สาววายผู้ลึกลับ
email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หมีเด๋อกับเสือดุ ♥ ตอนที่ 11 อ้อนแล้วหวั่นไหว (100%)

ชื่อตอน : หมีเด๋อกับเสือดุ ♥ ตอนที่ 11 อ้อนแล้วหวั่นไหว (100%)

คำค้น : อ้อนรัก , เสือดุ , หมีเด๋อกับเสือดุ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.7k

ความคิดเห็น : 70

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ต.ค. 2560 09:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หมีเด๋อกับเสือดุ ♥ ตอนที่ 11 อ้อนแล้วหวั่นไหว (100%)
แบบอักษร

ตอนที่ 11

อ้อนแล้วหวั่นไหว

ไอ้หมีเด๋อ : พี่เสือนอนหรือยัง

พี่เสือดุ : ยัง

นอนห่าอะไรล่ะ ใจกูเต้นเป็นจังหวะกลองตั้งแต่มึงทักมาเนี่ย !

หัวใจจะวายมั้ยกู

ผมที่นอนสบายใจอยู่บนเตียงในตอนแรก หัวใจก็ต้องทำงานหนักขึ้นมาเมื่อแชทของใครบางคนเด้งขึ้น ซึ่งการอ่านอันว่องไวของอีกฝ่ายทำให้ผมเองก็จดจ่ออยู่กับแชทที่แสดงออกว่ากำลังพิมพ์นั่น

...

ไอ้หมีเด๋อ : พรุ่งนี้พี่ตื่นตอนไหน

ไอ้หมีเด๋อ : ผมจะไปรับ

พี่เสือดุ : เฮ้ย ไม่เป็นไร เดี๋ยวกูไปเองก็ได้ จะได้ไม่ลำบากมึง

ไอ้หมีเด๋อ : ไม่ลำบาก

ไอ้หมีเด๋อ : ไปรับพี่ไม่ลำบาก

ไอ้หมีเด๋อ : อยากไป

ผมที่ไล่อ่านแชทไปนิ้วตีนก็เกร็งขึ้นระดับสิบ

“โอ๊ย !”

เข้ ตะคริวกิน !

ผมทิ้งโทรศัพท์และเด้งตัวลุกขึ้นมาจับนิ้วน้อยๆ ของตัวเองที่ตอนนี้ปวดหนึบ จนอยากจะร้องไห้ออกมา ซึ่งใช้เวลาซักพักใหญ่ๆ กว่ามันจะหายปวด และเมื่อหันไปทางโทรศัพท์อีกทีก็เห็นแชทที่ขึ้นรัวๆ ของไอ้อ้อนรักที่ถูกส่งมาแล้ว

ไอ้หมีเด๋อ : พี่เสือ

ไอ้หมีเด๋อ : พี่เสือ

ไอ้หมีเด๋อ : พี่เสือ

ไอ้หมีเด๋อ : พี่เสือ

ไอ้หมีเด๋อ : พี่ไม่อยากให้ผมไปรับจริงเหรอ

และนี่ก็นับเป็นอีกหนึ่งประโยคยาวๆ จากไอ้อ้อนรัก ทำให้ผมที่ตอนนี้คลายความเจ็บลงแล้วก็รีบพิมพ์ตอบแชทไอ้เด็กขี้น้อยใจ

พี่เสือดุ : เปล่า ตะคริวกินนิ้วตีน

พี่เสือดุ : อยากมาก็มา เช้าๆ แล้วกัน

ไอ้หมีเด๋อ : ครับ

ผมมองแชทที่อีกฝ่ายส่งมาแค่นั้นก่อนจะมองดูนาฬิกาที่บ่งบอกว่าผมนอนเอื่อยมาจนถึงสองทุ่มกว่าแล้ว ก่อนที่ตัวเองจะต้องหยิบโทรขึ้นมาดูแชทที่นิ่งไป แล้วเป็นฝ่ายพิมพ์ส่งไปหามันบ้าง

พี่เสือดุ : ทำอะไรวะ

ไอ้หมีเด๋อ : คิดคำที่จะชวนพี่คุย...

พี่เสือดุ : จะคิดทำไม อยากคุยก็คุยเลยดิ

ไอ้หมีเด๋อ : อืม...

พี่เสือดุ : ...

แล้วแชทของผมกับมันก็เงียบลงอีกครั้ง จนตัวเองต้องถอนหายใจออกมาก่อนจะเลือกส่องโซเชียลตามประสาคนว่าง ซึ่งช่วงนี้ที่เห็นฮิตตามหน้าฟีดก็คงจะเป็น

            #ไปเสม็ดเสร็จเดือนวิศวะฯ

            ส่วนที่เหลือก็คงจะเป็นรูปผมกับไอ้อ้อนรักที่ถูกแชร์มาจากเพจคู่รักมหา’ลัย

            เชี่ยยย อุตส่าห์ว่าจะแกล้งทำเป็นไม่เห็นละนะ

            ผมเลื่อนไอ้รูปที่กองประกวดนั่นหนีขึ้นรัวๆ ไอ้รู้มันก็รู้ว่ามีคนถ่ายภาพไว้บ้างเพราะไอ้อ้อนรักมันเป็นคนดังพอสมควร แต่ไม่รู้ว่าใครถึงขนาดเอาไปลงเพจ

            คือมันไม่จริงเว้ยยย ไม่ใช่คู่รัก !

            ตามใจ ไม่ตามเธอ ได้แชร์โพสต์ของคู่รักมหา’ลัย

            เพื่อนผมครับเพื่อนผม

            (แนบรูป)

            ไอ้นี่ก็ปั่นไม่หยุด

            ผมได้แต่มองสิ่งที่ถูกแชร์กันมาเป็นว่าเล่น โดยที่ตัวเองก็พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดโดยไม่เอาเรื่องพวกนี้มากระทบในชีวิตประจำวัน แม้จะต้องเจออะไรแปลกๆ ตามมาก็ตาม

            อย่างเช่น

            จุ๊บแจง ตุ๊บตั๊บ : พี่เสือคะพี่เสือ พี่คบกับอ้อนรักเหรอ

            เสือ ไม่ดุ : เปล่าครับ เข้าใจผิดแล้ว

            จุ๊บแจง ตุ๊บตั๊บ : อ๋อ งั้นแสดงว่าหนูยังมีสิทธิ์ใช่มั้ยคะ

            เสือ ไม่ดุ : ครับ เต็มที่เลยครับ...

            หรืออันนี้...

            หนุ่มวาย ใจแต๋ว : เสือคบกับอ้อนรักเหรอ

            เสือ ไม่ดุ : เปล่า

            หนุ่มวาย ใจแต๋ว : ดีใจด้วยนะ คบกันนานๆ เราจะคอยเชียร์ ^^

            เสือ ไม่ดุ : ...

            กูบอกว่าเปล่าไงเว้ยยย !

            ผมดีดตัวลุกขึ้นนั่งเมื่อสามารถผ่านมรสุมแชทแปลกๆ ที่ถูกทักเข้ามาได้แล้ว ก่อนจะลุกขึ้นเตรียมออกไปหาอะไรกินฆ่าเวลา แต่ยังไม่ทันที่จะออกจากห้องเสียงแชทจากคนๆ เดิมก็ดังขึ้นมาซะก่อน

            ไอ้หมีเด๋อ : พี่เสือ

            พี่เสือดุ : ว่า

            ไอ้หมีเด๋อ : ไปเดินตลาดนัดกลางคืนกันมั้ย

            พี่เสือดุ : ...

            ผมมองแชทอย่างชั่งใจ เพราะคิดว่านี่คือข้อเสนอที่ดีไม่น้อย และที่สำคัญตลาดนัดกลางคืนที่ว่าก็อยู่ไม่ไกลจากที่หอผมนัก เพราะฉะนั้นกลับมาทันก่อนหอปิดแน่นอน

            พี่เสือดุ : เอาดิ

            ไอ้หมีเด๋อ : งั้นพี่ลงมาเลย

            พี่เสือดุ : ห๊ะ

            ไอ้หมีเด๋อ : ผมอยู่หน้าหอแล้ว...

            ผมมองแชทที่ถูกส่งมาก็ต้องอ้าปากเหวอเล็กน้อย เพราะไม่รู้ว่าไอ้อ้อนรักมันมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ก่อนจะจัดการคีบอิแตะคู่โปรดประกอบด้วยเสื้อยืดกางเกงขาสั้นพร้อมนอนลงไปข้างล่าง และก็เป็นอย่างที่มันบอกจริงๆ เมื่อตอนนี้คนหน้าตาดีกับรถบิ๊คไบค์คันยักษ์เท่ๆ กำลังจอดสนิทอยู่หน้าหอท่ามกลางสายตาของคนที่เดินผ่านไปผ่านมา ผมจึงไม่รอช้าเดินเข้าไปหามันทันที

            “อ้อนรัก”

            “น่ารัก”

            “ห๊ะ”

            “...”

            มันไม่ตอบ แต่ดันหน้าแดง...

            อะไรของมันวะ...

            “ทำไมอยู่ๆ ก็มาวะ ถ้ากูตอบว่าไม่ไปมึงจะทำไง”

            “กลับ”

            เออดี

ผมส่ายหัวมองไอ้เด็กร่างหมีที่แต่งตัวมาดูดีโคตรๆ กางเกงยีนส์ขาดๆ เสื้อยืดลายเท่ ไหนจะเสื้อช็อปวิศวะสีกรมที่คลุมมาอีกที ซึ่งดูไม่เข้ากับผมที่ใส่แค่เสื้อยืดสีขาวสบายๆ และกางเกงขาสั้นคีบอิแตะ ดูแล้วพวกเราไม่สมควรจะโคจรมาเจอกันซักนิด

ผมที่มองมันตั้งแต่หัวจรดเท้าก็อดพูดขึ้นมาไม่ได้

“ขอความหล่อของมึงบ้างได้มั้ยเนี่ย”

“ได้”

“...”

“ให้เป็นเจ้าของทั้งตัว”

“...”

“ทั้งใจ...”

นิ้วตีนกูเกร็งอีกแล้ว...

ผมที่มองคนพูดที่ตอนนี้หน้าแดงจัด โดยที่มันพยายามสบตาผมตลอดจนจบคำพูดก่อนที่ร่างสูงของไอ้หมีมันจะก้าวเข้ามาหา ทำให้ผมที่ยังยืนอึ้งอยู่ไม่ทันได้ถอยหนีก็โดนใบหน้าแดงๆ นั่นก้มลงมาซบบนบ่า

เฮ้ย เดี๋ยวดิ...

“โอ๊ยพี่เสือ”

“...”

“เขิน”

โอ๊ยยยยยย กูก็เหมือนกั๊นนนน !

“ฮะๆ”

ผมที่ได้แต่หัวเราะแห้งๆ กลับไป เมื่อคนที่พูดใส่ผมเมื่อซักครู่ตอนนี้หงอเป็นเด็กน้อยขี้อายไปแล้ว จนผมไม่รู้ว่ามันทำใจนานมั้ยกว่าจะพูดแบบนี้ออกมาได้ แต่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งการแสดงออกนอกจากอาการมึนๆ ที่ทำให้ผมสามารถเห็นอีกมุมของมันจนได้

เออ น่ารัก

“แป๊บนะ...”

“เออๆ”

ผมที่ยืนให้คนตัวสูงซบไหล่เลยได้แต่ยืนนิ่งอยู่แบบนั้น และก็ใช้เวลาซักพักใหญ่ๆ กว่าไอ้หมีตรงหน้ามันจะหายเขินและกลับมาเป็นปกติ

แต่ความประหม่าของผมและมันไม่ได้หายไปไหนเลย

“นานแล้วว่ะ ที่ไม่ได้มาเดินแบบนี้”

“อืม”

“ว่าแต่นึกยังไงถึงชวนกูมาเนี่ย”

“อยากเดิน”

กับพี่...

“กับพี่”

นั่นไง กูว่าละ

“เอออออ คราวหน้าก็หัดมาเดินคนเดียวบ้างจะได้ไม่ต้องรอกู”

“อยากรอ”

“วุ๊ เรื่องของมึงละ ปวดหัว หาไรกินดีกว่า”

ผมพูดแค่นั้นก่อนจะเร่งเท้าเดินหนีไอ้ร่างหมีที่อยู่ข้างๆ ตลาดนัดกลางคืนในย่านมหาวิทยาลัยถือเป็นที่ฮอตฮิตสำหรับใครหลายๆ คนเลยทีเดียว เพราะแค่ช่วงไม่กี่ทุ่มก็สามารถทำให้คนเดินจนแออัดได้แล้ว บวกกับเสื้อผ้า ของกิน สารพัดของที่วัยรุ่นชอบคลุกคลีเลยทำให้มันเป็นที่ที่ไม่น่าเบื่อและเดินได้ตลอด

หืม...

ปลาหมึกย่าง...

น้ำลายซ่อเลยกู

ผมที่กำลังจะเดินตรงไปที่ร้านปลาหมึกย่างที่ส่งกลิ่นหอมและอยู่แค่เอื้อมก็ต้องชะงักเมื่อมีผู้ชายตัวสูงคนหนึ่งเดินเข้ามาดักหน้า ตัวเองเลยได้แต่มองคนตรงหน้างงๆ และอดไม่ได้ที่จะมองปลาหมึกตัวขาวถูกย่างจนมีสีเกรียมหน่อยๆ ด้วยสายตาละห้อย

เฮ้ย มึงมาขวางกูทำไมเนี่ย !

“นาย...”

“...”

“น่ารักว่ะ”

เดี๋ยวๆๆๆๆๆ

“ห๊ะ”

ผมมองไอ้คนที่สวมเสื้อช็อปที่คิดว่าน่าจะมาจากมหา’ลัยใกล้ๆ อย่างไม่เข้าใจ ก่อนที่มันจะยิ้มออกมาแล้วพูดขึ้นใหม่

“ชื่ออะไร”

“มะ...”

“พี่เสือ”

ผมที่กำลังจะตอบว่า ‘ไม่บอกเว้ย’ ก็ต้องหุบปาก เมื่อชื่อของตัวเองโดนเรียกโดยคนที่เดินตามหลังมา และการปะทะกันระหว่างคนหน้าตาดี โดยคนหนึ่งใส่ช็อปสีกรม อีกคนใส่ช็อปสีเลือดหมูก็เกิดขึ้น

เข้ ปล่อยกูไปหาปลาหมึกเถอะ !

“พี่เสือปลาหมึก”

“เออ กูว่าจะไปซื้อ”

“ธัน หลบ”

“เค”

แล้วไอ้สองตัวมันก็คุยกันราวกับเป็นเรื่องปกติทำให้ผมต้องอ้าปากค้างแล้วมองพวกมันงงๆ จนไม่รู้จะเริ่มถามตรงไหนก่อน ก่อนที่ไอ้คนที่มาขวางผมไว้จะพูดขึ้น

“ไม่คิดจะแนะนำหน่อยเหรอ”

“ไม่”

“ทำไมวะ อยากรู้จัก”

“ไม่ให้”

“...”

“ของกู”

ไอ้อ้อนรักมันพูดขึ้นด้วยสีหน้าตายๆ เหมือนเดิมก่อนจะพาผมเดินผ่านคนที่ยืนขวางตอนแรกไป ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้เข้ามาทักเป็นครั้งที่สองส่วนผมเองที่ไม่ค่อยจะเข้าใจนักเลยตัดสินใจถามออกไปแม้อาจจะโดนมองว่าเป็นคนขี้เสือกเหมือนไอ้ตามใจก็เถอะ

“ใครวะ”

“เพื่อนเก่า”

 “อ๋อ...”

ว่าแต่เดี๋ยวนะ

“อะไรคือของมึง”

“เงิน”

“ห๊ะ”

“ปลาหมึก”

อะไรของมันวะเนี่ยยยย

ปวดหัว !

ผมหยุดความสงสัยไว้แค่นั้นก่อนจะหันไปมองทางเดิมก็เห็นว่าคนๆ นั้นยังมองมาทางพวกเราอยู่จนผมแอบคิดว่ามันจะชี้เป้าไว้แล้วเรียกเพื่อนมันมากระทืบหรือเปล่า

ไม่เอานะเว้ย

ผมรีบเดินแทรกไอ้อ้อนรักขึ้นไปข้างหน้าและก็ถึงร้านปลาหมึกย่างพอดี

น้ำลายแตก น้ำลายแตก !

“เอาหนวดสามเนื้อสามไข่สามครับ” ผมที่มองของตรงหน้าแล้วก็รู้สึกอยากกินสุดๆ ถ้าไม่ติดว่ามันยังไม่สุกนะกูสั่งใส่ถุงไปแล้ว

“พี่เสือ”

“อะไร”

“เยอะ”

“เผื่อมึงด้วยไง”

ผมพูดออกไปแม้ตอนแรกจะไม่ได้คิดแบบนั้น แต่ก็แอบเกรงใจคนพามาจะให้สั่งกินคนเดียวก็คงจะแปลกๆ

ว่าแต่เพิ่มได้มั้ย...

“เก้าสิบบาทครับ”

ผมที่พยักหน้ารับและกำลังจะควักเงินจ่าย คนข้างๆ ก็จัดการรับมาและจ่ายเงินให้เรียบร้อย จนตัวเองได้แต่มองตามมันเท่านั้น สุดท้ายก็ยอมเดินตามออกไปเงียบๆ เพราะขี้เกียจทักท้วง ถือซะว่าลาบปาก

อิ่มจังตังค์อยู่ครบ

“พี่เสือ ไอติม”

“หือ...ไหนๆ”

ผมที่จิ้มหนวดปลาหมึกในน้ำจิ้มแซ่บๆ เข้าปากก็ต้องหันมองซ้ายมองขวาตามคำพูดนั่นก่อนจะต้องเบิกตากว้างเมื่อพบกับสิ่งที่ผมเคยเห็นผ่านๆ ในโซเชียลอยู่หลายครั้งแต่ไม่มีโอกาสได้ลิ้มลอง

ไอติมผัด !

ผมรีบเก็บไม้จิ้มเข้าถุงเหมือนเดิมก่อนจะเดินตรงดิ่งไปทางร้านไอติมผัดที่คนเยอะสุดๆ นั่นทันที ในหัวก็มีแค่คำๆ เดียวที่ผุดขึ้นมา

อยากแดก !

“อ้อนรัก อยากกินว่ะ”

“ได้”

“แต่คนแม่ง...”

ผมที่กำลังจะหันไปบ่นเรื่องคนเยอะก็ต้องอ้าปากเหวอเมื่อตอนนี้ร่างสูงได้เดินเข้าไปต่อคิวเรียบร้อย ตัวเองที่ยืนรออยู่ห่างๆ เลยได้แต่มองตามมันที่โดนคนรอบข้างไม่น้อยให้ความสนใจ

มีคนขอถ่ายรูปด้วย...

ความฮอตที่เสือไม่มีนี่มันอะไรรรรร !

ผมที่ยืนมองอยู่ห่างๆ โดยเชื่อว่าตอนนี้หน้าตาตัวเองคงกำลังหงิกงอสุดๆ แน่ๆ และไม่นานไอ้คนหน้าตาดีมันก็เดินกลับมาพร้อมกับถ้วยไอติมผัดในมือ ความขุ่นเคืองเมื่อซักครู่ของผมเลยหายไปเป็นปลิดทิ้ง ก่อนจะมองไอติมที่ถูกม้วนเป็นโรลมีท็อปปิ้งหลากสีโรยหน้าด้วยสายตาลุกวาว

แม่ง ไม่ได้เอากล้องมา !

ผมคิดอย่างเสียดายก่อนจะยอมควักโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาถ่ายภาพของกินตรงหน้า รูปแรกเป็นรูปถ้วยไอติม รูปที่สองเป็นรูปที่ถ่ายเห็นร่างกายคนถือไอติมด้วย ส่วนรูปที่สาม...

“อ้อนรักยิ้ม”

“...”

“ยิ้มให้กูหน่อย”

ผมพูดออกไปในขณะที่ตั้งกล้องให้พอดีกับครึ่งตัวของคนตรงหน้า ทำให้ไอ้อ้อนรักมันจะชะงักเล็กน้อยก่อนที่มุมปากสวยจะปรากฎรอยยิ้มออกมา

อ่า...

รูปนี้ก็ดีนะ...

ผมเก็บโทรศัพท์ก่อนจะเดินไปรับถ้วยไอติมมาจากคนถือ คนซื้อ และคนจ่าย ซึ่งคนที่ยืนนิ่งอยู่ก็ไม่ได้ว่าอะไรก่อนที่ผมจะเดินนำมันออกมาจากตลาด

“พอละ ขี้เกียจเดิน”

“อื้อ...”

“กินมั้ย”

“...” ส่ายหัว

“เออ อ้อนรัก กูว่าจะถามนานละ” ผมที่ตอนแรกกำลังกินของในมือก็ต้องหยุดทุกอย่างแล้วหันมองหน้าคนที่เดินอยู่ข้างๆ และตัดสินใจว่าจะถามสิ่งที่ตัวเองสงสัยและข้องใจมานาน

“ว่า”

“มึงจีบกูจริงดิ”

“...”

“กูไม่รู้หรอกนะว่าทำไมคนหน้าตาดีแบบมึงถึงมาจีบกู เพราะรุ่นพี่สั่ง หรือเพราะมึงลืมไปแล้วว่ากูเป็นผู้ชาย”

 ไอ้อ้อนรักมันไม่ตอบได้แต่หยุดนิ่งเมื่อมาถึงที่รถแล้วมองหน้าผมอย่างใช้ความคิด คิ้วของมันขมวดมุ้นเล็กน้อย

“พี่เสือ”

“ว่า”

ไอ้อ้อนรักมันไม่พูดได้แต่จับมือผมพร้อมกับหยิบปากกาเมจิกมาจากกระเป๋ากางเกงตัวเองจนผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่พกติดตัวมันประจำไปแล้ว เมื่อคนตรงหน้าเขียนบางอย่างบนมือของผมเสร็จมันก็ปล่อยมือผมออกทำให้ตัวเองต้องเอาขึ้นมาดูประโยคบางอย่างที่มันเขียนไว้ แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อคราวนี้มันไม่ได้เป็นประโยคยาวๆ มีแค่รูปหัวใจเท่านั้นที่ถูกวาดอยู่บนมือของผม

หืม

“พี่เสือ”

“ว่าไงวะ”

“ที่ผมทำ เพราะผมอยากทำ”

“...”

“ที่ผมจีบ เพราะผมอยากจีบ”

“...”

“ทั้งหมดที่ผมทำ”

“...”

“เพราะผมชอบพี่”

“...”

“พี่จะเชื่อผมหรือเปล่า”


เสือ ไม่ดุ

Thank you for the smile :)

เมื่อซักครู่

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น