Crystal_Blue

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Ep.10 คำพยากรณ์

คำค้น : พี-น้ำปั่น

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ต.ค. 2560 14:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep.10 คำพยากรณ์
แบบอักษร

Ep.10 คำพยากรณ์

Rrrrrr

โทรศัพท์แผ่ดเสียงร้องเจ้าของชื่อชญานนท์ก็วิ่งลงจากบันไดชั้นห้องที่เป็นส่วนของห้องนอนก็รีบคว้ามาแนบหู ความหวังที่ว่าจะเป็นพี่ชายเจ้าของชื่อไอศูรย์ยังมีอยู่เต็มอก ดวงตาโตๆก็กรอกไปมาอย่างมีความหวัง

"ฮัลโหล พี่วาฬ พี่วาฬใช่ไหม!?"

("ตัวแสบ...")

น้ำเสียงอ่อยๆที่ไม่สมกับเป็นพี่วาฬของตัวเองเริ่มทำให้ความคิดชั่วร้ายเข้าครอบงำเจ้าตัวปั่นป่วนอีกครั้ง

ทำไมเสียงเป็นแบบนี้!

"พี่วาฬ เกิดอะไรขึ้น! ไหนบอกผม! ปั่นจะจัดการเอง"

("ไม่ต้องเลยตัวแสบ...พี่ไม่ได้เป็นอะไร อย่าโทรมาโวยวายกับเจ้านายพี่อีกนะ")

"แต่..แต่มันเรื่องจริงไม่ใช่เหรอ ปั่นลองถามดูแล้วมันก็มีพิรุทนะพี่! มันทำอะไรพี่วาฬบอกผมมา!"

("ปั่น! อย่าเรียกเขาแบบนั้น! เขาเป็นเจ้านายพี่นะ")

แค่น้ำเสียงดุๆที่ดังมาจากปลายสาย ไอ้น้ำปั่นก็คอตก อย่างน้อยถ้าพี่วาฬมีแรงตะคอกใส่เขาได้แบบนี้ก็ยังปลอดภัยดี

"เออๆ ไม่มีอะไรก็ไม่มีอะไร แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นนะพี่โทรหาปั่นเลย! ปั่นจะรีบไปช่วย! เอ่อ ว่าแต่บ้านมะ...บ้านเขาอยู่ไหนอ่ะพี่"

คนที่กำลังจะหลุดเรียกธามว่ามันอีกครั้งก็หุบปาก เปลี่ยนสรรพนามอย่างไม่อยากให้พี่ชายเพียงคนเดียวโกรธ

("ขอบคุณที่เป็นห่วง แต่ไปห่วงเรื่องเรียนตัวเองเถอะ แล้วมือถือทำไมติดต่อไม่ได้")

"โหย มือถือพี่เหมือนกันแหละ โทรไปไม่เคยจะรับเลย! อ่อ โทรศัพท์ปั่นพังตอนไปเชียร์ไอ้แม็กซ์ขึ้นประกวดอ่ะพี่ ปั่นเกือยตกบันได ดีนะมีคนมาช่วยไว้ทัน อ่อๆ แล้วมือถือมันเลยเป็นตัวตายตัวแทนลงไปนอนนิ่งอยู่ใต้บันไดแทนปั่น หื้ม จะบอกตอนตกตกนี้เครื่องกระจายแบบไปคนละทิศละทางอ่ะพี่ เก็บมาไม่หมด ซิมเลยหายไปด้วย..."

("อืมๆ พูดมาก พอเลย...นี้ไม่ไปเรียนรึไง แล้วตั้งใจเรียนด้วยล่ะ ไม่ต้องห่วงเรื่องของพี่")

"ครับผม แต่พี่สัญญานะว่าถ้ามีอะไรพี่ต้องบอกปั่น!"

ปลายสายเงียบไปพักหนึ่งให้คนที่พล่ามยาวเรื่องโทรศัพท์พังขมวดคิ้วอีกครั้ง

("อื้ม พี่สัญญา")

"ดีๆๆๆ พี่วาฬสัญญาแล้วไม่เคยผิดสัญญาสักครั้ง ฮ่าๆๆ ปั่นสบายใจล่ะ"

("งั้นพี่ไปทำงานก่อนนะ")

เท่านั้นหนุ่มตัวขาวหน้าหวานก็วางสาย ให้อีกหนึ่งหนุ่มที่ทะเล้นออกไปทางต๊องๆยืนนิ่ง

"ไม่ปกติ พี่วาฬไม่ปกติ"

Rrrr

หมับ

"พี่วาฬ"

("พี่วาฬป้ามึงสิ! กูแม็กซ์ อยู่หน้าบ้านมึงเนี่ย เร็วๆ กูขี้เกียจรอ")

ตู้ดๆๆ

พูดๆเสร็จก็วางสายให้ไอ้ปั่นป่วนอ้าปากค้าง ก่อนจะวางหู สิ่งหนึ่งที่เพื่อนๆกลุ่มนี้ถือว่าเป็นทำเนียมปฏิบัติ คือเวลาคุยโทรศัพท์กับไอ้น้ำปั่นต้องใช้เวลาให้น้อยที่สุด พูดๆเอาแต่ใจความ อย่าปล่อยให้มันได้พูด เพราะมันจะพูดยาวออกนอกทะเลจนหาทางกลับไม่เจอ

"โธ่มึง ไม่เห็นต้องโทรตามเลย มึงไปกดกริ่งบ้านกูก็ได้"

เจ้าของชื่อแม็กซ์ปรายตามองเพื่อนที่กระโดดขึ้นรถมานั่งข้างๆเบาะคนขับ ผมเผ้ายุ่งเหยิงแบบไม่ได้หวี คนที่แต่งตัวโคตรเนี้ยบอย่สงแม็กซ์ก็ส่ายหน้า เอื้อมมือไปจัดส่งให้ไอ้เพื่อนจอมป่วน

"มึงนี้ เดี๋ยวหาเมียไม่ได้หรอก"

แม็กซ์ออกรถตรงไปมหาลัย หากไม่มารับมันไอ้ปั่นก็มักจะหลงทาง ไม่สิ ทำตัวเองหลงทางอยู่ตลอด และก็มักจะเข้าไม่ทันให้เพื่อนๆเป็นห่วง

"นี้เมื่อวานมึงไปแหกปากอยู่ในห้องอีกแล้วใช่ไหม"

"เฮ้ย ทำไมมึงรู้ว่ะ? หรือว่า...."

พลั่ก

"ไม่ต้องมาหรือว่าเลย ไอ้คำพูดหมาๆมึงนี้เก็บไปได้เลย เขาก็พูดกันทั้งม.แหละว่ามึงมันไม่เต็ม ติ๊งต๊อง ประสาท..."

"พอเลยมึง! มึงด่ากูนี่"

น้ำปั่นดึงเข็มขัดมาคาดตามนิสัยคนมองโลกในแง่ร้าย ปลอดภัยไว้ก่อน แล้วตั้งหน้ามองทางข้างหน้าทั้งๆที่ไม่ใช่คนขับ

"แล้วคราวนี้อะไรอีก"

"อ่อ...กูเป็นห่วงพี่วาฬ แต่วันนี่พี่เขาโทรมาแล้ว กูก็ว่าแปลกๆ พี่เขาไม่ปกติ เสียงเหนื่อยๆยังไงไม่รู้ เออๆ แล้วก็คุยกับกูแป๊บเดียวเอง..."

"เรื่องปกติหนิ คุยโทรศัพท์กับมึงนี้เปลืองตังค์"

"...แม่ง กูว่าต้องเกิดเรื่องไรแน่ แต่พี่เขาไม่ยอมบอกกู เมื่อกูก็คุยกับมันแล้ว พิรุมโคตรๆ พอกูพูดเรื่องนั้นก็เปลี่ยนเรื่อง ตอบส่งๆอีก แล้วก็ก็เสือกทำที่อยู่มันหายอีก เลยตามต่อไม่ได้ เออๆ แต่กูจำเบอร์มันได้สามตัวนะมึง..."

แม็กซ์ทำได้แค่เงียบ ไม่โต้ตอบใดๆทั้งสิ้น ไม่ใช่ว่าไม่อยากคุย แต่ไม่รู้เรื่องมากกว่า

พูดอะไรของมันว่ะ

"เออๆ รู้เรื่องอยู่คนเดียวแหละมึง"

แม็กซ์พูดแค่นั้นก็แตะเบรกรอไฟแดง

"เฮ้ยมึง กูว่าเลี้ยวไปทางนั้นดีกว่า"

"มาล่ะ"

แล้วแม็กซ์ก็ยกมือกุมหน้าผากกับไอ้คนที่ตั้งใจมองทางตั้งแต่ขึ้นรถ

"นั้นๆ ไปทางนั้นเถอะมึง"

ว่าแล้วก็ชี้นิ้วไปทางแยกที่มันเป็นคนละทางกับทางไปม.ให้แม็กซ์ถอนหายใจแล้วดึงมือที่ชี้ทางมันไว้ข้างตัวตามเดิม

"มึงเชื่อกู ทางนี้ ถึงเร็วสุด"

"เอ้า! มึงเชื่อกู ไปทางนี้"

นอกจากมันจะคิดเองเออเองแล้ว มันยังมีเซ็นส์ในการบอกทางที่แย่สุดกู่ ทางดีๆมีให้ไปไม่ไป พาอ้อม ถ้าใครหลงเชื่อมันนี้ได้ออกนอกเมืองแน่ๆ

"มึงอ่ะ เชื่อกูไปทางนี้ดีกว่า"

"ไม่มึง ไปทางนี้"

"มึงนั้นแหละไม่เข้าใจ ไอ้ห่า ม.ไปทางนี้มึงชี้ไปอีกทาง กว่าจะถึงมันเปลืองน้ำมัน!"

เจ้าตัวแสบของวาฬก็ได้แต่อมลมเข้าปาก หันไปมองตามเดิม หากแต่ก็หันไปมองทางตามเดิม สองมือกุมคอนโซลหน้ารถไม่ปล่อย

"จะอะไรนักหนา..."

แล้วก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เป็นแบบนี้ การรับรู้ทิศของน้ำปั่นไม่ได้มีปัญหา มีแค่ลางสังหรณ์ที่มักจะผิดอยู่ตลอด

โครมมมมม

"เชี่ย!"

แม็กซ์สบถลั่นรถตอนที่รถคันหน้าเสียหลักพุ่งเข้าข้างทาง แต่น้ำปั่นกลับไม่แปลกใจ แต่จิกเล็บบนคอนโซลแล้วกัดปาก

"กูบอกมึงแล้ว ให้ไปอีกทาง"

"เอ้า! นี้มึงเป็นหมอดูรึไง พูดเหมือนรู้ว่าจะเกิดอุบัติเหตุ"

"ก็เออดิ! รถคันหน้าเรามันเซๆตั้งแต่เมื่อกี้ กูถึงบอกให้เลี้ยวไปอีกทาง"

"มึงไปเห็นมันเซตอนไหน!"

คำถามที่ไม่ได้คำตอบ มีเพียงร่างของนศ.แพทย์ปี 2 วิ่งลงจากรถเข้าไปช่วยคนคนขับ

"ไอ้แม็กซ์!!! กูหนัก!! มาช่วยกูดิ!!"

ไอ้คนที่สูง 177 ถึงกับหันไปตะโกนเรียกคนที่ตัวเตี้ยกว่าหลายเซ็นท์ให้แม็กซ์ได้สติวิ่งลงไปช่วยน้ำปั่นหิ้วร่างที่ไร้สติของลุงแก่ๆ

"ชิบหายแล้ว! เลือดไหลเต็มเลย เขาไม่ได้สติด้วย"

ถึงจะมีคนอื่นลงมาดูสถานะการณ์แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้คนที่ได้รับอุบัติเหตุนอกจากน้ำปั่นและแม็กซ์

"แม็กซ์มึงโทรเรียกรถพยาบาลด่วยเลย"

เมื่อรู้ว่าพึ่งใครไม่ได้ น้ำปั่นก็จัดการพลิกร่างลุงนิรนามหงายก่อนจะเช็กระบบทางเดินหายใจและเริ่มปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับผู้หมดสติ แม็กซ์ก็ได้แต่ทำตามท่ามกลางสายตาของไทยมุง

"เชี่ย! พี่ขอยืมเสื้อหน่อย"

น้ำปั่นตะโกนใส่คนมุงขอเสื้อกันหนาวที่ผูกเอวเขาอย่างหน้าด้านๆ แต่สำหรับคนรอบข้างที่กำลังช็อกกับสถานะการณ์ไม่คาดฝันก็ล้นๆส่งให้อย่างรีบร้อน

หมับ

ฟึ่บ

แต่สำหรับนศ.แพทย์ที่ได้รับการฝึกและรู้พื้นฐานมาแล้วกลับไม่ลังเลหรือตื่นกลัว ใช้เสื้อที่ยืมมากดแผลห้ามเลือดที่หน้าท้องให้ลุงคนนั้น มองไอ้แม็กซ์ที่ป่านนี้ยังคุยไม่เสร็จ

"พี่อย่าจอดรถขวางทางจราจรดิว่ะ เลื่อนรถไป!"

มือน่ะยังกดแผลห้ามเลือด ปากก็สั่งคนแถวนั้นให้สถานะการณ์มันไม่วุ่นวาย แต่ถนนสองเลนก็ถูกกินเลนไปเกือบครึ่ง กว่ารถพยาบาลจะเข้ามาได้ก็กินเวลาไปมากโข ไอ้น้ำปั่นเลยต้องเสียเวลาอยู่ตรงนั้นหลายนาที

"ไปเหอะมึง ไม่ไปตอนนี้สายแล้วนะเว้ย"

น้ำปั่นกระชากแขนเพื่อนขึ้นรถ ให้แม็กซ์ที่ยังงงๆอยู่เดินตาม

"มึงไม่รอก่อนเหรอว่ะ"

"รออะไร มึงรีบๆอแกรถได้แล้ว ดูดิเนี่ย สายแล้วห่า กูมีเรียนผ่าศพด้วย!"

น้ำปั่นที่ไม่ได้รอรับคำขอบคุณจากใครสนใจแค่เรื่องเรียน ให้เพื่อนแม็กซ์มองอย่างอึ้งๆ

มึงช่วยตื่นเต้นหน่อยเหอะ มึงพึ่งช่วยคนไว้นะมึง

"มองอะไร ขับไปเร็วๆ...กูบอกก็ไม่เชื่อ ถ้าไปทางนั้นแต่แรกป่านนี้ถึงไปนานล่ะ"

คนที่พูดดีทำท่าจะหนีแต่แรกกลับเป็นคนแรกที่พุ่งเข้าไปช่วยและควบคุมสถานะการณ์ ต้องบอกว่าไอ้หล่อน้ำปั่นดูเป็นฮีโร่ในสายตาใครหลายๆคน ที่พอหมดเรื่องก็ชิ่ง ไม่บอกชื่อ ไม่ต้องการคำขอบคุณ

ไอ้น้ำปั่นคนนี้ก็มีมุมเท่ที่หลายๆคนไม่รู้เหมือนกัน

"มึงทายถูกหนึ่งในล้านล่ะว่ะ"

ไอ้ลางสังเฮ่าร้ายๆของน้ำปั่น ก็อาจจะช่วยคนอื่นไว้ได้เหมือนกัน

แต่ความซวยมันไม่ได้หมดแค่นั้น เพราะอีกสองนาทีจะได้เวลาเข้าเรียน แต่ไอ้น้ำปั่นมันยังวิ่งตาเหลือกอยู่ที่บันไดทางลงไปห้องดองศพอาจารย์ใหญ่

หลังจากไอ้แม็กซ์จอดรถปั๊บก็วิ่งตาลีตาเหลือกไปที่ห้องดอง ไม่ใช่ว่าอาจารย์ดุหรือโหดมาก เข้าสายนิดสายหน่อยไม่ได้ แต่น้ำปั่นคนนี้เป็นคนที่ีรักษาเวลามากต่างหาก

แต่แล้วในนาทีที่เห็นประตูอยู่รำไร ประตูกลับค่อยๆปิดลงช้าๆ เรื่องวิ่งน้ำปั่นไม่ยอมแพ้ใครอยู่แล้ว ถึงได้ใส่เกียร์เต็มสูบแล้วหลับหูหลับตาวิ่ง

"ย๊าาาากกกกก"

ปึ่ก

โครมมม

แล้วเพราะมันหลับหูหลับตาวิ่งนี้แหละ เลยวิ่งชนประตูจนคนที่ปิดประตูกระเด็น ล้มกลิ้งไปพร้อมๆกัน แต่แทนที่มันจะห่วงคนที่ชนก่อน น้ำปั่นกลับยกข้อมือดูนาฬิกา

"ฮ่าๆๆๆๆๆ ทันเว้ยๆ"

แล้วก็หัวเราะลั่นตอนที่เข้าห้องทันเวลาและตามมาด้วยเสียงกริ่งบอกเวลาเรียนชม.แรก เงยหน้าขึ้นมองคนทั้งห้องที่ยืนมองอย่างอึ้งๆ

"น้ำปั่น!"

"ฮ่าๆ กูเข้าทันเว้ย!"

คนที่ยังดีใจเหมือนจะยังไม่รู้สึกตัวว่ากำลังทับบางอย่างอยู่ ถึงได้หัวเราะร่า ยกนิ้วโป้งให้เพื่อนร่วมคลาส

"อาจารย์ผมไม่ได้เข้าสายนะ เข้าทันพอดีเป๊ะ!"

ว่าแล้วก็ลั้ลล้าต่อท่ามกลางสายตาของเพื่อนๆ ในจังหวะที่มีเสียงหนึ่งดังมาจากใต้ร่างให้มองตาม

"ครับ คุณไม่ได้เข้าช้า ฉิวเชียดเลยล่ะ แล้วที่นี้จะลุกขึ้นไปได้หรือยังครับ"

"เฮ้ย!"

คนที่นอนทับอาจารย์ผู้สอนมากว่านาทีลุกพรวดขึ้นก่อนจะกรอกตาไปมา สมองที่คิดแค่เรื่องร้ายๆก็สั่งการอย่างรวดเร็ว

ไม่เข้าช้าก็จริง แต่มึงเสือกล้มทับอาจารย์! ซ-ว-ย ล่ะครับงานนี้

"ขอโทษครับอาจารย์"

อย่างน้อยไอ้น้ำปั่นคนนี้ก็มีสัมมาคารวะ ก้มหน้าอย่างสำนึกผิด มือก็ประกบกันอยู่เหนือหัว ก้มหน้าก้มตาขอโทษโดยไม่มองหน้าอาจารย์

"โห้ อาจารย์แว่นร้าวเลยเว้ย"

"ซวยแล้วน้ำปั่นเอ้ย"

น้ำปั่นยิ่งไม่กล้ามองหน้าเข้าไปใหญ่ที่คิดเรื่องเลวร้ายไว้มากมายก็ยิ่งทำให้กลัวจนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง

"รักษาเวลามันก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้ารักษาเวลาจนทำให้คนอื่นเดือดร้อนผมว่ามาสายยังจะดีซะกว่า"

กึก

แทนที่จะได้ยินเสียงดุด่า แต่กลับได้ยินแค่เสียงเตือนตามภาษาอาจารย์ทั่วไป

"อาจารย์ผมขอโทษจริงๆครับ ผมกลัวเข้าไม่ทัน"

"...มันเป็นอุบัติเหตุ ผมไม่ถือโทษโกรธ...แล้วคุณก็เข้าทัน ผมเริ่มสอนเลยก็แล้วกัน"

อาจารย์ดันแว่นร้าวๆตอนที่ล้มเมื่อกี้ขึ้นพอดีตา ก่อนจะเดินวนไปอีกด้านที่มีอาจารย์ใหญ่นอนแน่นิ่งอยู่

"ปั่น! เสื้อนายมีเลือดด้วย!"

"เลือดใคร!? เลือดจารย์หรือเลือดไอ้ปั่น!"

"เฮ้ยๆ ไม่ใช่ๆ ไม่ใช่ทั้งของฉันทั้งของจารย์แหละ ฮ่าๆ พอดีระหว่างประสบอุบัติเหตุนิดหน่อย รถคันข้างหน้าเสียหลักพุ่งลงข้างทาง ลุงที่เป็นคนขับเขาถูกเศษกระจกบาด แล้วก็หมดสติ ฉันเลยเข้าไปช่วย นี้ไม่ใช่เลือดใครทั้งนั้นแหละ"

พอถามว่าเลือดใครน้ำปั่นก็ร่ายยาว ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อตัวเองต่อหน้าเพื่อนในห้อง

"จะพล่ามอีกนานไหม ผมจะได้เริ่มสอน"

"จารย์โหด"

เสียงเดียวที่ดังลั่น และก็ออกมาจากปากไอ้คนที่เกือบเข้าสาย มือชะงักค้างตอนที่เห็นอาจารย์ร่างสูงกว่าตัว

"จารย์…หน้าคุ้นๆนะ"

ก็ไม่ให้คุ้นได้ยังไง เจอกันตั้งสองครั้งแล้ว แถมแต่ละครั้งเจ้าน้ำปั่นก็กำลังรีบๆจนไม่ได้จำหน้า หากแต่ก็ผ่านๆตาพอจะคุ้นๆ ทั้งห้องพากันเงียบกริบเมื่อรู้ดีว่าอาจารย์คนนี้โหดแค่ไหน ผิดกับนายชญานนท์ที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราว วันๆเอาแต่ไล่ตามพี่ชายจนเรื่องของตัวเองมันกลายเป็นเรื่องรองของชีวิต

"ผมชื่อปุริมครับ อาจารย์ปุริม สอนประสาทวิทยา"

"อ้าว นี้ไม่ใช่วิชานั้นนี้"

"ผมมาสอนแทนอาจารย์ท่านอื่น ต้องบอกว่าเราเจอกันเป็นคาบแรก"

สองคนสบตากันเหมือนพลังงานบางอย่าง คนหนึ่งทะเล้นทำหน้างงอีกคนก็นิ่งจนหน้ากลัว ความไม่ลงตัวที่หลายๆคนมองแล้วคิดเหมือนๆกัน

มีเรื่องแน่ๆ

"ไม่น่าแปลกที่คุณจะคุ้นหน้า...เพราะผมเป็นอาจารย์สอนประจำอยู่ที่นี้"

"ไม่นะ ผมว่าไม่ได้คุ้นแบบนั้น ไหนจารย์ถอดแว่นดิ แว่นมันร้าวแล้ว มองไม่เห็นหรอก"

คนที่สายตายาวก็ดึงแว่นออกจากหน้าตามความต้องการของนักศึกษาให้คนที่ถอดเสื้อเปลือยท่อนบนแบบคนที่ไม่ชอบใส่เสื้อซับในก้าวเข้ามาลูบคางมองชัดๆ

"อื้ม...เคยเจอ ต้องเคยเจอแน่ๆ"

ใบหน้าหล่อเหลาถอนหายใจก่อนจะเก็บแว่นตาร้าวๆใส่กระเป๋าตามเดิม

"นี้เด็กคนนี้เขาเป็นแบบนี้ตลอดเลยเหรอครับ"

"ฮ่าๆๆ มันเป็นแบบนี้แหละจารย์"

ปุริมถึงกับยกมือขึ้นเสยผม ท่าทางเป็นกันเองไม่ได้เครียดๆเหมือนเมื่อก่อนหน้านี้เริ่มทำให้เหล่านศ.มองว่าปุริมหล่อขึ้นมาบ้าง ถึงปุริมจะดุแค่ไหนก็ตาม

แล้วชม.เรียนก็ผ่านไปแบบที่มีเจ้าน้ำปั่นยืนปากสั่นเพราะอากาศมันหนาวแต่ก็ไม่อยากใส่เสื้อเปื้อนเลือด แล้วคนเป็นอาจารย์ที่ไม่เป็นอันสอนก็ได้แค่สอนจนจบก่อนจะให้เรียนรู้เองในยี่สิบนาทสุดท้าย

"ถ้ามันยากนักก็ใส่เสื้อไว้อย่างเดิมไม่ดีกว่าหรือไง"

ฟึ่บ

เสื้อกาวน์ที่ควรจะเป็นของอาจารย์แพทย์ถูกวางลงบนผิวเนื้อ คลุมหัวไหล่จนถึงแขนขาวๆ ไออุ่นจากเสื้อส่งผ่านมาให้น้ำปั่นหันหน้าไปมอง แก้มใสแดงขึ้นแล้วสอดแขนเข้าไปในเสื้อที่ตัวใหญ่กว่าตัวนิดหน่อย

"ขอบคุณครับจารย์ เดี๋ยวจบวิชานี้แล้วผมคืนให้"

คนที่ยังระลึกชาติไม่ได้ว้าเคยเจอปุริมที่ไหนก็หันกลับไปสนใจชิ้นส่วนต่างๆภายในร่างกายของอาจารย์ใหญ่ทั้งๆที่คนอื่นๆได้แค่กลัว แต่เจ้าน้ำปั่นคนนี้กลับมองอย่างสำรวจด้วยตาวาวๆ

"วันนี้ไปช่วยชีวิตคนมาสินะ"

"หืม? ครับ จารย์ถามไม"

น้ำปั่นที่เวลาจะสนใจอะไรอย่างหนึ่งแล้วสมาธิเขาจะเป็นเลิศตอบอย่างขอไปที่ ให้ปุริมแค่มองซีกหน้าขาวๆ ก่อนจะเดินไปให้ความรู้กับกลุ่มอื่นๆ

"อาจารย์แม่งก็ฮาดีนะ แค่ขรึมๆ พอมีมึงเท่านั้นแหละพวกกูเลิกเกร็งเลย"

"เออ มึงนี้มันปั่นป่วนสมชื่อจริงๆ"

"เออๆ พวกมึงเงียบหน่อย กูกำลังใช้สมาธิ"

เสียงคุยกันดังเข้าหูให้อาจารย์ที่ดูหน้าเกรงขามหันไปมอง

ปั่นป่วนสินะ

อาจารย์จบใหม่ที่เป็นทั้งอาจารย์และปฏิบัติจริงได้แค่คิดในใจยามหันไปมองซีกหน้าที่ขมักเขม้นกับการเรียนรู้ ก่อนจะก้มมองรายชื่อแล้วจำขึ้นใจ

ชญานนท์ จอมปั่นป่วนของแท้

....................................

เสียงเพลงในผับดังกระหึ่มให้ไอ้เด็กมหาลัยกลุ่มหนึ่งเดินแทรกเข้าไปภายใน หนุ่มหล่อหลากสไตล์ที่เดินเรียงรายเข้ามาภายในโซดาคลับที่เป็นร้านเล่นประจำของวงไอ้แม็กซ์เพื่อนคนหล่อที่เรียกสาวเข้าร้านไปกว่าครึ่ง พอรวมกับเหล่าวงของมันแล้ว ก็ยิ่งทวีคูณความเท่เข้าไปอีก

"สวัสดีครับทุกคนนนนน"

"กรี๊ดดดดดด"

และไอ้ที่กำลังถือไมค์ด้วยมือเดียวแล้วส่งเสียงทักทายแฟนคลับนั้นชื่อเม่น

"มาเริ่มกันเลยนะครับ"

แล้วเสียงเบสอินโทรก็เริ่มขึ้น ไอ้คนที่เท่ๆทรงผมไถข้างนั้นโอโม ตามมาด้วยเสียงโซโลกีต้าร์ด้วยฝีมือของไอ้แม็กซ์เพื่อนเกือบสนิทที่มีงานอดิเรกคือการทำวงกับเพื่อนในคณะเดียวกัน แค่ตั้งวงไม่กี่ปีก็ดังกระหึ่มทั้งบนยูทูปและคลับดังๆ

ตามมาด้วยเสียงกลองดังกระหึ่มได้ใจโดยพี่พูคนหล่อ ให้ไอ้น้ำปั่นที่บัดนี้ก็ยังอยู่ในชุดกางเกงนักศึกษาและสวมเสื้อกาวน์ของปุริมอยู่

นอกจากจะไม่คืนเสื้อเขาแล้วยังไม่ยอมถนอมเสื้อกาวน์เขาอีกต่างหาก

"เขาปล่อยให้มันเข้ามาได้ยังไงว่ะ"

ไอ้ไผ่ที่ตัวสูงที่สุดถึงกับส่ายหน้า หันไปกระซิบกับไอ้ต่อ ซึ่งไอ้ต่อก็หันไปสะกิดไอ้โต้ที่ตัวคลำๆให้มองกำปั่นที่กระโดดโหยงๆอย่างเมามันตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วที่แย่กว่านั้น นอกจากมันจะไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว มันยังไม่มีเสื้อซับในสักตัว ใส่เสื้อกาวน์ตัวเดียวทับเนื้อขาวๆมันเท่านั้น

แล้วแม่งโคตรหน้าเกลียดเลย

"ระวังอย่าให้มันไปสร้างความวุ่นวายให้ใครก็พอ"

หนึ่งที่เงียบมานานพูดอย่างมีเหตุผล กระโดดโหยงๆเชียร์เพื่อนที่อยู่บนเวที ให้อีกสามคนที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นบอดี้การ์ด แต่ไม่ได้ปกป้องมันจากคนอื่น แต่ปกป้องคนอื่นจากมันซะมากกว่า

"มึงแม่งโคตรเทพอ่ะ มองจากข้างล่างมึงเด่นสุดอ่ะ ฮ่าๆๆ เฮ้ยๆ กูไม่กินเหล้า ถ้าเบียร์ก็โอเค เออ แล้วตอนมึงโซโลเดี่ยวนะมึง หืมมมมม เท่มากกกก กูนี้ปลื้มมากกกก"

"แต่ก็เด่นไม่เท่าไอ้บ๊องที่ใส่เสื้อกาวน์ตัวเดียวมาโดดโหยงๆแหกปากอยู่กลาสาวๆหรอก หน้าตาก็ดี ทำตัวถ่อยมาก"

หนึ่งที่อ้าปากพูดทีต้องมีคนเจ็บ หากแต่ไม่ใช่ที่ร่างกาย แต่เป็นจิตใจ แต่ไอ้คนเจอด่ารึก็ไม่คิดจะระคาย

"ฮ่าๆๆๆ มึงนี้พูดอะไรไม่รู้เรื่องเลย ฮ่าๆๆ หมายถึงใครอ่ะมึง ฮ่าๆๆ"

คนที่บอกว่าเหล้าไม่แตะเบียร์ไม่ช้าก็หัวเราะเพราะกึ่งเมากึ่งมีสติ ไม่ได้รู้ตัวหรอกว่ากำลังเป็นจุดสนใจของทุกคน

หล่อแบบต๊องๆมันก็ดูดสาวๆได้

ปึ่ก

"หึๆ เพื่อนมึงนี้แม่งบ้าว่ะ"

แล้วไม่ใช่แค่พวกเพื่อนของแม็กซ์ที่นั่งร่วมวงในโซดาคลับ แต่ยังมีเพื่อนร่วมวงของแม็กซ์อีก

"เฮ้ย มึงชื่อน้ำปั่นใช่ไหม เสื้อกาวน์มึงคุ้นๆนะ"

เจ้าของชื่อพูมือกลองสุดเท่ก็เดินอ้อมมาจับไหล่ไอ้น้ำปั่น แล้วก้มมองชื่อที่ติดอยู่บนเสื้อ

"นั้นไง กูว่าแล้ว"

"อะไรว่ะ?"

"เสื้อพี่กูไง"

พูว่าเรียบๆก่อนจะพยักหน้า ยกเหล้าขึ้นดื่ม

"แต่นี้มันเสื้อกาวน์อาจารย์กูนะ"

ถึงจะไม่ได้สนิทกันมากมาย แต่ก็ต้องบอกว่าไอ้น้ำปั่นมันเข้ากับคนอื่นง่ายมาก เลยสนิทกับเพื่อนในวงไอ้แม็กซ์ประหนึ่งเป็นเพื่อนกันมาก่อน

"เออ อาจารย์มึงชื่อปุริมรึเปล่าล่ะ?"

"เออ เฮ้ย อย่าบอกนะว่ามึงเป็นน้องอาจารย์ แหม แม่งโคตรบังเอิญเลย จารย์แม่งโคตรใจดีอ่ะมึง ขนาดกูล้มทับจนแว่นร้าวยังไม่โกรธกูเลย ฮ่าๆๆ แถมยังถอดเสื้อมาให้กูยืมอีก โคตรใจดีอ่ะ หน้าตาก็หล่อ แหม เป็นคนดีจริงๆ เห็นขรึมๆที่ไหนได้ก็เป็นคนอารมณ์ดี มีการแซวกูด้วยนะมึง ฮ่าๆๆ"

ไอ้น้ำปั่นก็ร่ายยาว ยกเบียร์แก้วใหญ่ขึ้นดื่มก่อนจะฟลุบไปทั้งๆอย่างนั้น สุดท้ายแล้วก็ไม่พ้นไอ้แม็กซ์ที่ถอนหายใจแล้วหิ้วปีกไอ้น้ำปั่นลุกขึ้น

"กูพามันไปเก็บก่อนนะ เดี๋ยวกลับมา"

"เออๆ รีบๆกลับมานะมึง"

ไผ่โบกมือให้เพื่อน ใช่ว่าไม่เป็นห่วงหรอก แต่ไปกันหลายคนยิ่งวุ่นวาย ให้แม็กซ์จัดการคนเดียวไวกว่าตั้งเยอะ ก็แม็กซ์กับน้ำปั่นมันรู้จักกันมาตั้งแต่ม.ปลายน่ะสิ เพราะงั้นอย่างพวกเพื่อนๆที่เพิ่งจะรู้จักกันได้ปีเดียวจะเป็นตัวเกะกะเปล่าๆ

"มึง ไอ้ปั่น เมาแล้วอย่างนี้ทุกที สักวันมึงจะโดนอุ้มไปขาย"

"ฮ่าๆๆ เอิ๊ก กูม่ายกลัวววว"

"เออๆ นั่งนิ่งๆไปเลยมึง"

สุดท้ายก็โดนเพื่อนลากกลับไปนอนที่บ้าน บ้านหลังโตที่มีแค่น้ำปั่นคนเดียว พ่อแม่ก็ไปๆมาๆบ้านกับต่างจังหวัด เรื่องงานที่น้ำปั่นก็ต้องทำใจอยู่คนเดียวให้ได้

กว่าจะเอาไอ้เจ้าน้ำปั่นเข้านอนได้ก็นานเอาเรื่อง กว่าจะขับรถกลับไปที่คลับก็ใช้เวลานานพอสมควร ทำเอาหมดอารมณ์ไปตามๆกัน

ส่วนไอ้เจ้าน้ำปั่นที่โดนเพื่อนเอามาทิ้งไว้ก็นอนหลับอุตุ หากมีโจรเข้าบ้านเวลานี้ไอ้ปั่นคงเละเป็นโจ๊กหรือไม่ตื่นมาบ้านคงไม่เหลืออะไรสักอย่าง

มีเพียงเสียงกรนที่ดังสลับกับเสียงสูดน้ำลายแจ๊บๆ เท่านั้นเอง

+++++++++++++++++++++++++

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}