เซคราเรส

ขอบคุณสำหรับการติดตามและสนับสนุนนะคะ สัญญาว่าจะพยายามอัพบ่อยๆค่ะ ^^

ชื่อตอน : วังหลวง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 34.3k

ความคิดเห็น : 44

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ต.ค. 2560 01:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
วังหลวง
แบบอักษร

​ตอนที่ 3


“หมายความว่ายังไงพ่อ” มาลินถามผู้เป็นพ่อหลังจากรีบกลับบ้านมา เขาเองก็ยังไม่แน่ใจว่าเรื่องที่องค์ชายกาวิชน์พูดเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า

“ลูกต้องแต่งงานแทนมาเรีย” มิสซาร์หันมามองหน้าลูกชายด้วยสีหน้าเครียดๆ

“แต่งงานแทนพี่มาเรีย!” คำยืนยันจากผู้ให้กำเนิดทำให้มาลินขมวดคิ้วแน่น เรื่องที่องค์ชายกาวิชน์พูดเป็นเรื่องจริง เขาต้องแต่งงาน แต่งงานกับองค์ชายบ้านั่น

“พี่ของลูกหนีไป พ่อขอโทษนะลิน พ่อปฏิเสธองค์ปิเตียลาร์ไม่ได้ ลูกก็น่าจะรู้”

ราวๆหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้มิสซาร์ได้รับเรื่องจากวังหลวง จะให้มาเรียลูกสาวคนโตของเขาแต่งงานกับองค์ชายกาวิชน์ นั่นทำให้มิสซาร์ตกใจไม่น้อย

ตระกูลสวอนเซ่น์นั้นมีเชื้อสายขุนนางเก่าของมิลาเดเนีย ปัจจุบันเป็นตระกูลที่ทรงอิทธิพลในประเทศเพราะมาคัส สอวนเซน์ ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นคนปัจจุบัน และมิสซาร์ สวอนเซ่น์ก็ยังเป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลชุดนี้ด้วย

ปัจจุบันตระกูสวอนเซ่น์มีลูกหลานที่อายุพอๆกับองค์ชายกาวิชน์แค่สามคนคือ มาเรีย ทาณรันต์และมาลิน แน่นอนว่ามาเรียคือผู้ถูกเลือก แต่ตำแหน่งว่าที่พระชายานี้มันกลับตกมาถึงมาลินเสียอย่างนั้น นั่นเป็นเพราะมาเรียได้รู้ข่าวล่วงหน้า แล้วหนีการแต่งงานไปพร้อมกับคนรักเมื่อหนึ่งเดือนก่อนแล้ว

“ไหนพ่อบอกว่าพี่มาเรียแค่ไปเที่ยวไง” เกือบหนึ่งเดือนแล้วที่พี่สาวของเขาไม่อยู่ มาลินได้รับคำตอบเพียงว่าเธอได้เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศกับคนรัก โดยที่ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องพวกนี้ขึ้น

“เรื่องนี้องค์ปิเตียลาร์ไม่ให้พูดว่ามาเรียหนีการแต่งงาน ตอนแรกพ่อคิดว่าพระองค์จะเปลี่ยนใจ หรืออาจจะให้คนอื่นแต่งงานแทน พ่อไม่คิดว่าคนที่องค์ปิเตียลาร์เลือกจะยังเป็นคนของตระกูลสวอนเซ่น์ นั่นก็คือลูก” มิสซาร์จับไหล่ทั้งสองข้างของลูกชายไว้แน่น เขาเองก็ไม่คิดว่ามาลินจะเป็นผู้ถูกเลือก ซึ่งเขาก็ไม่มีทางปฏิเสธได้

“พ่อ ลินไม่อยากแต่ง” มาลินพูดออกมาตรงๆ

มาลินไม่อยากแต่งงาน เขาเพิ่งอายุสิบแปด เขาเพิ่งเข้าเรียนมหาลัย มาลินฝันอยากมีชีวิตสงบสุขเหมือนที่เขาเคยมีมาตลอด และเขาเพิ่งได้อิสระไม่ถึงปีหลังจากเข้าเรียนมหาลัย แล้วอยู่ๆเขาต้องแต่งงานเนี่ยนะ ยิ่งไปกว่านั้นคนที่เขาต้องแต่งงานด้วยคือองค์ชายกาวิชน์ พระราชโอรสขององค์ปิเตียลาร์ ทาสซาร์ ซาร์ฮาร์ลี กษัตริย์แห่งมิลาเดเนีย ที่แม้แต่คนอย่างพ่อของเขาก็ปฏิเสธไม่ได้

“เราไม่มีทางเลือก แต่พ่อมั่นใจว่าลูกของพ่อจะทำมันได้” มิสซาร์กอดลูกชาย แม้เขาเองอยากจะเกี่ยวดองกับราชวงศ์ แต่เขาก็ไม่อยากบังคับลูกเช่นกัน ซึ่งสุดท้ายแล้วยังไงเสียก็ไม่มีทางปฏิเสธได้ มิสซาร์ได้แต่หวังว่า มาลินจะยอมรับโชคชะตานี้

มาลินกุมเสื้อผู้เป็นพ่อแน่น น้ำตาของเขาไหลลงมาอย่างไม่รู้ตัว เหมือนอุโมงค์แห่งอิสรภาพที่เขาพยายามเดินออกไปได้ถูกปิดตายอีกครั้ง

ด้วยการแต่งงานกับองค์รัชทายาทแห่งมิลาเดเนีย





สองสามวันมานี้มาลินกินข้าวไม่ค่อยลง และซึมลงอย่างเห็นได้ชัด จนเพื่อนๆสังเกตอาการได้ แต่ถึงแม้จะคิดหนักเรื่องการแต่งงานก็แต่เขาก็มาเรียนตามปกติ แล้วยังคิดเรื่องปฏิเสธการแต่งงานด้วย มาลินรู้ว่าเขาไม่มีทางปฏิเสธได้แน่  เพราะฉะนั้นทางเดียวที่จะทำได้คือให้องค์ชายกาวิชน์เป็นคนพูด

แต่ถึงตอนนี้เขายังไม่เจอองค์ชายอีกเลย

มาลินเดินเข้ามาในคณะอย่างเหนื่อยใจ แต่วันนี้แปลกไปเพราะสายตาจับจ้องมาที่เขาจนมาลินรู้สึกได้ พอเขาหันไปมองคนพวกนั้นก็หลบตา ร่างบางดันแว่นให้เข้าที่ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเดินไปหาเนียร์ที่นั่งอยู่ใต้ตึกคณะ

“ละ... ลิน” เนียร์มีทีท่าตกใจเมื่อเห็นเพื่อนรักเข้ามา พร้อมกับเพื่อนคนอื่นๆในกลุ่มที่หลบตาจนมาลินรู้สึกงง

“สวัสดีทุกคน” คนตัวเล็กทักทายเพื่อนตามปกติ แต่ทุกคนมีทีท่าที่แปลกไป คือไม่กล้าสบตา และเหมือนมีคำถามบางอย่าง แต่ไม่กล้าถาม

“สวัสดีจ้ะลิน” จนเพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งพูดขึ้นมาพร้อมกับยิ้มแห้งให้

“มีอะไรรึเปล่า” มาลินถาม แต่ก็ไม่มีใครตอบ จนสายตาไปสะดุดกับภาพขาวในโทรศัพท์เครื่องเล็กของเนียร์

มันคือรูปของเขากับองค์ชายกาวิชน์ และพาดหัวข่าวเรื่องการแต่งงาน

“ลินคือว่าที่พระชายาเหรอ” เนียร์ถามขึ้น

มาลินรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาไม่รู้จะตอบคำถามนี้ยังไงดี เขาได้แต่หันไปมองคนทั้งคณะ ที่ตอนนี้มองตรงมาที่เขาอย่างตั้งคำถาม พร้อมกับพูดคุยกันเหมือนกำลังพูดเรื่องของเขาอยู่ มาลินรู้สึกอึดอัด เขาอยากออกไปจากตรงนี้ สายตาที่ทุกคนมองมานั้นทำให้เขารู้สึกแย่ชะมัด

แต่มาลินก็ยังไม่ทันได้ตอบอะไร เสียงซุบซิบทั้งหมดก็เงียบลง พร้อมกับร่างสูงของใครบางคนที่ทำให้ทั้งคณะปรัชญาและศาสนาเช้านี้รู้สึกเหมือนถูกหยุดเวลาไว้

“องค์ชายกาวิชน์” ชื่อนั้นถูกเปล่งออกมาจากปากของว่าที่พระชายา

ร่างคุ้นตาของชาวมิลาเดเนียเดินตรงมาที่มาลิน ทุกอย่างหยุดนิ่ง เพราะองค์รัชทายาทไม่เคยเสด็จมาที่คณะนี้เลยสักครั้ง ปกติแล้วพระองค์ไปแค่คณะรัฐศาสตร์และการปกครอง ซึ่งเสด็จมาแค่เดือนละสองสามครั้งเท่านั้น

“ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ” ร่างสูงสมส่วนมาหยุดตรงหน้าของมาลิน พร้อมกับสายตาที่ไม่สบอารมณ์มองมา แต่นั่นกลับเป็นภาพที่ทำให้คนทั่วบริเวณนั้นรู้สึกเหมือนต้องมนต์

“กระหม่อมก็มีเรื่องอยากจะคุยกับพระองค์เหมือนกัน” วันนี้ยังไงเขาก็ต้องคุยเรื่องแต่งงานให้ได้ เขาต้องการให้องค์ชายกาวิชน์ปฏิเสธการแต่งงานครั้งนี้

“ตามฉันมา” องค์รัชทายาทแห่งมิลาเดเนียเดินนำไปก่อน

มาลินถอนหายใจแล้วก้มหน้าเดินตามโดยที่ไม่มองหน้าใคร ไม่รู้ว่าคนอื่นคิดยังไง แต่ตอนนี้ชีวิตเงียบๆ สงบสุขของมาลิน คงไม่มีอีกต่อไปตั้งแต่ที่องค์ชายกาวิชน์เดินเข้ามาหาเขาแล้ว

องค์ชายกาวิชน์พามาลินาหลังตึกคณะปรัชญา แน่นอนว่าการมายืนตรงนี้คนเดียวคือการหนีทาณรันต์และองครักษ์คนอื่นมาอีกแล้ว จนกลายเป็นเรื่องปกติ ซึ่งบางครั้งทาณรันต์เองก็เป็นคนปล่อยให้องค์ชายได้ใช้ชีวิตตามที่ตัวเองต้องการ โดยที่เขาไม่บอกให้องค์ปิเตียลาร์รู้ เพราะทาณรันต์เองก็รู้ดีว่านิสัยขององค์ชายกาวิชน์เป็นยังไง

“องค์ชายทรงปฏิเสธการแต่งงานครั้งนี้ได้หรือไม่พะยะค่ะ” มาลินเปิดประเด็น เรื่องนี้คือเรื่องทีเขาเครียดมาตลอดสองวันเต็ม

“ฉันบอกให้เธอปฏิเสธ ฉันควรเป็นคนพูดประโยคนั้นมากกว่า ทำไมป่านนี้พ่อฉันยังไม่ยกเลิกงานแต่งอีก” องค์ชายกาวิชน์ว่าอย่างหัวเสีย

เรื่องแต่งงานทำให้เขารู้สึกเครียดมากเหมือนกัน องค์ชายกาวิชน์รักอิสระแม้ว่าทั้งชีวิตจะถูกบังคับให้อยู่ในกฎระเบียบตลอดเวลาก็ตามที และการแต่งงานมันยิ่งเป็นการจำกัดอิสรภาพที่เขาโหยหามาทั้งชีวิต

“กระหม่อมบอกแล้วว่ากระหม่อมปฏิเสธองค์ปิเตียลาร์ไม่ได้ คนที่ทำได้มีแต่องค์ชาย” มาลินไม่เข้าใจเลยจริงๆ ทำไมองค์ชายกาวิชน์ถึงต้องการให้เขาปฏิเสธ ทั้งๆที่ตัวองค์ชายเองก็ทำได้

องค์ชายกาวิชน์ไม่ตอบ แต่สบถอย่างอารมณ์เสีย เพราะสิ่งที่มาลินพูดมาเขาเองก็ทำไม่ได้ เขาไม่เคยคัดค้านพ่อตัวเองได้ อย่างมากก็แค่ก่อความวุ่นวายที่ทำให้รำคาญใจ แต่กลับเรื่องใหญ่แบบนี้เอาจริงๆเขาก็ใจก็ไม่แข็งพอ เขาจึงคิดว่า การที่มาลินปฏิเสธเองอาจจะง่ายกว่า

“หรือว่าองค์ชายเองก็ทำไม่ได้เหมือนกัน” และคำพูดที่แทงใจดำนั้นทำให้องค์ชายกาวิชน์หันมามองคนตรงหน้าอย่างรวดเร็ว

ทำไมเด็กนี่ถึงจับจุดของเขาได้

“เพราะพระองค์ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันใช่มั้ยล่ะ ถึงต้องมาคาดคั้นเอากับกระหม่อม ถ้าอย่างนั้นพระองค์ก็น่าจะรู้ดีว่ากระหม่อมทำไม่ได้เช่นกัน” มาลินคิดว่าองค์ชายกาวิชน์ปฏิเสธองค์ปิเตียลาร์ไม่ได้เหมือนกัน เลยมาลงที่เขาแบบนี้ แล้วจะบ้ารึไง ให้เขาที่เป็นแค่ลูกรัฐมนตรีไปปฏิเสธพระราชา

“ทำได้สิ เธอต้องไปพูดเอง ฉันเชื่อว่าพ่อฉันจะเปลี่ยนใจ” ข้อมือบางถูกคว้ามาจับก่อนจะมาลินจะถูกลากให้เดินตาม

“จะไปไหนองค์ชาย กระหม่อมมีเรียนนะ” มาลินอยากจะขัดขืน แต่สถานะของเขาตอนนี้คือจำเป็นต้องเดินตามอย่างเสียมิได้

“ไปคุยกับพ่อฉัน” ร่างบางถูกลากมาถึงมอเตอร์ไซค์คันโตที่จอดอยู่ไม่ไกล หมวกใบใหญ่ถูกสวมลงบนหัวของมาลิน นั่นทำให้คนตัวเล็กนิ่งอึ้ง

ร่างสูงขององค์ชายกาวิชน์สวมหมวกกันน็อคบ้าง แล้วคร่อมลงบนมอเตอร์ไซค์คันโปรดก่อนจะคว้าข้อมือของมาลินให้ตามมา

“ขึ้นมาสิ” คำสั่งนั้นทำให้มาลินรู้สึกไม่พอใจ

“พระองค์จะเอาแต่ใจแบบนี้ไม่ได้นะ กระหม่อมมีเรียน และเรื่องนี้มันควรเป็นพระองค์ที่หาทางปฏิเสธ ไม่ใช่กระหม่อม” มาลินไม่ยอมขึ้น

“ฉันบอกให้ขึ้นมา หรืออยากให้ฉันอุ้ม” องค์ชายกาวิชน์เปิดหมวกกันน็อคขึ้นมา แววตาที่จริงจังนั้นทำให้มาลินคิดหนัก

สุดท้ายร่างบางก็จำยอมขึ้นไปคร่อมมอเตอร์ไซค์คันโตอย่างจำใจ ไม่รู้ว่ามาลินควรรู้สึกยังไงที่ได้มาซ้อนท้ายองค์รัชทายาท เขาอยากจะรู้สึกดี แต่ในใจลึกมาลินกับรู้สึกแย่

ถ้าต้องแต่งงานกับองค์ชายกาวิชน์จริงๆ ไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นยังไง

องค์ชายกาวิชน์รู้สึกพอใจไม่น้อยที่คนตัวเล็กยอมทำตาม ร่างสูงบิดมอเตอร์ไซค์ออกไปอย่างรวดเร็ว มาลินรีบคว้าเอวคนตรงหน้าไว้ก่อนที่ตัวเองจะตกรถตายซะก่อน

ไอ้องค์ชายบ้านี่ ทำไมขับรถเร็วแบบนี้นะ!

แขนเรียวโอบกอดเอวหนาขององค์ชายรัชทายาทไว้แน่น การแตะต้องตัวเชื้อพระวงศ์แบบนี้เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย เอาจริงๆชีวิตของเขาเหนือความคาดหมายตั้งแต่รู้ว่าตัวเองต้องแต่งงานกับองค์รัชทายาทแล้วล่ะ

มอเตอร์ไซค์สีดำคันใหญ่แล่นไปตามถนนหลวงของมิลาเดเนียที่ตอนนี้อยู่ในหน้าร้อน อากาศเลยไม่หนาวมาก ในตัวเมืองมาลินามีตึกสูง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่แออัดเท่าเมืองใหญ่ๆเมืองอื่นในโลก เพราะประชากรยังน้อยมากหากเทียบกับพื้นที่ของประเทศทั้งหมด

ใช้เวลาไม่นานทั้งสองคนก็เข้ามาในเขตของพระราชวัง มอเตอร์ไซค์คันคุ้นตาทำให้ประตูวังถูกเปิดอย่างรวดเร็ว พระราชวังของมิลาเดเนียคล้ายกับพระราชวังของเครมลินในรัสเซีย เพราะศิลปะและสถาปัตยกรรมคล้ายๆกัน อันเนื่องมาจากในอดีต มิลาเดเนียเองก็เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตมาก่อน

ตึกสูงแบบฉบับของมิลาเดเนีย สถาปัตยกรรมที่โอ่อ่าประหนึ่งที่ประทับของพระเจ้าปรากฏต่อหน้า เป็นครั้งแรกที่มาลินได้มีโอกาสเข้ามาในวังหลวงแบบนี้ ระยะทางจากหน้าประตูถึงตัวพระราชวังค่อยข้างไกล นั่นทำให้มาลินได้มีโอกาสสำรวจบริเวณรอบๆ

ที่นี่สวยงามจริงๆ

องค์ชายกาวิชน์จอดรถตรงส่วนปีกขวาของพระราชวังแห่งมิลาเดเนียก่อนจะดึงมือมาลินให้เดินตามลงมา คนตัวเล็กรู้สึกเก้อเขินไม่น้อยเมื่อมีคนเข้ามารุมล้อมหลายคน

พื้นที่ส่วนนี้เหมือนเป็นส่วนที่แยกออกมาจากตัวพระราชวังอีกที่ คล้ายว่าเป็นที่พำนักส่วนพระองค์ขององค์ชายกาวิชน์ มาลินมองไปรอบๆอย่างไม่ว่างตา

ตอนนี้เขาเข้ามาอยู่ในวังหลวงของมิลาเดเนียแล้ว มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ

“เธอต้องไปคุยกับพ่อฉัน” เสียงเข้มๆขององค์ชายกาวิชน์ทำให้มาลินละสายตาจากสถาปัตยกรรมทั้งหมดแล้วหันมามองคนตรงหน้า

“คุยกับองค์ปิเตียลาร์?” มาลินไม่คิดว่าองค์ชายกาวิชน์จะทำแบบนั้นจริงๆ บ้าไปแล้ว ให้เขาไปคุยกับองค์ปิเตียลาร์ กษัตริย์แห่งมิลาเดเนียเนี่ยนะ!

“ก็ใช่น่ะสิ เธอต้องปฏิเสธ” ร่างสูงขยับเข้าใกล้ ทำให้มาลินต้องถอยกรูจนเกือบจะไปชนนางกำนัลที่อยู่ข้างหลัง

“ไม่...”

“เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธฉัน” ไม่ทันจะพูดจบประโยคก็โดนคนบ้าอำนาจตรงหน้าพูดแทรกขึ้นมาก่อน

“องค์ชายไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้” องค์ชายกาวิชน์หาเรื่องให้เขาชัดๆ นี่มันเกินกว่าที่เขาคิดไปแล้ว เรื่องมันบานปลายเกินไป

“ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ ฉันเป็นองค์ชาย นาร่า จัดการด้วย” ร่างของมาลินโดยองค์ชายกาวิชน์ดันไปให้นางกำนัลสี่ห้าคนข้างหลัง ทุกคนกรูเข้ามารับอย่างรวดเร็ว

“เชิญทางนี้ค่ะคุณหนูสวอนเซ่น์”

“เดี๋ยว จะทำอะไร” มาลินงงหนัก

“เข้าเฝ้าองค์ปิเตียลาร์ต้องเตรียมตัวก่อนค่ะ” หนึ่งในนางกำนัลพูดขึ้น มาลินเลยหันไปมองหน้าองค์ชายกาวิชน์ที่ยืนกอดอกอยู่ข้างหลัง เป็นอันรู้ว่าเขาไม่มีทางปฏิเสธองค์ชายเอาแต่ใจคนนี้ได้

“ความจริงพาเธอไปในสภาพนี้ก็ได้นะ พ่อฉันอาจจะเปลี่ยนใจ ไม่อยากได้ลูกสะใภ้ขี้เหร่” องค์ชายกาวิชน์กระตุกยิ้มอย่างดูแคลน

สภาพผมที่ไม่ได้เซท แว่นหนาๆที่ปิดใบหน้าของมาลินไปเกือบครึ่ง และเสื้อผ้าไซส์ใหญ่กว่าตัวทำให้คนร่างเล็กดูไม่มีอะไรที่ดึงดูดใจเลยสักนิด องค์ชายกาวิชน์ไม่เข้าใจ ทำไมต้องเป็นเด็กนี่

ส่วนมาลินก็ได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างโมโหที่โดนต่อว่าแบบนั้น เขาอยากจะเถียงกลับเสียจริง แต่ด้วยสถานภาพของตัวเองตอนนี้ เขาเองก็ไม่อยากจะหัวหลุดออกจากบ่าเหมือนกัน

ทำยังไงถึงจะทำให้องค์ชายบ้านี่เลิกเอาแต่ใจ และคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาลซักที 








**********************************************

ตอนที่ 3 มาแล้วค่ะ เป็นกำลังใจให้มาลินด้วยนะคะ ขอบคุณทุกคอมเม้นและทุกกำลังใจค่ะ เราจะพยายามอัพทุกวันนะคะ ^^ ฝากติดตามด้วยค่ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น