Bubble-Bew

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 19 แองเจิ้ลกับแม่มด

ชื่อตอน : ตอนที่ 19 แองเจิ้ลกับแม่มด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 59

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ต.ค. 2560 15:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19 แองเจิ้ลกับแม่มด
แบบอักษร

ตอนที่****19

แองเจิ้ลกับแม่มด

“แต่ว่าเรื่องนี้…ถ้าเป็นอาทิตย์ที่แล้วผมคงไม่ลังเลที่จะแฮกมันเพื่อค้นหาความจริง  ไม่ต้องกังวลหรอกนะครับ  ผมไม่ใช้วิธีนั้นหรอก”

“ทำไม?”

“เพราะอาจารย์คืออาจารย์ที่จอมฟ้าเชื่อใจ  ดังนั้น…จนกว่าความลับนี้จะถูกเปิดโดยที่อาจารย์อยากบอกเอง  ผมจะไม่ทำอะไรเด็ดขาด”

เทียร์หันไปให้ความสนใจกับการหาข้อมูลต่อ  กำลังจะบีบให้ผมคายความลับออกมาเองโดยใช้จิตวิทยาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพวกพ้องสินะ

เชื่อใจกัน…

ถึงจะเชื่อใจยังไง   ก็ไม่มีใครมีอำนาจเกิดกว่าจะปลดผนึกกล่องแพนโดร่าออกมาได้หรอก

อดีตของผม…มันคือการดับสูญความเป็นมนุษย์ในตัวไปจนหมดสิ้น  กี่ชีวิตที่ต้องสังเวยไปเพราะคนอย่างฉัน…

ไม่มีใครรู้น่าจะดีที่สุด

“ท่าทางสิ่งที่อาจารย์คิดจะถูกนะครับ   มีบริษัทลูกอยู่ที่ประเทศไทยจริงๆ   เพียงแต่เครือข่ายข้อมูลจะเชื่อมโยงกันหรือไม่นั้น   คงต้องใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆในการตรวจสอบและแฮกเข้าไป”

“แล้วถ้าเครือข่ายข้อมูลไม่ได้เชื่อมโยงกันล่ะ”

“ผมก็ต้องแฮกเข้าบริษัทแม่น่ะสิครับ  งานหินสุดๆ”

เปอร์เซ็นความสำเร็จลอยออกไปไกลทุกที

แต่เพื่อให้ได้รู้ถึงจุดประสงค์การฟอร์มทีมนี้ขึ้นมาของอสุรกาย  ผมจำต้องทำภารกิจครั้งนี้ให้สำเร็จให้ได้

“จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ด้วยเหรอครับชูจิ”

ไต้ฝุ่นเอ่ยถามเสียงหงอย  ผมละสายตาจากคฤหาสน์หลังใหญ่ตรงหน้ามามองคนข้างๆที่ถูกจับมัดไว้แน่นโดยปลายเชือกอยู่ในอุ้งมือของผม

ทำไงได้ล่ะ

เจ้าสองแปลกบอกให้ลองมาสำรวจดูบ้านของท่านอธิการฯเอาไว้ก่อนว่าเป็นยังไง  มีคนคอยดูแลเยอะไหม  ตอนแรกว่าจะมาคนดูหากเจ้าลิงหัวแดงเซ้าซี้ขอตามมาด้วย  ผมเลยต้องใช้วิธีนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มันทำอะไรนอกเหนือคำสั่ง

แค่นี้ก็วุ่นวายมากพอแล้วนะ

“ถ้ากับคนอื่นก็ไม่จำเป็นหรอก  แต่สำหรับนายมันจำเป็น…มาก!”

“ง่ะ  ชูจิใจร้าย”

“เงียบเถอะน่า”

ตวัดโอบไต้ฝุ่นเข้ามาในอ้อมกอด  มือข้างหนึ่งอุดปากเอาไว้ไม่ให้พูด

กำลังมาคอยเฝ้าสังเกตการณ์แท้ๆแต่กลับพูดเป็นต่อยหอยไม่หยุดเหมือนอยู่ในบ้านของตัวเอง  ถ้าโดนจับได้ขึ้นมาล่ะไม่ต้องสงสัยเลย!

“โอ๊ะ  อื้อๆๆๆๆ”

คนในอ้อมกอดดินขลุกขลักพลางเบิกตากว้างมองไปยังชั้นสองของคฤหาสน์หลังนี้

อ่า…

ลืมบอกไป   ผมกับเจ้าลิงหัวแดงปีนกำแพงลอบเข้ามาในนี้เรียบร้อยได้  แต่ตราบใดที่ไม่รู้ว่าห้องของท่านอธิการฯอยู่ตรงไหนก็คงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการจับตาดูแบบนี้ 

“มีอะไร”

“ดูนู่นสิครับ”

สายตาของคนตัวเล็กชี้ไปยังชั้นสองของฝั่งตรงข้ามที่อยู่ห่างออกไปพอสมควร  ผมมองตามอย่างไม่ใส่ใจนักเพราะต้องระวังไม่ให้การ์ดของที่นี่สังเกตเห็นพวกเรา

แม้ว่าถ้ามีใครสังเกตดูต้นไม้ดีๆก็จะพบว่ามันสั่นแบบแปลกๆ  และมีผู้ต้องสงสัยไม่น่าไว้ใจหลบอยู่บนต้นไม้ต้นนี้นั่นเอง…

“นั่นมัน…ใครน่ะ?”

ไต้ฝุ่นส่ายหน้า

ผู้หญิงในชุดระบายสีขาวนั่งอยู่บนรถเข็นวีลแชร์  เส้นผมของเธอเป็นสีทองจนเกือบขาวคล้ายกับแฟนธ่อม หน้าตาสะสวยเพียงแต่ดูเศร้าและมีอายุ    ในมืออุ้มตุ๊กตาผู้หญิงเอาไว้   ทั้งกอดทั้งลูบด้วยความหวงแหน 

“ดูที่ประตูระเบียงสิครับ”

“ล็อกด้วยเหรอ?”

แถมยังเป็นการล้อกกลอนใส่แม่กุญแจจากด้านนอกอีก   แบบนี้มันไม่ต่างอะไรกับการกักขังเลยไม่ใช่หรือไง

ในบ้านของท่านอธิการฯมีผู้หญิงถูกขังไว้ด้วย?

ผมหยิบมือถือออกมาเปิดกล้องและซูมไปที่ใบหน้าของเธอคนนั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนจะกดส่งรูปต่อไปให้เทียร์รวมถึงสิ่งที่ต้องการให้หมอนั่นทำ

‘หาข้อมูลและประวัติของผู้หญิงคนนี้โดยด่วน  เธอถูกขังอยู่ในบ้านของท่านอธิการฯ’

“แต่ผมว่าเธอหน้าตาคุ้นๆนะครับ   หน้าเหมือนใครกันนะ”

“เคยเห็นคนหน้าตาแบบนี้มาก่อนงั้นเหรอ?”

“ไม่รู้สิครับ  แต่ว่า…รอยยิ้มของผู้หญิงคนนั้นมันเหมือนเคยเห็นมาก่อน”

 ไต้ฝุ่นขมวดคิ้วเป็นเลขแปด

ความสงสัยไม่ได้มีแค่เธอคนนั้นเป็นใคร   แต่อะไรทำให้เธอต้องถูกขังเอาไว้ต่างหากคือสิ่งสำคัญ  หน้าตา  ผิวพรรณ  ทุกสิ่งล้วนบอกได้ว่าเธอไม่ใช่คนธรรมดา  แต่ต้องมีชาติตระกูลแน่นอน  ถ้าอย่างนั้น…มีเหตุผลอะไรให้เธอต้องโดนกระทำเยี่ยงสัตว์แบบนี้

หนำซ้ำ…เธอดูไม่เหมือนคนปกติเลยสักนิด

พูดให้เข้าใจง่ายๆเลยก็คือ…คล้ายคนมีปัญหาทางด้านจิตใจ

ครืด…ครืด…

เทียร์วิดีโอคอลกลับมา  ผมค้นหาสายสมอลทอล์กในกระเป๋าเอามาเสียบเพื่อฟังเสียงของฝ่ายที่โทรมาโดยเลี่ยงการคุยแบบสปีกเกอร์โฟน  หูฟังข้างหนึ่งเอาเสียบไว้ที่หูของเจ้าลิงหัวแดง  ส่วนอีกข้างเสียบไว้กับหูของตัวเอง

[ได้ข้อมูลมาแล้วนะครับอาจารย์  ฝุ่น]

“แล้ว…!”

“ชู่…ห้ามพูดอะไรทั้งสิ้น  ฟังอย่างเดียว”

ผมใช้มืออีกข้างอุดปากไต้ฝุ่นเอาไว้  ขืนยังพูดไม่หยุดต้องโดนหาเจอแน่นอน

[ผู้หญิงที่อาจารย์ส่งรูปมาให้หาคือคุณหนูม่านฟ้าไหม  คุณหนูจากตระกูลผู้ดีเก่า  แต่เมื่อยี่สิบห้าปีก่อนได้แต่งงานไป  ปัจจุบันอายุสี่สิบห้าปีถ้าวันเดือนปีเกิดในบัตรประชาชนเธอไม่ได้โกหกนะครับ  ในข้อมูลบอกว่าเธอมีบุตรสองคน   คนแรกเป็นผู้หญิงอายุยี่สิบสี่  คนที่สองเป็นผู้ชายอายุยี่สิบเอ็ด  แต่ไม่มีข้อมูลหน้าตาของบุตรทั้งสอง  มีเพียงข่าวลือที่ว่าบุตรสาวของเธอหายตัวไปได้สามปีแล้วเท่านั้นครับ]

ลูกสาวหายตัว…

ส่วนลูกชายไม่มีการเปิดเผยข้อมูลแต่ปัจจุบันอายุยี่สิบเอ็ดงั้นเหรอ…

“อย่าบอกนะว่า…คนที่เธอแต่งงานด้วยก็คือ…”

[ครับ   เธอเป็นภริยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของท่านอธิการฯ]

กะแล้วเชียว

เป็นแบบนี้เรื่องน่าสงสัยก็จะเป็น…เพราะอะไรท่านอธิการฯถึงได้ขังเมียของตัวเองเอาไว้เหมือนสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่งแบบนี้

[อาจารย์   ไม่รู้หรอกนะครับว่ามันจะเป็นแบบที่ผมคิดไหม  แต่…หรือว่าลูกชายของท่านอธิการฯจะเป็น…]

จอมฟ้าพูดค้างไว้  มองจากหน้าจอจะเห็นว่าเจ้าแว่นติ๋มกับเทียร์กำลังมองหน้าดันด้วยความเครียด

“อืม  ดูเหมือนจะเป็นหมอนั่นไม่ผิดแน่”

[ถึงได้รู้ตารางานในแต่ละวันของท่านอธิการฯรวมถึงเรื่องที่ว่าเซฟนั่นอยู่ในห้องนอนสินะ]

พยักหน้ารับข้อสันนิษฐานของเทียร์

อีกอย่าง…มันจะไปไขข้อสงสัยได้ด้วยว่าเพราะอะไรอรุรกายถึงได้รับสิทธิพิเศษมากมายในมหาวิทยาลัย

[แบบนั้นแสดงว่าแฟนธ่อมเป็นศัตรูกับพ่อของตัวเองเหรอครับ?]

[จริงด้วย  เป็นศัตรูกับพ่อของตัวเองมันไม่แปลกเกินไปหน่อยเหรออาจารย์]

เทียร์สนับสนุนความคิดของจอมฟ้าขึ้นมาต่อ  นั่นแหละคือสิ่งที่ต้องตามหา  เพราะอะไรอสุรกายจึงได้ตั้งตัวเป็นศัตรูกับพ่อของตัวเองแบบนี้!

“เทียร์  นายหาข้อมูลของลูกสาวได้หรือเปล่า  อะไรก็ได้  รวบรวมมาให้ได้มากที่สุด  โดยเฉพาะเรื่องราวก่อนเธอจะหายตัวไป”

[จะพยายามครับ  ข้อมูลด้านครอบครัวของท่านอธิการฯไม่มีเปิดเผยออกสื่อมากนักนอกจากตอนแต่งงาน  ส่วนเรื่องของลูกๆแทบจะเรียกได้ว่าเป็นความลับเลย  ที่มีอยู่ก็แค่พวกข่าวลือแบบยังไม่ได้รับการยืนยันเท่านั้น]

ผมพยักหน้าให้กับกล้อง  ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าคนข้างตัวผมเอาแต่เงียบตั้งแต่พวกเราเริ่มสันนิษฐานถึงความสัมพันธ์ของแฟนธ่อมกับท่านอธิการฯ

“เป็นอะไร”

ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆ  ไต้ฝุ่นเหมือนคนวิญญาณหลุดออกจากร่าง  ดวงตาเบิกกว้างและนั่งตัวแข็งทื่อ   เสียงของผมไปไม่ถึงเขา!

“ไต้ฝุ่น”

ไม่ไหว

หมอนี่ไม่ขยับเลย  มีอะไรในข้อสันนิษฐานเหล่านั้นติดใจอยู่งั้นสินะ

[อาจารย์กับไต้ฝุ่นกลับมารวมตัวกันที่นี่ก่อนดีกว่าครับ  วันนี้จบเรื่องสังเกตการณ์ไว้เท่านี้ก็พอ]

จอมฟ้าเอ่ยบอก  นั่นสิ… วันนี้ต่อให้เฝ้าต่อไปก็คงไม่มีอะไร   อย่างน้อยก็พอจะรู้จำนวนคร่าวๆของการ์ดกับช่วงเวลาที่การป้องกันหละหลวม   ไว้หลังจากได้แผนผังบ้านค่อยบุกเข้ามาทีเดียวจะปลอดภัยกว่า

หมับ!

จับเอาเจ้าลิงหัวแดงแบกพาดบ่าเพื่อปีนกำแพงกลับไป   ท่าทางไร้สติแบบนี้แค่สนทนาโต้ตอบยังทำไม่ได้เลย

นายกำลังคิดอะไรอยู่   ไต้ฝุ่น…

ก๊อกก๊อกก๊อก

เคาะประตูห้องของตัวเองรอให้คนด้านในออกมาเปิด  จนแล้วจนรอดก็ยังเรียกสติของเจ้าลิงหัวแดงกลับมาไม่ได้   เหมือนอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ในหัวของตัวเองเลยไม่รับรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวชั่วขณะ  โชคดีที่เจ้าก้อนน้ำแข็งให้ยืมรถส่วนตัวไปใช้  ไม่งั้นตอนแบกเจ้านี่ออกมาคงเป็นเรื่องกันบ้างล่ะ

ทั้งถูกมัด…

ทั้งถูกแบก…

ผมนี่แหละจะซวย!

แอ๊ด…

จอมฟ้าที่เป็นคนเดินมาเปิดประตูมองด้วยความสงสัย  ผมเอามือจุ๊ปากให้เขาเงียบแล้วพาไต้ฝุ่นเข้าไปวางแหมะลงบนโซฟา

“ฝุ่นเป็นอะไรเหรอครับ”

“ไม่ต้องสนใจหรอก  ว่าแต่   ได้ข้อมูลอะไรบ้างไหม”

“ข้อมูลของลูกสาวที่หายตัวไปไม่มีอะไรเลย  เราไม่รู้แม้กระทั่งชื่อเล่นของเธอด้วยซ้ำ  ถ้าหากเรื่องที่เธอหายตัวไปได้สามปีแล้วเป็นความจริง  เป็นไปได้ว่าท่านอธิการฯคือคนที่สั่งปิดข่าวครับ”

เทียร์อธิบาย  เพราอะไรท่านอธิการถึงไดปิดข้อมูลขอลูกสาวลูกชายตัวเองไว้เป็นความลับกันนะ  ไม่สิ   ถ้าลูกชายก็พอจะเดาได้แล้วว่าเป็นใคร   แต่ยังมีจุดไม่เข้าใจอีกตั้งหลายอย่าง

“แต่ผมได้ข้อมูลอย่างอื่นมาแทนนะครับ”

“อะไร?”

“นี่…”

กึก!

เทียร์กดเอนเทอร์บนคีย์บอร์ดก่อนจะปรากฏหน้าเว็บบอร์ดของมหาวิทยาลัยขึ้นมา  แต่เมื่อดูจากกระทู้ที่อยู่ในบอร์ดแล้วก็พบว่ามันคือกระทู้ของตั้งแต่เมื่อสามปีก่อนลงไปทั้งนั้น

“ปกติเว็บบอร์ดของมหาวิทยาลัยจะทำการรีเซ็ตและลบกระทู้ทั้งหมดปีต่อปี  ผมเลยคิดว่าหากเรื่องที่แฟนธ่อมเป็นลูกของท่านอธิการฯเป็นความจริงขึ้นมา  ไม่แน่ว่าคนที่เป็นลูกสาวอาจจะเคยเรียนที่หมาวิทยาลัยนี้เหมือนกันกับแฟนธ่อมก็ได้ครับ”

มันสมองของทีมอธิบายสิ่งที่คิดให้ผมฟัง  เป็นไปได้ว่าลูกสาวที่หายตัวไปอาจจะเคยเรียนที่มหาวิทยาลัยของพ่อตัวเองเหมือนกันงั้นสินะ

เข้าใจล่ะ

“แล้วเป็นยังไง”

“ผลก็ตามนี้  ดูเหมือนว่าตั้งแต่หกปีก่อนจะมีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาเรียนที่นี่และได้เป็นเด็กอภิสิทธิ์ด้วยความอัจฉริยะเหมือนกับแฟนธ่อม  ต่อมาเธอก็ได้รับเลือกให้เป็นประธานนักศึกษาอีกด้วย  แต่ว่าหลังจากนั้นสามปี  ช่วงปิดเทอมตอนปีสามเธอคนก็ไม่มาเรียนอีกเลย  พอขึ้นปีสี่มาจึงไม่มีใครพบเห็นเธออีก  แต่มีข่าวลือว่าเธอไปเรียนต่อต่างประเทศ  ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนั้นยังไม่ได้รับการยืนยันแต่อย่างใด”

ที่มาและการมีอำนาจเหมือนกับของแฟนธ่อมจริงๆด้วย!

ยิ่งไปกว่านั้น…ถ้านับจำนวนระยะเวลาที่เธอหายตัวไปในช่วงปิดเทอมปีสามก่อนจะขึ้นปีสี่มันก็จะเท่ากับสามปีเหมือนลูกสาวของท่านอธิการฯ!

“เธอชื่ออะไร”

“แองเจิ้ล”

“…”

“แต่…”

เทียร์ท้วงขึ้นมาอีก

ได้ยินคำว่าแต่ทีไรผมเสียวสันหลังวาบทุกทีเลย

“จากที่ไล่อ่านกระทู้ที่เคยตั้งโดยเริ่มต้นจากหกปีก่อนหรือช่วงที่แองเจิ้ลได้กลายเป็นประธานนักศึกษานั่น  เป็นช่วงหลังจากที่เธอเพิ่งขึ้นปีหนึ่งมาได้เพียงสามเดือน…”

กึก!

เทียร์กดเปิดประทู้หนึ่งขึ้นมา   หัวกระทู้ทำเอาปลายคิ้วขมวดชนกัน

‘การลงโทษเด็กไร้ประโยชน์คือสิ่งสมควรทำจริงหรือ   ทำไมแองเจิ้ลถึงตั้งกฎนี้ขึ้นมา!’

“คนที่คิดกฎเลวร้ายทั้งหมดพวกนี้ขึ้นมาไม่ใช่แฟนธ่อมแต่เป็น…แองเจิ้ล”

ผมพึมพำด้วยไม่อยากจะเชื่อ  เรื่องมนจะซับซ้อนมากขึ้น   ราวกับว่าพวกเราสี่คนกำลังเดินหน้าหาบางสิ่งที่น่ากลัวและคาดไม่ถึง

“ไม่ใช่แค่นั้นนะครับ  หลังจากที่แองเจิ้ลตั้งกฎใหม่ขึ้นมาทั้งหมด  ไม่นานเธอก็ได้รับสมญานามของตัวเองเหมือนที่แฟนธ่อมได้รับ”

“สมญานาม?”

“แม่มด”

“…”

“ถ้าแฟนธ่อมคืออสุรกาย  แองเจิ้ลก็คือแม่มดครับ”

อสุรกายที่สานต่อสิ่งที่แม่มดทำค้างเอาไว้หลังจากที่แม่มดหายตัวไปนานถึงสามปี…

แบบนี้คงเดาเรื่องได้ไม่ยากหรอก   ในเมื่อแฟนธ่อมคือลูกชายของท่านอธิการฯ  งั้นแม่มดก็จะต้องเป็น…

ลูกสาวที่หายตัวไปสามปีคนนั้น!

บับเบิ้ลบิวชวนคุย**:**

มาอัพแล้วจ้า  เว้นเรื่องนี้ไปสามวันเลยเชียว  ต้องขอโทษคนที่รอด้วยน้า  ตอนนี้ปมเรื่องซับซ้อนและนำพาความลึกลับอันน่ากลัวเข้ามาสู่พวกเขาแล้ว!  เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมดที่ลากยาวย้อนไปถึงหลายปีคืออะไร  เหตุผลที่ ‘แม่มด’ ตั้งกฎเลวร้ายต่างๆในมหาวิทยาลัยขึ้นโดยมีอสุรกายมาสานต่อหลังจากที่เธอหายตัวไปทันที!  ที่สำคัญกว่านั้น…เกิดอะไรขึ้นกับไต้ฝุ่น?  หรือน้องจะรู้อะไรมากันน้า

ความคิดเห็น