Ranichat

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 14 : ช่วยเชิญฉันไปงานแต่งแกที

ชื่อตอน : บทที่ 14 : ช่วยเชิญฉันไปงานแต่งแกที

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ต.ค. 2560 02:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 14 : ช่วยเชิญฉันไปงานแต่งแกที
แบบอักษร


คนข้างกายของกวินทร์นี่เอาแต่นั่งเงียบ ชายหนุ่มนึกตำหนิตนเองที่ยอมให้เกลินมาทำงานที่รีสอร์ต ถ้าเป็นคนงานในไร่ทำอะไรหญิงสาวก็ยังพอจัดการได้ แต่นี่เป็นคนนอก จะจัดการอะไรก็คงลำบากกว่า แล้วเช่นนี้จะให้เจ้าหล่อนทำงานอะไรในไร่ตนกัน แรกๆก็อยากจะแกล้งให้ทำนู่นทำนี่ แต่คนที่นั่งเงียบกลับนิสัยน่ารักเกินกว่าที่เค้าจะทำร้าย ขอแค่แกล้งเล็กๆน้อยๆก็พอ

ตอนที่เจอครั้งแรกที่สนามบิน ก็สะดุดตากับผู้หญิงคนนี้อยู่เหมือน ถ้าใครไม่เหลียวมองก็คงตาถั่วเต็มทน ตอนนั้นเค้าผิดเองที่นึกเสียแต่ว่าคนสวยต้องใจร้ายกันทุกคน ปากเลยลั่นวาจาที่ไม่ดีออกไป ก็สายตาที่เจ้าหล่อนมอบให้เขาวันแรกที่เจอกันมันทำให้นึกถึงแฟนคนแรกของตน ปากบอกว่ารัก สุดท้ายก็ทิ้งกันไป เวลาที่คบกันมา 10 กว่าปีได้จบลงเพียงเพราะคนที่แต่งงานด้วยเป็นคนที่พ่อจัดหาให้ คนเราจะรักกันต้องกล้าที่จะต่อสู้ไปด้วยกัน มิใช่ทิ้งกันเสียดื้อๆ

ถึงแม้จะมีเกลินเข้ามาในชีวิตช่วงนี้ แต่เค้าก็กล้ายอมรับเลยว่ายังลืมอดีตรักแรกของตนไม่ได้จริงๆ อาจจะมีบ้างที่เผลอใจ ไม่ใช่เค้าไม่เปิดใจหรอก แต่เค้าแค่กลัว กลัวว่าจะซ้ำรอยเดิม ไม่แน่ใจว่าหญิงสาวนั้นจะจริงใจกับเขาแค่ไหน ทั้งวิทย์ ตฤณและพละพล หญิงสาวล้วนไม่ได้ให้ความชัดเจนอะไรมากมายนัก

ในที่สุดรถก็มาจอดที่โรงจอดรถของเรือนใหญ่ แต่เหมือนคนที่นั่งมาด้วยจะไม่รู้ตัว เพราะตอนนี้ได้งีบหลับไปแล้วด้วยความอ่อนเพลียทั้งกายและใจ

“เกลิน” กวินทร์ที่ลงจากรถอ้อมมาเปิดประตูด้านคนขี้เซา สะกิดเรียกหญิงสาวเบาๆ

“ถึงแล้วนะ กะจะนอนในรถหรือ” พูดติดตลกนิดๆ ถึงแม้จะรู้ดีว่าคนที่นอนอยู่อาจจะไม่ได้ขำด้วย

“อ่ะ ถึงแล้วหรอคะ หาว” ไม่ถามเปล่า หาวหวอดๆเอาลมเข้าปอดทางปาก มือก็ป้องปิดปากไปด้วย

“ถึงแล้ว ป่ะเดี๋ยวไปประคบน้ำแข็งที่แก้มกัน” กวินทร์คว้ามือเกลินมากุมไว้และออกแรงดึงเบาๆให้ลงมาจากรถ แล้วก็จูงมือเดินเข้าไปในเรือน

“อ่ะ นั่งนี่ก่อน ห้ามหนีขึ้นห้อง” จูงมาที่ระเบียง กดไหล่ของเกลินให้นั่งที่โต๊ะทานข้าวไม่วายสั่งเกลินให้รอตน ทางด้านเกลินก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับ

กวินทร์เดินออกมาภายในมือถือยาทั้งยาทา ยาแก้ปวดและกะลามังใบเล็กที่ข้างในมีผ้าขนหนูเล็กๆและน้ำแข็งไม่มาก คืนนี้ถ้าไม่ได้รับการปฐมพยาบาล พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาได้บวมปูดเป็นลูกมะนาวแย่ มีหวังหล่อนคงโวยวายจนไร่แตก

กวินทร์นั่งลงตรงข้างๆเกลิน หยิบน้ำแข็งมาก้อนสองก้อนห่อด้วยผ้าขนหนูแล้วเอามาทาบลงบนแก้มของเกลิน ซึ่งทุกการกระทำมีสายตาของหญิงสาวจับจ้อง

“อุ๊ย! เย็นจังค่ะ” จดจ่อการกระทำของกวินทร์มากเกินไปจนเพลิน ตกใจสะดุงเมื่อมีอะไรเย็นมาโดนแก้มอย่างกะทันหัน

“อยู่นิ่งๆ” ส่งสายตาดุๆมาให้คนตรงหน้า

“เจ็บไหม” กวินทร์ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความเป็นห่วงอย่างไม่ปิดบัง

“เจ็บค่ะ เจ็บมาก ตบมาได้” ทำเสียงจิ๊จ๊ะ

“ฉันผิดเองที่ให้เธอทำงานที่นั่น เดี๋ยวพรุ่งนี้จะให้ทำตำแหน่งใหม่แล้วกัน”

“หนูเกลขอโทษนะคะที่ทำให้ลำบากอีกแล้ว” เกลินรู้สึกผิดจริงๆ

“ไม่เป็นไรหรอก ถ้าฉันมีโอกาสจะเอาคืนเธอให้สาสม” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เกิดที่บนใบหน้าของหนุ่มหน้าเข้ม เกลินจ้องที่ใบหน้าของเขาแล้วหัวใจก็เกิดเต้นแรงขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่

‘เกลิน! หยุดนะ ไม่ได้! ท่องไว้ว่าเป็นแผน มันเป็นแผน’

กวินทร์ประคบน้ำแข็งที่แก้มของหญิงสาว ในขณะที่หญิงสาวเอาแต่มองใบหน้าของชายหนุ่มอยู่พักใหญ่ๆ กวินทร์ก็เอ่ยขึ้น

“มา เดี๋ยวฉันทายาให้แล้วไปทานข้าว แล้วค่อยทานยาแก้ปวด” กวินทร์ลดมือที่ถือน้ำแข็งห่อด้วยผ้าขนหนูลง แล้วหยิบหลอดยามาบีบใส่นิ้วของตน ทาที่แก้มของเกลินด้วยความอ่อนโยน

“ขอบคะ…คุณค่ะ” ยามที่กวินทร์อ่อนโยนกับตน หัวใจมันอ่อนยวบลงไปที่พื้นอย่างไรไม่รู้ เธอไม่รู้ความคิดความรู้สึกของกวินทร์ บางครั้งก็ทำเหมือนคนขี้รำคาญ บางครั้งก็ทำตัวเหมือนหนุ่มเข้มผู้ใจดี เกลินตามเขาไม่ทันจริงๆ

“พรุ่งนี้ฉันจะลงไปกรุงเทพนะ” กวินทร์เอ่ยขึ้นมาลอยๆ แต่เกลินนึกสงสัยว่ากวินทร์บอกตนทำไม

“ไปสักสองอาทิตย์ จะไปคุยงานเรื่องการส่งออกชาไปแถบยุโรป” กวินทร์ให้รายละเอียด

“ค่ะ” ไม่รู้จะตอบว่าอะไรดี

“ที่บอกคืออยากให้ดูแลตัวเองดีๆ ฉันไม่ได้อยู่กับเธอตลอดเวลา อย่าทำไร่ฉันพัง”

“อย่าห่วงเลยค่ะ หนูเกลไม่กล้าพังไร่พ่อเลี้ยงหรอกค่ะ สองอาทิตย์ สบายๆ” อ๋อ ที่แท้ก็ห่วงไร่ตัวเอง ถ้าไม่พูดประโยคหลังก็จะดีแล้วแหละ

“ไป ทานข้าว ทานยาแล้วขึ้นห้องได้แล้ว” ทั้งคู่ทานอาหารเย็นเสร็จก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน

‘เฮ้อ กว่าจะผ่านไปแต่ละวัน หนูเกลแทบอยากจะสิ้นชีพตัวเองกลางอากาศ ชีวิตสับสนวุ่นวายจริงๆ’


ก่อนที่กวินทร์จะออกเดินทางก็พาเกลินไปส่งที่รีสอร์ท มอบหมายงานให้พนักงานทุกคนและให้เกลินทำงานตำแหน่งพนักงานต้อนรับแทน หลังจากเหตุการณ์เมื่อวานก็อดเป็นห่วงไม่ได้ หน้าที่นี้คือเซฟหญิงสาวได้ดีที่สุดแล้ว

กวินทร์ต้องเดินทางมาคุยงานสำคัญกับบริษัทที่ต้องการจะทำการค้ากับเขา ไร่ชากวินทร์ติดอันดับชาที่ดีมาตั้งแต่สมัยรุ่นของมนตรีซึ่งเป็นพ่อของชายหนุ่มที่ตอนนี้ได้ปลีกตัวพักจากการทำงานไปเที่ยวเป็นที่เรียบร้อย

มากรุงเทพทั้งทีไม่ลืมที่จะนัดวิทย์มาพบปะซึ่งเป็นเพื่อนสมัยประถมของเขาก่อนที่เขาจะย้ายไปเชียงใหม่ ไม่คิดว่าผ่านมานานขนาดนี้แล้วยังกลับมาสนิทกันเหมือนเดิมได้ ด้วยความที่พ่อเป็นเพื่อนสนิทกันเลยส่งผลมาถึงรุ่นลูก

“ว่าไงไอ้กวินทร์ ทำงานหัวเป็นเกียวตัวเป็นน็อตเลยหรอช่วงนี้” ตอนนี้ทั้งสองนั่งอยู่ในร้านคอฟฟี่หน้าโรงพยาบาลที่วิทย์ทำงานอยู่

“เออดิวะ ทำงานจนไม่รู้จะเอาเงินที่ได้ไปทำอะไรแล้ว” เขาไม่ได้จะอวดรวยหรืออะไร เขาพูดจริงๆ

“โว๊ะ มันจะยากอะไร แกก็เอาเงินไปแต่งสาวไง” วิทย์ว่า

“สาวที่ไหนจะมามองฉัน เวลาว่างก็ไม่มีจะหา” นี่ก็เลิกกับคนรักเก่ามาได้เป็นปีแล้ว แต่ไม่มีทีท่าว่าจะหาใหม่ได้เลย

“หล่อๆอย่างแกเนี่ยนะจะหาไม่ได้ ฮึ” วิทย์นึกตลก คนตรงหน้าน่าจะไม่สนใครมากกว่า

“สวัสดีครับพี่กวินทร์” ตฤณกล่าวขึ้นเมื่อเดินมายังโต๊ะที่มีกวินทร์และวิทย์นั่งอยู่

“อ้าวเจ้าตฤณ สวัสดีๆ”

“อ่ะนี่ พี่วิทย์ เบลอหนักหรอ ลืมมาได้ ผมไม่ได้ว่างนะ” ตฤณโยนเอกสารไปให้วิทย์ซึ่งเป็นเอกสารเกี่ยวกับการขออนุญาตลาพักร้อนอีกประมาณเกือบ 4 เดือนข้างหน้าที่คนเป็นพี่เขียนไว้เพื่อลาไปรับน้องสาวกลับจากไร่ของกวินทร์ ต้องขอลาตั้งแต่เนิ่นๆแบบนี้แหละ เวลาว่างไม่มี ก็เพราะเขาเป็นหมอนี่

“เห็นหน้าแกสองคนแล้ว แล้วน้องสาวพวกแกหล่ะ” ชายหนุ่มรู้เพียงว่าวิทย์มีน้องชายคือตฤณ แล้วก็น้องสาวอีกคน ที่ไม่รู้ว่าชื่ออะไร แต่เหมือนวิทย์จะเคยพูดถึงให้ฟังอยู่

“อ๋อ ไปเที่ยวหน่ะ พึ่งกลับมาไทย คงอยากที่จะพักผ่อน” ตฤณมองหน้าพี่ชาย

‘เขาพูดเรื่องอะไรของเขา หนูเกลก็ไปไร่พี่กวินทร์ไง’ ได้แต่นึกในใจ แต่ก็ช่างมันเถอะ พูดถึงเกลิน ตฤณก็ขอถามถึงน้องสาวบ้าง

“พี่กวินทร์ครับ หนูเกลเป็นอย่างไรบ้างครับ” ตฤณนั่งลงเก้าอี้ข้างๆวิทย์ขณะถามถึงน้องสาวด้วยความเป็นห่วง คนไม่เคยลำบากไปอยู่ที่นั่นจะเป็นอย่างไรบ้าง

“ก็ดีนะ ไม่มีอะไร” กวินทร์สังเกตสีหน้าของทั้งคู่สลับกันไปมา อยากรู้จริงๆว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์กับคนที่ถูกถามถึงเป็นเช่นไร

“วิทย์ ฉันถามอะไรแกหน่อย แกเป็นอะไรกับเกลิน” คนขี้สงสัยอยากจะรู้

“ก็เป็นแฟนกันไง” วิทย์ยังจำได้ดีที่เกลินเคยโกหกชายหนุ่มตอนเจอกันครั้งแรก

“ห้ะ” ตฤณถึงกับร้องเสียงหลงหันหน้าไปทางวิทย์ทันที

“ตฤณยังไม่รู้หรอ” กวินทร์สงสัยปฏิกิริยาของตฤณ

“เออ…ระ รู้ครับแต่ไม่คิดว่าพี่วิทย์จะเปิดตัว” กลับบ้านไปต้องไปเค้นความจริงเสียแล้ว นี่มันเกิดอะไรขึ้น!!

“ตฤณรู้สึกยังไงกับเกลิน” ครั้งที่แล้วเจ้าหล่อนบอกกับเค้าเองว่าสนิทกันกับตฤณ

“ก็…ระ รักครับ แต่แบบน้องสาว” ก็เธอเป็นน้องสาว จะให้บอกว่าอย่างไรหล่ะ

“วิทย์ ฉันขอถามแกหน่อย แกจริงจังกับเกลินไหม”

“ฉันก็ไม่เคยไม่รักหนูเกลนะ รักทุกวัน หวง และห่วงมาโดยตลอด” พูดความจริง ไม่มีสิ่งใดที่วิทย์เอ่ยเท็จ ยกเว้นเสียแต่ที่ว่าเป็นแฟนกัน

“อืม” กวินทร์ตอบสั้นๆเป็นเชิงเข้าใจ แต่ในใจเจ็บหน่วงๆอย่างบอกไม่ถูก ยังไม่ทันได้รักก็ต้องอกหักเสียแล้ว

แล้วที่เจ้าหล่อนบอกว่าจะทำให้เขามีเธออยู่เต็มหัวใจมันหมายความว่าอย่างไร หรือแค่เธอต้องการหาคนแทนที่วิทย์ตอนที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน

“แกอย่ามาทำอะไรหนูเกลนะเว้ย ฉันเอาแกตาย” วิทย์เอ่ยขำๆ

“มีแต่ยัยนั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายกระทำฉัน” ให้เจ็บปวด

“ดีๆฉันฝากหนูเกลให้แกดูแลด้วย”

“อืม แจกซองงานแต่งเมื่อไหร่ก็อย่าลืมเชิญฉันหล่ะ”

“ห้ะ นี่ถึงกับแจกซองงานแต่งเลยหรอครับพี่วิทย์” ตฤณงงกับบทสนทนาเป็นที่สุด นี่มันอะไรกัน

“ก็ตามนั้นแหละ” วิทย์นึกหัวเราะในใจ อยากจะโทรไปถามน้องสาวตนเป็นที่สุด ไปทำอะไรให้ไอ้คนตรงหน้ามันหรือเปล่า แค่บอกว่าเป็นแฟนกันจริงๆมันถึงทำหน้าจ๋อยอย่างนี้ ยิ่งบอกว่าจะแต่งงานกัน ถึงขั้นไปไม่เป็นเลย

‘ไอ้กวินทร์เอ้ย ฉันก็อยากจะบอกความจริงแกหรอกนะ แต่ฉันไม่รู้ความต้องการของหนูเกล ขืนหนูเกลไม่อยากให้บอก แล้วเผยความจริงออกไป มีหวังได้งอนไปสามชั่วอายุคนแน่ๆ’ เนื่องจากพ่อของทั้งสามไม่ให้ติดต่อกัน เลยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายนึกคิดอย่างไร

‘ก็คงจะตามเวรตามกรรมแล้วนะกวินทร์นะ’


image

วิทย์ พี่ชายคนโตของเกลิน


image

ตฤณ พี่ชายคนกลางของเกลิน



กลับไปไร่พ่อเลี้ยงกวินทร์จะทำตัวยังไงนี่ นั่นมันแฟนเพื่อน (หลอกๆ) เลยนะ5555555


ใครชอบเป็นนักอ่านไร้เงาระวังเราน้อยใจแล้วไม่มาแต่งต่อเด้ออออ 😂😂

มาแล้วน้าาาา คิดถึงกันมั้ยยยย ขอบคุณทุกคนที่อินกับพ่อเลี้ยงกวินทร์และหนูเกลนะคะ

ตัวร้ายยังไม่ออก อย่าพึ่งคิดว่าไม่มีซีนมาม่า ตอนนี้แค่อยากให้เกลินเก็บแต้มก่อนนนน 💚💚

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น