by.. ฟาง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

55/ ดับดวงตะวัน (แก้คำผิด)

ชื่อตอน : 55/ ดับดวงตะวัน (แก้คำผิด)

คำค้น : ตอนที่ 55

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 37.2k

ความคิดเห็น : 358

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ต.ค. 2560 19:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
55/ ดับดวงตะวัน (แก้คำผิด)
แบบอักษร

โปรดP...

"พี่ชายจะตามไปจริงเหรอคะ น้องว่ารออยู่ที่นี่ก็ได้ ยังไงลูกหลงก็ต้องกลับมาที่นี่อยู่ดี ลูกหลงรักหลวงตาจะตายไม่หนีไปไหนแน่ๆ"

"นั่นสิพี่โปรด มินว่ารออีกนิดดีมั้ย น้องหลงเพิ่งไปวันเดียวเองนะครับ"

"กูรู้ว่ามึงอยากไป ทำตามที่ใจอยากทำเถอะว่ะ แต่ถ้ามึงจะไปนะโปรด สิ่งนึงที่ต้องท่องไว้เสมอก็คือ ไม่ว่าจะได้ยินได้เห็นอะไรก็ตาม สิ่งที่มึงต้องเอาชนะมันให้ได้ นั่นคือเอาชนะใจตัวเอง นี่เด็กหลงฝากกูมาให้มึงน่ะ" กระดาษที่มีสัญลักษณ์ของธนาคารหนึ่งถูกยื่นมาให้ ตัวเลขที่กรอกอยู่ในกระดาษมันเป็นตัวเลขเดียวกัน กับหลายปีก่อนที่ผมยัดใส่กระเป๋ากางเกงให้ปอรัก

"อ๋อ น้องลืมบอกน่ะค่ะ วันก่อนลูกหลงขอหมายเลขบัญชีธนาคารของพี่ชายไปนี่นา" ผมเอนหลังพิงกับโซฟาอย่างอ่อนแรง ตอนนี้มือมันหนักและชาเกินที่จะเอื้อมมือไปรับกระดาษบางเบาแค่แผ่นเดียวใบนั้น จนไอ้ตุลย์ถอนหายใจแล้วเดินมานั่งที่โซฟาตัวเดียวกับผม ก่อนจะรั้งคอผมให้ซบลงกับไหล่ของคุณพ่อลูกสาม ท่ามกลางความเงียบงันผมก็ได้แต่นิ่งปล่อยให้น้ำตาไหลจนเปียกชุ่มไปทั้งไหล่ของเพื่อน ที่เคียงข้างดูแลกันมาเสมอ บางสิ่งบางอย่างไม่พูดออกไป ไม่ได้แปลว่าไม่รู้สึกอะไรนะครับ แต่เพราะว่ารู้สึกมากเกินไปจนไม่รู้จะเอ่ยออกมายังไง..ก็แค่นั้นเอง


"พ่อตุลย์ๆ หูยย ดูสิตึกสูงจังเนอะพ่อ แม่มินๆ มีรถไฟวิ่งข้างบนด้วยแม่ ถ้ามีแบบนี้ที่บ้านเรา ติณฑ์จะอุ้มแฝดไปนั่งเล่นทุกวันเลย" ไม่ต้องแปลกใจกับเสียงพูดจ้อของแมงหมู ที่ตื่นเต้นกับทุกอย่างรอบตัวตั้งแต่ขึ้นเครื่องบิน จนมานั่งบนรถตู้ที่คุณอรรคส่งคนมารับ ไอ้แมงก็ยังพูดพล่ามก้องไปทั้งรถตู้ไม่หยุดปากหรอกครับ เพราะหลังจากที่คุยกันเมื่อวานซืน ตอนนี้พวกเราทุกคนต่างก็พากันยกโขยงจากแพร่เข้ากรุงเทพฯ กันหมด เห็นพ่อแม่แมงหมูบอกว่าจะมาดูโรงเรียนให้ลูกมันด้วย เทอมหน้าก็ขึ้นปอหนึ่งแล้ว และครอบครัวนี้เขาจะย้ายกลับมาอยู่สมุทรปราการเหมือนเดิมน่ะสิ

"แมง ก่อนปิดเทอมนี่ได้บอกแฟนรึยังว่าตัวเองจะย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ เดี๋ยวแฟนก็ได้ร้องไห้อยู่ที่แพร่หรอก" แมงหมูถอนหายใจแรงๆ แล้วเดินลัดเลาะปีนขึ้นมานั่งเบาะเดียวกับผม แขนเล็กยกขึ้นมากอดอกตัวเองแล้วเก๊กหน้านิ่วคิ้วขมวดจนน่าหมั่นไส้ จะเก๊กเรื่องอะไรของมันอีกวะ

"เป็นอะไร โดนแมงกระต่ายงอนว่างั้น?"

"อิงน่านน่ะขี้แยพูดไม่รู้เรื่อง ติณฑ์ก็บอกแล้วว่ามันคือหน้าที่ ติณฑ์ต้องตามมาดูแลน้องแฝดที่เมืองกรุง พ่อตุลย์ก็ต้องมาทำงาน ไหนจะต้องเรียนหนังสือเพื่อมารักษาขาของแม่มินอีก แต่อิงน่านก็ยังไม่ยอมเข้าใจเอาแต่ร้องไห้อยู่ได้ ขนาดติณฑ์บอกว่าถ้าโตขึ้น เดี๋ยวจะกลับไปรับมาแต่งงานกันที่เมืองกรุง แต่อิงน่านก็ยังงอแงอยู่ดี" ผมอดขำปนเอ็นดูเจ้าหลานชายจอมแก่แดดคนนี้ไม่ได้ จะกลับไปรับแมงกระต่ายมาแต่งงานกันเหรอ เหมือนพ่อมันชะมัดเชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆ แต่ขอให้เหมือนแค่นี้ก็พอเถอะนะ อย่าทะลึ่งโชว์เหนือด้วยการโง่งมในเรื่องความรัก เหมือนพ่อกับลุงเลยไอ้แมงหมูเอ๊ย

"ยายปริม ตาเชษ สวัสดีครับ หลานคิดถึงตากับยายที่สุดในโลกเล้ย" รถตู้จอดหน้าบ้านของมินที่ปากน้ำปุ๊บ พอไอ้แมงหลานมันเห็นลุงเชษกับป้าปริมยืนรออยู่หน้าบ้าน มันก็ถลาลงไปออดอ้อนออเซาะจนน่าหมั่นไส้ นิสัยแบบนี้สาบานว่าไม่ใช่ของผมกับไอ้หมอสัสแน่ๆ แต่มันเป็นนิสัยของ..

"แล้วไม่คิดถึงลุงโยคนหล่อคนนี้แล้วเหรอไอ้ลูกหมา เฮ้อ มันน่าน้อยใจจริงเว้ย"

"ลุงโยของหลานก็อยู่ด้วย คิดถึงมากๆ จุ๊บๆๆ" ผมเดินหนีจากภาพลุงหลานตรงหน้าด้วยความรู้สึกเอือมๆ รู้งี้แอบมาคนเดียวก็ดีละ 

จึกๆ "แล้วไอ้หนุ่มคนนี้ล่ะคิดถึงพ่อบ้างมั้ยวะ แหมะ! พ่อทักแค่นี้ทำเป็นสะดุ้งเฮือกเลยนะ หัดเป็นคนขวัญอ่อนตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ยไอ้เสือของกู" อุตส่าห์หนีคู่ลุงหลานมหาภัยคู่นั้น มาสูบบุหรี่แถวริมทะเลสาบในหมู่บ้านเงียบๆ คนเดียวแท้ๆ แต่หัวหน้าทีมมหาภัยก็ยังตามมาจนได้เนอะ

"มาได้ไงเนี่ย แล้วกินข้าวกินปลากินยาบ้างรึเปล่า ทำไมผอมลงล่ะ" ไฟแดงๆ ของบุหรี่ถูกขยี้ด้วยรองเท้าผ้าใบคู่เก่าที่ใส่มาได้สองปี ก็ตั้งแต่ใส่ไปแพร่ครั้งแรกจนถึงวันนี้นี่แหละ

"ทักกันแบบนี้มึงควรส่องกระจกดูหนังหน้าตัวเองบ้างนะไอ้เสือ กูรู้ว่ามึงทั้งดิบทั้งเถื่อนขนาดไหน แต่ถ้าจะเป็นมหาโจรแบบนี้หัวใจบางๆ ของพ่อมึงมันจะขาดได้ง่ายๆ นะเว้ย โถๆ ลูกชายที่กูอุตส่าห์ฟูมฟักมาอย่างดี ตอนนี้กำลังถูกพิษรักเล่นงานเอาซะแล้ว"

"หยุดเถอะคุณอรรค ผมว่าคุณอรรคมาเล่นผิดที่ละ นู่นผมเห็นลูกทีมของคุณอรรคกำลังเล่นกันอยู่ที่บ้านมินนู่นแน่ะ"

ผัวะ! "กูเกลียดความปากกรรไกรของมึงว่ะไอ้เสือ งั้นเอาสาระนะ ได้ยินว่าครอบครัวของลูกไอ้สิงห์มันจะย้ายกลับมาอยู่ที่นี่งั้นเหรอ แล้วไอ้เสือล่ะตั้งเป้าหมายอะไรไว้ พ่อไม่ว่าหรอกถ้าแกจะเฝ้าลูกสะใภ้อยู่ที่นั่นน่ะ แต่มันควรมีปลายทางที่เป็นรูปธรรมให้เห็นหน่อยมั้ยวะ ใจคอแกจะอยู่แบบนั้นต่อไปเรื่อยๆ งั้นเหรอลูก" 

ตรู๊ดๆ "มีอะไร" สงสัยสายที่โทรมาจะเป็นลูกน้องคนไหนสักคนของคุณอรรคเขาล่ะมั้ง ผมทอดสายตามองตามแผ่นหลังของชายวัยเกือบสูงอายุ ภายใต้ความตั้งตระหง่านไม่เคยหวั่นเกรงกับเรื่องใดๆ ของผู้ชายคนนี้ มันแฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด ผมคงเป็นลูกชายที่ไม่ได้ความมาก ถึงทิ้งภาระหน้าที่ให้พ่อตัวเองต้องรับผิดชอบอยู่คนเดียวตั้งสองปีแน่ะ

"อืม ฝากดูด้วยก็แล้วกัน ดูห่างๆ อย่าเข้าไปวุ่นวายกับพวกเขาล่ะ"

หมับ! เท้าทั้งสองข้างของผม ก้าวเดินไปหาพ่อที่ยืนหันหลังคุยโทรศัพท์ด้วยท่าทีเคร่งเครียด ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าดึงคนที่ไม่ค่อยได้โอบกอดกันสักเท่าไหร่ มาไว้ในอ้อมแขนของตัวเอง ไม่รู้ว่าพวกเขาที่คุณอรรคพูดถึงคือใคร ไม่รู้ว่าอะไรทำให้ไหล่ที่เคยสง่าผ่าเผยนั้นกลับลู่ลงช้าๆ ผมรู้แต่ว่าเขากำลังแบกรับอะไรบางอย่างที่หนักเกินไป ทำให้เขาดูบอบบางจนน่าใจหาย

"ไอ้เสือลูกพ่อ ถ้าวันนึงแกต้องเสียใจ ก็จงเรียนรู้ที่จะเสียใจอย่างเข้มแข็ง เพื่อที่จะได้เรียนรู้ถึงความสุขในวันข้างหน้า ว่ามันดีมากขนาดไหนนะลูก" ถ้อยคำของพ่อเหมือนมีอะไรสักอย่างที่ต้องการบอกกล่าว แต่มันคืออะไรล่ะที่ทำให้คนชัดเจนมาตลอดอย่างคุณอรรค พิพัฒธณปราโมทย์ กลับกลายเป็นคนคลุมเครือแบบนี้ มันคือเรื่องอะไรกันนะ 


"โปรด อันนี้กูสมมุตินะเว้ย คือสมมุติว่าถ้าไอ้น้องเอ๋อกับไอ้ชินเขาคบกันไรงี้ มึงจะทำยังไงวะ" เวลาสามทุ่มกว่าๆ ในบ้านของมิน บ้านที่ช่วงเวลาหนึ่งพวกผมเคยเข้าออกกินนอนอยู่ที่นี่ บ้านที่ครั้งหนึ่งใครบางคนก็เคยนอนหนุนแขนผมที่นี่เช่นกัน ไอ้โยเดินหน้านิ่วมาหาผมที่นั่งสูบบุหรี่อยู่ใต้ต้นลีลาวดีด้วยท่าทางอึดอัดใจ คำถามเหมือนหยั่งเชิงอะไรสักอย่างของไอ้โย ประกอบกับพฤติกรรมกระซิบกระซาบของสมาชิกในบ้านเมื่อครู่ใหญ่ รวมถึงแววตาที่แฝงไปด้วยความหนักอกหนักใจของคุณอรรค ทำให้ผมเริ่มมองเห็นถึงเค้าลางเรื่องราวบางอย่างค่อยๆ ชัดเจนขึ้นมาทุกที

"โปรดมึงเป็นอะไรปะ เจ็บหน้าอกอีกปะวะ" คงเป็นเพราะอาการปวดหนึบที่กากบาทด้านซ้ายมันเริ่มบีบรัดรัวแรงขึ้นมา ผมถึงเผลอยกมือสั่นๆ ไปกดมันไว้ 

"อืม..นิดหน่อยน่ะไม่เป็นอะไรหรอก ว่าแต่ทำไมมึงถึงถามแบบนั้นล่ะ มีอะไรจะบอกกูรึเปล่าโย"

"เอ่อคือว่า คือ..เว้ย! ไอ้ดิวเว้ย มึงมาบอกท่านโปรดพี่ชายมึงเองเถอะ แม่งไอ้สัส คนอยู่เป็นสิบแล้วทำไมต้องเป็นกูที่ซวยมาโอน้อยออกแพ้เขาวะ" ไอ้โยลุกพรวดพราดเดินเข้าบ้านพร้อมกับตะโกนโหวกเหวกโวยวายเรียกหาผัวเด็กของมัน ได้ยินคำพูดของไอ้โยผมยิ่งสัมผัสได้ถึงเรื่องราวอะไรบางอย่าง ที่ทำให้ความรู้สึกตรงหางตาของตัวเองมันร้อนขึ้น เหมือนน้ำใสๆพร้อมจะไหลออกมาได้ทุกเวลา 

"อ่ะ นี่ครับท่าน ดูแล้วถ้าอยากจะร้องไห้ก็มาซบไหล่ผมได้นะท่าน" มือสั่นๆ ข้างเดียวกันกับที่ยกมากุมหัวใจตัวเองเมื่อกี้ ตอนนี้มือข้างนั้นก็กำลังรับโทรศัพท์เครื่องบางของไอ้ดิว ที่มีแอพสีฟ้าเปิดคาอยู่ที่หน้าฟีคข่าว 

#ขอให้คำตอบของคนนี้ในวันพรุ่งนี้ เป็นคำตอบที่ทำให้มีความสุขที่สุด ตั้งแต่อยู่มาถึงยี่สิบแปดปีนี้เถอะนะ# ตัวหนังสือเพียงไม่กี่ประโยค รูปภาพที่หัวเหม่งแก้มใสของผมกำลังยิ้มกว้างโดยมีฉากหลังเป็นท้องทะเลสีคราม แววตาคู่นั้นมันสื่อความหมายว่ามีความสุขเหมือนเมื่อหลายปีก่อน เพียงแต่ครั้งนั้นคนที่เจ้าของดวงตาสดใสส่งให้มันคือผม และรอยยิ้มแฉ่งแก้มบุ๋มนั้นก็เคยมีให้ผมแต่เพียงผู้เดียว

"อ่อนแอบ้าง ร้องไห้กับใครบ้างก็ได้นะครับท่าน"

"เอากุญแจรถมึงมาให้กูซิดิว" สีหน้าลำบากใจของไอ้ดิวทำให้ผมเดินกลับเข้าไปในบ้าน ความร้อนรุ่มมันแผดเผาใจจนทนนิ่งเฉยไม่ได้อีก 

"พ่อ ยืมรถหน่อย" วงสนทนาในบ้านเงียบลงทันที ที่ผมเอ่ยถึงความต้องการของตัวเอง

"มันดึกแล้วแกจะไปไหน พรุ่งนี้ค่อยไปก็ได้ พ่อจะพาไป"

"นั่นสิโปรด วันนี้เพิ่งเดินทางมาเหนื่อยๆ มึงไปอาบน้ำแล้วนอนกอดกกอ้วนข้างบนนู้นไป" เสียงเรียบๆของไอ้ตุลย์พูดขึ้นมา หลังจากที่มันนั่งมองผม ที่ใช้สายตากดดันให้คุณอรรคส่งกุญแจรถมาให้

"ถ้าเป็นมิน มึงก็คงไม่อยู่เฉยแบบนี้ใช่มั้ยตุลย์"

"แล้วมึงรู้เหรอว่าจะไปตามหาพวกเขาที่ไหน ใจเย็นก่อนโปรด อย่าปล่อยให้สองปีที่มึงเพียรพยายามสร้างมันขึ้นมา ต้องพังพินาศเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบสิวะ กว่าจะถึงวันนี้มึงต้องอดทนต้องพยายามมากแค่ไหน แล้วจะปล่อยให้มันสูญเปล่าไปเลยรึไง"

"มินว่าให้พี่โปรดไปเถอะครับ แต่พวกเราจะไปกับพี่ด้วยนะ อย่าลืมสิว่าพวกเราทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน ทั้งพี่โปรดและน้องหลงก็คือครอบครัวของพวกเรา" ผมถอนหายใจกับการกดดันตามแบบฉบับของมิน แต่คิดว่าในเวลาอย่างนี้ผมจะมานั่งเกรงอกเกรงใจอย่างนั้นเหรอ?

"อืม อยากไปก็ไปสิ พ่อผมว่าพ่อควรบอกจุดหมายปลายทางให้รู้ได้แล้วนะ พ่อน่าจะรู้ดีว่าตอนนี้ผมควรไปหาพวกเขาที่ไหน"

"เฮ้อ ชีวิตเราไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้เดินไปข้างหน้าเท่านั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่เหนื่อยก็ปล่อยให้ตัวเองหยุดพักบ้าง ถ้าหายเหนื่อยดีแล้วค่อยลุกเดินต่อไปก็ได้ แต่นั่นหมายความว่าแกต้องเข้มแข็งก่อนนะไอ้เสือ อยากไปก็ไป พ่อเชื่อว่าตอนนี้แกผ่านอะไรมาเยอะ คงจะมีสติยั้งคิดว่าอะไรควรไม่ควร โตแล้วคิดเอาเองก็แล้วกัน" คุณอรรคลุกจากโซฟามือก็กดโทรศัพท์หาใครสักคน คงจะเป็นคนที่โทรเข้ามาเมื่อเย็นนั่นแหละมั้ง

"แม่จ๋าไม่ต้องไปหรอก อยู่กับลูกนี่แหละเดี๋ยวพ่อจ๋าไปเอง"

"ใช่ๆ น้องมินสุดที่รักของพี่โยขึ้นไปนอนกับไอ้ลูกหมาเถอะ ที่เหลือพวกพี่จะจัดการกันเอง ยังไงซะไอ้โปรดมันก็คงไม่เป็นไอ้ขี้แพ้ถึงกับฆ่าตัวตายหรอกนะ ใช่ปะมึง" ผมเดินเลี่ยงไปสูบบุหรี่รออยู่ที่รถของคุณอรรคโดยไม่ตอบคำถามใดทั้งสิ้น หลงรักหรือว่าตอนนี้หมดรักกูแล้วจริงๆวะ ครั้งหนึ่งความร้อนของพระอาทิตย์มันแผดเผาจนปีกบางของแมงปอต้องสูญสลายไป ครั้งนี้คงถึงคราวที่ความยิ่งใหญ่ของพระอาทิตย์จะอ่อนแรงลงบ้างสินะ

"ไปไหนมา" เสียงทักของผมทำให้น้องสาวคนเดียวที่เดินก้มหน้าก้มตาจิ้มโทรศัพท์สะดุ้งเบาๆ ก่อนจะส่งค้อนวงโตมาให้

"นึกว่าผีตกใจหมดเลย ไปซื้อขนมปังของผู้หญิงที่ร้านหน้าปากซอยมาค่ะ พี่ชายล่ะมายืนหงอยอะไรที่นี่ เฮ้อ ไม่ว่าจะต้องเจอเรื่องหนักแค่ไหนก็ต้องอดทนนะคะ ไม่มีใครประสบความสำเร็จได้เพราะการเดินเพียงก้าวเดียวหรอกค่ะ "

"กูว่าดับเครื่องพุ่งชนเลยดีกว่าว่ะ การถอยหลังมันไม่ใช่วิถีของมึงนะโปรด เป็นตัวของตัวเองดีที่สุดละ อ้อ โปรดกูติดหนี้มึงเยอะพอดู ยังไงก็จะรีบใช้คืนให้นะเพื่อน" ไอ้นัทกับพันไทเดินมายืนข้างๆ คำพูดกำกวมของมันทำให้ผมเอะใจนิดหน่อย แต่ก็ไม่มีเวลาคิดตีความอะไรทั้งนั้น นอกจากคำว่าพุ่งชนของไอ้นัทที่ดูเหมือนจะดังกว่าคำพูดอื่นๆ ทำให้ผมอดยิ้มมุมปากไม่ได้ 

นั่นสินะ เมื่อก่อนไอ้ปอมันรักที่ผมเป็นผม ที่ไม่ใช่คนดิบดีอะไรทั้งนั้นติดจะเลวซะด้วยซ้ำ แต่มันก็รักทั้งที่ต้องเจ็บปวด รักทั้งที่ต้องทุกข์ใจ รักทั้งที่โดนผลักไส มันก็ไม่เคยหันหลังหนีไปจากผม และถึงวันนี้ไม่ว่ามันจะอยู่ในฐานะปอรักหรือหลงรัก ผมก็ไม่ควรหันหลังให้แมงปอเพียงเพราะว่าแสงของตัวเองมันอ่อนแรงลงไปทุกที จะยอมแพ้ได้ยังไงล่ะก็หัวใจของผมมันยังเต้นอยู่นี่นา 

ปี๊นนน รถยนต์เจ็ดที่นั่งสองคัน ขับมาจอดจ่อท้ายกันที่หน้าบ้านพักตากอากาศของป้าผมเอง ก็ของแม่ไอ้ชินนั่นแหละ แสงไฟในบ้านถูกเปิดสว่างโร่เพราะเสียงแตรรถที่ผมตบไปยาวๆ เอาสิมึง! ถ้าไม่รีบมาเปิดประตู พ่อจะให้ไอ้ดิวตบแตรอีกคัน

ปี๊นนน แต่ไอ้ดิวก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะยังไม่ทันอ้าปากสั่งอะไรเสียงแตรรถยาวๆ ก็ดังมาจากรถของไอ้ดิว หึหึ เหมาะสมกับตำแหน่งน้องรักจริงๆ แม่งรู้ใจกูไปซะทุกอย่าง

"เว้ย! พ่อมึงตายรึไงห๊ะ บีบแตรแบบนี้ไปเรียกพ่อมึงมาต่อยกับกูเลยดีกว่า สงสัยจะไม่อยากให้พ่อมึงแก่ตายใช่มั้ยไอ้พวกเหี้ย!"

"คุณลุงขา เฮียชินท้าคุณลุงต่อยน่ะค่ะ แถมแช่งคุณลุงให้ตายด้วยนะคะ" เป็นโชคดีของผมที่เปิดกระจกรถ ทำให้ยัยชมพู่ที่นั่งคุยฟุ้งอยู่กับไอ้ยิ้มแทบจะถลามาจากเบาะหลังสุด เพื่อฟ้องคุณอรรคให้ช่วยยำพี่ชายอีกคน ที่กำลังยืนเท้าเอวให้ผมตบไฟสูงใส่หน้ามันอยู่ แม่งน่าชนฉิบหาย เอาสักหน่อยดีไหมวะ

"พี่โปรดครับ คนที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้คือคนชนะ แต่คนที่ใช้อารมณ์กับคนอื่นถึงจะชนะ แต่ที่จริงแล้วเขาแพ้ตั้งแต่เริ่มใช้อารมณ์นะครับ" มินส่งเสียงทักท้วงมาจากเบาะหลัง ยังไม่ทันที่ผมจะหันไปตอบมิน คุณอรรคก็เปิดประตูก้าวลงจากรถแล้วเดินดุ่มๆ ไปตีปากไอ้ชินจนเสียงเพี้ยะดังเข้ามาถึงในรถ พอเห็นแบบนั้นผมเองก็ต้องรีบตาลีตาเหลือกออกไปห้ามก่อนที่คุณอรรคจะฟาดมันอีกที ก็คนนี้น่ะมือหนักไม่ใช่เล่นนะครับ

"โอ๊ย! น้าเขย ตีชินทำไมเนี่ย"

"คุณอรรคพอก่อนพอๆ พ่อพอแล้ว! ไอ้ชินมันเจ็บนะพ่อ เดี๋ยวมันก็วิ่งไปฟ้องแม่มันให้มาตีหนูอีกหรอก โอ๊ย! พ่อเว้ยที่ตีน่ะมันโดนหนูด้วยนะเนี่ย ไอ้สัสชินมึงมาอยู่หน้าเลย" เกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้น เมื่อคุณอรรคฟาดมือใส่ทั้งผมทั้งไอ้ชินอย่างไม่ลืมหูลืมตา รู้งี้ไม่วิ่งมาห้ามก็ดีว่ะ

"คุณลุงขา เล็บข่วนโดนหลานค่ะ โอ๊ย! ไอ้พี่ชินมาดึงผมชมทำไมห๊ะ" 

"ก็เธอมาข่วนหน้าพี่ทำไมมันแสบ! เอามือออกไปจากหน้าพี่เลยนะชมพู่ ไอ้เหี้ยโปรดกูเจ็บ มึงจะจิกหัวกูทำไมวะ แม่งมึงตาย!" ผมขมวดคิ้วพร้อมกัดฟันพลางเอามือแงะปากของไอ้ชินออก เมื่อมันอ้าปากงับแขนผมจนรู้สึกถึงความแสบ ฮึ่ม! มึงก็ตาย!

ซ่าาา หมัดอีกข้างของผมค้างอยู่กลางอากาศ เมื่อมีน้ำเย็นสาดมาที่พวกเราอย่างแรงจนหัวหูพากันเปียกไปหมด แล้วพ่อโดนมั้ยวะ ผมรีบหันไปมองคนที่นึกถึงคนแรก แต่สิ่งที่เห็นก็คือคุณอรรคไปเกาะกลุ่มยืนคุยกับพวกไอ้โยไอ้ดิวตั้งแต่เมื่อไหร่วะ ทิ้งให้ผมสามคนต้องโดนสาดน้ำจากฝีมือของ..

"สนุกกันพอรึยังครับ ถ้ายังไม่พอก็ต่อกันตามสบายนะ พ่ออรรคกับพี่ๆ เข้าไปข้างในกันเถอะครับ" ผมสามคนตาค้างมองคุณอรรคที่ยิ้มแป้นแข่งแป๊ะยิ้ม แล้วเดินไปทั้งกอดทั้งหอมหัวใสๆ ของหลงรักอย่างหน้าชื่นตาบาน ทำไมทำตัวงี้วะ พ่อนะพ่อ! 

"พี่ชมพู่เช็ดตัวก่อนนะครับ" ยัยชมพู่อีกคนรีบทำตัวเป็นจิ้งจกเปลี่ยนสีทันทีที่เข้ามาในบ้าน คงเหลือแค่ผมกับไอ้ชิน อืม ไม่ใช่สิ คงเหลือแค่ผมที่ยืนเคว้งมองหลงรักกำลังเอาผ้าเช็ดตัว มาเช็ดตามหน้าตามผมให้ไอ้ชินพร้อมกับบ่นพึมพำเบาๆ ไอ้ชินเองก็ทำตัวเชื่องเป็นลูกหมาเลยนะมึง หมั่นไส้ว่ะ

"ทำไมถึงมาดึกๆ ล่ะน้าเขย พวกมึงก็ด้วย พากันอพยพมาที่นี่ทำไมวะ"

"ติณฑ์มาทวงน้องหลง! ลุงชินคืนน้องหลงให้ลุงโปรดเดี๋ยวนี้เลยนะ น้องหลงจ๊ะ ไหนบอกพี่ติณฑ์ว่ามาทำธุระเสร็จก็จะรีบกลับไง แล้วทำไมหนีมาเที่ยวกันสองคนล่ะ ไม่สงสารลุงโปรดเหรอ รู้มั้ยว่าวันก่อนลุงโปรดเขาร้องไห้คิดถึงน้องหลงนะ!"

"น้องติณฑ์ไม่เอา อย่าก้าวร้าวกับผู้ใหญ่สิลูกไม่น่ารักเลย ขอโทษพี่หลงกับลุงชินเดี๋ยวนี้ครับ"

"ติณฑ์ไม่ขอโทษ น้องหลงเองก็ทำตัวไม่น่ารักเหมือนกัน ทำไมแม่มินถึงไม่ดุบ้างล่ะครับ ลุงโปรดมานี่มานั่งกับหลาน หลานจะเช็ดน้ำออกให้ เปียกหมดแล้วเดี๋ยวไม่สบายเหมือนวันนั้นอีกนะลุง" แมงหมูเดินลากขาสั้นๆ มาจูงมือผมให้ไปนั่งข้างไอ้นัท ก่อนจะโชว์แมนด้วยการถอดเสื้อโชว์พุงกะทิ แล้วให้ไอ้นัทอุ้มขึ้นไปยืนบนโซฟา จากนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตาเอาเสื้อตัวเองมาเช็ดหัวให้ผมใหญ่

"อย่าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อย่างเมื่อกี้อีกนะลุงโปรด เดี๋ยวจะแพ้ลุงชินเขา" ผมพยักหน้ารับเสียงเล็กๆ ที่แอบกระซิบเบาๆ อยู่ข้างหู ผมจะไขว่คว้าเท่าที่สองแขนยังมีเรี่ยวแรง จะยืนหยัดเท่าที่สองขาจะหยัดยืนไหว จะอ้อนวอนเท่าที่คนป่าเถื่อนคนนี้จะทำได้ จะรักเท่าที่ยังมีลมหายใจอยู่ 

"พ่อว่ามีอะไรไว้คุยกันวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน เหนื่อยว่ะง่วงนอนด้วย ชินแกนอนห้องไหนพาน้าไปพักผ่อนหน่อย แม่ง น้ายังเคืองไม่หายนะเว้ย ถ้าแกพูดเรื่องแก่อีกที แกจะโดนฟาดปากอีกรอบ"

"คุณลุงขาตีพี่ชินเลยค่ะ ดึงผมหลานจนร่วงเป็นกระจุกแล้วเนี่ย" 

"แค่นี้เองไม่น่าจะเจ็บเท่าไหร่หรอก ก็สมควรโดนทั้งคู่แล้วนี่" ผมเหลือบตามองมินที่พูดออกมาเรียบๆ จนไอ้ชินกับยัยชมพู่หุบปากทันที 

"ทุกคนไปนอนเถอะ แต่ไอ้ชิน ไอ้หลง กูขอคุยกับมึงสองคนหน่อย แค่เราสามคนนะ" ผมรีบเบรกทันทีที่เห็นหลายคนกำลังอ้าปากท้วงขึ้นพร้อมกัน อุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงบ้านเพตอนเที่ยงคืน ถ้าให้ไปนอนหลับพักผ่อนก็คงไม่ใช่แล้วล่ะ ทุกคนพากันทยอยขึ้นไปหาห้องพักโดยมียัยชมพู่เดินนำขึ้นไป ให้หลับตาเดินก็คงไม่ชนอะไรหรอก ยัยชมพู่มาที่นี่บ่อยอยู่เหมือนกันหนิ

"มึงสองคนกำลังจะทำอะไรกันวะ หลงตอนนี้มึงยังเป็นเมียกูอยู่มั้ย หรือมึงไม่คิดแบบนั้นแล้ว คำตอบที่มึงจะให้ไอ้ชินน่ะ มันคือคำตอบที่เป็นข้อสรุปเรื่องระหว่างเราสามคนใช่มั้ย ถ้าเป็นแบบนั้นมึงให้คำตอบมันตอนนี้เลยก็ได้ ตอนที่กูนั่งอยู่ด้วยกันตรงนี้ ตอนที่กูยังมีเรี่ยวแรงพอที่จะอ้อนวอนมึง ตอนที่แสงของกูยังไม่หมดไป มึงเลือกไอ้ชินใช่มั้ยหลง" หลงรักลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอกบ้าน ผมกับไอ้ชินก็ลุกขึ้นเดินตามหลังของคนที่เราทั้งคู่ต่างก็รักเขาอย่างไม่มีใครน้อยไปกว่าใคร ชายหาดส่วนตัวในเวลาเกือบตีหนึ่งมันดูเงียบเหงา ท้องทะเลก็เงียบสงบจนน่ากลัว เพราะภายใต้คลื่นลมที่สงบเยือกเย็นนี้ มันแฝงไปด้วยกลุ่มก้อนพายุร้ายทั้งนั้น

"ผมว่าเรื่องของเราสามคนมันไม่มีตั้งแต่แรกแล้วล่ะครับ มันมีแค่เรื่องของผมกับพี่โปรด แล้วก็เรื่องของผมกับพี่ชิน แต่เราสามคนไม่เคยตกอยู่ในห้วงเวลาเดียวกันเลยซักครั้ง ก่อนนั้นมีแค่ผมที่คบกับพี่ชิน คบอย่างที่คนคบกันจริงๆ ต้องขอบคุณพี่โปรดที่เจอคนที่ใช่ในวันนั้น แล้วยกแปรงสีฟันเก่าๆ อย่างผมให้กับพี่ชิน ขอบคุณที่พี่เมินเฉยต่อความรักของผม ถึงแม้ในวันสุดท้ายพี่จะรู้สึกกับผมก็ตาม แต่พี่โปรดครับ ความรักของพี่ มันเป็นความรักที่น่ากลัวเกินไปสำหรับผม ทุกภาพทุกคำพูดมันยังติดอยู่ในสมอง ตอนนี้ถ้าจะบอกว่าผมไม่รู้สึกโกรธเกลียดพี่เลย ก็คงจะเป็นการโกหกมากเกินไป ถึงจะพยายามย้ำกับตัวเองมากแค่ไหน ว่าให้ละทิ้งความเกลียดชังนั่นไปเถอะ เพื่อที่เราต่างจะได้หมดเวรหมดกรรมซึ่งกันและกันซักที" 

"แต่ลึกๆแล้ว ผมก็ยังอดรู้สึกเกลียดที่ทำไมต้องทำร้ายกันได้ถึงขนาดนั้น เกลียดที่ทำไมต้องมารักผมในวินาทีสุดท้าย วินาทีที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะไม่มีวันเหมือนเดิมตลอดไป ไม่มีใครอยากมีแผลเพิ่มขึ้น ทั้งที่แผลเก่ายังไม่จางหายไปหรอก ผมเองก็เหมือนกัน ตราบใดที่ตรงนี้มันไม่จางหายไป ผมก็คงไม่มีวันกลับไปเพื่อเสี่ยงกับความเจ็บปวดหรอกครับ เรื่องบางเรื่อง ถ้าใครไม่โดนกับตัวเองก็ไม่มีวันเข้าใจหรอก กว่าผมจะยิ้มได้ พี่รู้มั้ยว่าผมต้องร้องไห้มากี่ครั้ง ต้องเจ็บปวด ต้องฝืนทน ต้องทุกข์ทรมาน ต้องไร้ตัวตน เพราะหัวใจที่มันพังคาตีนพี่ พอเถอะครับให้เรื่องพี่กับผมจบลงแค่นี้เถอะ ผมก็รักพี่ไม่ได้จริงๆ ทางมันตันแล้วครับพี่โปรด" ตลอดเวลาเราสองคนสบตากัน ท่ามกลางความสว่างจากดวงดาวอันน้อยนิด แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังเห็นถึงความจริงจังทุกคำพูดที่หลงรักเอ่ยออกมา ตอนนี้มันไม่มีแล้ว ความรู้สึกรักจากคนตรงหน้า มันไม่มีให้ผมได้สัมผัสถึงอีกต่อไปแล้ว

"แล้วในความเป็นหลงรักล่ะ สองปีมานี้มึงไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอวะหลง มึงจะลืมมันไปง่ายๆ ได้เหรอ"

"นั่นเพราะสองปีที่ว่านั้น พี่โปรดเองก็รู้ว่าผมหลงลืมบางเรื่องไปต่างหากล่ะ" คำตอบราบเรียบนิ่งๆ ของหลงรัก มันเป็นคำตอบที่ผมเองก็ไม่สามารถโต้เถียงอะไรได้เพราะมันคือเรื่องจริง ทั้งหมดภายใต้ความเงียบมันมีแต่ความอึดอัดของเราทั้งสามคน สุดท้ายก็เป็นผมที่อดทนในความเฉยเมยของหลงรักไม่ไหว

"กูรักมึงนะหลง ถึงจะมากล้ายอมรับว่ารักมึงในวันที่สายไปแล้ว แต่กูก็แค่อยากให้มึงรับรู้ว่ากูรักมึง ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิตของกู ก็คือมีไอ้แก้มบุ๋มคนนี้อยู่ข้างๆ ไม่ว่าจะเป็นเมื่อหลายปีก่อน เมื่อสองปีที่แล้ว หรือตอนนี้ ทุกนาทีที่กูสัมผัสถึงอากาศที่เราหายใจร่วมกัน มันทำให้กูมีความสุขเสมอ ถึงแม้ว่ากูต้องทนกับทุกความเจ็บปวดที่สุด ทนหลับหูหลับตาทั้งที่รู้ทุกเรื่องเห็นทุกอย่าง แต่กูต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ของมึงกับกูไว้ให้ได้มากที่สุด" 

"หลงรัก ไอ้เอ๋อของกู มึงสงสารผัวของมึงหน่อยไม่ได้เหรอวะ ผัวเหี้ยๆ คนนี้ขอร้อง มึงจะให้ทำอะไรกูก็ยอมทุกอย่าง ฮึก ให้กูกราบตีนมึงกูก็ยอม แต่ขอร้องอย่าทิ้งกูเลยนะเอ๋อ ฮึกก ขอร้องนะครับ" ยิ่งมองเห็นแต่ความว่างเปล่าจากดวงตาคู่นั้น มันก็ยิ่งทำให้ขาทั้งสองข้างของผมอ่อนแรงลง จนถึงกับทรุดตัวนั่งคุกเข่าก้มหน้า พยายามกัดปากตัวเองไม่ให้มีเสียงสะอื้นไห้ออกไป ไม่ใช่เพราะความหยิ่งทะนงอะไรทั้งนั้น แต่เพราะผมไม่อยากให้เขาต้องเจ็บปวดกับน้ำตาของผมอีกแล้วต่างหากล่ะ 

"ตัวเอง เค้าขอโทษ ตอนนี้เค้าไม่ได้รักตัวเองที่ร้อนแรงแบบนั้นแล้วจริงๆ อย่าร้องไห้เพื่อเค้าอีกเลย ตัวเองร้องไห้เพราะเค้าบ่อยเกินไปแล้วนะ อย่าลืมสิว่าตัวเองคือพระอาทิตย์ คือความยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาล ปล่อยเค้าไปเถอะ อย่าเอาความร้อนแรงแบบตอนนั้นมาแผดเผาเค้าอีกเลย และอย่าทำตัวอ่อนแอเพราะแมงปอที่ไร้ค่าคนนั้นอีกเลย ลืมเค้าไปเถอะนะ ลืมคนใจร้ายคนนี้ไปเถอะโปรดปราณ" มือเย็นๆ ที่เอื้อมมารั้งและโอบกอดผมไว้ในอ้อมแขน เสียงกระซิบปลอบโยนแผ่วเบามันทำให้ความพยายามทั้งหมดสิ้นสุดลง และสุดที่จะยับยั้งทุกอย่างได้ ผมปล่อยโฮร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดอ่อนโยนที่คุ้นเคย แต่ความอ่อนโยนในครั้งนี้ ผมรับรู้ได้ว่ามันจะเป็นสัมผัสครั้งสุดท้ายแล้วจริงๆ 

เมื่อก่อนความรู้สึกของไอ้ปอคงเป็นแบบนี้ ในทุกครั้งที่ผมผลักไส แต่ร่างกายกลับคว้าดึงมันมากักขังให้อยู่ภายใต้อ้อมอกของผม แล้วสุดท้ายผมก็ใช้ความอ่อนแอของตัวเอง บีบรัดความแข็งแกร่งของไอ้ปอจนมันต้องแตกสลายลงไป ตอนนี้ผมรู้ซึ้งถึงทุกความเจ็บปวดของเขาแล้ว 

ความว่างเปล่าเข้ามาแทนทันทีที่อ้อมกอดอบอุ่นนั้นผละไป มือสากที่คอยบีบยาสีฟัน คอยเช็ดเนื้อเช็ดตัว คอยบีบนวด คอยถอดถุงเท้า คอยตักกับข้าว คอยดูแลผมตั้งแต่ตอนที่เป็นปอรัก และมือสากคู่นั้นที่คอยเช็ดน้ำตา คอยหยิก คอยตี ในครั้งที่เป็นหลงรัก แต่ตอนนี้มือนั้นกลับถูกมือใหญ่ของใครอีกคนเกาะกุมไว้อยู่ ไม่มีน้ำตาสักหยดจากตากลมคู่นั้น ไม่มีความลังเลใจใดๆ ทั้งสิ้น แม้กระทั่งสายตาสุดท้ายก่อนที่ทั้งคู่จะหันหลังเดินจากไป ก็ยังไม่มีแววตาอาลัยอาวรณ์ให้ได้สัมผัสถึงเลยสักนิด ผมล้มตัวนอนบนพื้นทราย ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาโดยไม่คิดจะกักเก็บมันไว้ ภาพพร่ามัวที่เห็นอยู่ตอนนี้ คือภาพของแมงปอเกาะอยู่ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ร่มเงาที่ดวงตะวันกำลังใกล้จะดับลงไปทุกทีอย่างผม คงจะไม่มีวันสาดแสงส่องไปถึงปีกใสบางของแมงปออีกตลอดไป...

*****"**วันนึงที่ต้องเสียใจก็จงเรียนรู้ที่จะเสียใจอย่างเข้มแข็ง เพื่อที่จะได้เรียนรู้ถึงความสุขในวันข้างหน้า ว่ามันดีมากขนาดไหน​"

วันที่19ตค.จะลงอีกตอนแล้วจะงดยาวเพื่อร่วมไว้อาลัย ไปจนถึงวันที่29ตค.จะมาลงตอนที่57ในวันที่30ตค.ค่ะ

ขอบคุณทุกๆความคิดเห็น ทุกๆส่วนร่วม ทุกๆความรู้สึกที่มีร่วมกันนะคะ คำผิดจากคุณดินเดียวฟางแก้แล้วจ้าวขอบคุณมากๆเลย ด้วยความที่เล็งเห็นถึงการสิ้นเปลืองของกระดาษทิชชู่ ตอนหนักๆจะเหลือตอนที่56 70%นะคะอีก30%ใส่ความรัชดาลัยของคุณอรรค ผู้โย แมงหมู และตอนท้ายที่ ที่ฟางเรียกไม่เป็น แต่คิดว่าคร่าวๆว่าน่าจะโอสำหรับทุกทีม อีกอย่างไม่อยากให้ค้างคาเลยตั้งใจตัดมาม่าให้จบในตอนหน้า เพราะเรื่องราวดำเนินมาพอสมควรแล้ว เหลืออีกไม่กี่ตอนขอเก็บเป็นความประทับใจกันบ้างเนอะ แล้วพบกับตอนที่56 "ปล่อย" วันพฤหัสเน้อขอตัวไปแต่งรายละเอียดต่อก่อนจ้าว

"ก็แค่ตัวแทน" ปิดจองปิดโอนแล้วนะคะ ขอบคุณสำหรับความรักที่ยังมีให้บ้านหมอมาอย่างต่อเนื่องจ้าว ปิดบ้านหมอไปเราก็จะเดินหน้าบ้านแมงปออย่างเต็มกำลัง 

"หลงลืมรัก" ยังเปิดให้เอาสินสอดมาสู่ขอยาวๆถึงวันที่5ธค.นะคะ ไม่ต้องจองไว้ค่ะเพราะฟางทำตามยอดที่โอนเงินมาเน้อ พร้อมเมื่อไหร่ค่อยโอนมาแล้วแจ้งกับฟางพร้อมแนบสลิปการโอนจ้าว ฟางแปะรูปปกหน้า-หลัง เล่มที่1มาให้ดูแล้วเน้อ ละมุนละไมด้วยสัญลักษณ์แมงปอกับพระอาทิตย์เน้อจ้าว 

รายชื่อเจ้าของ"หลงลืมรัก" ล=ลงทะเบียน อ=อีเอ็มเอส ตกหล่นท่านใดหรือแจ้งการส่งผิดหรือชื่อผิดรบกวนแจ้งฟางด้วยนะคะ

156/คุณกุณฑ์นที เชียงราย ล/157คุณฉัฐวีณ์ เชียงใหม่ ล.

158/คุณธัญญารัตน์ ตรัง อ./159คุณสมฤดี อ่างทอง ล.

160/คุณลักษมี ระยอง ล./161คุณวิภาวี กทม.ล.

162/คุณวงเดือน เพชรบุรี ล/163คุณเสาวนีย์ เชียงใหม่ ล

164/คุณจิราพร สมุทรปราการ ล/165คุณไพรินทร์ สมุทรปราการ ล

166/คุณสรัญญา หนองบัวลำภู อ./167คุณสุมาลี สมุทรปราการ ล.

168/คุณพัทธมน ชลบุรี อ./169คุณจิราภรณ์ ตรัง อ.

170/คุณมัตติกานต์ กทม ล./171คุณดมิศรา กทม.ลทบ

172/คุณอนุสรา ปทุมธานี อ.

รายชื่อเจ้าของ **ปิดโอนแล้วนะคะ "ก็แค่ตัวแทน" ล=ลงทะเบียน อ=อีเอ็มเอส

108/คุณฉัฐวีณ์ เชียงใหม่ ล./109.คุณพรรธิมา จันทบุรี ล.

110-124/ คุณอิ๋ม เฟสVigo Nopphaseth 15ชุดนัดรับ

125/คุณอรณิชา นครราชสีมา ล/126.คุณณัฏฐยา กาญจนบุรี อ.

127/คุณวงเดือน เพชรบุรี ล./128คุณเสาวนีย์ เชียงใหม่ ล.

129/คุณหฤทัย นนทบุรี/ล./130คุณสุกานดา นครปฐม อ.

131/คุณสรัญญา หนองบัวลำภู อ./132คุณสินตรา อุดรธานี อ.

133/คุณสุภาพร นครศรีธรรมราช ล/134คุณพัทธมน ชลบุรี อ.

135/คุณนริสรา กทม.ล/136คุณพุธิตา กทม.ล

137/คุณนิชดา สมุทรสงคราม ล./138คุณจรรยารัตน์ สงขลา ล.

139/คุณอาธัญญา ฉะเชิงเทรา ล/140คุณจิราภรณ์ ตรัง อ.

141/คุณมัตติกานต์ กทม ล./142คุณดมิศรา กทม.ล

143/คุณลักษมณ สมุทรปราการ ล/144คุณแพต สมุทรปราการ ล.

145/คุณนิศรา นครปฐม ล./146คุณอนุสรา ปทุมธานี อ.

147/คุณสุธาสินี ศรีสะเกษ ล./148คุณเนตรชนก ลพบุรี ล.

149/คุณรังสิยา พิษณุโลก ล./150คุณแพรวพรรณ ฉะเชิงเทรา ล.

151/คุณนิ่มนวล ปทุมธานี ล/152คุณจิตรา กทม.ล.

153/คุณธนาภรณ์ กทม.ล/154คุณกันต์หทัย กทม.ล

155/คุณนทีทิพย์ ปทุมธานี ล./156คุณวิมาต์พร นนทบุรี ล.

157/คุณกานต์รวี อุตรดิตถ์ ล.

...................157..............

สำรองไว้5ชุด

1/คุณทีปวรรณ เพชรบุรี ล.




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น