เซคราเรส

ขอบคุณสำหรับการติดตามและสนับสนุนนะคะ สัญญาว่าจะพยายามอัพบ่อยๆค่ะ ^^

การแต่งงานที่ปฏิเสธไม่ได้

ชื่อตอน : การแต่งงานที่ปฏิเสธไม่ได้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 35.7k

ความคิดเห็น : 47

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ต.ค. 2560 01:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
การแต่งงานที่ปฏิเสธไม่ได้
แบบอักษร

ตอนที่ 4


“เอ่อ... คือพวกคุณจะทำอะไร” มาลินตกใจเมื่อถูกลากเข้ามาในห้องสีขาวสะอาดตา ขนาดกว้าง ตอนนี้มีเพียงแค่เขาและนางกำนัลสี่ห้าคนเท่านั้น พวกเธอยื่นผ้าขนหนูพร้อมกับชุดคลุมให้ นั่นทำให้มาลินงงไม่น้อย

“ไม่ต้องกังวลค่ะคุณหนูสวอนเซ่น์ ก่อนอื่นเชิญคุณหนูอาบน้ำก่อนนะคะ” สาวใช้ที่ชื่อนาร่าบอก มาลินเลยรับผ้าเหล่านั้นมาอย่างเสียไม่ได้

สุดท้ายแล้วร่างบางก็ต้องจำใจเดินเข้าไปอาบน้ำ ห้องน้ำขนาดกว้างของวังมาลินานั้นทำให้มาลินตกตะลึง ศิลปะแบบเก่าของรัสเซียถูกสลักเป็นสถาปัตยกรรมที่งดงามด้วยเนื้อหินอ่อนสีขาวสลับกับสีทองเป็นประกายของทองแท้ บวกกับคริสตัลที่จะสะท้อนแสงไฟ แม้จะเป็นเพียงแค่ห้องน้ำ แต่ก็ถูกตกแต่งให้สมพระเกียรติของราชวงศ์

มาลินรู้สึกประหม่ากับความเป็นทางการและความอลังการของวังมาลินา ถ้าเกิดต้องแต่งงานกับองค์ชายกาวิชน์ เขาจะเป็นยังไงกันนะ ต้องมาอยู่ในวังนี้เหรอ

หลังจากมาลินอาบน้ำเสร็จก็ถูกนาร่าลากไปแช่น้ำนม บวกกับอบร่ำดอกไม้เจ็ดชนิดจากยอดเขาจากทางเหนือของมิลาเดเนีย ถูกพาไปขัดนู่นนี่นั่นจนมาลินหัวหมุน เขาชักไม่แน่ใจแล้วว่านี่แค่เข้าเฝ้าองค์ปิเตียลาร์ หรือกำลังจะเข้าห้องหอกันแน่

ทำไมต้องมากความแบบนี้!

“สีผิวของคุณหนูสวอนเซ่น์ต้องใช้สีเข้มขับผิวให้เด่น พอย้อมสีดำสนิทแบบนี้ ดูเข้ากันมากเลยค่ะ” นาร่ายิ้มพร้อมกับจัดผมให้กับมาลิน

หลังจากถูกพาไปขัดนู่นถูนี่เขาก็ถูกพามาทำผม ตอนนี้ผมที่เคยเป็นสีน้ำตาอ่อนๆของมาลินถูกย้อมเป็นสีดำสนิท เส้นผมที่เคยปล่อยให้ปรกหน้านั้นถูกตัดให้สั้นลงแล้วเปิดตรงหน้าผากขึ้น มาลินรู้สึกแปลกไม่น้อย เหมือนคนในกระจกนั้นไม่ใช่เขายังไงอย่างนั้น

“ขออนุญาตถอดแว่นนะคะ ใส่คอนแทคเลนส์จะเหมาะกว่าค่ะ” แว่นทรงกลมของมาลินถูกถอดออก นั่นทำให้มาลินแทบมองไม่เห็น ก่อนที่นาร่าจะให้คนเข้ามาจัดใส่คอนแทคเลนส์ให้เขา

ร่างบางกะพริบตาปริบๆ นานๆทีมาลินถึงจะใส่คอนแทคเลนส์เพราะมันระคายเคืองตา และเขารู้สึกไม่ชอบ กว่าจะปรับสายตาได้ก็ใช้เวลาพอสมควร ร่างบางจ้องไปในกระจกอีกครั้ง แล้วก็ต้องตกใจอีกรอบ

เด็กหนุ่มผมสีดำสนิทที่ถูกเซทให้เปิดรูปหน้า ทำให้นวลหน้าผ่องเผยออกมา แว่นตาหนาๆถูกถอดออกไป ยิ่งทำให้ใบหน้าเกลี้ยงเกลานั้นหมดจดกว่าเดิม

นี่คือมาลิน สวอนเซ่น์ จริงๆอย่างนั้นเหรอ ทำไมเขาถึงเห็นเงาของพี่มาเรียทับซ้อนอย่างนั้นล่ะ ยิ่งไปกว่านั้นยังเห็นเงาของเลดี้ลินิน สวอนเซ่น์ ผู้เป็นแม่ของเขาซ้อนทับอีกด้วย เพราะดวงตาคู่สวยของมาลิน ถอดแบบออกมาจากเธอชนิดที่แยกไม่ออก

“เชิญทางนี้ค่ะคุณหนูสวอนเซ่น์ มหาดเล็กแจ้งมาว่าคุณหนูต้องร่วมโต๊ะกับองค์ปิเตียลาร์ด้วย องค์ชายกาวิชน์เลยเตรียมชุดให้คุณหนูใหม่ค่ะ” นาร่าพามาลินมาอีกห้องซึ่งติดกับห้องที่มาลินทำผมเมื่อกี้

ในวังมาลินาปีกขวานี้เป็นที่พำนักขององค์รัชทายาทและพระราชชายาที่มียศเป็นพระราชินี หมายความว่าแม่ขององค์ชายกาวิชน์และองค์ชายดารัชน์ก็พำนักอยู่ที่นี่ด้วย และปีกขวานี้เองก็ถูกแบ่งออกเป็นหลายส่วน แน่นอนว่าที่มาลินยืนอยู่ตอนนี้คือที่พำนักขององค์ชายกาวิชน์

 “ว่าที่พระชายา หากจะเข้าเฝ้าองค์ราชาต้องแต่งตัวให้เหมาะสมค่ะ” ชุดสูทเข้ารูปสีขาวถูกส่งมาให้มาลิน

มันถูกประดับด้วยสร้อยสายเล็กตัดเข็มกลัดสำหรับติดเสื้อ ที่พันตวัดหลายชั้นตามแบบของมิลาเดเนีย นั่นทำให้มาลินแอบถอนหายใจ เพราะดูท่าทางแล้วคงจะน่ารำคาญไม่น้อยทีเดียว

พวกนี้ทำเหมือนเขาเป็นพระชายาจริงๆแล้วอย่างนั้นแหละ ทั้งๆที่เขามาที่นี่เพื่อปฏิเสธการแต่งงาน แล้วทำไมเขาต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย มาลินอยากออกไปจากตรงนี้เสียจริงๆ






ด้านองค์ชายกาวิชน์ที่ตอนนี้อยู่ในชุดเกือบจะเป็นทางการขององค์รัชทายาท ก็ออกมารอข้างนอกเรียบร้อยแล้ว ที่เขาต้องเปลี่ยนแผนกะทันหันเพราะองค์ปิเตียลาร์ดันรู้เรื่องซะก่อนว่าเขาพามาลินเข้ามาในวัง

เท่านั้นแหละ แทนที่จะไปคุยกันเป็นการส่วนตัวทั้งเขาและมาลินดันถูกเชิญให้ไปร่วมโต๊ะ แน่นอนว่าการร่วมโต๊ะขององค์ปิเตียลาร์ไม่ใช่การกินข้าวธรรมดาตามประสาครอบครัวแน่นอน

“คุณหนูสวอนเซ่น์มาแล้วค่ะ” เสียงของนาร่าทำให้องค์ชายกาวิชน์หันไปมอง เขาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นอีกคนตรงหน้า

ภาพเด็กแว่นคุ้นตากับทรงผมกระเซอะกระเซิงตามแบบฉบับของมาลินตอนนี้เปลี่ยนเป็นเด็กหนุ่มหน้าใส ที่ใบหน้านวลนั้นไม่ต้องแต่งแต้มสีสันให้มากมายแค่มีสีเลือดฝาดเล็กน้อยก็พอให้น่ามอง ปกติมาลินจะผิวขาวซีด พอถูกทำให้มีชีวิตชีวาขึ้นแบบนี้ดูดีขึ้นมากจนองค์ชายกาวิชน์เองก็แปลกใจ

พอปรับลุคแล้วก็ดูดีมากทีเดียว

“ลูกเป็ดขี้เหร่ก็เป็นหงส์ได้เหมือนกันนิ” จะให้ชมคงไม่ใช่องค์ชายกาวิชน์ ความปากร้ายนั้นทำให้มาลินหน้ายู่อย่างไม่สบอารมณ์

“กระหม่อมจะถือว่าเป็นคำชม” นี่คือสิ่งที่มาลินทำได้ตอนนี้ แม้ในใจอยากจะด่าคนตรงหน้าก็ตามทีเถอะ ปากคอเราะร้ายเหลือเกินองค์รัชทายาท

“ตามมาสิ ยืนบื้ออยู่ทำไม” องค์ชายกาวิชน์เดินนำไปก่อน แต่แทนที่มาลินจะเดินตาม คนตัวเล็กกับยืนนิ่ง ทำให้องค์ชายกาวิชน์ต้องหันมาว่า

“พะยะค่ะ” เขาเน้นเสียงไม่พอใจก่อนจะเดินตามอีกคนไป

องค์ชายกาวิชน์พอมองจากข้างหลังแบบนี้แล้วดูดีมาก ไหนจะชุดกึ่งๆเป็นทางการนั่นอีก ทำไมพอเปิดปากพูดถึงได้หมดความน่าเคารพนับถือในฐานะองค์ชายได้ขนาดนี้กันนะ

“เธอต้องปฏิเสธการแต่งงาน เข้าใจมั้ย ฉันยังไม่พร้อมจะแต่งงานกับใครทั้งนั้น” องค์ชายกาวิชน์ย้ำเมื่อเดินผ่านทางเดินที่เชื่อมต่อกับตัววังหลวง

“กระหม่อมบอกแล้วว่ากระหม่อมทำไม่ได้ พระองค์นั่นแหละที่ต้องเป็นคนปฏิเสธ” มาลินพูดมาสิบแปดรอบแล้วว่าเขาปฏิเสธไม่ได้ องค์ชายบ้านี่ก็ยังจะบังคับให้เขาพูดอีก

“มันจะยากอะไรกับอีแค่ปฏิเสธการแต่งงาน”

“ถ้ามันไม่ยากแล้วทำไมพระองค์ไม่ทำเองล่ะพะยะค่ะ” มาลินเถียงกลับ นั่นทำให้มหาดเล็กที่เดินตามหลังมาเป็นขบวนพากันสะดุด เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นคนกล้าต่อปากต่อคำกับองค์ชายกาวิชน์

“ฉันเป็นองค์ชาย ฉันไม่ทำ และฉันสั่งให้เธอทำ” องค์ชายกาวิชน์พูดด้วยเหตุผลที่ทำเอามาลินขมวดคิ้วแน่น

“เหอะ ใช้เหตุผลสมกับเป็นพระองค์เสียจริง” คำพูดของมาลินทำให้เอาชายกาวิชน์ต้องหันมามองอีกคนแล้วชี้หน้าคล้ายจะด่า

เด็กบ้านี่หลอกด่าเขาอีกแล้ว!

ทั้งสองคนเดินเข้าในเขตของตัววัง มหาดเล็กที่เดินตามมาทั้งหมดแยกไปอีกทาง เหลือเพียงแค่องค์ชายกาวิชน์และมาลินเท่านั้นที่เดินเข้าไปหาองค์ปิเตียลาร์

มาลินเงยหน้ามองสถาปัตยกรรมทั้งหมด มันสวยจนเขาแทบจะละสายตาไม่ได้ เคยมีคำกล่าวไว้ว่า ถ้าอยากจะรู้จักมิลาเดเนีย แค่เข้ามาในวังมาลินา ก็เท่ากับได้รู้ทุกอย่างในประเทศนี้แล้ว คำพูดนั้นเป็นจริง เพราะทุกอย่างของมิลาเดเนียถูกรังสรรค์ให้เป็นความงามที่จับต้องได้ในพระราชวังแห่งนี้

มาลินเดินตามองค์ชายกาวิชน์พร้อมกับมองนู่นมองนี่ไปเรื่อย แต่เดินไปไม่นานเขาก็ต้องสะดุดเกือบหน้าทิ่มเมื่อสร้อยสารพัดสายมันเริ่มพันกัน มีเส้นหนึ่งหลุดออกมาพันข้อเท้าของมาลิน จนร่างบางสะดุด เซไปชนกับองค์ชายกาวิชน์

“ทำอะไร” องค์ชายกาวิชน์หันมามองแล้วรีบถอยหนี นั่นทำให้มาลินเซจนล้ม

“โอ๊ะ!” สร้อยที่ถูกติดตามชุดร่วงกรู มาลินตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆตัวเองก็ทำชุดพัง

ไอ้องค์ชายบ้านี่แทนที่จะช่วยจับไว้ ดันเดินหนีเหมือนรังเกียจเขาเสียเต็มประดา ซวยชะมัด

“ทำไมเดินไม่ระวัง เธอนี่นอกจากจะขี้เหร่แล้วยังซุ่มซ่ามอีก” องค์ชายกาวิชน์ยืนกอดอกพร้อมกับก้มมองมาลินที่นั่งจุมปุกอยู่กับพื้น ไม่มีการช่วยเหลือใดใดทั้งสิ้น มีแต่มองด้วยสายตาหน่ายใจ

“ขอประทานอภัยพะยะค่ะ” มาลินมองอีกคนอย่างไม่พอใจแล้วรีบลุกขึ้น

มือเรียวคว้าเอาสร้อยสารพัดสายที่หยุดร่วงออกมา เขาพยายามเอามันมาติดๆไว้ที่เดิมเหมือนที่นาร่าทำ แต่ด้วยความที่มันเยอะเป็นสิบๆสาย และมาลินเรียงไม่ถูกทำให้ร่างบางต้องเดินก้มไปตลอดทางเพื่อติดสร้อยเข็มกลัดพวกนี้ให้เป็นเหมือนเดิม

“รีบเดินได้มั้ย ป่านนี้พ่อฉันรอนานแล้ว” องค์ชายกาวิชน์หันมาว่า แล้วก็พบว่าคนตัวเล็กกำลังง่วนอยู่กับชุดที่ไม่คุ้นชิน

ความจริงมันไม่ได้ยากอะไรเลย สร้อยพวกนี้มันติดกับเข็มกลัด แค่เอาติดกับเสื้อแค่นั้น เพียงแต่มันจะซ้อนทับกันยังไงให้สวยเท่านั้นแหละ

“ทำไมชอบสร้างปัญหา” องค์รัชทายาทหนุ่มว่า

“ฉันไม่คิดว่าคนที่สร้างปัญหาทุกวันอย่างแกจะมีหน้าไปว่าใครสร้างปัญหานะกาวิชน์”

เสียงนั้นทำให้องค์ชายกาวิชน์และมาลินหันไปมอง เป็นองค์ปิเตียลาร์ที่ยืนยิ้มมาแต่ไกล ทำเอามาลินคุกเข่าลงแทบไม่ทัน

“ไม่ต้องมาพิธีหรอก ลุกขึ้นเถอะมาลิน” องค์ปิเตียลาร์ยิ้มให้ ทำเอามาลินรู้สึกประหม่า ขั้นกว่าของการได้คุยกับองค์รัชทายาท คือการได้คุยกับองค์ปิเตียลาร์

“ขอบพระทัยพะยะค่ะ” มาลินลุกขึ้น แต่ด้วยชุดที่พะรุงพะรังก็ทำให้สร้อยร่วงกราวอีกรอบ

“ฮ่าๆ คงไม่ค่อยได้แต่งตัวแบบนี้เท่าไหร่ล่ะสิ กาวิชน์ทำไมไม่ช่วยน้อง” องค์ปิเตียลาร์หัวเราะให้กับความเซ่อซ่าของมาลิน ก่อนจะหันไปเอ็ดลูกชายตัวเอง

“เรื่องอะไรล่ะ ทำไมผมต้องช่วย” แต่ดูเหมือนองค์ชายกาวิชน์จะไม่ค่อยอยากทำตามใจพ่อตัวเองมากเท่าไหร่

“อีกไม่นานก็ต้องแต่งงานกันแล้ว ทำไมเรื่องแค่นี้จะทำไม่ได้ การที่แกพามาลินมาวันนี้ ก็ถือว่าเป็นการยอมรับแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมก่อนหน้านั้นถึงได้ดื้อด้านปฏิเสธอยู่เรื่อย” องค์ปิเตียลาร์ว่า

“ไม่ใช่อย่างนั้น ผมไม่ได้ยอมรับ ความจริงแล้ว...”

“และฉันก็ไม่คิดว่าแกจะปฏิเสธฉันอีกครั้งหรอกนะ” คำพูดที่ขัดขึ้นมากลางประโยคทำให้องค์ชายกาวิชน์ชะงัก

มาลินพูดไม่ออก เขารู้แล้วว่าทำไมองค์ชายกาวิชน์ถึงปฏิเสธองค์ปิเตียลาร์ไม่ได้ แล้วต้องโยนภาระนี้มาให้เขาแทน เล่นตัดบทกันดื้อๆแบบนี้นี่เอง

“แล้วอย่าคิดว่าจะหนีการแต่งงานพ้น ฉันให้ทาณรันต์จับตาดูแกอยู่ มาลินด้วยนะ ขอโทษที ช่วงนี้อาจจะมีคนตามไปที่มหาลัยบ้าง ฉันไม่อยากให้เธอเป็นแบบมาเรียน่ะ” และมาลินก็รู้ที่มาของความไม่ชอบมาพากลตลอดทั้งสัปดาห์แล้ว เป็นองค์ปิเตียลาร์ที่ส่งคนไปตามดูเขาเพราะกลัวจะหนีการแต่งงานเหมือนมาเรียนี่เอง

“พ่อ!” องค์ชายกาวิชน์ดูเหมือนจะไม่พอใจ นอกจากจะขึ้นเสียงใส่พ่อตัวเองแล้ว ยังหันมากดดันมาลินทางสายตาอีก

แล้วอิตาองค์ชายนี่จะให้เขาทำอะไรล่ะ ก็เห็นๆอยู่ว่าเขาก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน

“ฉันให้คนดูวันแต่งงานไว้แล้ว อาจจะหลังจากนี้อีกเดือนนึง คงจะเป็นช่วงหลังวันชาติน่ะนะ มาลินก็ไม่ต้องห่วง ฉันให้คนไปคุยกับมิสซาร์แล้ว” การพูดเองเออเอง จัดการเองทุกอย่างทำให้มาลินได้แต่มองตาปริบๆ

ไม่ใช่แค่การพูดคุยกันสินะ แต่องค์ปิเตียลาร์จัดการถึงขั้นกำหนดวันแต่งงานไว้แล้วด้วย มาลินอยากจะบ้าตาย ปฏิเสธก็ไม่ได้ จะหนีตอนนี้ก็ไม่ทัน นี่เขาต้องแต่งงานกับองค์ชายกาวิชน์จริงๆอย่านั้นเหรอ

“พูดถึงเรื่องวันชาติ คราวนี้ผู้นำหลายๆประเทศจะมาเยือน เพราะมิลาเดเนียกำลังสร้างสัมพันธไมตรีต่อประเทศอื่นๆให้เพิ่มมากขึ้น ฉันอยากให้มาลินมาร่วมงานนี้ด้วย” และคำพูดต่อมาขององค์ปิเตียลาร์ก็ยิ่งทำให้มาลินพูดไม่ออก

“เอ่อ... คือ.... กระหม่อม” มาลินทำหน้าเลิกลักแล้วหันไปขอความช่วยเหลือจากองค์ชายกาวิชน์ที่ทำหน้าไม่สบอารมณ์อยู่

“นั่นมันไม่เกี่ยวกันเลยนะพ่อ ทำไมต้องให้มาลินมาร่วม” องค์ชายกาวิชน์ค้าน การที่ให้มาลินมาร่วมก็เท่ากับว่าเปิดตัวมาลินต่อสาธารณะชน แน่นอนว่าเรื่องการแต่งงานก็ย่อมถูกยกเลิกยากไปอีก

“ทำไมจะไม่เกี่ยว ถึงแม้ว่ายังจะไม่ได้แต่งงานกับแก แต่ให้มาลินมาในฐานะลูกของมิสซาร์ก็ได้ ไม่เห็นจะยากตรงไหน” เหมือนองค์ปิเตียลาร์ได้ปิดทุกประตูขององค์ชายกาวิชน์ไว้หมดแล้ว

“หม่อมฉันไม่คุ้นเคยกับอะไรที่เป็นทางการ เกรงว่า...”

“ฉันเองก็หวังว่ามาลินจะไม่ปฏิเสธฉันเหมือนกัน” คำพูดขององค์ปิเตียลาร์ทำให้มาลินชะงักกึก พูดไม่ออก ได้แต่เก็บคำปฏิเสธไว้ในใจเหมือนเดิม

ยากแล้ว ยากมากๆ ไม่มีทางปฏิเสธอะไรได้เลย การมาวังมาลินาครั้งนี้ แทนที่จะทำให้การแต่งงานถูกยกเลิก กลับกลายเป็นว่ายิ่งผูกมัดทั้งเขาและองค์ชายกาวิชน์มากกว่าเดิมซะอีก

มาลินมองหน้าองค์ปิเตียลาร์ที่ยืนยิ้มกว้างอย่างคนใจดี ก่อนจะหันไปมององค์ชายกาวิชน์ที่ทำหน้าไม่สบอารมณ์ แล้วหันมามองตัวเองที่อยู่ในสภาพเละเทะจากชุดบ้าบอ และสีหน้าของเขาตอนนี้น่าจะไม่โอเคแน่นอน

ตั้งแต่เช้าที่ทุกคนรู้ว่าว่าที่พระชายาคือเขา ไหนจะองค์ชายกาวิชน์ไปหาที่คณะ พอเข้าวังมาก็โดนขัดๆถูๆทำนู่นทำนี่ พอมาเจอองค์ปิเตียลาร์ที่คิดว่าทั้งชีวิตนี้คงไม่ได้เข้าเฝ้า กลับต้องมาเจอคำพูดที่ตอกย้ำว่าเขาต้องแต่งงานกับองค์ชายกาวิชน์ มาลินยิ่งรู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน

วันนี้มันวันมหาวิปโยคชัดๆ









*************************************************


มาอัพแล้วค่ะ ^^ ตกใจมาก คนเข้ามาอ่านเยอะเลย ขอบคุณทุกยอดวิวและคอมเม้นนะคะ แบบนี้มีกำลังใจปั่นมาลงบ่อยๆแน่นอนค่ะ ตอนหน้าแอบกระซิบว่าองค์ชายกาวิชน์ของเราสร้างเรื่องอีกแล้ว และยังเป็นในวันชาติของมิลาเดเนียอีก คราวนี้ลากมาลินน้อยของเราไปเกี่ยวด้วย จะเป็นยังไงรอติดตามนะคะ รักคนอ่านทุกท่านค่ะ 😊



ความคิดเห็น