nawa

สวัสดีค่ะ ถ้าใครหลงเข้ามาแล้วอย่ากดผ่าน ลองอ่านสักตอนก่อนนะคะ นิยายของNawa อินดี้ที่ไม่ได้มีดีแค่เรื่องลึกลับ

ชื่อตอน : พลัดหลง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.3k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ต.ค. 2560 07:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พลัดหลง
แบบอักษร

บทที่27

นรินทร์ขอพิมพลอยออกมาหาอาหารยามใกล้เที่ยงเพราะทั้งสองยังไม่อะไรตกถึงท้องเลย หญิงสาวไม่สามารถลุกขึ้นเดินได้เพราะบาดแผลที่สะโพกเริ่มอักเสบ นายทหารหนุ่มเดินออกมาได้ไม่ไกลนักเพราะเป็นห่วงหญิงสาว ใกล้ๆมีต้นกล้วยป่าที่กำลังเหลืองสุกบางผลมีรอยกระรอก กระแตกัดแทะแต่ยังเหลือพอให้ทานได้ นรินทร์ติดเครือกล้วยแบกใส่บ่าเดินกลับไปยังโพรงหิน

"กลับมาแล้วหรอคะ"พิมพลอยยันกายท่อนบนลุกขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเดิน

"ครับ ได้กล้วยป่ามาด้วย"ชายหนุ่มนั่งลงใกล้บิดกล้วยยื่นให้พิมพลอย

"อะไรแข็งๆด้านในคะ"พิมพลอยกัดกล้วยไปคำหนึ่งแต่ต้องคายออก

"อ่อผมลืมบอกไปกล้วยป่ามันมีเม็ดด้วยครับ"นรินทร์หักกล้วยออกให้พิมพลอยดูด้านในเม็ดดำๆขนาดเท่าลูกปัดปนอยู่กับเนื้อกล้วย 'กล้วยฝังมุก' นายทหารหนุ่มที่ไม่ได้รับการปลดปล่อยคิดอุตริ

"คุณเป็นไข้หรือเปล่า ดูหน้าแดงๆ"มือบางยื่นมาแตะอย่างเป็นห่วง นายทหารหนุ่มสะดุ้งเมื่อถูกสัมผัสจับหลังมือหญิงสาวขึ้นมาจูบ

"ไม่เป็นไรครับผมแค่..."ชายหนุ่มโน้มหน้าลงมาใกล้แต่ต้องชะงักเมื่อนึกขึ้นได้แล้วรีบดีดตัวออก

"ฉันว่าช่วงนี้คุณดูแปลกๆนะ"พิมพลอยมองเมื่อชายหนุ่มดูผิดสังเกต

"ผมปกติดีไม่มีอะไร"นรินทร์ตอบเสียงสูง พิมพลอยมองอย่างคลางแคลงใจใช้มือแตะหน้าอกแข็งเต็มไปด้วยกล้ามของชายหนุ่ม

"คุณโกหก หัวใจคุณเต้นแรง"

"เปล่าผมเปล่า"ชายหนุ่มรีบปฏิเสธเสียงแข็ง จะให้บอกได้ยังไงล่ะว่าเขาคิดลามกกับเธอตลอดเวลาแต่ไม่สามารถทำได้

"คุณช่วยดูแผลให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ ฉันมองไม่เห็น แต่รู้สึกว่ามันเจ็บๆ"พิมพลอยเลิกผ้าถุงขึ้นสูง นรินทร์ตาโตเมื่อเห็นภายใน

"บวมแดงมากไหมคะ"

"ขาวอมชมพูดีครับ"พิมพลอยเริ่มรู้ตัวว่าชายหนุ่มไม่ได้มองที่แผลแต่มองส่วนอื่นแทนรีบดึงผ้าถุงลงปิด

"ผมยังไม่ได้ดูแผลเลย"

"ก็ใช่น่ะสิคะ มองแต่ที่อื่น"ชายหนุ่มโดนจับได้ก้มหน้างุดยิ้มอายๆ

"ผมขอโทษ คราวนี้ไม่มองแล้วให้ผมดูแผลนะ"นรินทร์พูดอย่างหนักแน่นจนหญิงสาวยอมเปิดแผลให้ดู นายทหารหนุ่มต้องสู้กับธรรมชาติของบุรุษเพศเป็นอย่างมาก เขากัดฟันบังคับใจไม่ให้มองแล้วเปลี่ยนใบสาบเสือที่ใส่แผลให้หญิงสาวใหม่อีกรอบ

"แผลเป็นยังไงบ้างคะ"

"บวมแดงนิดหน่อยครับแต่เลือดหยุดไหลแล้วครับ"พิมพลอยพยักหน้าเข้าใจแล้วล้มตัวลงนอนเธอไม่สามารถรักษาตนเองได้เลยเมื่ออยู่ในป่าแบบนี้

อูเลและคะฉิ่นสองพ่อลูกเดินโซซัดโซเซอยู่ในป่า จอมขมังเวทย์อูเลถึงกลับสิ้นลายเมื่อเจอนางพรายอาละวาด

"พ่อ เรากลับไปช่วยพวกนายทหารกันเถอะพ่อ ฉันเป็นห่วง"

"เออ ข้าก็เป็นห่วงแต่วันนี้เราต้องออกจากป่าให้ได้ก่อนค่ำ เรื่องพวกนายทหารพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่"

"แต่นายทหารจะอยู่รอดกันถึงวันพรุ่งนี้หรอพ่อ"

"อันนั้นก็แล้วแต่บุญแต่กรรมแล้วกัน"สองพ่อลูกปลงตกแต่ต้องเอาชีวิตตนเองรอดไว้ก่อน เพราะหนีมาได้แต่ตัวอาวุธปืนสักกระบอกก็ไม่มี

"ไป รีบไปตัดพงรกนี้ไปก็ถึงหมู่บ้านเราแล้ว ก่อนที่จะค่ำเสียก่อน"อูเลเร่งลูกชายให้เดินต่อ ตาเฒ่าทราบถึงความเป็นห่วงของคะฉิ่นดีเพราะเมื่อหนุ่มเขาก็ห่วงพวกพ้องและมุทะลุเช่นกัน

ปกรณ์เก็บกระเป๋าของตนที่ตกอยู่ใกล้ๆบริเวณนั้นได้ ด้านในมีเสื้อผ้าสำรองและอาหารกระป๋องอยู่ ชายหนุ่มใส่เสื้อผ้าและกินอาหารประทังชีวิต นายทหารหนุ่มผู้ได้รับการฝึกวิชาการทหารมาเป็นอย่างดีสามารถดำรงชีวิตในป่าได้แต่ไม่ใช่ในป่าอาถรรพ์เช่นนี้

"โอ๊ย เวรกรรมอะไรของเราเนี่ย"ชายหนุ่มเดินไปในป่าอย่างไร้จุดหมายเพราะไร้ร่องรอยของคนอื่นๆ เรี่ยวแรงของเขาแทบจะไม่มีจากการโดนนางผีพรายจัดการเผด็จศึกเมื่อคืน เขาหมดแรงล้มตัวลงนั่งพักข้างลำธารใส วักน้ำขึ้นมากินดับกระหายพระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้าสิ่งที่เขากลัวที่สุดคือนางผีพรายจะกลับมาอีกในคืนนี้ แต่ชายหนุ่มหมดแรงที่จะเดินต่อแล้วจึงเผลอหลับไป

เสือโคร่งตัวใหญ่ลายริ้วสลับดำเหลืองเดินลงกินน้ำที่ข้างลำธาร จมูกของสัตว์ร้ายกระสากลิ่นมนุษย์ที่นอนนิ่งอยู่ข้างโขนหิน อุ้งเท้าใหญ่ย่างกรายเข้าใกล้อย่างเงียบกริบแล้วหมอบซุ่มจะกระโจนเข้าใส่

"หยุด!"นางผีพรายปรากฎกายขึ้นขว้าง ใบหน้าบูดบึงเขียวคล่ำจ้องมองนัยน์ตาเสือ พยัคฆ์ร้ายหมอบตัวลงต่ำตื่นกลัวเชื่องจนเหมือนแมวรีบกระโจนเพ่นเข้าป่าหนีไป นางพรายกลับกลายร่างเป็นหญิงงามเดินเข้าใกล้ปกรณ์จุมพิศที่หน้าผากเบาๆอย่างรักใคร่ก่อนจะหายตัวไป

ปกรณ์ลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง หมู่ดาวพร่างพราวเต็มท้องฟ้า เสียงจิ้งหรีดเรไรร้องรับขับขาน ลมพัดยอดไม้ปลิวเอนอ่อนลู่ตามลม ชายหนุ่มไม่รู้สึกหนาวแต่กลับอบอุ่นเหมือนนอนในผ้าห่มหนา

"ว่าไงคะผัวขา ตื่นแล้วหรอ"นางผีพรายนั่งอยู่บนก้อนหินใกล้ๆ ร่างกายขาวผ่องมีน้ำมีนวลจ้องมองอย่างยั่วยวนมาที่ชายหนุ่ม

"อีผีชะนี"ปกรณ์ตกใจตาลุกโพลง

"ผีชะนีที่ไหน ผีพรายต่างหาก"พรายสาวลอยจากบนก้อนหินมาใกล้

"ผีชะนีสิ ร้องเรียกผัวขาๆอยู่ได้น่ารำคาญ"ปกรณ์ลุกขึ้นเดินผ่านร่างโปร่งใสของพรายสาวไป ชายหนุ่มพอจะมีเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้างกับการได้นอนหลับเต็มอิ่มแสนสบาย

"หยุดนะ หนูบอกให้หยุด"พรายสาวตะโกนขึ้นแต่ปกรณ์ทำหูทวนลมไม่ได้ยินแล้วเดินต่อไป ผมยาวสยายของนางพรายยาวขึ้นเรื่อยๆมันเลื้อยไปที่พื้นราวกับงูเกี่ยวรัดข้อเท้าปกรณ์ไว้จนล้มลงแล้วลากกลับมา

"หนูพูดไม่ได้ยินหรือไง"พรายสาวตวาดนึกโมโหมนุษย์ตัวโตที่แสนจะเย่อหยิ่ง

"ถอดเสื้อผ้าออก ถอดออกเดี๋ยวนี้"เสียงสั่งบ่งการดังขึ้นแต่นายทหารหนุ่มลุกขึ้นยืนเฉยเมินหน้าหนีไม่ใส่ใจ

"หรือจะให้กระชากออก"นางพรายหายตัวมาด้านหลังกระซิบที่ข้างหูชายหนุ่ม ปกรณ์จำใจถอดเสื้อผ้าตนออกเพราะกลัวต้องได้นุ่งลมห่มฟ้าอีก

"ลงน้ำไปเดี๋ยวนี้"นางพรายชี้นิ้วสั่ง ก่อนหายวับกลับไปนั่งที่กัอนหินก้อนเดิม

"หนาว"ปกรณ์พูดสั้นๆแต่ก็ยอมเดินลงน้ำไป ร่างผีพรายเปลี่ยนเป็นกายหยาบสะโพกทรวงอกเต่งตึงเคร่งครัดไปทุกส่วนเดินลุยน้ำตามลงมา ต้นโมกป่าขึ้นริมน้ำดอกสีขาวบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอม หล่นลอยมาตามน้ำด้วยมนต์ของนางพราย ผีสาวกวักน้ำขึ้นราดหลังชายหนุ่มเลื่อนมือถูไถคราบไคลอย่างเบามือ 

กลิ่นหอมของมวลหมู่พฤกษชาติ กับแสงดาวบนฟ้าไกลทำให้ชายหนุ่มถึงกับเผลอไผลไปทำความอ่อนโยนของนางพรายสาวที่ได้รับ ร่างใหญ่หันกลับมาประจันหน้า จ้องมองทรวดทรงองค์เอวอะร้าอร่าม สองเต้ากระเพื่อมตามแรงน้ำไหล มือหนาเก็บดอกโมกที่ลอยตามน้ำขึ้นทัดผมยาวที่คลอเคลียใบหน้าเผยให้เห็นใบหน้าใสแล้วก้มลงฉกฉวยริมฝีปากแดงมาครอบครอง ร่างผีสาวแอ่นกายเข้ากอด เริ่มรสสวาทรักท่ามกลางสายน้ำและแสงดาว มีเพียงหมู่ค่างบ่างชะนีบนยอดไม้เท่านั้นที่ได้ยลฉากรักแสนสวยงาม


**ขอพื้นที่เล็กๆหน่อยนะคะ นิยายเรื่องนี้เป็นงานเขียนอย่างจริงจังเรื่องแรกของผู้เขียน อาจใช้ภาษาหรือคำผิดไปบ้าง ขอให้ผู้อ่านช่วยกันบอกได้นะคะ ผู้เขียนขอบคุณและยินดีมากเพราะจะได้นำไปปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นเพื่อรักษาการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง

*วันนี้ลงได้แค่เท่านี้นะคะผู้เขียนไม่ค่อยสบาย อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยอย่าลืมดูแลสุขภาพกันนะคะ


.


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น