l-mine

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : CHAPTER : XLII(END)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 25.1k

ความคิดเห็น : 75

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2557 23:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER : XLII(END)
แบบอักษร












CHAPTER : XLII
[END]







“พี่กรีนไปแล้ว! 0[]0!!

 

 

“อือ ไปตอนกูไปตามมึงนั่นแหล่ะ”

 

 

“แล้วทำไมไม่บอกกู”

 

 

“กูก็เพิ่งรู้เหมือนกันครับเมีย”

 

 

“มึงอะ.. . :(

 

 

“ให้มันไปซะได้ก็ดี เห็นทำเสียงเศร้าทุกวันอย่างกับคนอมทุกข์”

 

 

“ทำไมล่ะ?”

 

 

“กูก็ไม่รู้ ไม่อยากถาม เมื่อยปาก”

 

 

-*-!!

 

 

“อะไร จ้องหน้ากูไม”

 

 

 “มึงนี่แม่ง...! พี่มึงทั้งคนนะเว้ย”

 

 

“หน่ะๆ เลิกพูดเรื่องกรีนเถอะน่ะ สนแค่เรื่องเราจะดีกว่าไหม”

 

 

จริงสิ ผมเกือบลืมไปแล้วเชียวว่ามาที่นี่ทำไม ณ บ้านหลังใหญ่ของไอ่กัส  ...ผมมาที่นี่เพราะถูกคุณลุงเรียกตัว

 

 

กึก หมับ!

 

 

ผมรีบกระตุกชายเสื้อไอ่กัสไว้ ทำเอามือหนานั่นคาค้างอยู่ตรงกลอนประตู

 

 

“อะไร -*-

 

 

“กู...”

 

 

“ไม่ต้องกังวลหรอกน่ะ กูบอกแล้วไง ต่อให้เขาว่ายังไงกูก็ไม่สนทั้งนั้นแหล่ะ”

 

 

ไอ่กัสกระชากเสียงใส่ ก่อนจะเปิดประตูโพล่งเข้าไปเลย ภายในห้องมีชั้นวางสือเรียงล้อมรอบโต๊ะทำงานที่อยู่กลางห้อง และตอนนี้คุณลุงเองก็กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะนั่น  ด้วยสภาพที่สวมแว่นตาและมองมายังพวกผม

 

 

แว๊บแรก เชื่อไหมล่ะว่าผมเห็นภาพซ้อนทับเป็นไอ่กัสแว่น

 

 

“ไม่มีใครสอนรึไงว่าก่อนเข้าห้องให้เคาะประตู”

 

 

“ใช่ครับ เผอิญที่บ้านไม่ค่อยมีเวลาอบรมเท่าไหร่”

 

 

เปรี้ยะ!

 

 

ผมสัมผัสได้ถึงพลังงานอำมหิตมหาศาล จริงอยู่ที่ไอ่กัสเล่าให้ฟังว่ามันพอจะรู้แล้วว่าพ่อไม่ได้เกลียดตัวเอง ส่วนคุณลุงเอง ผมว่าก็คงพอจะรู้ว่าไอ่กัสไม่ได้เกลียดตัวเองเช่นกัน

 

 

แต่ที่ยังเป็นแบบนี้... ฟอร์มไงล่ะ

 

 

“เอ่อ... คุณลุงเรียกผมมา ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรรึเปล่าครับ”

 

 

“มี”

 

 

พูดแค่นั้นแล้วก็เงียบไป เอ้อ! เออ เอากันเข้าไป พ่อจ้องลูก ลูกจ้องพ่อ คุยกันไม่เสร็จหรอกวันนี้

 

 

“ขึ้นไปแต่งตัวข้างบนซะ อีกครึ่งชั่วโมงลงที่นี่”

 

 

พูดจบ คุณลุงก็เดินเอามือไขว่หลังออกไปเลย ไม่ถงไม่ถามสุขภาพผมสักคำ และในขณะที่กำลังยืนมึนกันทั้งคู่ ประตูห้องก็ถูกเปิดออก พร้อมแม่บ้านสองคนที่ผายมือเชิญเราขึ้นไปข้างบน

 

 

ชุดสูทสีดำสุดหรูถูกยื่นมาให้ผมกับไอ่กัส พอถามอะไรไปแม่บ้านพวกนั้นก็บอกไม่รู้ ได้รับคำสั่งมาแค่นี้ ผมกับไอ่กัสจึงจำต้องเปลี่ยนชุดไปโดยไม่รู้เรื่องอะไรสักนิด เมื่อเปลี่ยนเสร็จผมกับไอ่กัสก็เดินลงมาชั้นล่าง เพื่อจะมาถามคุณลุงให้เคลียร์ แต่ก็พบว่าคุณลุงออกไปข้างนอกแล้ว

 

 

เอ้อ! นั่น เอาเลยดิ งงกันเข้าไป มีงงกว่านี้อีกไหมล่ะ

 

 

“ขอโทษนะครับ คุณพิกัสโซ่ คุณปลาวาฬ เชิญขึ้นรถเลยครับ เดี๋ยวไปงานไปทัน”

 

 

งาน !? เหอๆ ตึ้บเลยไงกู @[email protected]

 

 

 

 

 

 

งานเลี้ยงเปิดตัวบริษัท JS’

 

 

ผมสาบานได้เลยว่าผมไม่ได้รู้จักหรือสนิทสนมกับเจ้าของบริษัทนี่เลยนะ แล้วพาผมมาที่นี่ทำไม ??

 

 

“มึงรู้จักเจ้าของงานเหรอวะ”

 

 

“โง่ปะ กูก็มาพร้อมมึง จะไปรู้ได้ไง”

 

 

“ตอบดีๆหน่อยดิ๊”

 

 

“ก็หงุดหงิด ทำเหมือนกูเป็นหุ่นเชิด ดูดิ พากูมาห่าที่ไหนไม่รู้ กูบอกมึงตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหมว่าไม่ต้องไปทำตาม !

 

 

ไอ่กัสดันลิ้นเข้ากระพุ้งแก้มอย่างเซ็งๆ มือสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกงด้วย กรรม เสียบุคลิกหมดเลยมึง

 

 

“ยืนให้มันดีๆหน่อยดิวะ”

 

 

ผมว่าพร้อมดึงมือมันออกจากกระเป๋ากางเกง ไอ่กัสจิ๊ปากใส่นิดหน่อย แต่ก็ยอมทำตาม

 

 

“กูว่าไหนๆก็มาแล้ว รอบเดินดูงานหน่อยเถอะว่ะ”

 

 

ผมพูดพลางจับจ้องสายตาไปยังโต๊ะบุฟเฟ่ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล หืมมม น่ากินสัดๆ

 

 

“หิวก็บอกเหอะ”

 

 

ไอ่กัสพูดอย่างยิ้มๆก่อนจะเดินจูงมือผมไปยังโต๊ะบุฟเฟ่นั่น แต่เมื่อจับรังสีสายตาจากคนรอบข้างได้ ผมจึงขืนมือตัวเองออกมา

 

 

ลืมไปเลยสินะว่าผู้ชายกับผู้ชายจับมือกันมันเป็นเรื่องแปลก

 

 

“ดึงมือออกไปทำไม”

 

 

“...” ถ้าผมตอบความจริงออกไปมันจะเสียใจไหม “ก็มึงเดินช้า ไม่ได้ใจเลย”

 

 

ผมว่าก่อนจะเดินนำลิ่วไปยังโต๊ะบุฟเฟ่ที่มีอาหารเรียงรายเต็มโต๊ะ มือผมรีบหยิบจานขึ้นมาตักนู่นตักนี่ที่น่ากิน แต่ยังไม่รู้ว่าจะกินได้รึเปล่า บางอันมันก็ยังไม่เคยเห็นมาก่อนนิครับ

 

 

“ตระกละนะมึง ตักแค่พอดีดิวะ จะล้นจานแล้วเนี่ย”

 

 

“ทำไม อายอ่อ?”

 

 

“เออ เดี๋ยวเขาจะหาว่ากูเลี้ยงเมียไม่ดี”

 

 

ป้าป

 

 

“ชู่ว์!

 

 

ผมตีต้นแขนเตือนมัน พูดซะดัง คนอื่นนี่หันมามองกันให้พรึ่บ

 

 

“ทำไม กูกับมึงทำอะไรผิดรึไง”

 

 

“...”

 

 

ไม่รู้สิ ถ้ามันไม่ผิดแล้วทำไมคนอื่นถึงไม่ยอมรับกันล่ะ ?

 

 

“แดกไปเถอะ คิดมากอะไร”

 

 

ไอ่กัสพูดอย่างไม่แยแส ก่อนจะจิ้มเนื้อปลาดิบเข้าปากผม แต่เดี๋ยว! อันนี้ผมตั้งใจจะตักให้มัน ไม่ได้จะกินเอง ผมไม่กินปลาดิบ!

 

 

ซึ่งเรื่องนี้มันก็รู้ดี

 

 

ดูดิ มือนี่ผิดปากผมไว้แน่น พร้อมกลั้นขำอย่างสุดฤทธิ์ แม่งงง ทำไงได้ล่ะ ก็ต้องแดกดิ TT

 

 

“อยู่ที่นี่กันนี่เอง”

 

 

เสียงเย็นที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้น ผมรีบผละออกจากมือไอ่กัสก่อนจะหันไปมองคุณลุงที่มาใหม่ พร้อมคณะไฮโซ สายตาคุณลุงมองพวกเราด้วยแววตานิ่งเฉย แต่สายตาคนอื่นเนี่ยสิ

 

 

รังเกียจอย่างเห็นได้ชัด

 

 

ใจผมปวดหนึบอย่างบอกไม่ถูก ผมกลืนน้ำลายลงคอ ทำตัวไม่ถูกไปหมด

 

 

“สองพี่น้องดูสนิทสนมกันจังเลยนะคะ”

 

 

ผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมา ผมว่าเธอรู้ แต่ก็แค่ถามหยั่งเชิงตามประสาคนสวมหน้ากาก ผมที่กำลังจะเอื้อมมือขึ้นคล้องคอไอ่กัสเพื่อแสดงบทเป็นพี่น้องจำแลง ก็กลับชะงักลง เพราะ...

 

 

หมับ

 

 

มือหนาของไอ่กัสโอบเอวผมไว้พร้อมรั้งตัวผมเข้าใกล้ไปอีก

 

 

“อุ้ยตาย 0_0

 

 

แต่ละคนต่างเบิกตาตกใจ พร้อมยกมือปิดปากกันทั้งคณะ

 

 

“งานจะเริ่มแล้ว ไปกันเถอะครับ  ส่วนแกกับแฟนแกก็ตามฉันมาด้วย”

 

 

คุณลุงพูดทิ้งระเบิดไว้ตู้มใหญ่ก่อนจะเดินเอามือไขว่หลังออกไป คณะไฮโซนั่นเลยเดินออกไปตามๆกัน

 

 

แกกับแฟนแก

 

 

ถึงน้ำเสียงจะดูนิ่งมาก แต่กลับทำผมอมยิ้มออกมานิดๆ ส่วนไอ่กัสน่ะเหรอ

 

 

“กูว่ากูอาจจะได้พ่อคนเดิมกลับมาแล้วว่ะ”

 

 

มันดูนิ่งไม่ต่างจากคุณลุง แต่ผมรู้นะ ว่ามันเองก็ดีใจเหมือนกัน นี่ผมกำลังได้รับการยอมรับแล้วใช่ไหม? หรือทั้งหมดนี่จะคือแผน

 

 

แผน คงเป็นตรรกะประจำตัวสำหรับครอบครัวนี้ซะจริง

 

 

“ไปเถอะ”

 

 

 

 

 

 

@Secret

 

 

เหตุการณ์ที่ผู้เป็นพ่อ ซึ่งเป็นถึงเจ้าของบริษัทนำเข้าและส่งออกเฟอร์นิเจอร์ชื่อดัง นำลูกชายมาเปิดตัวพร้อมแฟนลูกชายซึ่งเป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ สร้างความฮือฮาจากแขกผู้ร่วมงาน ทำเอาประเด็นเรื่องเปิดตัวบริษัทใหม่กร่อยไปเลยทันทีเพราะถูกแย่งซีน

 

 

ทั้งที่เรื่องนี้ต้องสร้างความหงุดหงิดให้กับเจ้าของงาน แต่กลับไม่ ในทางตรงข้าม กลับสร้างรอยยิ้มเล็กๆให้เจ้าของงาน ที่เป็นหนุ่มลูกครึ่งไฟแรงวัย 27 ปี

 

 

“คุณเจสันครับ ต้องเริ่มงานแล้วครับ”

 

 

แล้วเจอกันนะครับ คุณเจ้าของบริษัทนำเข้า-ส่งออกเฟอร์นิเจอร์

 

 

 

 

 

 

บทส่งท้าย

 

 

ปลาวาฬ : นี่ ถ้ามึงย้อนเวลากลับไปได้ มึงจะกลับไปเปลี่ยนอะไร

 

 

พิกัสโซ่ : ไม่รู้สิ...  มึงมั้ง

 

 

ปลาวาฬ : ทำไมอะ *งอน*

 

 

พิกัสโซ่ : กูแค่อยากจะลองเป็นคนที่ถูกรักก่อนบ้าง

 

 

ปลาวาฬ : ฮ่ะๆ ไร้สาระ

 

 

ปลาวาฬยิ้มขำในใจ เมื่อนึกถึงเรื่องบางเรื่องที่ไม่เคยนึกถึงมาก่อน

 

 

เฮ้ยมึงงง มึงรู้ป่ะ เรื่องไอ่แว่นในคลาสอะ มัน...

 

 

หยุด!-*-’

 

 

อ่าว ทำไมวะไอ่ฮัก เรื่องนี้เด็ดจริงๆนะเว้ย

 

 

เรื่องไอ่แว่นก็เด็ดทุกเรื่องอะสำหรับมึง มึงเอาแต่เล่าเรื่องมันทั้งวัน พวกกูเบื่อเป็นนะเว้ย เปลี่ยนคนอื่นบ้างไม่ได้เหรอวะ

 

 

กูเห็นด้วยกับไอ่เบียร์เลย เปลี่ยนคนดิ๊

 

 

พอๆ จะนินทาอะไรคนอื่นอีก ถ้าเด็กในประเทศหันมาตั้งใจเรียนเหมือนที่พวกมึงตั้งใจนินทาชาวบ้าน กูว่าประเทศคงเจริญอะ

 

 

โห่.. . จี๊ดว่ะเพื่อนนาว

 

 

ทุกครั้งที่มีการหันหน้าเข้าหากันแล้วเริ่มประเด็นนินทาขึ้น เรื่องทุกเรื่องที่ออกจากปากปลาวาฬมักจะมีแต่เรื่องราวของเด็กแว่นในคณะของตน แถมยังมักจะเล่าออกมาด้วยท่าทางตื่นเต้นเสมอ ทั้งที่บางก็มันก็แค่เรื่องปกติ...

 

 

ขอถามอีกครั้ง  ใครรักใครก่อน ?

 

 

 

 

บางทีความรักมันก็ไม่ได้ถูกกำหนดว่าต้องเพศไหนคู่กับเพศไหน หรือ ใครคู่กับใครบ้าง

ความรักมันก็แค่เรื่องระหว่างคนสองคนที่ใช่ซึ่งกันและกัน ...ก็แค่นั้น

 

 

 

THE END

แล้วนะ –[]-

 

 

 

 

ขอบคุณที่ติดตามกันมากๆเลยนะ ปิดเรื่องในวันพ่อ ฤกษ์ดีซะจริง

สุดท้ายก็อยากจะบอกเลยว่า รักคนอ่านทุกคน ขอบคุณทุกเม้นทุกกำลังใจสำหรับนิยายเรื่องแรก

 

ไหนๆก็ไหนๆแล้วนะ ขอคอมเม้นส่งท้ายกันหน่อยนะ ขอบคุณค่ะ

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น