เซคราเรส

ขอบคุณสำหรับการติดตามและสนับสนุนนะคะ สัญญาว่าจะพยายามอัพบ่อยๆค่ะ ^^

องค์รัชทายาทเจ้าปัญหา

ชื่อตอน : องค์รัชทายาทเจ้าปัญหา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 40.8k

ความคิดเห็น : 53

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ต.ค. 2560 21:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
องค์รัชทายาทเจ้าปัญหา
แบบอักษร

ตอนที่ 5

องค์ชายดารัชน์

องค์ชายกาวิชน์


มาลิน





“มาลินเรียนชอบปรัชญาตะวันออกเหรอ” น้ำเสียงนุ่มนวลถามขึ้น

ตอนนี้มาลินมาร่วมโต๊ะกับองค์ปิเตียร์ลาร์และเหล่าเชื้อพระวงศ์ ค่อนข้างจะเป็นกึ่งๆทางการเล็กน้อย นั่นทำให้มาลินรู้สึกประหม่า

เขานั่งติดกับองค์ชายกาวิชน์ที่เอาแต่นิ่งเงียบ ไม่ยอมพูดยอมจา นั่งกินข้าวเงียบๆไป นั่นทำให้มาลินรู้สึกอึดอัด เพราะองค์ชายกาวิชน์เป็นคนเดียวที่เขารู้สึกคุ้นชินใน ณ ที่นี้

แต่อิตาองค์ชายนี่ก็ไมยอมพูดกับเขาเลย ทิ้งให้มาลินต้องสู้คนเดียว

ส่วนหัวโต๊ะที่ทำมาจากไม้ขัดเงาสลักด้วยศิลปะของมิลาเดเนีย คือองค์ปิเตียลาร์ผู้ที่เหมือนจะมีความสุขที่สุดในตอนนี้ ถัดมาคือองค์ราชินีเยียร่า พระราชมารดาแห่งองค์รัชทายาท ซึ่งอีกฝั่งหนึ่งคือองค์ชายดารัชน์

เป็นครั้งแรกที่มาลินได้เจอกับครอบครัวของเชื้อพระวงศ์ที่มีศักดิ์เป็นถึงผู้ครองประเทศ องค์ปิเตียลาร์นั้นท่าทางใจดี แต่แววตากลับดุดัน องค์เยียร่าสวยหวาน แต่แววตาเด็ดขาดยังมีให้เห็นอยู่ นัยน์ตาคมเฉี่ยวของเธอได้ถ่ายทอดมาให้องค์ชายทั้งสองเต็มๆ

ส่วนองค์ชายดารัชน์ มีรูปหน้าคล้ายกับองค์ชายกาวิชน์ แต่ดูอ่อนโยนและใจดีกว่า แววตาที่มองมานั้นทำให้มาลินรู้สึกผ่อนคลายหลายครั้ง และยังเป็นกันเอง ผิดกับองค์ชายกาวิชน์ที่เอาแต่หน้าบึ้ง ไม่ยอมพูดยอมจา

การมานั่งร่วมโต๊ะครั้งนี้ทำให้มาลินได้สัมผัสถึงเสน่ห์ขององค์รัชทายาททั้งสองเต็มๆ ทั้งสองพระองค์ดูดี และสง่างาม ถึงได้คว้าหัวใจสาวๆในมิลาเดเนียไปทั้งประเทศแบบนี้

“พะยะค่ะองค์เยียร่า” มาลินตอบด้วยท่าทางอ่อนน้อม

“ได้เรียนสิ่งที่ชอบแบบนี้คงรู้สึกดีไม่น้อยสินะ” องค์เยียร่าถามต่อ

“พะยะค่ะ กระหม่อมรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำในสิ่งที่ชอบ การเลือกเรียนสาขานี้ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่หม่อมฉันเลือกเองเหมือนกัน”

เพียงไม่กี่อย่างในชีวิตที่มาลินมีสิทธิ์เลือกเอง พ่อของเขามักบอกเสมอว่าไม่อยากบังคับ แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างก็บีบให้เขาต้องยอมทำตามพ่อตัวเอง มันจึงกลายเป็นการยอมแบบไม่เต็มใจ

“เหอะ” คนที่เงียบมานานเริ่มมีปฏิกิริยาร่วม ทั้งหมดให้ไปมององค์ชายกาวิชน์ ที่ทำหน้าไม่สบอารมณ์

“กาวิชน์เขาชอบพวกเครื่องยนต์น่ะ อยากเรียนทางวิศวะอะไรพวกนั้น แต่ต้องมาเรียนพวกการปกครอง เลยไม่ค่อยชอบเท่าไหร่” องค์ชายดารัชน์ไขข้อกระจ่าง

มาลินหันไปมององค์ชายกาวิชน์ ที่ก้มหน้าก้มตากินข้าวโดยไม่สนใจทุกคนอีกแล้ว แต่ในแววตานั้นมาลินดันสัมผัสได้ถึงบางอย่าง

อิตาองค์ชายนี่ก็คงถูกบังคับให้อยู่ในกรอบเหมือนกันสินะ

“แต่ดารัชน์เค้าชอบนะ รายนั้นได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเชียวล่ะ นอกจากเรื่องการปกครองแล้ว ดารัชน์ก็สนใจอย่างอื่นด้วย มีอะไรก็ถามพี่เค้าได้” องค์ปิเตียลาร์ว่า นั่นทำให้มาลินหันไปมององค์ชายดารัชน์ที่ส่งยิ้มมาให้

“ว่างๆก็มาคุยกันได้นะมาลิน” องค์ชายดารัชน์ยิ้มอ่อนโยนมาให้ นั่นทำให้มาลินยิ้มตอบอย่างผ่อนคลาย

“ขอบพระทัยพะยะค่ะองค์ชาย” องค์ชายดารัชน์ตอนแรกมาลินคิดว่าจะเป็นคนเครียดๆเสียอีก ด้วยภาระหน้าที่ที่ต้องแบกรับ แต่ความจริงแล้วกลับเป็นคนง่ายๆ สบายๆ จนมาลินรู้สึกดีและผ่อนคลายในสถานการณ์อึดอัดแบบนี้

ปึก!

ช้อนคันสวยถูกวางลงอย่างแรงบนโต๊ะนั่นทำให้ทุกคนสะดุ้งโหยง ก่อนจะหันไปมององค์ชายกาวิชน์ที่เป็นคนทำ มาลินสังเกตเห็นมือหนานั้นกำแน่นจนเส้นเห็นเส้นเลือดชัดเจน ก่อนที่ร่างบางจะเลื่อนไปมองหน้าคนข้างๆ ที่ตอนนี้ดวงตาแดงก่ำ มาลินไม่รู้ว่าองค์ชายกาวิชน์อยู่ในอารมณ์ไหน แต่เขาสัมผัสได้ถึงความไม่โอเคของคนข้างๆ

“อย่าคุยเรื่องเครียดๆกันเลย อาทิตย์หน้าจะถึงวันชาติแล้ว มาลินของเราจะมาร่วมด้วย อาจจะเป็นการเปิดตัวกลายๆ” องค์ปิเตียลาร์หัวเราะน้อยๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นแต่อย่างใด

“อยากทำอะไรก็ทำเถอะครับ ผมเบื่อจะแย้งแล้ว” องค์ชายกาวิชน์ว่า นั่นทำให้มาลินหันไปมองหน้าอีกคน

เดี๋ยวนะ ทำอะไรก็ทำหมายถึงเรื่องแต่งงานด้วยอย่างนั้นเหรอ

“ก็ดี ฉันถือว่าแกตกลง” องค์ปิเตียลาร์พอใจไม่น้อยเลยทีเดียว ที่ลูกชายตอบแบบนั้น

สองคนพ่อลูกนี้คุยกันโดยไม่ถามความสมัครใจของมาลินเลยสักนิด เขาได้แต่นั่งนิ่ง ไม่รู้จะพูดอะไร เพราะตัวเองเหมือนไม่มีสิทธิ์พูดหรือออกความเห็นอะไรทั้งนั้น ทั้งๆที่มันก็คือเรื่องของเขาเช่นกัน

แล้วทำไมอยู่ๆองค์ชายกาวิชน์ถึงไม่ปฏิเสธอย่างที่ตกลงกันไว้ล่ะ ไหนจะท่าทางที่ดูไม่เหมือนเป็นองค์ชายกาวิชน์ที่พร้อมจะปฏิเสธทุกอย่างรอบตัวนั่นอีก มาลินได้แต่สงสัยในใจ





“ทำไมอยู่ๆพระองค์ถึงยอมแต่งงาน ทั้งๆที่ให้กระหม่อมมาที่นี่เพื่อปฏิเสธ” มาลินถามเมื่อเดินกลับมายังที่พักส่วนตัวขององค์ชายกาวิชน์

“แล้วเธอได้ปฏิเสธมั้ยล่ะ” ร่างสูงหยุดเดินแล้วหันมามองมาลิน ในแววตานั้นยังคงแดงไม่หยุด เหมือนคนตรงหน้าเก็บซ่อนความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ ไม่ยอมบอกให้ใครรู้

“พระองค์ก็เห็นว่ากระหม่อมปฏิเสธไม่ได้”

“ก็นั่นแหละ ฉันก็ทำไม่ได้ ฉันไม่เคยทำอะไรได้” องค์ชายกาวิชน์หัวเสียแล้วเดินจากไป มาลินยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นไม่ยอมไปไหน

นี่สินะเหตุผลขององค์ชายกาวิชน์ มาลินรู้สึกเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะเขาเองก็อยู่ในสถานะเดียวกับองค์ชายในตอนนี้

คือการที่ไม่เคยทำอะไรตามใจตัวเองได้เลย






หนึ่งอาทิตย์ต่อมา เมืองหลวงของมิลาเดเนียค่อนข้างจะครึกครื้น เพราะวังมาลินาได้ต้อนรับแขกผู้มาเยือนจากหลายประเทศ เชื้อพระวงศ์อยู่ในชุดเต็มยศอย่างเป็นทางการ เพื่อต้องรับราชอาคันตุกะจากทุกมุมโลก

วันนี้เป็นวันหยุดหนึ่งวัน มาลินที่วางแผนว่าจะไปเที่ยวพักผ่อนกับเนียร์ก็ต้องมาร่วมงานแต่เช้าเพราะถูกมิสซาร์ลากมาด้วย เป็นเพราะการไปตกปากรับคำอย่างงงๆของตัวเองคราวนั้น ทำให้มาลินต้องมาทำหน้าสลอนอยู่กับพ่อของตัวเองในวัง

วันนี้เมืองมาลินามีผู้คนออกมาฉลองวันชาติกันอย่างคับคั่งตั้งแต่เช้า ซึ่งเชื้อพระวงศ์ทั้งหมดก็ต้องไปร่วมงานด้วย มาลินเองก็ได้ไปยืนต้อนรับร่วมกับพ่อของตัวเองที่หน้าวังในตอนเช้า ก่อนที่ตอนบ่ายจะเข้าวังมา

บริเวณการจัดงานของวังหลวงตอนนี้เต็มไปด้วยผู้นำหลายประเทศ และคณะรัฐบาล ผู้นำกองทัพ รวมไปถึงเชื้อพระวงศ์คนอื่นๆ มาลินที่ไม่ชินกับอะไรแบบนี้จึงต้องตัวติดมิสซาร์ไว้ เขาแอบสูดลมหายใจลึกๆหลายครั้งเพื่อไม่ให้ตัวเองตื่นเต้น

“มางานเป็นทางการแบบนี้ครั้งแรกเป็นยังไงบ้างลิน” เสียงที่ดังขึ้นข้างหลังทำให้มาลินสะดุ้งโหยง

“พี่รันต์  ตกใจหมดเลย” มาถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าอีกคนเป็นลูกพี่ลูกน้องของตัวเอง

“ปกติจะเห็นแต่มาเรีย ไม่คิดว่ามาลินของพี่จะมาอยู่ในงานแบบนี้ได้” ทาณรันต์พูดหยอก มาลินค้อนสายตามองเมื่อโดนแซวแบบนั้น

“อยากมาที่ไหนกันล่ะ แล้วนี่พี่ไม่ไปอยู่กับองค์ชายกาวิชน์เหรอ” มาลินถามกลับบ้าง

ปกติทาณรันต์จะมีหน้าที่ตามติดและดูแลองค์ชายกาวิชน์เมื่อไปมหาลัย ออกแนวเป็นทั้งพระสหายและบอดี้การ์ดไปในตัวด้วย แต่ก็จะมีหลายๆครั้งที่องค์ชายกาวิชน์อยากทำอะไรเองโดยไม่มีคนตาม ทำให้แอบหนีองครักษ์บ่อยครั้ง ซึ่งทาณรันต์ก็เข้าใจดี ว่าอุปนิสัยขององค์ชายกาวิชน์เป็นยังไง เลยแอบปล่อยหลายครั้ง แม้ว่าจะโดนองค์ปิเตียลาร์ลงโทษบ่อยๆก็ตาม

“องค์ชายกาวิชน์กำลังอยู่กับองค์ปิเตียลาร์ พี่เลยแอบหนีมาหาลิน ว่ายังไงว่าที่พระชายา” ทาณรันต์หยอกอีกรอบ คราวนี้มาลินถึงกับทำหน้าเศร้าลง

“ลินต้องแต่งงานจริงๆเหรอพี่รันต์” พอคิดเรื่องนี้ทีไร มาลินก็ทำใจไม่ได้ซักที

“ไม่ต้องกลัวนะลิน พี่อยู่กับลินตลอด” ทาณรันต์รู้สึกเห็นใจน้องไม่น้อย

มาลินเพิ่งอายุแค่นี้ต้องมาแต่งงานแล้ว และในวังหลวงนั้น ถ้าเข้ามาแล้ว การจะออกไปนั้นยากเหลือเกิน มาลินไม่มีทางทำตามใจตัวเองได้ มาลินไม่มีทางตามหาอิสรภาพที่ต้องการมาทั้งชีวิตสำเร็จ

ทาณรันต์รู้ดี มาลินอยากเป็นแค่เด็กผู้ชายธรรมดาที่ได้ทำตามใจตัวเอง แต่การเป็นลูกของรัฐมนตรี การเป็นคนของตระกูลสวอนเซ่น์ทำให้มาลินต้องแบกรับภาระหลายอย่าง เขาต้องอยู่ในกรอบ

มาลินอยากไปเรียนต่างประเทศ แต่ถูกห้ามเพราะคนในตระกูลเก่าแก่อย่างสวอนเซ่น์ต้องอยู่ในกรอบและธรรมเนียมแต่เดิมของมิลาเดเนีย ซึ่งถ้าออกไปเรียนต่างประเทศจะควบคุมได้ยาก มาลินเคยอยากเรียนศิลปะ แต่มิสซาร์ก็มองไม่เห็นว่ามันจะส่งผลดีอย่างไร สุดท้ายเลยเลือกปรัชญา ที่ถูกอนุญาตให้เรียนแบบจำใจ ทั้งๆที่จริงแล้วมิสซาร์อยากให้มาลินเรียนการปกครองเหมือนทาณรันต์

พอมาเรื่องแต่งงาน มาเรียที่รู้เรื่องก่อนดันทิ้งทุกอย่างเพื่ออิสรภาพของตัวเอง แต่มาลินทำไม่ได้ ผู้ที่ต้องถูกกักขังในกรงทอง กลับเป็นตัวมาลินเอง

บางครั้งเขาก็อยากใจกล้าแบบพี่มาเรีย

“ทาณรันต์ มานี่หน่อย” เสียงเรียกเบาๆนั้นทำให้ทาณรันต์ต้องละสายตาจากมาลินไปหาคนเรียก เป็นหนึ่งในองครักษ์ขององค์ชายกาวิชน์นั่นเอง

“มีอะไรรึเปล่า” ทาณรันต์ถามด้วยสีหน้าที่เครียดลง

“องค์ชายกาวิชน์อีกแล้ว” คำตอบที่ได้ทำให้ทาณรันต์ถอนหายใจ มันเป็นเรื่องปกติที่เขาเจออยู่บ่อยครั้ง

“พี่ขอตัวก่อนนะลิน” ทาณรันต์หันมาพูดกับน้องก่อนจะเดินตามองครักษ์คนนั้นไป

มาลินแอบมองและเดินตามไปอย่างไม่รู้ตัว เรื่องขององค์ชายกาวิชน์อย่างนั้นเหรอ ตาองค์ชายสร้างเรื่องอะไรอีก มาลินมองไกลๆก็เห็นสีหน้ากังวลขององค์ปิเตียลาร์ที่พยายามฝืนยิ้ม ข้างๆมีองค์เยียร่าและองค์ชายดารัชน์ แต่ไม่มีองค์ชายกาวิชน์

อย่าบอกนะว่าหนีหายไปอีกแล้ว

มาลินแอบเดินออกมาจากงานเงียบๆ ตอนนี้พ่อของเขาไปรวมกลุ่มกับพวกคณะรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว มาลินเลยถือโอกาสเดินหนีออกมาคนเดียวบ้าง ในงานเหมือนจะไม่มีอะไร แต่เขาจับสังเกตได้ว่าทั้งทาณรันต์ และคนดูแลองค์ชายกาวิชน์คนอื่นๆกำลังแอบเดินตามหาอยู่เงียบๆไม่ให้เป็นที่น่าตกใจของคนในงาน

มาลินเดินออกจากความวุ่นวายเหล่านั้นมา แล้วก็เห็นเงาองค์ชายกาวิชน์ที่เดินเงียบๆไปทางปีกขวาของวังคนเดียวโดยที่ไม่มีใครเห็น

แอบหนีออกมาจากงานจริงๆด้วย ถึงว่า ทำไมองค์ปิเตียลาร์ถึงทำหน้าแบบนั้น

มาลินรีบเดินตามไปอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็น ร่างเล็กต้องออกแรงวิ่งว่าจะตามคนตัวสูงทัน ทำไมถึงชอบสร้างเรื่องไม่เว้นแต่ละวันแบบนี้นะ

“องค์ชายกาวิชน์” มาลินเรียกเมื่อมายืนอยู่ตรงส่วนปีกขวาของวังมาลินา

บริเวณนี้จะคนละส่วนกับสถานที่จัดงาน ซึ่งไม่ไกลจะเป็นส่วนที่ถูกจัดไว้สำหรับสื่อมวลชน เพราะไม่อนุญาตให้เข้าไปในตัวงานได้จริงๆ นั่นทำให้มาลินเริ่มกังวล การหนีมาตรงนี้ขององค์ชายกาวิชน์ เกิดใครมาเจอเข้าจะไม่ดี

“เธอ ตามมาทำไม” องค์ชายกาวิชน์เสยผมอย่างหัวเสีย เมื่อเจอหน้าขาวๆของมาลินมาลอยเด่นอยู่ตรงหน้า

“ทำไมพระองค์ถึงออกมาแบบนี้ มันเป็นการเสียมารยาทนะพะยะค่ะ” มาลินว่า องค์รัชทายาทควรจะอยู่ในงานไม่ใช่มายืนอยู่ตรงนี้

“แล้วเธอมายุ่งอะไรด้วย” องค์ชายกาวิชน์มองคนตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์

“กระหม่อมก็ไม่อยากจะยุ่งหรอกพะยะค่ะ ถ้าพระองค์ไม่หนีออกมาแบบนี้ เป็นถึงองค์รัชทายาท ทำไมถึงทำการเสียมารยาท แบบนี้คนอื่นจะมององค์ปิเตียลาร์ จะมองมิลาเดเนียยังไง” มาลินร่ายยาว ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะต้องมาทำการสั่งสอนองค์รัชทายาท

“แล้วจะทำไม คนอื่นมองยังไงมันก็เรื่องของเค้า ฉันไม่สน” แต่องค์ชายหนุ่มยังคงดื้อด้าน ทำไมเขาต้องสนใจ พิธีพวกนั้นมันก็แค่การสร้างภาพให้ดูดี ไปยืนยิ้มแล้วทำเหมือนยืนดีเสียเต็มประดา องค์ชายกาวิชน์ไม่ชอบอะไรแบบนั้น

ยิ่งเอาเขาไปเปรียบเทียบกับองค์ชายดารัชน์ต่อหน้าคนเยอะๆแบบนั้นอีก องค์ชายกาวิชน์ยิ่งเกลียด

“ไม่สนไม่ได้พะยะค่ะ เพราะนี่มันคือหน้าที่ของพระองค์ ถึงแม้เป็นองค์รัชทายาทอันดับสอง แต่พระองค์ก็มีหน้าที่ที่จะต้องทำ องค์ชายดารัชน์ยังไม่เห็นดื้อด้านเหมือนพระองค์เลย ถึงว่า ทำไมองค์ปิเตียลาร์ถึงมองว่าพระองค์เป็นตัวปัญหา” สิ้นเสียงของมาลินต้นแขนของคนตัวเล็กก็ถูกคว้าไปจับแน่นจากคนตรงหน้า

“มาลิน!” เป็นครั้งแรกที่องค์ชายกาวิชน์เรียกชื่อของมาลินตรงๆแบบนี้

แววตาแดงก่ำ กับท่าทางโมโหสุดขีดขององค์ชายกาวิชน์ทำให้มาลินแอบกลัวไม่น้อย ไหนจะมือหนาที่บีบต้นแขนเขาแน่นนั่นอีก

น่ากลัว น่ากลัวเกินไปแล้ว

“แม้แต่เธอก็ยังเอาฉันไปเปรียบเทียบกับดารัชน์!” องค์ชายกาวิชน์เกลียดที่สุดคือการเอาเขาไปเปรียบเทียบกับองค์ชายดารัชน์

เขาพูดเป็นร้อยครั้งแล้วว่าไม่ใช่ดารัชน์ เขาคือกาวิชน์

“อะ... องค์ชาย” มาลินรู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรออกไป ร่างบางชะงักไปเล็กน้อย

เขารู้แล้วว่าทำไมคนตรงหน้าถึงชอบสร้างปัญหา องค์ชายกาวิชน์ไม่เคยทำตามสิ่งที่ตัวเองต้องการได้เลยสักครั้ง และยังถูกเปรียบเทียบกับพี่ชายอีก เลยทำตัวมีปัญหาแบบนี้

“ขอประทานอภัยที่กระหม่อมพูดแบบนั้นออกไป แต่ถึงยังไงองค์ชายก็เข้าไปในงานเถอะพะยะค่ะ คนอื่นตามหากันให้วุ่นแล้ว” มาลินพยายามใจดีสู้เสือ และมันก็ได้ผล แรงบีบที่แขนลดลงมากแล้ว

“ฉันไม่ไป และเธอก็กลับไปได้ละ ไม่ต้องตามฉันมา” องค์ชายกาวิชน์ยอมปล่อยต้นแขนเล็กนั้น เขาโมโหใส่มาลินมากเกินไป เขาแค่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้

“ไม่พะยะค่ะ กระหม่อมจะไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าพระองค์จะยอมเข้าไปในงาน” เอาสิ ดื้อมา มาลินก็ดื้อกลับ ลองดูว่าใครจะชนะ

“เธอนี่มันดื้อด้านซะจริง” องค์ชายกาวิชน์เท้าสะเอวอย่างเซ็งๆ

“เหมือนองค์ชายไงพะยะค่ะ” มาลินเถียงกลับ

“ก็ได้ อยากตามมากนักใช่มั้ย มานี่” ร่างบางถูกคว้าแขนให้เดินตาม มาลินเซและจำเป็นต้องเดินตามอย่างจำยอมเพราะคนตัวโตลากเขาไปอย่างไม่ออมแรงเลยสักนิด

“เดี๋ยวๆ จะไปไหนองค์ชาย” มาลินผวา องค์ชายบ้านี่คิดจะทำอะไรอีก

“หึ” องค์ชายกาวิชน์ไม่ตอบ กลับยิ้มอย่างเป็นผู้ชนะ แววตาที่เครียดและโมโหเมื่อครู่หายไป กลับรู้สึกอารมณ์ดีที่ได้แกล้งคนตัวเล็กตรงหน้ามากกว่า

แต่ก่อนที่จะถูกลากไปที่ไหน แสงแฟลตก็สาดเข้ามาอย่างไม่รู้ตัว มาลินต้องเอามือป้องไว้ และเขาก็พบกองทัพสื่อมวลชนที่อยู่ไม่ไกล

มาลินลืมไปว่าบริเวณนี้จัดไว้เฉพาะสื่อมวลชน

“องค์ชายกาวิชน์กับว่าที่พระชายา” คำพูดนั้นทำให้มาลินแทบจะอ้าปากค้าง เดี๋ยวๆ คนพวกนี้รู้ได้ยังไงว่าเขากำลังจะแต่งงานกับองค์ชายกาวิชน์

องค์ชายหนุ่มเหมือนไม่รับรู้ว่าตอนนี้มาลินตกใจแค่ไหน เขากลับปล่อยแขนเรียวนั้นแล้วคว้าเอาเอวของมาลินมากอดแทน ส่วนมืออีกข้างก็ล้วงกระเป๋าอย่างสบายๆ แล้วยิ้มให้กล้องที่ถ่ายมารัวๆ

“ทำบ้าอะไรองค์ชาย” มาลินกระซิบถาม เขาพยายามขืนตัวออกแต่ไม่สำเร็จ

“ทำหน้าที่องค์รัชทายาทที่ดีไง เธออยากให้ฉันทำไม่ใช่เหรอ” องค์ชายกาวิชน์ก้มลงกระซิบที่ข้างหูของคนตัวเล็ก และภาพที่ออกมานั้นเป็นภาพที่แนบชิดและสนิทสนมของทั้งสองคน

เขาฟันธงว่าไม่เกินหนึ่งชั่วโมงต่อจากนี้ รูปของเขาและมาลินจะต้องถูกพูดถึงทั้งมิลาเดเนียอย่างแน่นอน ในเมื่อพ่อของเขาอยากให้แต่งงานมาก เขาก็จะแต่ง

จะว่าไปแล้ว ว่าที่พระชายาที่ชอบตื่นตกใจเหมือนกระต่ายสีขาว เวลาแกล้งแล้วก็รู้สึกสนุกไม่น้อยเหมือนกัน








***************************************************

ตอนที่ 5 มาแล้วจ้าาาาาา ตอนนี้แอบมีสาระ บวกเครียดเล็กน้อย แหะๆ ไม่รู้ว่าจะให้เป็นกำลังใจให้มาลินน้อยหรือองค์ชายกาวิชน์ก่อนเลย งานแต่งอิสคัมมิ่งจ้าาาา มาดูกันว่ามาลินจะรับมือกับว่าที่สามีและเรื่องราววุ่นวายในวังที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นยังไง

ความคิดเห็น