส่งทองให้ผู้ชายเป็นฟ่อนเลยล่ะจ้ะ น้าไม่คิดเลยนะจ๊ะว่าหน้าเด็กๆดูใสๆซื่อๆอย่างงั้นจะกล้าเลี้ยงผู้ชาย นี่ถ้าน้าไม่เห็นกับตานะจ๊ะน้าไม่เชื่อเด็ดขาด น้าก็ไม่รู้หรอกนะว่าคุณพ่อเราเขาให้แม่พิมพิราใช้เดือนล่ะเท่าไหร่กัน แต่น้าว่าถ้าแม่พิมพิราเที่ยวเลี้ยงผู้ชายอย่างนี้ล่ะก็...น้ากลัวว่าคุณพ่อเราคงจะถูกแม่คนนี้สูบจนหมดตัวแน่ๆจ้ะ”

“เหรอครับคุณน้า” ปฐวีตอบน้ำเสียงเฉยๆ

เขาฟังคุณน้าโทรมาเล่าเรื่องต่างๆเกี่ยวกับพิมพิรา จนเขาจำได้เลยว่าถ้าคุณน้าของเขาขึ้นต้นด้วยประโยคที่ว่า วีจ๊ะน้าล่ะไม่อยากจะพูดเลย เมื่อไหร่ล่ะก็...เชื่อขนมกินได้เลยว่าเดี๋ยวคุณน้าของเขาก็ต้องพูดถึงพิมพิราให้เขาฟังทุกครั้งไปจนเขาคร้านจะฟังซะแล้วล่ะซิ เฮ้อ...

บ่ายวันนี้หลังจากเคลียร์งานหมดแล้ว พลเอกณรงค์ฤทธิ์ก็เรียกสมชายพนักงานฝ่ายโฆษณามาพบโดยที่เขาให้เลขาอยู่ในห้องด้วย

“สวัสดีฮ่ะท่าน” สมชายยกมือไหว้อ่อนช้อย ยิ้มประจบ

พลเอกณรงค์ฤทธิ์มองสมชายหน้าตาถมึงทึง

ปัง! เขาตบโต๊ะเสียงดังลั่น แล้วตวาดสมชายลั่นห้อง “คุณสมชาย! ทำไมคุณถึงเที่ยวปล่อยข่าวว่าผมมีอะไรกับคุณพิมพิราห๊า! คุณทำแบบนี้ทำไม”

สมชายตกใจหน้าซีดตัวสั่นรีบละล่ำละลักปฏิเสธเสียงสั่นกลัว “ปะ...เปล่านะฮ้าท่าน สม...สมชายไม่เคยพูดนะฮ้า”

ท่านประธานตวัดตามอง หน้าตาดุดัน ถมึงทึงน่ากลัว

“คุณไม่ต้องมาปฏิเสธเลยนะ ผมมีหลักฐานทั้งพยานบุคคลทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดเพียบว่าคุณเป็นคนปล่อยข่าวว่าผมมีอะไรกับคุณพิมพิรา คุณยังจะกล้าปฏิเสธอีกรึ! หรือจะต้องให้ผมเอาภาพจากกล้องวงจรปิดมาเปิดแล้วเรียกพวกพยานมาพูดต่อหน้า คุณจะเอาอย่างงั้นก็ได้นะ ผมจะไล่คุณออก! แล้วก็ให้ทนายจัดการฟ้องเรียกค่าเสียหายที่ทำให้ผมต้องเสียชื่อเสียง”

เพียงแค่ได้ยินคำว่าไล่ออก สมชายก็เข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นน้ำตานองหน้า

“ท่านฮ้า ฮือๆๆๆ ท่านอย่าไล่สมชายออกเลยนะฮ้า ฮือๆๆๆ สมชายผิดไปแล้วฮ้า ท่านยกโทษให้สมชายด้วยนะฮ้า ฮือๆๆๆ สมชายทำไปก็เพราะคุณจิตตรีมาจ้างให้สมชายใส่ร้ายคุณพิมพิราเพื่อให้คุณพิมพิราทนไม่ไหวขอลาออกฮ้า ฮือๆๆๆ”

“อะไรนะ! จิตตรีจ้างคุณให้ทำอย่างนั้นเหรอ” พลเอกณรงค์ฤทธิ์ถามอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

พิมพิราก็ตกใจอึ้ง! ตะลึง! ไปเหมือนกัน นึกไม่ออกจริงๆว่าหล่อนไปทำอะไรให้จิตตรีเกลียดนักหนา ถึงขนาดต้องมาจ้างคนดิสเครดิตหล่อนเช่นนี้

สมชายรีบพูดทันที ไหนๆเรื่องมันก็มาถึงขนาดนี้แล้ว แม่จะแฉให้หมดเล้ย!...

“จริงๆฮ้าท่าน คุณจิตตรีมาจ้างให้สมชายปล่อยข่าวจริงๆนะฮ้า เค้าจ้างสมชายตั้งสองหมื่นเชียวนะฮ้า สมชายอยากได้ตังค์ไปรักษาแม่น่ะฮ้า สมชายก็เลยทำฮ้า ฮือๆๆๆ สมชายผิดไปแล้วฮ้า ท่านอย่าไล่สมชายออกเลยนะฮ้า ฮือๆๆๆ ถ้าท่านไล่สมชายออกแล้วสมชายจะเอาตังค์ที่ไหนเลี้ยงแม่ล่ะฮ้า ฮือๆๆๆ สมชายต้องหาตังค์เลี้ยงแม่เลี้ยงหลาน ถ้าสมชายตกงานแม่กับหลานๆของสมชายต้องแย่แน่ๆฮ้า ฮือๆๆๆ ท่านฮ้า อย่าไล่สมชายออกเลยนะฮ้า ฮือๆๆๆ จะให้สมชายกราบแทบเท้าสมชายก็ยอมฮ้า  ฮือๆๆๆ”

แล้วเขาก็คลานกะดุ๊บๆ เข้าไปกราบแทบเท้าท่านประธานน้ำตานองหน้า

แต่ท่านประธานก็ไม่ใจอ่อนยังยืนยันที่จะไล่ออก

“คุณไม่ต้องมาขอร้องอ้อนวอนผมหรอกนะ ยังไงๆผมก็จะไล่คุณออก เพราะคุณทำให้ผมต้องเสียชื่อเสียง แถมยังทำให้บริษัทคู่แข่งเอาเรื่องนี้ไปพูดจนผมเกือบจะเสียลูกค้า แล้วไม่ใช่แค่ผมที่เสียหาย คุณทำให้คุณพิมพิราต้องเสียชื่อเสียงไปด้วย ข่าวลือของคุณทำให้ใครต่อใครเข้าใจคุณพิมพิราผิดๆ จนถูกคนอื่นพูดจาดูถูกเหยียดหยามแสดงท่าทีรังเกียจ การกระทำของคุณมันเลวทรามต่ำช้ามากๆ นี่ถ้าหากผมเอาคุณเข้าคุกได้ล่ะก็...ผมไม่ปล่อยคุณไว้แน่!

เขาเค้นเสียงใบหน้าดุดันจนสมชายกลัวจนตัวสั่น

เมื่อเห็นว่าท่านประธานไม่ใจอ่อน สมชายจึงหันไปอ้อนวอนพิมพิราซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆกับท่านประธานแทน ตอนนี้จะต้องทำยังไงก็ยอมทุกอย่างแล้ว ขอเพียงให้ท่านประธานใจอ่อนทีเถอะ... 

“ฮือๆๆๆ คุณพิมพิราฮ้า คุณช่วยพูดกับท่านให้หน่อยนะฮ้า ฮือๆๆๆ อย่าให้ท่านไล่พี่สมชายออกเลยนะฮ้า ถ้าพี่ตกงาน แม่ของพี่ต้องลำบากแน่ๆเลยฮ้า ฮือๆๆๆ แม่พี่แก่แล้วต้องเข้าๆออกๆโรงพยาบาลทุกเดือนๆ ฮือๆๆๆ ไหนจะค่ากินค่าอยู่ค่าหยุกค่ายา ฮือๆๆๆ น้องสาวของพี่ก็ตายไปแล้ว แถมมันยังทิ้งหลานไว้ให้พี่เลี้ยงอีกตั้ง 2 คน พ่อเด็กมันก็ตายไปตั้งนานแล้วล่ะฮ้า ฮือๆๆๆ หลาน 2 คนวัยของพี่วัยกำลังกินกำลังนอนเลยล่ะฮ้า ฮือๆๆๆ ถ้าพี่ตกงานแล้วพี่จะเอาตังค์ที่ไหนเลี้ยงแม่เลี้ยงหลานล่ะฮ้า ฮือๆๆๆ คุณพิมพิราช่วยพูดกับท่านให้พี่ด้วยนะฮ้า อย่าให้ท่านไล่พี่ออกเลยนะฮ้า จะให้พี่กราบก็ได้ฮ้า ฮือๆๆๆ”

แล้วสมชายก็รีบคลานไปกราบแทบเท้า จนพิมพิราตกใจ “อุ๊ย!

แม้จะรู้สึกเกลียดคนที่ก้มกราบประหลกๆ ร้องไห้คร่ำครวญขนาดไหน แต่ก็อดสงสารไม่ได้

ก็หลังจากที่หล่อนสู้อุตส่าห์สืบสาวราวเรื่องหาตัวต้นเหตุที่เป็นคนปล่อยข่าว จนได้รู้ว่ากระเทยร่างบึ๊กนายสมชายนี่เองที่ปล่อยข่าวดิสเครดิตหล่อน

หลังจากรู้ตัวคนปล่อยข่าวแล้วหล่อนก็สืบต่อ เพราะอยากรู้ว่าเหตุใดสมชายจึงต้องมาพูดจาใส่ร้ายป้ายสีหล่อนทั้งๆที่ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันเลย

หล่อนจึงได้รู้ว่าสมชายเป็นเสาหลักของครอบครัว หาเลี้ยงแม่และหลานอีก 2 คนต้องใช้จ่ายมากมาย กลางวันก็ทำงานออฟฟิต กลางคืนก็ไปรับจ้างแต่งหน้าให้กับคณะคาบาเร่ วันหยุดก็เที่ยวไปรับจ้างเป็นลูกจ้างอยู่ที่ร้านเสริมสวย

พอได้ยินได้ฟังเรื่องราวของสมชายแล้วหล่อนจึงไม่คิดอยากเอาเรื่องด้วย

ยิ่งพอมาเห็นท่าทางร่ำไห้คร่ำครวญกราบท่านประธานกับหล่อนประหงกๆไม่เหลือคราบความหยิ่งยะโสเลย หล่อนก็อดที่จะสงสารไม่ได้ หล่อนจึงหันไปพูดกับท่านประธานว่า “ท่านคะ เห็นกับความขยันของคุณสมชายลงโทษอย่างอื่นแทนได้ไหมคะ อย่าให้ถึงกับไล่ออกเลยนะคะ”

สมชายมองทั้งสองสีหน้าอ้อนวอนสุดฤทธิ์

“ไม่ได้หรอกครับคุณพะพิม แค่ไล่ออกนี่มันยังน้อยไปด้วยซ้ำครับ ชื่อเสียงผมเสียหายยังไม่เท่าไหร่หรอกครับ แต่นี่ทำให้คุณพะพิมเสียชื่อเสียงไปด้วยผมยอมไม่ได้จริงๆ คุณต้องถูกคนอื่นดูถูกดูแคลนพูดจาเหยียดหยามแสดงท่าทางรังเกียจไปทั้งออฟฟิตอย่างนี้ แล้วจะให้ผมยอมได้ยังไงครับ ยังไงๆก็ต้องไล่ออกครับ”

ท่านประธานยืนยันที่จะไล่ออกเสียงแข็ง

พิมพิราหันไปมองสมชายซึ่งนั่งร้องไห้อยู่แทบเท้าหล่อน ถึงแม้ว่าหล่อนจะนึกโกรธที่ถูกเขาให้ร้าย ก็สะใจนักที่เขาจะถูกไล่ออก แต่ครั้นนึกถึงอีก 3 ชีวิตที่เขามีหน้าที่หาเลี้ยงอยู่ ความมีมนุษยธรรมในใจหล่อนทำให้ไม่อาจทนเห็นเขาถูกไล่ออกได้ เอาน่า...ถือว่าเห็นแก่คนแก่กับเด็กอีกสองคนที่เค้าต้องดูแลล่ะกัน

“ท่านคะ พะพิมขอร้องเถอะค่ะ อย่าไล่เค้าออกเลยนะคะ ถ้าท่านไล่เค้าออกแล้วเค้าจะเอาตังค์ที่ไหนเลี้ยงครอบครัวล่ะคะ ลำพังเงินเดือนก็ไม่พอจะเลี้ยงครอบครัวอยู่แล้วนะคะ ตอนกลางคืนเค้าก็ไปรับจ้างแต่งหน้าตามคณะคาบาเร่อยู่ทุกคืน วันหยุดก็ไปเป็นลูกจ้างอยู่ร้านเสริมสวย เห็นแก่ความกตัญญูของเค้าเถอะค่ะ”

สมชายมองหน้าพิมพิราอย่างอึ้งๆงงๆ เอ่อ...เค้ารู้ได้ไงว่าตูต้องทำงานงกๆง่ะ

เสียงหวานๆยังช่วยพูดขอร้องต่อไปว่า

“ถ้าท่านไล่เค้าออก ครอบครัวเค้าต้องลำบากแน่ๆค่ะท่าน พะพิมพูดตรงๆนะคะ พะพิมรู้สึกสะใจมากค่ะที่ท่านไล่เค้าออก แต่พอนึกถึงว่าครอบครัวเค้าจะเป็นยังไงถ้าเค้าตกงาน พะพิมจึงอยากจะขอร้องท่าน ขอให้ท่านเห็นแก่คนแก่คนเฒ่ากับเด็กตัวเล็กๆที่เค้าต้องหาเลี้ยงด้วยเถอะค่ะ ท่านอย่าไล่เค้าออกเลยนะคะ  พะพิมขอร้องล่ะค่ะ”

“คุณพะพิมอย่ามาขอร้องแทนคนอย่างนี้ให้เสียเวลาเลยครับ ยังไงๆผมก็จะไล่ออกครับ”

พลเอกณรงค์ฤทธิ์หันมาบอกพร้อมกับปรายตามองสมชายด้วยสายตาดุดัน

สมชายร้องไห้โฮทันที “ฮือๆๆๆๆๆๆ”

พิมพิราเห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้  หล่อนจึงก้มลงจะกราบท่านประธาน “ท่านคะ พะพิมขอร้องล่ะค่ะ”

“เฮ้ย!” พลเอกณรงค์ฤทธิ์ตกใจ ที่จู่ๆพิมพิราก็ก้มลงจะกราบเขา เขารีบเข้าไปดึงหล่อนให้ลุกขึ้น“คุณพะพิมครับ อย่าทำอย่างนี้ครับ ลุกขึ้นเถอะครับ”

แต่พิมพิราก็ยังไม่ยอมลุกขึ้น

สมชายได้แต่มองพิมพิราตาค้างหยุดร้องไห้ทันควัน

พลเอกณรงค์ฤทธิ์ถอนใจเฮือก “เฮ้อ...ผมไม่ไล่มันออกก็ได้ครับ ลุกขึ้นเถอะครับ”

“ขอบคุณค่ะท่าน” พิมพิรารีบไหว้ขอบคุณทันที

พลเอกณรงค์ฤทธิ์ถอนใจอีกครั้ง “เฮ้อ...ผมยอมแพ้คุณเลย” แล้วเขาก็ค่อยๆประคองหล่อนให้ลุกขึ้น

พอพิมพิราลุกขึ้นยืนแล้ว พลเอกณรงค์ฤทธิ์ก็ปล่อยแขนหล่อนแล้วหันไปพูดกับสมชายว่า

“ผมไม่ไล่คุณออกก็ได้คุณสมชาย แต่ในเมื่อคุณเป็นคนปล่อยข่าว คุณก็ต้องไปแก้ข่าวให้ได้ภายใน 3 วัน ถ้าภายใน 3 วันคุณแก้ข่าวไม่ได้ผมไล่คุณออกแน่ๆ”

สมชายมองท่านประธานอย่างงงๆ เพราะสมองมัวแต่คิดว่าทำไมพิมพิราถึงยอมช่วยเขาถึงขนาดนี้ ขนาดยอมกราบขอร้องท่านประธานอย่างเมื่อกี้นี้

พลเอกณรงค์ฤทธิ์จึงตวาดไล่ “เอ้า! ยังไม่รีบไปอีก มัวแต่นั่งทำหน้าซื่อบื่ออยู่นั่นแหละ”

สมชายรีบลุกขึ้นยืนแล้วไหว้ขอบคุณท่านประธานยกใหญ่ “ขอบพระคุณฮ้าท่าน ขอบพระคุณฮ้า ขอบพระคุณจริงๆฮ้า”

แล้วสมชายก็รีบออกจากห้องท่านประธานทันที เมื่อเจ้าของห้องตวัดตามองด้วยสายตาถมึงถึงพร้อมกับชี้มือไปที่ประตู

พอสมชายไปแล้ว พลเอกณรงค์ฤทธิ์ก็หันไปบ่นพิมพิราว่า “คุณพะพิมไม่น่าไปช่วยคนอย่างมันเลย มันเป็นคนปล่อยข่าวทำให้คุณต้องอับอายไปทั้งออฟฟิต คุณยังจะไปช่วยมันทำไมก็ไม่รู้ มันน่าไล่ออกไปให้พ้นๆเลยไอ้คนอย่างนี้ ไม่รู้จะไปช่วยมันทำไม”

พิมพิรายิ้มให้เจ้านายแล้วก็พูดว่า “ก็นึกว่าทำบุญทำทานเถอะค่ะท่าน ถ้าลำพังตัวเค้าล่ะก็ ท่านจะไล่ออกจะฟ้องเรียกค่าเสียหายยังไง พะพิมก็ไม่สนหรอกค่ะ แต่นี่พะพิมสงสารแม่กับหลานๆเค้าน่ะค่ะ ถ้าเค้าตกงานซะคน แล้วคนอื่นๆจะกินจะอยู่กันยังไงล่ะคะ”

“แล้วคุณไปรู้มาจากไหนล่ะครับว่านายสมชายเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัวอย่างที่มันพูดน่ะครับ มันอาจจะยกมาอ้างเพื่อเรียกคะแนนสงสารจากผมจากคุณก็ได้นะครับ” พลเอกณรงค์ฤทธิ์ย้อนถาม

พิมพิรายิ้มกว้างแล้วก็ตอบว่า

“พะพิมรู้ว่าเค้าเป็นคนปล่อยข่าว พะพิมก็เลยอยากจะรู้ว่าเพราะอะไรเค้าถึงต้องมาปล่อยข่าวดิสเครดิตพะพิมอย่างงั้นด้วย ทั้งๆที่พะพิมไม่เคยมีเรื่องกับเค้าเลย  พอถามคนนู้นทีคนนี้ที พะพิมถึงได้รู้ว่าเค้าต้องเลี้ยงแม่กับหลานอีก 2 คน น้องสาวก็ถูกรถชนตายไปได้ซัก 2 ปีกว่าๆ ส่วนน้องเขยก็ตายไปตั้งนานแล้ว เค้าก็เลยต้องรับภาระเลี้ยงแม่เลี้ยงหลาน ตอนกลางวันทำงานที่ออฟฟิต พอกลางคืนก็ไปรับจ้างแต่งหน้าทำผม พอวันหยุดก็ไปเป็นลูกจ้างร้านเสริมสวยอีก ทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตตั้งแต่เช้ายันค่ำ แต่พะพิมก็ยังหาสาเหตุที่เขาปล่อยข่าวไม่ได้ เพิ่งจะได้รู้ก็วันนี้แหละค่ะว่าเพราะอะไร”

นัยน์ตาหวานเขียวปั๊ดทันทีเมื่อนึกถึงต้นเหตุ หนอย...ยัยคุณนายจิตตรี...เดี๋ยวหล่อนได้เจอหนักแน่!

พลเอกณรงค์ฤทธิ์รีบขอโทษแทน “ผมต้องขอโทษด้วยครับที่จิตตรีทำอย่างนี้ ผมไม่คิดเลยว่าเค้าจะร้ายกาจถึงขนาดจ้างคนมาใส่ร้ายคุณอย่างนี้น่ะครับ ผมขอโทษจริงๆที่ทำให้คุณเดือดร้อนไปด้วย”

“ไม่เป็นไรค่ะท่าน ท่านไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อยนี่คะ” พิมพิรายิ้มให้

พลเอกณรงค์ฤทธิ์รีบบอกว่า “เห็นทีผมคงต้องทำอะไรบ้างแล้วล่ะครับ มันชักจะล้ำเส้นเกินไปแล้ว!

เขากำมือแน่นนัยน์ตาวาวแล้วก็บอกหล่อนว่า “คุณพะพิมครับ ผมจะออกไปข้างนอกนะครับ  ถ้ามีอะไรด่วนก็โทรบอกนะครับ”

“ค่ะท่าน”

แล้วพลเอกณรงค์ฤทธิ์ก็เดินจ้ำอ้าวออกจากห้องไป

พิมพิราจึงหันไปเก็บของบนโต๊ะเจ้านายให้เรียบร้อย พอหล่อนออกมาก็เห็นสมชายนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานของหล่อน

สมชายรีบลุกมาหาพิมพิราทันที

“คุณน้องฮ้า พี่ผิดไปแล้วฮ้า พี่มันเลว พี่มันชั่วที่ไปร่วมมือกับนังแก่จิตตรี พี่ขอโทษจริงๆนะฮ้า พี่ไม่น่าหลงผิดเห็นกงจักรเป็นดอกบัวเลย นี่ถ้าไม่ได้คุณน้องช่วยพูดกับท่านล่ะก็ พี่คงตกงานแน่ๆฮ้า  ขอบคุณคุณน้องมากๆนะฮ้า ขอบคุณจริงๆฮ้า พี่จะไม่ลืมพระคุณของคุณน้องเลยฮ้า ถ้ามีอะไรให้พี่ช่วยล่ะก็ คุณน้องบอกพี่ได้เลยนะฮ้า พี่จะช่วยคุณน้องทุกอย่างเลยฮ้า ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟฝ่าดงระเบิดที่ไหนคุณน้องก็สั่งมาได้เลยนะฮ้า”

พิมพิรามองสมชายด้วยความงุนงง อะไรของเขาหว่า แต่ยังไม่ทันที่หล่อนจะพูดอะไร สมชายก็พูดขึ้นมาว่า “อุ้ย! ต้องรีบไปแก้ข่าวให้คุณน้องก่อนฮ้า งั้นพี่ไปก่อนนะฮ้า อ้อ...นี่เบอร์มือถือของพี่นะฮ้า ถ้าคุณน้องมีอะไรจะใช้พี่ก็โทรได้ทุกเวลาเลยนะฮ้า”

สมชายยัดนามบัตรตัวเองใส่มือของพิมพิรา แล้วเขาก็รีบเดินไปทันที

พิมพิราได้แต่มองตามกระเทยร่างยักษ์ไปอย่างงงสุดขีด เฮ้อ...ให้มันได้งี้เด่ะ!

แล้วหล่อนก็เอานามบัตรใส่ไว้ในลิ้นชักโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจแล้วก็ลงมือทำงานที่ยังค้างอยู่ต่อ

พลเอกณรงค์ฤทธิ์ออกจากบริษัทด้วยความโกรธ เขาสั่งนายนพทันทีเมื่อขึ้นนั่งในรถ “ไปบ้านคุณจิตตรี”

“อะไรนะครับท่าน ผมฟังผิดไปรึเปล่า” นพหันไปมองเจ้านายพร้อมกับแคะหูตัวเองใหญ่

พลเอกณรงค์ฤทธิ์จ้องหน้าลูกน้องแล้วสั่งอีกที “เอ็งฟังไม่ผิดหรอก ไปบ้านคุณจิตตรี”

นายนพจ้องหน้าเจ้านายเหมือนถูกผีหลอก

พลเอกณรงค์ฤทธิ์รีบอธิบายอย่างโกรธเกรี้ยวว่า “ข้าจะไปเฉ่งที่เค้าเสือกจ้างไอ้สมชายมาปล่อยข่าวเรื่องข้ากับคุณพะพิมโว้ย เอ็งรีบๆขับรถไปเลยไอ้นพ”

“ครับท่าน” นายนพรีบขับรถไปตามคำสั่งทันที

ก็เจ้านายกำลังโกรธขืนชักช้า เดี๋ยวความโกรธมาลงที่เขาแทนล่ะยุ่งเลย

พอไปถึงบ้านคุณนายจิตตรี นายนพก็รีบลงไปกดกริ่งหน้าบ้าน

“อ้าว...น้านพ ลมอะไรหอบมาจ๊ะน้า” เดือนเดินมาเปิดประตูพร้อมกับถามด้วยความสงสัย

ก็ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นคนจากบ้านเดชารงค์มาที่นี่เลย มีแต่เจ้านายของหล่อนนั้นแหละที่เป็นฝ่ายไปหา

“ลมโมโหน่ะซินังเดือน แล้วนี่คุณนายจิตตรีอยู่รึเปล่าล่ะ”

“อยู่จ้ะน้า เพิ่งจะกลับมาถึงซักพักนี่แหละจ้ะ” เดือนตอบพร้อมกับชะเง้อมองไปที่รถเบนซ์

นายนพรีบสั่งแทนเจ้านายตัวเองทันที “งั้นเอ็งไปบอกเจ้านายเอ็งทีว่าท่านมาหา รีบๆไปเลย”

“จ้ะน้า” เดือนรีบวิ่งเข้าบ้านไปทันที

นายนพรีบเดินไปรายงานเจ้านายที่รถว่า “ท่านครับ อยู่ครับท่าน”

“ดีมาก งั้นเราเข้าไปด้วย จะได้คอยกันท่า” พลเอกณรงค์ฤทธิ์สั่งลูกน้อง แล้วรีบเปิดประตูลงจากรถ

จากนั้นก็รีบเดินเข้าไปในบ้านของอดีตน้องเมียพร้อมกับคนขับรถทันที

จิตตรีพอรู้จากคนรับใช้ว่าอดีตพี่เขามาหา หล่อนก็รีบออกมาต้อนรับหน้าบานเป็นกระด้งเลยเชียวล่ะ

“สวัสดีค่ะคุณพี่ แหมน้องล่ะดีใจจริงๆค่ะที่คุณพี่อุตส่าห์มาเยี่ยมถึงบ้าน เชิญข้างในก่อนค่ะคุณพี่”

จิตตรีจะเข้าไปเกาะแขน แต่พลเอกณรงค์ฤทธิ์รีบเบี่ยงตัวหลบ พร้อมกับจ้องหน้าอดีตน้องเมียด้วยสายตาดุดัน ถมึงทึง

จิตตรีรู้สึกหนาวยะเยือกในอก หล่อนรีบยิ้มหวานสู้ทันที “คุณพี่มาหาน้องถึงบ้าน คุณพี่มีอะไรให้น้องรับใช้หรือคะคุณพี่”

แล้วหล่อนก็มองคนขับรถด้วยสีหน้าไม่พอใจ หนอย! จะตามประกบไปถึงไหนยะ หล่อนรีบปรับสีหน้าแล้วพูดกับอดีตพี่เขยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานว่า “คุณพี่มาเหนื่อยๆเชิญข้างในก่อนนะคะ”

พลเอกณรงค์ฤทธิ์มองเฉย ไม่คิดจะเข้าบ้านตามคำเชิญ เขาข่มอารมณ์แล้วพูดกับหล่อนว่า “คุณจิตตรี ที่ผมมาวันนี้เพราะผมรู้ว่าคุณเป็นคนจ้างไอ้สมชายให้ไปปล่อยข่าวลือว่าผมมีอะไรกับคุณพิมพิรา”

 “อะไรนะคะคุณพี่!” จิตตรีตกใจหน้าซีดเผือด แย่ล่ะซิ! คุณพี่รู้ได้ยังไงวะ อีตุ๊ดนั่นมันเสือกปากโป้งแน่ๆเลย หนอยอีสมชาย! มึงคงแค้นที่กูไม่จ่ายอีกหมื่นนึงให้มึงแน่ๆ มึงเลยปากโป้งบอกคุณพี่ซะเลย หนอยอีกระเทยควาย! เจอตัวเมื่อไหร่กูจะตบให้เลือดกลบปากเลยมึง!

หล่อนรีบปฏิเสธแสร้งหน้าตาไม่รู้เรื่อง “คุณพี่เอาอะไรมาพูดคะ จิตตรีไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย”

พลเอกณรงค์ฤทธิ์จ้องจิตตรีด้วยสายตาดุดัน “คุณจะบอกว่าไม่รู้เรื่องก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามีครั้งหน้าล่ะก็...ผมเอาเรื่องแน่ คุณจำไว้ให้ดีก็แล้วกันครับคุณจิตตรี ถ้าขืนคุณยังยุ่งวุ่นวายกับผมอีก ต่อไปผมไม่ไว้หน้าคุณแน่ๆ”

แล้วพลเอกณรงค์ฤทธิ์ก็หันหลังจะเดินกลับ

จิตตรีจึงรีบเข้าไปเกาะแขนบีบน้ำตา “คุณพี่คะ ข่าวลืออะไร น้องไม่รู้เรื่องเลยนะคะ จู่ๆคุณพี่ก็มาต่อว่าน้องอย่างนี้ทั้งๆที่น้องไม่ได้ทำได้ยังไงคะ คุณพี่ปรับปรำน้องอยู่นะคะ น้องอยู่ของน้องดีๆคุณพี่มาถึงก็มาว่าน้องฉอดๆอย่างนี้น้องไม่ยอมนะคะคุณพี่”

“อย่ามายุ่งกับผม แล้วก็เลิกตามผมซักที ถ้าคุณยังมียางอายอยู่บ้าง อย่าให้ผมต้องพูดอะไรมากไปกว่านี้เลยคุณจิตตรี”

พลเอกณรงค์ฤทธิ์แกะมือหล่อนออกจากแขนของเขาอย่างรังเกียจ แล้วก็เดินออกจากบ้านอดีตน้องเมียทันที

จิตตรีกรี๊ดลั่นบ้าน “กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆ”

เดือนรีบหลบไปทันที เมื่อเห็นเจ้านายอาละวาดขว้างปาข้าวของกระจุยกระจาย กระถางต้นไม้ใบเล็กใบน้อยที่อยู่ใกล้มือถูกหยิบขึ้นมาขว้างปาระบายอารมณ์จนแตกกระจาย

เดือนมองแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า “เฮ้อ...กูเหนื่อยอีกแล้วซิ ต้องมาคอยตามเก็บตามกวาดกันอีกแล้ว”

 

***ขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านค่ะ***

อ่านแล้วฟินไม่ฟิน ก็ขอเชิญเม้มได้เลยค่ะ

ขอแค่ช่วยโหวต ช่วยเม้ม ช่วยกดไลค์ ช่วยแชร์ ด้วยนะคะ

ใครกดโหวต เขียนเม้ม กดไลค์ ช่วยแชร์ ขอให้หล่อ ขอให้สวย ขอให้รวยๆค้า

 

ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง Facebook นะคะ

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น