Ranichat

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 11 : ฝากบอกทีให้เปิดใจ

ชื่อตอน : บทที่ 11 : ฝากบอกทีให้เปิดใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.9k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ต.ค. 2560 23:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11 : ฝากบอกทีให้เปิดใจ
แบบอักษร


หญิงสาวนั่งร้องไห้ในห้อง สมองคิดทบทวนเหตการณ์วันนี้ มันเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน คนที่เธอคิดว่าตัดใจได้แล้ว อยู่ดีๆก็โผล่มาหาโดยไม่ทันได้เตรียมใจ

“หนูเกล! เลิกให้ความสำคัญกับคนแบบนัั้นได้แล้ว เธอยังเจ็บไม่พอหรอ!” เกลินถามตัวเอง

“พอกันสักที! หนูเกลจะเลิกร้องไห้ให้คนแบบนี้!” ว่าแล้วก็ปาดน้ำตาเดินออกมาจากห้องนอน


“พ่อเลี้ยงยังไม่ลงไปที่ไร่อีกหรือคะ” ขณะเปิดประตูออกมานั้นก็เห็นกวินทร์กำลังออกมาจากห้องของเขาเช่นกัน

“กำลังจะลงไปหน่ะ เธอพร้อมจะทำงานไหม ถ้ายังไม่พร้อมอยู่นี่ก่อนก็ได้นะ” ชายหนุ่มนึกเห็นใจสาวตรงหน้าที่ใบหน้าแดงกล่ำ บ่งบอกถึงการผ่านการร้องไห้มา

“หนูเกลไม่อยากอยู่เฉยๆค่ะ มันฟุ้งซ่าน เราลงไปที่ไร่กันค่ะ พ่อเลี้ยงอยากให้หนูเกลทำอะไร สั่งมาได้เลย” เกลินพูดด้วยน้ำเสียงปนขำๆ กวินทร์รู้ดีว่ามันฝืนแค่ไหน

“โอเค ฉันจะพาเธอไปทำงานที่ไม่ต้องใช้สมอง แต่ฉันบอกก่อน มันไม่ใช่งานง่ายๆหรอกนะ” ไม่วายอยากจะแกล้งหญิงสาว ถึงคนตรงหน้าจะดูน่าสงสารเพียงใด แต่เขาไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าหล่อนจะเป็นผู้หญิงที่ดีอะไรมากมาย ทั้งไอ้วิทย์ เจ้าตฤณ ไหนจะพละพลนั่นอีก นี่เกลินคบเยอะขนาดนี้เชียวหรือ

“หนูเกลไม่กลัวหรอกค่ะ งานไหนหนูเกลก็สู้!”



ทันทีที่มาถึงจุดที่เป็นที่ตั้งโรงเรือนเมล่อนขนาดใหญ่ มีโรงเรือนผ้าใบแบบปิดเป็นสิบๆโรงเรือน เกลินเป็นอันอยากจะถอนคำพูดของตน

“วันนี้งานง่ายๆ เบาสมอง ไม่ต้องใช้ความคิด” กวินทร์หันมามองหน้าคนที่บอกว่าสู้ซึ่งตอนนี้ทำหน้าอยากจะตายเสียให้ได้

“พ่อเลี้ยงจะให้หนูเกลทำอะไรคะ” เกลินหันมาทำหน้าบอกบุญไม่รับ

“ตักดินใส่ถุงพลาสติก 300 ถุงให้เสร็จ” ถือว่าเป็นงานหนักพอตัว เพราะขนาดคนงานที่นี่ยังถือว่าใช้เวลานานสำหรับ 300 ถุงนี้

“นี่มันปาเข้าไปสิบโมงแล้วนะคะ จะเสร็จตอนไหนก็ไม่รู้ ลดให้หน่อยนะคะ” คนโดนสั่งทำสายตาเว้าวอนขอความเห็นใจ

“เธอไม่มีสิทธิ์ต่อรอง ถ้าไม่เสร็จก็ไม่ต้องพัก” กวินทร์เอ่ยพร้อมเดินมายังจุดที่เป็นกองดินร่วนที่ผสมไว้แล้ว

“ยืนอยู่ทำไม มาดูสิว่าจะต้องตักมากน้อยแค่ไหน” เกลินเดินกระฟัดกระเพียดบ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์มานั่งที่ตั่งข้างๆกวินทร์

“ตักเป็นเศษสองส่วนสามของถุงนี้ ห้ามขาดห้ามเกิน เข้าใจไหม” ว่าแล้วก็ตักให้คนทำท่าไม่พอใจดู

“อ่ะ ทำสิ ทำหน้าขี้เหร่อยู่อย่างนี้จะเสร็จไหม ไม่เสร็จไม่ต้องกินข้าว” กวินทร์ยื่นที่ตักดินมาให้เกลินซึ่งเธอยอมรับมาแต่โดยดี


เวลาล่วงผ่านเลยมาจนถึงบ่ายสองโมง หน้าที่ที่เกลินได้รับมอบหมายเป็นอันเสร็จสิ้น เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวเป็นที่สุด จะขยับตัวก็ขยับไม่สุด นั่งก็นั่งนาน ปวดเมื่อยไปทั้งตัวเลย

“ในที่สุด เสร็จแล้ว เย่! หนูเกลนี่เก่งจริงๆเลย บอกแล้ว ไม่มีอะไรที่หนูเกลทำไม่ได้” ยืนขึ้นตบมือแปะๆให้ตัวเอง ภาคภูมิใจกับผลงานของตนเป็นที่สุด เป็นจังหวะเดียวกับที่กวินทร์ขับรถเข้ามาพอดี หลังจากที่สั่งงานหญิงสาวแล้วเขาก็เข้าไปตรวจงานในส่วนต่างๆ ทั้งส่วนของสวนดอกกล้วยไม้ ส่วนของรีสอร์ต ส่วนของโรงงานผลิตชา

“พ่อเลี้ยง หนูเกลทำเสร็จแล้ว ดูสิ หนูเกลเก่งใช่ม้า” หน้าภาคภูมิใจของเกลินทำให้ชายหนุ่มนึกขำ

“อะไรกัน แค่ตักดินแค่นี้ มันน่าภูมิใจขนาดนั้นเชียว” ว่าพร้อมขำจนเก็บเอาไว้ไม่อยู่

“ให้มันน้อยๆหน่อยค่ะพ่อเลี้ยง ดูสิหิวข้าวไปหมดแล้ว แล้วยังจะมาว่าหนูเกลอีก” เกลินว่าแล้วยกมือมากุมที่ท้องของตน นึกโมโหชายหนุ่ม ทำไมใจไม้ไส้ระกำได้ขนาดนี้

“ไป ขึ้นรถ เดี๋ยวพาไปทานข้าว” ว่าแล้วก็เดินขึ้นรถจะพาคนโมโหหิวไปทานข้าว


กวินทร์เลือกวกกลับมาที่รีสอร์ตอีกครั้ง ทั้งๆที่พึ่งจะเข้ามาตรวจตราดูแขก VIP ที่เข้ามาพักที่นี่ รีสอร์ตของไร่กวินทร์เป็นรีสอร์ตที่แต่งออกทางล้านนาแต่ก็ยังมีความทันสมัยอยู่ในตัว มีสระว่ายน้ำเป็นศูนย์กลางของรีสอร์ต คนเป็นทั้งเจ้าของไร่เจ้าของรีสอร์ทเดินนำเกลินมาที่ห้องอาหารจึงได้รู้ว่ากวินทร์ได้สั่งอาหาร ตั้งโต๊ะรอไว้ให้เจ้าหล่อนเรียบร้อยแล้ว

“พ่อเลี้ยงนี่เอาใจเก่งไม่เบานะคะ ทำอะไรที่มันโรแมนซ์กับเค้าด้วย” เกลินเอ่ยพร้อมยื่นหน้าทำตาปริบๆให้กวินทร์ที่นั่งตรงข้าม คนร่างหนารีบเบี่ยงหน้า เซมองออกไปด้านนอก

“ฉันไม่ได้เอาใจเธอ ฉันแค่อยากกิน ก็เลยสั่งไว้ ขี้เกียจรอ” กวินทร์รีบปฏิเสธทันควัน

“ค่ะๆ ไม่เอาใจก็ไม่เอาใจ หนูเกลหิวแล้ว ทานกันได้หรือยังคะ” เกลินไม่รอให้กวินทร์ตอบ รีบตักอาหารตรงหน้ามารับประทานอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อรับประทานกันได้สักพักใหญ่ ชายหนุ่มเป็นคนทำลายความเงียบนี้

“ฉันถามอะไรเธอหน่อยได้ไหม” คนสงสัยอยากจะถามหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่ตอนเจอกันหน้าห้องของทั้งสองแล้วแหละ แต่อดนึกสงสารเกลินไม่ได้ที่จะถามตอนนั้นเลย

“ว่ามาสิคะ สำหรับพ่อเลี้ยงให้อยู่ตอบคำถามทั้งวันก็ยังได้” พูดไปนั่งทานอาหารอย่างไม่ได้สนใจชายหนุ่มนัก

“เธอเป็นอะไรกับ เออ…นายพละพลนั่น แล้วทำไม…เออ ถึงต้องร้องไห้ขนาดนั้น” มือที่กำลังจะตักอาหารเข้าปากของเกลินเป็นต้องชะงัก ถึงกับวางช้อนแล้วรวบมันเอาไว้ เมื่อได้ยินคำถาม

“พ่อเลี้ยงอยากทราบจริงๆหรือคะ” คนถูกถาม ถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ถ้าเธอไม่สบายใจที่จะพูดมันก็ไม่เป็นไร ฉันไม่บังคับ” ถึงใจอยากจะรู้มากๆ อยากจะถามคนตรงหน้าว่าไหวไหม มีอะไรที่เขาพอจะช่วยได้หรือไม่ ‘เอ๊ะ ไอ้กวินทร์ นี่แกเป็นอะไรของแก’

ร่างบางสูดลมหายใจเข้าลึกๆเป็นการเรียกกำลังใจ

“เป็นแฟนเก่ากันค่ะ เค้าทิ้งหนูเกลไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น จริงๆเค้าคบกันมานานแล้ว แต่เป็นหนูเกลที่เข้าไปเป็นมือที่สาม หนูเกลไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเค้าคบกันก่อนหน้าที่หนูเกลจะเจอกับพล หนูเกลไม่รู้ พลเค้าบอกกับหนูเกลว่าเค้าเลิกกับฝ่ายหญิงแล้ว สุดท้ายรู้ตัวอีกทีหนูเกลก็เป็นแค่คนคั้นเวลาตอนเค้าทะเลาะกัน น่าสมเพชดีใช่ไหมคะ” เกลินเอ่ยด้วยหยดน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาที่เดิมเคยมีแต่ความสดใส ความเจ้าเล่ห์ ความน่าหลงใหลให้แก่เขา กวินทร์สงสารเกลินอย่างจับใจ ทำให้นึกย้อนถึงตัวเอง

“ถ้าผู้ชายคนนั้นเขาเป็นแบบที่เธอว่าจริง เค้าก็ไม่ใช่คนที่เธอจะฝากชีวิตไว้ด้วยเลยนะ” กวินทร์ว่าแล้วถือวิสาสะเอื้อมมือไปกุมมือของเกลินไว้พร้อมบีบมันเบาๆอย่างให้กำลังใจ เขารู้ดีว่ามันเจ็บปวดขนาดไหน กับการที่โดนคนที่รักหลอก

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ที่หนูเกลร้องไห้ไม่ได้เสียใจกับการเลิกกับพลหรอกค่ะ หนูเกลแค่เสียดายเวลาที่ทุ่มเทความรักให้กับเค้า แต่ตอนนี้หนูเกลทำใจได้แล้วค่ะ”

“ดีแล้ว เธอต้องรู้จักมองหาผู้ชายที่เค้าพร้อมที่จะปกป้องเธอ ดูแลเธอ และให้เกียรติเธอ” ว่าแล้วก็เอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาคู่สวย

“หนูเกลว่าหนูเกลเจอแล้วนะคะ แต่เหมือนเค้าไม่เปิดใจให้หนูเกลเลย พ่อเลี้ยงช่วยบอกให้เค้าเปิดใจให้หนูเกลหน่อยสิคะ” สิ้นคำพูดของเกลิน ชายหนุ่มรีบชักมือกลับทันที หัวใจเต้นแรงอย่างควบคุมไม่อยู่

“อิ่มแล้วใช่ไหม เธอออกไปรอด้านนอกก่อนนะ ฉันขอสั่งงานคนงานหน่อย” กวินทร์รีบเปลี่ยนเรื่องทันที

“ค่ะ หนูเกลจะไปรอด้านนอก พ่อเลี้ยงอย่าลืมเรื่องที่หนูเกลฝากให้บอกด้วยนะคะ” เกลินรีบลุกออกไปก่อนที่จะโดนดุ พ่อเลี้ยงนะพ่อเลี้ยง เอาเด็ก ป.3 มาดูยังรู้เลยว่าหวั่นไหว เก๊กอยู่ได้



เกลินเดินทอดน่องอย่างช้าๆออกมาตรงบริเวณสระน้ำของรีสอร์ต อากาศที่นี่สดชื่นดีจัง บรรยากาศก็ดูอบอุ่น นี่ถ้าครอบครัวของเธอว่างตรงกันเมื่อไหร่จะให้มาเที่ยวพักผ่อนที่นี่เสียเลย

“ช่วยด้วย! ลูกฉันจมน้ำค่ะ ช่วยด้วย!!” ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงหญิงสาวคนหนึ่งตะโกนขึ้น ช่วงนี้เป็นช่วงบ่ายๆ ผู้คนส่วนมากอยู่บนห้องพักหรือไม่ก็ออกไปชมไร่ ไม่ค่อยมีใครอยู่บริเวณนี้เท่าไหร่

เกลินได้ยินดังนั้นรีบวิ่งไปที่สระ ตัดสินใจกระโดดลงไปในน้ำที่ไม่ได้ลึกมากเมื่อเทียบความสูงของหล่อนก็ระดับประมาณหัวไหล่ แต่สำหรับเด็กอายุเพียง 10 ขวบตรงหน้านั้นถือว่าลึกไม่ใช่เล่น เกลินคว้าแขนของเด็กชายไว้แล้วดึงตัวมาพาดไว้ที่ไหล่ ว่ายน้ำมาที่ขอบสระและยกเด็กชายขึ้นนั่งบนขอบสระ เด็กชายไอเอาน้ำที่เผลอกลืนเข้าไปออกมา

“เป็นอะไรไหมลูก แม่ตกใจแทบแย่” แม่ของเด็กวิ่งมากอดหนูน้อยที่กำลังไอจนตัวโก่ง เป็นจังหวะเดียวกับที่กวินทร์เห็นจึงรีบวิ่งเข้ามาดู

“ขอบคุณมากๆนะคะ ว่าแต่คุณ…” แม่ของหนูน้อยเว้นจังหวะไว้เชิงถามหญิงสาวว่าเธอเป็นใคร

“อ่อ ชื่อเกลินค่ะ เป็นไลฟ์การ์ดที่นี่” เกลินที่ตอนนี้ตัวเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ หันไปตอบแม่ของเด็กชายที่ตอนนี้ท่าจะดีขึ้นแล้ว ไม่วายหันหน้าไปขยิบตาให้ชายหนุ่มที่วิ่งเข้ามาว่าให้ตามน้ำตนไปก่อน

“ขอบคุณมากๆจริงค่ะ ขอบคุณจริงๆค่ะ” หญิงสาวกล่าวขอบคุณไม่หยุด

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณแม่พาน้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะนะคะ” เกลินยิ้มให้อย่างสุภาพ แม่ของเด็กชายพยักหน้ายิ้มๆจูงมือเด็กชายออกไป

“ทำไมคุณบอกไปอย่างนั้น” กวินทร์นึกสงสัย

“บอกแบบไหนคะ อ๋อ ที่บอกไปว่าเป็นไลฟ์การ์ดน้้นหรอคะ” คนตัวเปียกว่าพลางยิ้มๆ

“อืม”

“ก็พ่อเลี้ยงลองคิดดูนะคะ ถ้าคนที่ลงไปช่วยไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรีสอร์ตนี้ ผู้หญิงคนนั้นก็นึกตำหนิว่าทำไมไม่ได้รับความปลอดภัยเท่าที่ควร รีสอร์ตพ่อเลี้ยงก็จะเสียชื่อเสียงไงคะ” จริงสิ กวินทร์ลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปเลย เขาทึ่งในความคิดที่รอบคอบของหญิงสาว

“เธอนี่เป็นคนดีกว่าที่ฉันคิดนะ” กวินทร์เอ่ยชมโดยไม่นึกปิดบัง

“ถ้าพ่อเลี้ยงเปิดใจ จะรู้ว่าหนูเกลน่ารักกว่านี้อีกค่ะ” หญิงสาวกล่าวพร้อมจ้องลงไปในดวงตาลึกของชายตรงหน้าอย่างไม่ปิดบัง หวังว่าสักวันเขาจะเห็นถึงความพยายามของเธอ



หนูเกลไม่ได้ร้ายขนาดนั้นเด้อออ นางเป็นคนจิตใจดี

รักหนูเกลด้วยนะคะะะะ

แต่ไรท์รักรีดเสมอน้า💚💚

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น